All Chapters of ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Chapter 191 - Chapter 200

390 Chapters

บทที่ 191

จริงดังคาด… เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่ผิด!ภาพตรงหน้าของฮูหยินใหญ่หลิ่วเริ่มมืดดำ ในใจนึกอยากจะตบหน้าซางสิงอวี้สักฉาดหนึ่งต่อหน้าธารกำนัลให้รู้แล้วรู้รอดเจ้าคนเสเพลผู้นี้ กล้าดีอย่างไร เขากล้าดีอย่างไร?หยาดน้ำตาของหลิ่วเหยียนพลันร่วงเผาะลงมาในพริบตานางถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมมาตั้งแต่เกิด บิดามารดาพูดเสมอว่าวันข้างหน้าจะให้นางเข้าวังไปเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์…นางยังใฝ่ฝันว่าจะได้เป็นยอดคนเหนือคน แล้วจะให้แต่งกับซางสิงอวี้ได้อย่างไร?เขาคิดว่าเขาเป็นใครกัน!จริงสิ…เมื่อคิดถึงสายตาบอกใบ้เมื่อครู่ของมารดาขึ้นมาได้ หลิ่วเหยียนก็กัดฟันแน่น ก่อนจะวิ่งซวนเซและพุ่งตัวไปยังเสาต้นหนึ่งซึ่งอยู่ด้านนอกโถงบุปผาฮูหยินใหญ่หลิ่วและซางซิวหยวนพลันเข้าใจเจตนาของนางได้ทันที“เร็ว รีบห้ามนางไว้!” ฮูหยินใหญ่หลิ่วตะโกนเสียงดังสั่งบ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านนอกซางซิวหยวนเองก็รีบปรี่เข้าไปเช่นกันทว่าซางสิงอวี้ผู้เป็นตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด กลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่แม้แต่จะปรายสายตามองอีกฝ่ายด้วยซ้ำไป ก่อนจะเอ่ยอีกครึ่งประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “แน่นอนว่า ข้าน้อยยิ่งไม่เคยคิดสนใจคุณหนูใหญ่หลิ่
Read more

บทที่ 192

หมายถึงนางอย่างนั้นหรือ?ฮูหยินใหญ่หลิ่วโกรธจนแทบจะหยุดหายใจซางซิวหยวนตะคอกเสียงเหี้ยม “สิงอวี้! หยุดพูดเหลวไหลเสียที!”“ข้าจะพูดเหลวไหลได้อย่างไร?” ซางสิงอวี้กล่าวอย่างจริงจัง “ข้าน้อยแม้เป็นคุณชายเสเพล แต่ก็เป็นคุณชายเสเพลที่บริสุทธิ์สะอาด ช่วยคนด้วยความหวังดีแท้ ๆ แต่กลับถูกคนพาลตามรังควาน บีบบังคับให้ข้าน้อยต้องสมรสกับสตรีที่สภาพจิตใจไม่ปกติให้ได้ ตอนแรกข้าน้อยเกรงใจไม่กล้าพูด จึงแค่ปฏิเสธไป ทว่าจวนหลิ่วกลับส่งบุตรีของอนุที่โวยวายพยายามจะฆ่าตัวตายออกมา…”“หากไม่ทำตามความปรารถนาของพวกนางจวนหลิ่ว โดยสมรสกับบุตรีของอนุที่จัดสรรไว้ให้ข้าน้อย นางก็ตีโพยตีพายจะฆ่าตัวตายให้ได้ หวังใช้กระแสคำวิจารณ์โจมตีข้าน้อย…”ซางสิงอวี้กล่าวอย่างเจ็บปวดหัวใจ “ข้าน้อยเปราะบางยิ่งนัก เจ็บปวดยิ่งนัก หากไม่มีสักสามหมื่นตำลึงเงิน คงไม่มีทางหายดีเด็ดขาด”ทุกคนได้ยินดังนั้นต่างก็ตะลึงอึ้งงัน ฮูหยินใหญ่หลิ่วยิ่งแล้วใหญ่โกรธจนระงับอารมณ์ไม่อยู่ไม่เคยพบเคยเจอคุณชายที่ไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน!ที่ว่าเขาเปราะบางหมายความว่าอะไร? ที่ว่าเจ็บปวดยิ่งนักหมายความว่าอะไร? แล้วยังจะคิดเรียกร้องเงินอีกสามหมื่นตำลึงเ
Read more

บทที่ 193

“สามหมื่นตำลึงมันมากเกินไป หนึ่งหมื่นตำลึง ข้าให้ได้มากที่สุดหนึ่งหมื่นตำลึงเท่านั้น”“สี่หมื่นตำลึง!” ซางสิงอวี้ขึ้นราคาทันทีฮูหยินใหญ่หลิ่วแทบจะเป็นลมตรงนั้น “สองหมื่นตำลึง!”“ห้าหมื่นตำลึง!” ซางสิงอวี้อ้าปากเรียกราคาอย่างไม่เกรงใจ“เจ้า…” ฮูหยินใหญ่หลิ่วจ้องซางสิงอวี้ด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ เนิ่นนานครู่ใหญ่ จึงกัดฟันยอมเอ่ยออกมา “ก็ได้ สามหมื่นตำลึงก็สามหมื่นตำลึง!”เทียบกับชื่อเสียงเกียรติยศของบุตรสาวแล้ว สามหมื่นตำลึงนี้ ต่อให้ต้องควักทรัพย์สินส่วนตัวออกมาก็ต้องรวบรวมให้ครบ!“ไม่ สามหมื่นตำลึงนั้นเป็นราคาก่อนที่ฮูหยินใหญ่หลิ่วจะขอต่อรอง ข้าน้อยบอกแล้ว บัดนี้คือห้าหมื่นตำลึง” ซางสิงอวี้ส่ายหน้าฮูหยินใหญ่หลิ่วเดือดดาลจนร่างกายโงนเงนซางซิวหยวนคิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะบานปลายมาถึงขั้นนี้ได้ก็แค่น้ำสกปรกเพียงนิดเดียว ด้วยชื่อเสียงของซางสิงอวี้ในตอนนี้ ต่อให้พยายามโยนหินซ้ำเติมไปสักเท่าใดก็ไม่ระคายหรอก เพราะตัวเขาเดิมทีก็เป็นก้อนหินอยู่แล้วก้อนหินในส้วม เหม็นจนทนดมไม่ไหวบัดนี้เพื่อรักษาชื่อเสียงอันน้อยนิดนี้เอาไว้ ถึงกับต้องเรียกเงินสามหมื่นตำลึงเชียวหรือ? สามหมื่นตำลึง
Read more

บทที่ 194

แต่นางยินดีจะคุ้มครองเขา เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ก็เพียงพอจะทำให้เขายิ้มจนตื่นจากความฝันได้แล้วเซิ่งจือหว่านพูดจบก็ขึ้นรถม้าและจากไปซางซิวหยวนไม่คาดคิดเลยว่าซางสิงอวี้จะมีโชควาสนายิ่งใหญ่ปานนี้ แค่บังเอิญช่วยองค์หญิงชิ่งหนิงไว้ ก็ทำให้อีกฝ่ายออกตัวปกป้องและถือหางถึงขั้นนี้ได้แล้ว“พี่ใหญ่ ท่านรีบกลับไปเถิด ข้ายังมีธุระต้องจัดการ วันนี้คงไม่ได้กลับแล้ว” ซางสิงอวี้กระโดดขึ้นหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว จังหวะที่ซางซิวหยวนยังไม่ทันตั้งสติ ก็เหลือทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบสายหนึ่งให้เขามองตามเซิ่งจือหว่านมิได้กลับจวนกั๋วกงทันที แต่แวะไปหาเถ้าแก่หลินก่อนแม้จะบอกว่าซางสิงอวี้ไม่สนใจเรื่องชื่อเสียงของตนเอง แต่หากทำให้ดีขึ้นได้แม้สักนิดนั่นย่อมดีกว่านางให้เถ้าแก่หลินกระจายข่าวออกไปว่า ตอนที่ซางสิงอวี้ช่วยคนนั้น เขาได้ใช้แส้ช่วย ส่วนสาเหตุที่คุณหนูรองหลิ่วป่วยหนักก็เป็นเพราะตกน้ำ และที่จวนหลิ่วไปที่จวนแม่ทัพความจริงก็เพียงเพราะต้องการไปกล่าวขอบคุณเท่านั้น ส่วนเรื่องวิวาห์ ก็เป็นเรื่องปั้นแต่งขึ้นมาเท่านั้นเมื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จสิ้นแล้ว เซิ่งจือหว่านถึงจะกลับจวนกั๋วกงระหว่างทางติงหลานอยาก
Read more

บทที่ 195

หลังจากทุกคนน้อมรับพระบัญชาและทำความเคารพเป็นที่เรียบร้อย ขันทีก็จากไปเมิ่งยางเอ่ยปากขึ้นทันทีด้วยความอิจฉาและคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยม “การล่าสัตว์ของราชสำนัก บรรยากาศตรงนั้นจะต้องยิ่งใหญ่อลังการเป็นแน่ แต่น่าเสียดายด้วยฐานะของเมิ่งเอ๋อร์เกรงว่าแค่คิดจะไปชมด้วยก็คงเป็นไปไม่ได้…”“ช่างเถิด ข้าคอยอยู่ในจวนเฝ้าดูแลปรนนิบัติท่านแม่ดีกว่า”ฉีซูเซี่ยนได้ยินดังนั้นก็กุมมือของนางไว้ด้วยความรู้สึกผิดในใจ แต่มิได้เอ่ยคำที่นางอยากได้ยินออกมาเซิ่งจือหว่านไม่มีอารมณ์อยู่ดูพวกเขาสองคนพลอดรักหวานชื่น จึงหมุนตัวและเดินออกไปทันทีฉีซูเซี่ยนมองเงาแผ่นหลังของนางพลางมุ่นหัวคิ้วเล็กน้อยเสี้ยวขณะหนึ่ง ก็เดินตามไปทันที“จือหว่าน…”เซิ่งจือหว่านมองคนที่เดินเข้ามาขวางทางอยู่ตรงหน้า ยังไม่ทันเอ่ยปากฉีซูเซี่ยนก็เอ่ยขึ้นว่า “ข้าได้ยินมาว่าใกล้ราชนิเวศน์ที่ติดกับลานฝึกมีป่าเหมยผืนใหญ่แห่งหนึ่ง ยามนี้ดอกเหมยกำลังสะพรั่งบานเต็มที่ ไว้ถึงตอนนั้น ข้าพาเจ้าไปเที่ยวชมดอกเหมยสักหน่อยเป็นอย่างไร?”ทั้งสองสบตากัน เงียบงันไปชั่วขณะหนึ่งเซิ่งจือหว่านจ้องมองคนตรงหน้า พลันนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในตอนที่นางได้พบกับเ
Read more

บทที่ 196

ไม่ว่าอย่างไร การไปเยือนราชนิเวศน์ครั้งนี้ นางไม่มีวันยอมให้เซิ่งจือหว่านหาโอกาสพักค้างอ้างแรมร่วมกับฉีซูเซี่ยนอย่างเด็ดขาดถึงตอนนั้น อย่างมากก็แค่ใช้เด็กในครรภ์มาเป็นข้ออ้างเสียก็สิ้นเรื่องเมิ่งยางรูปร่างผอมบาง มิหนำซ้ำตอนนี้ยังเป็นฤดูหนาวอีก เสื้อคลุมตัวหนาช่วยปกปิดเรือนร่างบอบบางอรชรของนางเอาไว้ หากไม่สังเกตให้ดี ก็มองไม่ออกว่าเป็นหญิงตั้งครรภ์หลังจากทุ่มเทแต่งกายอย่างประณีตเสร็จเรียบร้อย เมิ่งยางก็หันกายมาฉีซูเซี่ยนรู้สึกเหมือนดวงตาพลันสว่างวาบขึ้นมาคนงามย่อมอาศัยการบำรุง พื้นฐานเดิมของเมิ่งยางก็มิได้เลวร้าย แต่เพราะชาติกำเนิดมิได้สูงส่ง ผิวพรรณจึงหยาบกระด้างไปบ้าง บัดนี้ผ่านการบำรุงมาครึ่งปีเศษ ครั้นสวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อน ทับด้วยเสื้อกั๊กขนจิ้งจอกสีเทา ยิ่งขับเน้นให้นางดูอ่อนโยนนุ่มนวลน่าทะนุถนอมยิ่งนักทว่าความโดดเด่นเปล่งประกายนี้ เมื่อได้มาเห็นเซิ่งจือหว่านแล้ว กลับกลายเป็นว่าไม่คู่ควรให้กล่าวถึงอีกเลยเซิ่งจือหว่านในวันนี้แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างโอ่อ่าภูมิฐานเป็นพิเศษ ชุดกระโปรงและเสื้อคลุมตัวยาวที่หรูหรา ยิ่งเสริมให้นางดูราวกับเทพธิดาผู้สูงศักดิ์ เยือกเย็นสุขุมเปี
Read more

บทที่ 197

น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาราบเรียบราวกับมิได้ใส่ใจแม้แต่น้อยบนใบหน้าไม่ปรากฏแม้แต่เศษเสี้ยวของความอิจฉาเมิ่งยางครุ่นคิดพลางพินิจสีหน้าแววตาของเซิ่งจือหว่านอย่างละเอียด จะเป็นไปได้อย่างไร? เมื่อต้องเห็นสามีของตนเองทำเรื่องเหล่านี้ให้สตรีอื่น นางจะนิ่งเฉยไม่แยแสถึงขั้นนี้ได้อย่างไรสิ่งที่เมิ่งยางเกลียดที่สุดก็คือท่าทางเยือกเย็นมั่นคง ไม่ว่าสถานการณ์ใดก็จะสงบนิ่งไม่สะทกสะท้านเช่นนี้ของเซิ่งจือหว่านนางถือสิทธิ์อะไร?“หากคืนนี้ท่านซื่อจื่อจะค้างแรมกับหม่อมฉัน องค์หญิงก็ไม่ถือสาหรือเพคะ?” เมิ่งยางสืบเท้าไปด้านหน้าหนึ่งก้าว พร้อมเอ่ยเสียงต่ำนางรู้จากปากองค์ชายสามมาแล้วว่า เซิ่งจือหว่านแม้ได้รับความโปรดปรานเอ็นดูจากไทเฮา ทว่าท่าทีของฮ่องเต้ฉงเซิ่งที่มีต่อนางกลับแปลกประหลาดยิ่งนักบางทีอาจเป็นเพราะมารดาผู้ให้กำเนิดของนางเป็นเพียงนางกำนัลปีนเตียงคนหนึ่งกระมัง? ถึงอย่างไร ฮ่องเต้ฉงเซิ่งก็หาได้โปรดปรานนางสนมคนนั้นดังคำเล่าลือไม่ ซ้ำร้าย สิ่งที่มีกลับเป็นความเกลียดชังเสียมากกว่าเป็นแค่องค์หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ มิหนำซ้ำยังล่วงเกินครอบครัวสามีให้เกิดความขุ่นเคือง อีก
Read more

บทที่ 198

ดูท่าทาง แม่ทัพสองท่านนี้ คงจะเป็นคนที่เป่ยตี๋ส่งมา ‘คุ้มกัน’ องค์ชายสี่กระมังสายตาของเซิ่งจือหว่านจดจ้องพวกเขาอยู่นานครู่ใหญ่ แต่ก็มองไม่เห็นความผิดปกติอันใดไม่นานฮ่องเต้ฉงเซิ่งพร้อมด้วยฮองเฮา ฉีกุ้ยเฟย รัชทายาท รวมถึงองค์ชายอีกหลายพระองค์ต่างทยอยเสด็จมาถึงตามลำดับ และประทับบนที่นั่งประธาน บรรดาขุนนางพร้อมด้วยผู้ติดตามต่างลุกขึ้นถวายบังคม ส่วนคณะทูตเป่ยตี๋ก็กระทำพิธีคารวะตามธรรมเนียมของเป่ยตี๋จากนั้นทุกคนจึงได้รับอนุญาตให้เข้าประจำที่นั่ง ต่อมาฮ่องเต้ฉงเซิ่งได้ทรงแนะนำราชนิเวศน์ในลานฝึก รวมถึงอธิบายประวัติความเป็นมาของพิธีล่าสัตว์หลวงในแคว้นเซิ่งให้คณะทูตเป่ยตี๋ได้รู้จักเซิ่งจือหว่านฟังอย่างเงียบเชียบทว่าสายตาของนางกลับจับจ้องไปยังการชิงไหวชิงพริบที่ดูคล้ายจะแฝงอยู่ใต้ท่าทีเรียบเฉยระหว่างฮองเฮาและฉีกุ้ยเฟยบัดนี้นางมีเสด็จพี่เป็นองค์ชายสามพระองค์ และเสด็จน้องที่เป็นองค์ชายอีกสองพระองค์ในจำนวนนั้น รัชทายาทเซิ่งหยวนจวินเป็นโอรสที่เกิดจากฮองเฮา เพราะเป็นพี่น้องร่วมครรภ์มารดาเดียวกับองค์หญิงใหญ่ ดังนั้นจึงมีร่างกายอ่อนแอบอบบางมาตั้งแต่เกิด ต่อหน้าเสด็จพ่อมักวางตัวเคารพนอบน้อม
Read more

บทที่ 199

“ลานล่าสัตว์หลวงแห่งนี้มิได้เปิดใช้มานานหลายปีแล้ว ภายในมีทั้งแพะป่า หมาใน จิ้งจอก เสือดาว เสือโคร่ง ทุกตัวล้วนดุร้ายผิดปกติ… และนอกเหนือจากนี้ เรายังตั้งใจนำจิ้งจอกแดงหนึ่งตัวที่จับได้จากชางหนานมาใช้เป็นเหยื่อชิ้นสำคัญสำหรับการล่าสัตว์ครั้งนี้ด้วย”“ในพิธีล่าสัตว์หลวงระหว่างแคว้นเซิ่งกับเป่ยตี๋ครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะแบ่งเป็นฝ่ายรุกและฝ่ายรับ โดยแต่ละฝ่ายจะได้ครอบครองภูเขาฝ่ายละหนึ่งลูก การแข่งครั้งนี้ไม่เพียงต้องล่าสัตว์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ยังต้องแข่งกันชิงธงจากค่ายของฝ่ายตรงข้ามมาให้ได้ด้วย!”“ทั้งสองฝ่ายจะได้เป็นทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับ ความเป็นความตายให้ถือเป็นความรับผิดชอบของตนเอง หากภายในสองวัน ทั้งสองฝ่ายยังคงรักษาธงประจำค่ายของตนเองเอาไว้ได้ เช่นนั้นก็ให้ใช้จำนวนผู้รอดชีวิตในตอนสุดท้ายและจำนวนของสัตว์ป่าที่ล่าได้ของแต่ละฝ่าย มาคิดเป็นแต้มตามเกณฑ์ที่กำหนด หากฝ่ายใดได้แต้มสูงกว่า ก็ถือเป็นผู้ชนะ!”“ผู้ชนะจะได้รับบำเหน็จรางวัลตามผลงาน และผู้ที่ทำผลงานได้ดีที่สุด ก็จะได้รับทองคำหนึ่งพันตำลึงเป็นรางวัล!”สิ้นวาจาของฮ่องเต้ฉงเซิ่ง ทั้งสองฝ่ายต่างก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมเต็มท
Read more

บทที่ 200

“ภารกิจยิ่งใหญ่เพื่อแผ่นดิน มีเพียงรักราษฎร หากฝ่ายแคว้นเซิ่งสามารถปกป้องพวกข้าน้อยได้ ย่อมได้รับแต้มเพิ่ม ในทางกลับกัน ฝ่ายคณะทูตจากเป่ยตี๋ก็สามารถหาโอกาสจับตัวพวกข้าน้อยไป เพื่อคาดคั้นถามข้อมูลสถานที่ตั้งค่ายของฝ่ายแคว้นเซิ่งได้เช่นกัน”“ดี! ภารกิจยิ่งใหญ่เพื่อแผ่นดิน มีเพียงรักราษฎร!” ฮ่องเต้ฉงเซิ่งคิดไม่ถึงว่าคุณชายเสเพลอย่างซางสิงอวี้จะสามารถกล่าวถ้อยคำเช่นนี้ออกมาได้ “เพียงแต่ในลานล่าสัตว์มีอันตรายมากมาย หากพวกเจ้าจะรับบทเป็นชาวบ้าน ม้าศึกและอาวุธย่อมมิอาจมีไว้ในครอบครอง หากเป็นเช่นนี้พวกเจ้าไม่กลัวสัตว์ป่าดุร้ายหรือ?”“กลัวพ่ะย่ะค่ะ!” คราวนี้ผู้ที่ก้าวออกมาคือเยี่ยหรง “ทว่าหากมีศัตรูแข็งแกร่งบุกมาทำร้ายจริง ต่อให้กลัวแล้วจะทำอย่างไรได้?”“ต่อให้อ่อนแอถึงขั้นมือเปล่ายังจับไก่ไม่ได้ ก็ควรลุกขึ้นต่อสู้เพื่อแผ่นดิน!” เผยอวี้อันก้าวเท้าออกมาระยะเวลาสั้น ๆ เพียงสองเดือนเศษผ่านไป พวกเขาก็มิใช่เยี่ยหรงจอมเสเพลและเผยอวี้อันจอมเสเพลเช่นแต่ก่อนอีกแล้วเจ้าซางสิงอวี้เวรนั่นก็เหลือเกินจริง ๆ คิดไม่ถึงว่าจะซ่อนตัวอย่างลึกซึ้งแยบยลได้เพียงนี้! พวกเขาห้าคนแค่ก้าวเท้าออกจากชายแดนแคว้นเซิ่ง
Read more
PREV
1
...
1819202122
...
39
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status