“เมื่อถึงเวลานั้นก็แค่กระตุกเชือกเบา ๆ ให้แท่งไม้ล้มลง กรงจะครอบปิดลงมาบนพื้น พวกนกกระจอกก็ถูกจับได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ดังนั้น เจ้าจึงใช้รอยกรงเล็บของจิ้งจอกแดงเป็นเหยื่อล่อ ให้ทหารเป่ยตี๋เป็นนกกระจอก... แล้วฉีซูเซี่ยนกับคณะก็เป็นสิ่งที่เจ้าเรียกว่ากรงอย่างนั้นรึ?” ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงเอียงพระพักตร์ถาม“อืม ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ” ซางสิงอวี้หัวเราะหึหึอยู่สองที ก่อนจะดึงตัวเยี่ยหรงกับพวกที่พากันก้มหน้าและไม่กล้าปริปากออกมา “ที่จริงก็มิใช่ข้าน้อยคนเดียว ยังมีสหายของข้าน้อยอีกสองสามคน!”“เรารู้ เจ้าคือเยี่ยหรง เจ้าคือเผยอวี้อัน และเจ้าคือเฉินเป่าจิ้ง”เยี่ยหรงกับพวกถึงกับอ้าปากค้าง นึกไม่ถึงว่าฝ่าบาทจะทรงทราบชื่อของพวกเขาด้วย!“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ซางสิงอวี้ใช้เท้าเตะพวกนั้นไปหนึ่งทีทั้งสามคนจึงรีบคุกเข่าคำนับอีกครั้งด้วยความลนลานพวกเด็กเสเพลเหล่านี้ทำให้ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงหัวเราะด้วยความขบขันอีกครั้ง และที่สำคัญที่สุดคือ การล่าสัตว์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จมากกว่าที่ทรงคิดไว้เมื่อคิดดูแล้วขอเพียงลู่ซั่วไม่ตายในแคว้นเซิ่ง อย่างน้อยภายในสองปี เป่ยตี๋ก็คงไม่ยกทัพมาตีแคว้นเซิ่งเป็นแน่ลำพังแค่กา
Mehr lesen