บททั้งหมดของ ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: บทที่ 201 - บทที่ 210

390

บทที่ 201

ภายในกระโจมเซิ่งจือหว่านจิบน้ำชาอย่างสบายอกสบายใจ ขณะเดียวกันก็มีฮูหยินและคุณหนูจากตระกูลอื่นเข้ามาทักทายพูดคุยเป็นครั้งคราว นางก็ตอบรับกลับด้วยท่าทีสุขุมมั่นคงฉีกั๋วกงและเมิ่งยางคอยเดินออกไปสอบถามที่ด้านหน้าเป็นระยะ ๆ ว่ามีคนสอดแนมมารายงานความคืบหน้าบ้างแล้วหรือยังแม้จะไปถึงสามครั้งแล้ว แต่ก็ยังคงไม่มีข่าวใด ๆ ทั้งสิ้นเมิ่งยางวางมือบนท้องน้อย สายตาเหลือบไปเห็นว่าเซิ่งจือหว่านยามนี้ยังคงนั่งจิบน้ำชาได้อย่างสบายใจ ก็อดพูดเหน็บแนมไม่ได้ “องค์หญิงดูจะไม่เป็นห่วงท่านซื่อจื่อสักนิดเลยนะเพคะ นี่เป็นการล่าสัตว์หลวงที่ต้องรับผิดชอบความเป็นความตายด้วยตนเองเชียวนะเพคะ!”ฉีกั๋วกงทอดสายตามองมาเช่นกันเซิ่งจือหว่านเอ่ยเสียงเรียบ “เราแค่เชื่อใจในตัวซื่อจื่อมากต่างหาก กลับเป็นอนุเมิ่ง ไม่เชื่อมั่นในความสามารถของซื่อจื่อสักนิดเลยหรือ?”“ย่อมไม่ใช่เพคะ!” เมิ่งยางถูกตอกหน้ากลับอย่างนุ่มนวล จึงยอมนั่งลงอย่างว่าง่ายและไม่หาเรื่องทะเลาะอีกตอนนั้นเองก็มีความวุ่นวายโกลาหลถูกส่งต่อมาจากฝูงชนด้านหน้าเซิ่งจือหว่านเลิกคิ้วเล็กน้อย พลางหยัดกายขึ้นยืนบนโต๊ะทรายที่เรียบง่าย สีดำสีขาว แทนฝ่ายศัตรูแล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 202

ฮ่องเต้ฉงเซิ่งไม่ตรัสคำใด “…”ฮ่องเต้ฉงเซิ่งเงยพระพักตร์ขึ้นทอดพระเนตรเขาอย่างเคร่งขรึม มิได้ตรัสสิ่งใด องค์รัชทายาทพลันรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาจึงรีบก้มศีรษะลงเซิ่งหยวนฮ่าวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเสด็จพี่รัชทายาทพระองค์นี้ของตนเอง ช่างโง่เขลาและหลงตัวเองเสียจริงคำพูดเดียวกัน สิ่งที่ตนเองกล่าวถึงคือความโง่เขลาของพวกซางสิงอวี้ ส่วนคำพูดที่เสด็จพี่รัชทายาทคิดจะกล่าวเลียนแบบผู้อื่น กลับเป็นการยกยอสรรเสริญความองอาจกล้าหาญของพวกเป่ยตี๋…แบบนี้มิใช่จงใจทิ่มแทงพระทัยของเสด็จพ่อแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?ไม่แปลกใจที่เขาจะไม่ได้รับความโปรดปรานจากเสด็จพ่อเลยภายในกระโจมหลัก กระแสคลื่นใต้น้ำเคลื่อนไหวไม่หยุดและภายนอก ก็หาได้สงบไม่ เพราะข่าวจากคนสอดแนมมาถึงอีกครั้งแล้วซางสิงอวี้และพวกพ้องคราวนี้ไม่รู้กำลังคิดจะทำสิ่งใด ทุกที่ที่เดินผ่าน ไม่ว่าโคนต้นไม้ ขอนไม้ที่ล้มลง หรือแม้แต่บนเนินดิน ล้วนมีร่องรอยกรงเล็บทิ้งไว้ทั้งสิ้น ซึ่งลักษณะของรอยกรงเล็บเหล่านั้น ล้วนถูกคัดลอกและนำออกมาด้วยผู้คนรอบข้างตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าเป็นสิ่งใด ทว่าเซิ่งจือหว่านมองเพียงปราดเดียว ก็ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้เมิ่งยาง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 203

สายตาไม่น้อยจากรอบด้านล้วนจ้องมองมาขันทีน้อยจึงเอ่ยขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน “กลุ่มชาวบ้านยังคงทิ้งรอยจิ้งจอกแดงไปทั่ว… เพียงแต่ตอนนี้พวกเขาเหล่านั้นพอจะล่าสัตว์มาได้บ้าง และกำลังย่างสัตว์ที่ล่ามาได้กินเป็นอาหารกลางวันกันอยู่”“อย่างที่คิดไว้ไม่ผิด…”“ไม่ควรตั้งความหวังกับพวกคุณชายเสเพลกลุ่มนี้ไว้สูงนัก”“อันที่จริงพวกเขาดูแลตนเองให้อยู่รอดได้ก็นับว่าไม่ง่ายแล้ว”“ช่างโง่เขลาเสียจริง ก่อนเข้าป่า มิใช่ว่าให้พวกเขานำเสบียงติดตัวไปด้วยหรอกหรือ? ก่อไฟย่างสัตว์กินกลางป่าเขาเช่นนี้ ไม่กลัวดึงดูดพวกทหารจากเป่ยตี๋เลยหรืออย่างไร” หลิ่วเหยียนเหน็บแนมด้วยความสะใจทว่าเซิ่งจือหว่านกลับไม่เอ่ยวาจาใดบางที… ความตั้งใจเดิมของเขาก็เป็นเช่นนี้กระมัง?“แล้วทางฝั่งเป่ยตี๋เล่าเป็นอย่างไรบ้าง?”มีคนเร่งเร้าถามข่าวจากฝั่งเป่ยตี๋ขึ้นมาบ้าง ขันทีกล่าวปลอบให้ทุกคนใจเย็น ไม่นาน คนสอดแนมที่แอบติดตามกองกำลังทั้งสองกลุ่มของฝ่ายเป่ยตี๋ก็ส่งข่าวมาถึงเมื่อเห็นข่าวฉบับแรก ขันทีมิได้มีท่าทีตอบสนองอะไรมากนัก ก็แค่ล่าสัตว์ดุร้ายได้แล้วก็เท่านั้น แม้จะไม่น้อย แต่เพราะกองกำลังของเป่ยตี๋แยกออกเป็นสองกลุ่ม อีกทั้งแต
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 204

แม่ทัพฮูซู่เสียครานี้เห็นทีคงหนีเคราะห์กรรมไม่พ้นแล้วแน่!ขันทีรีบเปิดจดหมายอีกฉบับอย่างไม่รอช้า“จริงดังคาด องค์ชายรองกับฉีซื่อจื่อพบตัวแม่ทัพฮูซู่เสียแล้ว บัดนี้กำลังเตรียมล้อมวงโจมตี!”“ดี!” ทั้งนอกกระโจม และในกระโจมต่างเปล่งเสียงโห่ร้องออกมาพร้อมกันฮ่องเต้ฉงเซิ่งตบโต๊ะหนึ่งที “ฉีซูเซี่ยนผู้นี้ไม่เลว มีทั้งแผนการกลอุบาย มีทั้งความสามารถ มิหนำซ้ำยังมีโชคชะตาดีเพียงนี้ ถึงกับบังเอิญมุ่งหน้าไปยังทิศทางของฮูซู่เสียพอดี”เซิ่งหยวนฮ่าวได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า “คนที่เสด็จพ่อทรงเลือก ย่อมดีพร้อมทุกด้านพ่ะย่ะค่ะ”ไม่เพียงเป็นคนที่เสด็จพ่อทรงเลือก แต่ยังเป็นคนที่เขาเลือกมาด้วยเซิ่งหยวนฮ่าวปีติยินดียิ่งนักที่เห็นเสด็จพ่อทรงชื่นชมในตัวฉีซูเซี่ยน“น่าเสียดายที่ยามนี้ยังเป็นเพียงขุนนางตัวเล็ก ๆ ขั้นหกเท่านั้น…” องค์รัชทายาทเสริมขึ้นอีกประโยคเซิ่งหยวนฮ่าวเงียบไป “…” เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ถ้อยคำที่เดิมทีตั้งใจจะกล่าวออกมากลับถูกเสด็จพี่รัชทายาทชิงพูดออกมาเสียก่อนอะไรกัน หรือว่าเสด็จพี่รัชทายาทคิดจะดึงฉีซูเซี่ยนไปเป็นพวก?ครานี้ฮ่องเต้ฉงเซิ่งมิได้ไม่พอพระทัยต่อคำพูดขององค์รัชทายาท กล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 205

เผยลิ่งหย่วนอดไม่ไหวลอบมองซางเทียนฮ่าวซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลเขาประชิดตัวเข้าไปใกล้ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “แม่ทัพใหญ่ซาง ท่านคงมิได้แอบสอนตำราพิชัยสงครามให้คุณชายรองซางตอนอยู่ที่จวนหรอกกระมัง?”ซางเทียนฮ่าวได้ยินเช่นนั้นก็ตวัดสายตามองเขาปราดหนึ่งนัยน์ตาคู่นี้เคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความดุดันได้!เผยลิ่งหย่วนถอยออกมาอย่างกระอักกระอ่วนจะว่าไปแล้ว ทั้งที่เป็นขุนพลเหมือนกัน แต่เหตุใดเขากลับรู้สึกว่าเข้าหาเสนาบดีเยี่ย สบายใจกว่าแม่ทัพซางเป็นไหน ๆ?ภายในกระโจมหลักฮ่องเต้ฉงเซิ่งเองก็มีความเคลือบแคลงสงสัยปรากฏบนพระพักตร์เช่นกัน ครั้นโบกพระหัตถ์หนึ่งครั้ง เงาร่างสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นข้างกายเขาอย่างไร้เสียงเขาลดเสียงลงเอ่ยกำชับสองประโยค ไม่นานนัก คนผู้นั้นก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกับตอนปรากฏตัวเซิ่งหยวนฮ่าวแสร้งทำเป็นไม่เห็นฉีกั๋วกงและเมิ่งยางต่างก็จมอยู่ในความปีติปรีดาที่ฉีซูเซี่ยนสามารถจัดการทหารของเป่ยตี๋ได้ต่อเนื่องกันถึงสองนายเซิ่งจือหว่านหลุบตาลงดูเหมือนว่าการล้อมล่าครั้งนี้พอถึงยามอาทิตย์ตกแล้ว ก็คงจะสิ้นสุดลงด้วยเช่นกันและจริงดังที่คาดเอาไว้ เวลาหนึ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 206

ทางเป่ยตี๋มีคนคอยเฝ้าธงกองทัพอยู่ในค่ายเพียงสองคน เมื่อองค์ชายรองทรงเห็นธงที่เป็นของเป่ยตี๋อยู่แต่ไกล ก็แทบอดไม่ได้ที่จะโห่ร้องออกมา!คนอื่น ๆ ก็เป็นเช่นเดียวกันโดยเฉพาะซางซิวหยวนที่ฮึกเหิมเป็นพิเศษ ครั้งนี้เขาได้จัดการทหารเป่ยตี๋ไปสามนายด้วยการ “ฟันตกจากหลังม้า”!คราวก่อนซางสิงอวี้ได้รับพระราชทานรางวัลจากฝ่าบาทแล้วอย่างไร คราวนี้ตนจะต้องได้รับรางวัลมากกว่าเขาเป็นแน่!เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็รีบตวัดแส้ม้าอย่างไม่รอช้าคนกลุ่มนั้นส่งเสียงโห่ร้องมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งยอดเขาที่ธงกำลังโบกสะบัด ทว่าหลังจากนั้น—ก็ถึงกับตะลึงงัน!ทุกคนจ้องมองคนสี่คนที่นั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่บนพื้นด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา รวมทั้งเหล่าทหารเป่ยตี๋ที่ถูกมัดเป็นบ๊ะจ่างอยู่ด้านหลังของพวกเขาด้วย“สิงอวี้?!” ซางซิวหยวนรู้สึกราวกับค้อนหนัก ๆ ทุบลงกลางศีรษะ “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”ซางสิงอวี้ชูน่องไก่ป่าในมือขึ้นให้พวกเขาดู “ท่านพี่จะลองชิมสักหน่อยหรือไม่? ไก่ป่านี้เนื้อแน่นยิ่งนัก เสียแต่ไม่มีเครื่องปรุง จึงขาดรสชาติไปบ้าง”ขาดรสชาติบ้าบออะไร ใครถามเรื่องนี้กับเขา?“เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?” ส
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 207

“...อะแฮ่ม” ซางสิงอวี้ไม่อาจทนฟังถ้อยคำเหล่านั้นได้ จึงกระแอมออกมาหนึ่งครั้ง เพื่อขัดจังหวะพวกเขา “ไม่ทราบว่าจิ้งจอกแดงที่ฉีซื่อจื่อกำลังตามหา ใช่ตัวนี้หรือไม่?”ฉีซูเซี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองต่อจากนั้น ก็ได้เห็นเจ้าตัวเล็ก ๆ ในมือของซางสิงอวี้—ตัวแดงฉานทั้งตัว ถูกหิ้วหางขึ้นมาในสภาพร่างอ่อนปวกเปียก“จิ้งจอกแดง?!” เป็นครั้งแรกที่ฉีซูเซี่ยนเก็บอาการไม่อยู่ เขารีบลงจากหลังม้าหมายจะเข้าไปคว้าซากจิ้งจอกแดงตัวนั้นซางสิงอวี้ชักมือกลับและเบี่ยงตัวหลบ “ซื่อจื่อคงมิใช่พวกที่ชอบแย่งชิงของที่ผู้อื่นล่ามาได้หรอกกระมัง?”เขาถอยหลังอย่างระแวดระวังฉีซูเซี่ยนละสายตาจากจิ้งจอกแดงในวันที่ฝ่าบาททรงเรียกพบเขาเป็นการส่วนตัวเพื่อเตรียมการพิธีล่าสัตว์หลวง เขาได้ทูลขอให้นำจิ้งจอกแดงมาเป็นรางวัลยอดเยี่ยม เขายังจำคำพูดที่เซิ่งจือหว่านเคยพูดไว้ได้เสมอ ในเมื่อจิ้งจอกแดงที่เดิมทีล่ามาได้จากชางหนานถูกท่านแม่ขอไปแล้ว เขาก็จะล่าให้นางใหม่อีกตัวจิ้งจอกแดงตัวนี้เดิมเป็นเขาที่ทูลขอจากฝ่าบาท! มันควรจะเป็นของเขา!ทว่ายามนี้ กลับถูกซางสิงอวี้แย่งชิงไปเสียแล้ว!ฉีซูเซี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่ทราบว่าคุณชา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 208

องครักษ์เงาเอ่ยจบก็จากไปเช่นเดียวกับตอนมาซางสิงอวี้รีบร้องบอกเยี่ยหรงกับพวกทันที “เร็วเข้า ลงเขาได้แล้ว! รีบเก็บเหยื่อของพวกเราให้เรียบร้อย”พูดจบเขาก็หิ้วจิ้งจอกแดงวิ่งหายวับไปในพริบตาฉีซูเซี่ยนได้แต่จ้องมองแผ่นหลังของเขาเซิ่งหยวนฉีส่งเสียงฮึดฮัดอยู่ในลำคอ “ช่างเถอะซูเซี่ยน รอไปถึงเชิงเขาค่อยว่ากัน ยามนี้พวกเราควรนำเหยื่อลงจากเขาก่อน”เพียงแต่ จะนำลงไปอย่างไร?พวกเขาล่าสัตว์มาได้ไม่น้อย ทั้งสัตว์ปีกและสัตว์ป่า แม้กระทั่งเสือก็ยังมี ในจำนวนนั้นแม้จะมีที่ตายไปบ้าง ทว่าส่วนใหญ่แค่ได้รับบาดเจ็บ และถูกขังอยู่ในกับดักที่ขุดเตรียมไว้โดยเฉพาะฉีซูเซี่ยนไม่เห็นด้วยที่จะฆ่าสัตว์เหล่านี้ทิ้งเสียทั้งหมดเซิ่งหยวนฉีใคร่ครวญดู ก็เห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะแสดงให้เสด็จพ่อทรงเห็นถึงจิตใจอันเมตตาของเขา จึงตอบตกลงดังนั้นในยามนี้ คณะของพวกเขาจึงรู้สึกลำบากใจอยู่บ้างยังดีที่พวกทหารเป่ยตี๋ที่ได้รับบาดเจ็บเหล่านั้นต้องถูกหามลงเขาเช่นกัน เมื่อเหล่าทหารองครักษ์อวี่หลินหลายนายออกโรงมาช่วยเหลือ เซิ่งหยวนฉีจึงสั่งให้พวกเขาหามเหยื่อเหล่านั้นลงเขาไปด้วยทุกคนจึงมาถึงจุดทางเข้าในสภาพเหนื่อยหอบข
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 209

ห่างออกไปไม่ไกล ฮูหยินใหญ่หลิ่วสังเกตเห็นซางสิงอวี้กับพวกเดินตัวเบาลงมาจากเขาตามลำพัง นางจึงรีบเรียกเหล่าฮูหยินของขุนนางขั้นสามอีกสองสามคนให้เดินมารวมตัวกันทางนี้สายตาดูแคลนมองไปยังห่อเสื้อผ้าสองสามชิ้นที่ถูกแง้มออกในตำแหน่งที่ไม่ได้หันด้านหน้ามาทางนางดูจากขนาดแล้ว มิใช่ว่าล่าได้แค่กระรอกหรอกหรือ?หรือจะเป็นกระต่ายป่า?หรือว่า... ไก่ป่า?ฮ่า!ช่างน่าขันสิ้นดีฮูหยินใหญ่หลิ่วเดินเข้าไปใกล้ ขณะกำลังจะเอ่ยปากทว่าสายตากวาดมองเพียงแวบเดียว ในพริบตาถัดมา ใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นซีดขาวทันทีนางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากไปหลายอึก ทว่าไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย ที่นางมิได้เป็นลมหมดสติเหมือนเช่นเสนาบดีเยี่ยและเจ้ากรมเฉินนางเพียงแต่หันหลัง ก่อนจะส่งเสียง “แหวะ” แล้วอาเจียนออกมา!“อ๊ะ!” หลิ่วเหยียนเบี่ยงหลบไม่ทัน จึงถูกอาเจียนกระเด็นเปื้อนชายกระโปรงใต้เท้าหลิ่วรู้ถึงพฤติกรรมของซางสิงอวี้จากปากของภรรยาและบุตรสาวอยู่ก่อนแล้ว บัดนี้เห็นอาการของภรรยาเป็นเช่นนี้ จึงรีบเดินเข้ามา ครั้นเห็นสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะ หัวใจของเขาพลันเต้นรัวอย่างรุนแรงนอกจากความไม่อยากเชื่อ ก็ยังมีความหวั่นเกรง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 210

“ดี!!” ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งปีติยินดี สายพระเนตรกวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะมองไปยังจุดหนึ่ง “ซางเอ้อร์ นอกจากทองคำหนึ่งพันตำลึงแล้ว เจ้า... ยังมีรางวัลอื่นใดที่อยากได้อีกหรือไม่?”อะไรนะ?ทุกคนพากันตะลึงงันองค์ชายรองเซิ่งหยวนฉีทรงเงยหน้าขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ ทรงมองไปยังฮ่องเต้ฉงเซิ่ง แล้วมองไปยังซางสิงอวี้“เสด็จพ่อ ท่านทรงให้รางวัลผิดคนหรือไม่? ในการล่าสัตว์ครั้งนี้ ผู้ที่สังหารทหารเป่ยตี๋ได้มากที่สุดคือฉีซื่อจื่อ และผู้ที่ทำให้แม่ทัพเป่ยตี๋สองนายบาดเจ็บสาหัสก็คือฉีซื่อจื่อ!”“ส่วนธงผืนสุดท้ายก็เป็นลูกดึงขึ้นมาเอง” คำพูดประโยคสุดท้ายนี้เซิ่งหยวนฉีเอ่ยด้วยความละอายใจอยู่บ้าง ทว่าประโยคถัดมาน้ำเสียงกลับมีความมั่นใจขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่ว่าอย่างไร คนที่ท่านควรประทานรางวัลก็ไม่ควรจะเป็นซางเอ้อร์!”คำพูดของเซิ่งหยวนฉีคือความคิดของคนส่วนใหญ่ในที่นั้นแม้กระทั่งเหล่าทหารเป่ยตี๋เองก็ยังคิดเช่นนั้นฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงเหลือบมองเซิ่งหยวนฉีด้วยความไม่พอใจอยู่บ้าง ก่อนจะหันไปมองลู่ซั่ว “องค์ชายลู่ซั่วเห็นว่าอย่างไร?”“ฮ่องเต้แคว้นเซิ่งทรงปรีชายิ่งนัก” ลู่ซั่วยิ้มอย่างขมขื่น “หากม
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1920212223
...
39
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status