Alle Kapitel von ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Kapitel 41 – Kapitel 50

100 Kapitel

บทที่ 41

เขาจะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?ฉีซูเซี่ยนมองเซิ่งจือหว่านด้วยสายตาที่ทนรำคาญไม่ไหว "เจ้าอย่ามัวถ่วงเวลา ตอนนี้ลูกในท้องของเมิ่งยางกำลังรอผลมณีสวรรค์เพื่อช่วยชีวิตอยู่ หากเจ้ายังไม่ส่งมา ข้าก็คงต้องลงมือค้นหาด้วยตัวเอง!""หึหึ..."เซิ่งจือหว่านพลันหัวเราะออกมา "ซื่อจื่อ เมื่อปีก่อนที่ท่านตกในทะเลสาบน้ำแข็ง หากไม่ใช่เพราะข้าลงไปช่วยท่านไว้ ท่านยังจะมายืนสบายดีแล้วทวงเอาผลมณีสวรรค์จากข้าที่นี่ได้อีกหรือ"นางเกิดมาพร้อมกับพิษเย็นในครรภ์จริง ๆ แต่ต่อมาอาจารย์ทั้งสามท่านใช้เวลาหลายปีถึงจะขจัดพิษจนหมดสิ้น ขอเพียงพักฟื้นร่างกายอีกครึ่งปีก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนคนทั่วไป ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน นางก็ได้พบกับฉีซูเซี่ยนที่ตกลงไปในทะเลสาบน้ำแข็ง เพื่อจะช่วยชีวิตเขา นางจึงกระโดดลงไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยนับตั้งแต่นั้นมา พิษเย็นนี้ก็อยู่ติดตัวนางมาตลอดทุกครั้งที่ถึงกลางฤดูหนาว ความเจ็บปวดจากพิษเย็นจะทำให้นางนอนไม่หลับทั้งคืน ยังดีที่มีผลมณีสวรรค์ปรุงเป็นยาถึงช่วยให้นางผ่านพ้นมาได้ผลมณีสวรรค์นี้คือของล้ำค่าที่เสด็จย่าทุ่มเงินมหาศาลเพื่อให้ได้มาจากซีอวี้แต่ในตอนนี้ ฉีซูเซี่ยนกลับจำอะไรไม่ได้เ
Mehr lesen

บทที่ 42

เป็น...เซิ่งจือหว่านเหรอ?!"ไม่เป็นไรหรอก เพียงแค่สามเดือนเท่านั้น..." เสียงของฉีซูเซี่ยนเบาจนแทบไม่ได้ยิน ไม่รู้ว่าเขากำลังปลอบใจเมิ่งยาง หรือกำลังบอกตัวเองกันแน่"แต่ความเจ็บปวดเช่นนี้จะทนไปได้อย่างไรตั้งสามเดือน" เมิ่งยางได้ยินดังนั้นน้ำตาก็ไหลพราก นางเดาออกแล้ว "เป็นองค์หญิงใช่หรือไม่เจ้าคะ นางที่บังคับให้ท่านกินยาพิษถึงจะยอมมอบผลมณีสวรรค์ให้ใช่หรือไม่"ฉีซูเซี่ยนไม่ได้ปฏิเสธเขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเถียงด้วยซ้ำแค่พิษเย็นกระจอก ๆ เท่านั้น...เหตุใดจึงทนได้ยากเย็นเช่นนี้?เมื่อก่อน เซิ่งจือหว่านต้องทนอยู่เช่นนี้อย่างนั้นหรือ หากไม่มีผลมณีสวรรค์ นางก็ต้องทนทุกข์เช่นนี้เหมือนกันใช่หรือไม่ฉีซูเซี่ยนพลันเกิดความรู้สึกผิดบางอย่างขึ้นมาในใจ"นางช่างใจคออำมหิตนัก! ทนเห็นท่านถูกทรมานเช่นนี้ได้อย่างไร ซื่อจื่อ ข้าจะไปหานาง ข้าไม่เอาผลมณีสวรรค์แล้ว ข้าจะคืนชีวิตนี้ให้องค์หญิงเอง ข้าจะไปอ้อนวอนนาง ขอให้นางมอบยาแก้พิษให้ท่าน!!" เมิ่งยางพูดพลางปาดน้ำตาเตรียมจะลงจากเตียงฉีซูเซี่ยนที่กัดฟันเงียบมาตลอด กลับคว้าตัวนางไว้ในตอนนั้นในปากของเขาเต็มไปด้วยรสคาวเลือดเพราะกัดฟันตัวเอง "พอได้แล
Mehr lesen

บทที่ 43

"อะไรนะ ไปที่เรือนผิงหลาน?" หลังจากฉีซูเซี่ยนจากไป เมิ่งยางที่แสร้งหลับสนิทก็ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินรายงานจากชิงซิ่ง มือที่อยู่ใต้ผ้าห่มก็กำแน่นขึ้นทันที ดวงตาของนางขุ่นมัวจนดูมืดมนไม่นึกเลยว่าต่อให้เซิ่งจือหว่านจะใจคออำมหิตขนาดนี้ ซื่อจื่อก็ยังคงเป็นห่วงเป็นใย!ถึงขั้นว่าทันทีที่ปลีกตัวไปจากนางได้ เขาก็มุ่งตรงไปยังเรือนผิงหลานเป็นที่แรกเลยนี่มันไม่เหมือนกับที่นางคิดเอาไว้เลย!เขาควรจะรังเกียจเซิ่งจือหว่านสุด ๆ ไม่ใช่เหรอ ทำไมยังต้องคิดจะไปหานางที่นั่นอีก?ไม่ได้การแล้ว จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้นางคือคนที่ทะลุมิติมา เป็นตัวแปรเพียงหนึ่งเดียวของโลกใบนี้ ในเมื่อนางมาแล้ว เดิมทีทุกสิ่งทุกอย่างก็ควรจะหมุนรอบตัวนาง และมีนางเป็นศูนย์กลางเท่านั้นเคี่ยวยา…ใช่แล้ว!เมิ่งยางลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียงทันที!"โอ๊ย!" การขยับตัวอย่างรุนแรงทำให้รู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อยชิงซิ่งรีบเข้ามาพยุงนาง "แม่นาง ตอนนี้ท่านกำลังตั้งครรภ์นะเจ้าคะ เมื่อวานท่านหมอก็บอกแล้วว่าครรภ์ของท่านยังไม่คงที่ ต้องระมัดระวังให้มากเจ้าค่ะ""ได้ ๆ ข้ารู้แล้ว!" ยามนี้เมิ่งยางว่างมาฟังนางพูดเรื่องพวกนี้เสียที่ไห
Mehr lesen

บทที่ 44

ใช่แล้ว ที่อันลึกลับนี่คือสิ่งที่นางค้นพบตั้งแต่ชาติที่แล้วชาติก่อนยิ่งเมิ่งยางแสดงความสามารถออกมามากขึ้นเท่าไร เซิ่งจือหว่านก็ยิ่งพบว่าความคิดเหล่านั้นของนาง หากจะพูดว่าเป็นสติปัญญาของคนคนเดียว สู้บอกว่าเป็นการหยิบฉวยเอาสติปัญญาของคนจำนวนมากมาใช้จะดีกว่าอย่างเช่นบทกวีเหล่านั้นที่รูปแบบแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่กลับทำให้ผู้คนทึ่งได้ทุกบท...หรือวิธีทำการค้าที่นางมักจะผุดออกมาเป็นพัก ๆ...รวมไปถึงนโยบายการปกครองที่แม้จะดูแปลกใหม่และกล้าหาญ แต่กลับไม่เหมาะกับสถานการณ์ของแคว้นเซิ่งเลย!หญิงสาวที่เกิดในครอบครัวชาวนา จะไปเรียนรู้เรื่องราวมากมายขนาดนี้มาจากใดกันแน่?อีกทั้งความรู้เหล่านั้นก็ผิวเผิน ไม่ได้เข้าถึงแก่นแท้เลยด้วยดังนั้นในชาติก่อน นางจึงไม่ได้ลองหยั่งเชิงเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ยังส่งคนไปยังบ้านเกิดของเมิ่งยางเพื่อตรวจสอบด้วยในที่สุด นางก็ได้ข้อสรุปที่ทำให้ต้องตกตะลึงแต่กลับจำใจต้องเชื่อ นั่นคือ เมิ่งยางไม่ใช่เมิ่งยางคนเดิมอีกต่อไปแล้วในร่างของนาง มีภูตผีปีศาจหรือสิ่งอื่นใดจากแหล่งลึกลับสิงสู่อยู่...ในชาติก่อน เซิ่งจือหว่านแทบไม่ยากจะเชื่อในข้อสรุปนี้เลยจริง ๆแต่
Mehr lesen

บทที่ 45

เซิ่งจือหว่านสังเกตเห็นสิ่งของที่อยู่ในมือของฉีซูเซี่ยนเช่นกันทันใดนั้น ในดวงตาของนางก็ฉายแววเย้ยหยันมากขึ้นความจริงเรื่องที่ชุยซื่อมอบถ่านเงินให้เมิ่งยางนั้น นางไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลย เพราะชาติก่อนก็เป็นเช่นนี้! เพียงแต่ตอนนั้นชุยซื่อใช้ข้ออ้างว่าเมิ่งยางตั้งครรภ์ตอนนั้นเป็นช่วงฤดูหนาว เซิ่งจือหว่านกลัวความหนาวจัด จึงอยากให้ฉีซูเซี่ยนไปขอยืมถ่านจากเมิ่งยางกลับมาบ้าง แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยซื้ออันใหม่ไปคืนให้นางของที่ตัวเองจ่ายเงินซื้อมาแท้ ๆ กลับถูกคนอื่นนำไปยกให้คนอื่นอีกที นางยังต้องไปขอยืมแล้วคืนให้อีก ตอนนี้พอนึกย้อนกลับไป เซิ่งจือหว่านก็รู้สึกว่าตัวเองในตอนนั้นช่างต่ำต้อยไร้ค่าเหลือเกิน!แต่ตอนนั้น ฉีซูเซี่ยนพูดว่าอย่างไร?เขาทำสีหน้าทนรำคาญไม่ไหว "ก็แค่ถ่านไม่กี่ก้อน เจ้าจะอะไรนักหนา!"ไม่นึกเลยว่ายามที่นางไม่ใส่ใจแล้ว เขากลับหิ้วถ่านมาหาเสียเอง"ดูท่าว่าพิษเย็นเมื่อคืนคงทำให้ซื่อจื่อทรมานไม่น้อยเลยสินะ" เซิ่งจือหว่านเผยแววตาเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อยโทสะในใจฉีซูเซี่ยนกลับค่อย ๆ สงบลงยามเผชิญกับสายตาเช่นนี้ของนางเขาลดเสียงอ่อนลง พยายามจะก้าวเข้าไปดึงเซิ่งจือหว่
Mehr lesen

บทที่ 46

ชาติก่อน เซิ่งจือหว่านเคยเจอกลุ่มโจรป่าระหว่างทางที่ไปขอพรขอบุตรโจรป่ากลุ่มนั้นฆ่าคนปล้นของ ลงมืออย่างโหดเหี้ยม บ่าวไพร่ที่ติดตามนางมาล้วนถูกปลิดชีพด้วยดาบเดียว มีเพียงนาง ห้วนจู๋๋และติงหลานเท่านั้นที่เป็นสตรี จึงพ้นเคราะห์มาได้ในสถานการณ์คับขัน เซิ่งจือหว่านสั่งให้ทั้งสองแยกกันไปซ่อนตัวกับนางคืนนั้น นางซ่อนตัวอยู่ในหลุมโคลนกลางป่าเพียงลำพัง กระทั่งวันรุ่งขึ้นฉีซูเซี่ยนได้รับข่าวและนำทหารขึ้นเขามาปราบโจรด้วยตัวเอง นางถึงได้ออกมาจากที่ซ่อนตัวทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น การที่สตรีคนหนึ่งติดอยู่ในสถานที่ที่โจรป่าชุกชุมเพียงลำพังตลอดทั้งคืนต่อให้นางบอกว่าโจรหาตัวนางไม่เจอ แล้วจะมีประโยชน์อะไรเล่ายิ่งไปกว่านั้น ในเมืองก็มีคนแพร่ข่าวลือออกไปตั้งแต่แรกแล้วด้วยเหตุนี้ เซิ่งจือหว่านจึงกลายเป็นสตรีผู้น่าสงสารที่ถูกโจรป่าย่ำยี และนับแต่นั้นฉีซูเซี่ยนก็เริ่มเย็นชากับนางโดยสิ้นเชิง...ในชาติก่อน โจรป่ากลุ่มนั้นถูกฉีซูเซี่ยนฆ่าล้างบางเพราะโกรธแค้น ต่อมานางถึงได้รู้ว่าหนึ่งในนั้นมีทหารหนีทัพชื่อจางต้าหู่ ซึ่งเคยได้รับการช่วยชีวิตจากเมิ่งยางสาเหตุที่เขาลงมือกับนางก็เพราะนาง "ทำร้าย" จนเมิ่ง
Mehr lesen

บทที่ 47

สองวันต่อมา ในจวนกั๋วกงแลดูสงบเรียบร้อยไร้คลื่นลมนอกจากเมิ่งยางที่ออกไปเตรียมเปิดร้านหม้อไฟนอกจวนทุกวันแล้ว เซิ่งจือหว่านก็ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในห้องหนังสืออั้นจื่อและติงหลานต่างก็ไม่รู้ว่าองค์หญิงทรงกำลังวุ่นวายอยู่กับสิ่งใดกันแน่มีเพียงข่าวลือภายนอกที่ยิ่งแพร่สะพัดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ หลังจากนิทานเรื่องหนึ่งจากชางหนานถูกนำมาเล่าในโรงน้ำชา ผู้คนมากมายต่างก็พากันซาบซึ้งในความรักระหว่างสาวชาวนากับท่านแม่ทัพ เป็นเพราะสตรีชาวนาผู้นั้นไม่เหมือนหญิงชาวบ้านทั่วไปนางกล้าหาญและรอบคอบ เมื่อพบทหารถูกพิษก็ตัดแขนอีกฝ่ายเพื่อรักษาชีวิตโดยไม่ลังเล นางยังเปี่ยมด้วยความเมตตาและคุณธรรม เพื่อให้ทหารได้ฝังร่างในแผ่นดินแคว้นเซิ่ง นางถึงกับยอมแบกศพกลับมาจากสมรภูมิด้วยตนเอง...ที่สำคัญที่สุดคือนางรูปโฉมงดงามยิ่งนัก ร่างกายที่อรชรอ้อนแอ้นนั้นดูนุ่มนวลราวกับกิ่งหลิว...สตรีเช่นนี้ หากมิใช่เพราะทราบว่าองค์หญิงทรงเขียนถึงเมิ่งยาง อั้นจื่อและติงหลานก็คงจะนึกชมชอบไปเสียแล้วเมิ่งยางเองก็คิดไม่ถึงเช่นกัน ว่าสิ่งที่นางทำในกองทัพชางหนานจะถูกนำมาเขียนเป็นนิทานและเล่าขานโดยนักเล่านิทาน
Mehr lesen

บทที่ 48

ณ ถนนสายหลักประตูทิศใต้ขบวนม้านับสิบควบทะยานผ่านตลาด ทิ้งไว้เพียงเสียงร้องตื่นตกใจของผู้คนที่สัญจรไปมาในตลาดอันอึกทึกเบื้องหน้าสุดคือห้าบุรุษในอาภรณ์หรูหรา ท่าทางองอาจโอหัง ด้านหลังคือกลุ่มคนที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้ติดตาม"เยี่ยหรง! ได้ยินว่าเมื่อวานท่านพ่อของเจ้าสั่งลงโทษให้คัดตำราอีกแล้วหรือ ข้าไม่ได้ว่าเจ้านะ แต่ตำราพันอักษรนั่นน่ะ ไม่ใช่ว่าป่านนี้เจ้ายังท่องไม่ได้หรอกนะ""อย่าพูดถึงมันเลย!" เยี่ยหรงบุตรชายคนเดียวของเยี่ยจั๋วอวิ๋น เสนาบดีกรมคลัง พอได้ยินเรื่องเรียนก็ปวดหัวทันที "พวกเจ้าว่าข้าใช่ลูกแท้ ๆ ของท่านพ่อหรือไม่ เหตุใดยามท่านพ่ออ่านตำรา ตำราก็เข้าหัวเขา แต่พอข้าจ้องมองเพียงครึ่งชั่วยาม กลับจำไม่ได้แม้แต่บรรทัดเดียว!""ฮ่า ๆ เรื่องนี้เจ้าควรไปถามท่านแม่ของเจ้านะ" เผยอวี้อัน บุตรชายฮูหยินใหญ่ของแม่ทัพหวายฮว่าหัวเราะลั่น"ถุย! หากถามเช่นนั้น ข้าคงถูกท่านแม่ตีจนตายแน่!""…"ม้าของซางสิงอวี้ควบนำอยู่เบื้องหน้า เมื่อขบวนพวกเขาเข้าใกล้ประตูเมือง ในที่สุดก็มีผู้สังเกตเห็นว่าเส้นทางในวันนี้ดูแปลกตาไปจากเดิม"คุณชายรองซาง วันนี้พวกเรามิไปหอฉุนฟางหรอกรึ?" เผยอวี้อันคว
Mehr lesen

บทที่ 49

รถม้าของเซิ่งจือหว่านเคลื่อนมาถึงประตูทิศใต้ของเมืองหลวงแล้วอั้นจื่อกำลังจะหยิบป้ายอาญาสิทธิ์ของจวนกั๋วกงออกมา จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงตะโกนขายของดังแว่วมาแต่ไกลเซิ่งจือหว่านได้ยินเสียงนั้นแล้วยิ้ม "ข้าคิดถึงรสชาติของขนมกุ้ยฮวาขึ้นมาเสียแล้ว อั้นจื่อ เจ้าช่วยไปซื้อกลับมาให้ข้าที""หา?" อั้นจื่อชะงักไป "หากองค์หญิงบอกบ่าวตั้งแต่แรก บ่าวคงเตรียมมาให้แล้ว ขนมที่วางขายข้างนอกเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะสะอาดหรือเปล่า"นางบ่นพลางก้าวลงจากรถม้า ทว่าผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่านางจะกลับมาเมื่อเห็นว่าแถวตรวจตราหน้าประตูเมืองร่นมาถึงรถม้าของตนแล้ว ติงหลานจึงชะเง้อคอมองออกไปข้างนอกด้วยความกังวลเซิ่งจือหว่านเห็นนางเป็นเช่นนี้ จึงบอกว่า "เจ้าก็ลงไปดูนางหน่อยเถิด"ติงหลานเอ่ยรับแล้วรีบลงไป เมื่อขุนนางเฝ้าประตูเมืองมาถึงรถม้าของเซิ่งจือหว่าน ทั้งสองก็กลับมาถึงพร้อมกันพอดีเพราะมีป้ายอาญาสิทธิ์จวนกั๋วกงยืนยัน ขุนนางเฝ้าประตูเมืองย่อมไม่กล้ารั้งไว้ หลังจากทำความเคารพแล้วจึงปล่อยขบวนรถม้าออกนอกเมืองหลวงไปรถม้าแล่นตะบึงออกพ้นประตูเมืองไปลมฤดูสารทเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส เซิ่งจือหว่านไม่ได้ออกนอกเม
Mehr lesen

บทที่ 50

เดินทางต่อได้อีกหนึ่งชั่วยามกว่า เหล่าคุณชายเจ้าสำราญก็เริ่มหมดความอดทน กำลังจะไปบอกคนข้างหน้าว่าให้แยกกันไป ทว่ายังไม่ทันได้ทำอะไร รถม้าที่เคยแล่นอย่างราบเรียบมาตลอดทางกลับกระตุกไหวอย่างรุนแรงอยู่หลายคราทันใดนั้น เงาร่างพรางใบหน้าสี่ห้าสิบสายก็พุ่งออกมาจากยอดไม้และป่าทึบโดยรอบโดยรอบแต่ละคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าส่วนบนที่โผล่พ้นผ้าคลุมฉายแววดุร้ายอำมหิต ในมือถือดาบยาวสะท้อนแสงเย็นวิบวับเยี่ยหรงตกตะลึงจนลืมตอบสนองไปชั่วขณะ "มารดามันเถอะ...นี่มันเรื่องอะไรกัน"ซางสิงอวี้หรี่ตาลงเพียงครู่เดียว ก่อนตีสีหน้ามึนงงพร้อมเอ่ย"ดูเหมือนว่า... พวกเราจะเจอโจรปล้นเสียแล้ว""บังอาจมาปล้นพวกเรา คนพวกนี้ช่างไม่กลัวตาย" เยี่ยหรงเบิกตาโพลง ไม่รอให้ซางสิงอวี้ตอบ ก็ไสม้าออกไปตวาดอย่างโอหัง "เฮ้ย ไอ้พวกโจรชั่ว รู้หรือไม่ว่าคนที่นั่งอยู่รถม้ากับข้าคือใคร ถึงกับ...บัดซบ!"ยังพูดไม่ทันจบคำ คนกว่ายี่สิบคนก็พุ่งทะยานเข้าใส่รถม้าที่เซิ่งจือหว่านนั่งอยู่ทันทีเพียงชั่วพริบตาเดียว ผู้ติดตามของจวนกั๋วกงก็เข้าปะทะกับพวกมันอย่างดุเดือดท่าร่างที่โจรใช้ล้วนหมายเอาชีวิต ลงมือเหี้ยมโหด เยี่ยหรงเห็นทันทีว่าคน
Mehr lesen
ZURÜCK
1
...
34567
...
10
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status