Alle Kapitel von ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Kapitel 211 – Kapitel 220

390 Kapitel

บทที่ 211

“เมื่อถึงเวลานั้นก็แค่กระตุกเชือกเบา ๆ ให้แท่งไม้ล้มลง กรงจะครอบปิดลงมาบนพื้น พวกนกกระจอกก็ถูกจับได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ดังนั้น เจ้าจึงใช้รอยกรงเล็บของจิ้งจอกแดงเป็นเหยื่อล่อ ให้ทหารเป่ยตี๋เป็นนกกระจอก... แล้วฉีซูเซี่ยนกับคณะก็เป็นสิ่งที่เจ้าเรียกว่ากรงอย่างนั้นรึ?” ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงเอียงพระพักตร์ถาม“อืม ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ” ซางสิงอวี้หัวเราะหึหึอยู่สองที ก่อนจะดึงตัวเยี่ยหรงกับพวกที่พากันก้มหน้าและไม่กล้าปริปากออกมา “ที่จริงก็มิใช่ข้าน้อยคนเดียว ยังมีสหายของข้าน้อยอีกสองสามคน!”“เรารู้ เจ้าคือเยี่ยหรง เจ้าคือเผยอวี้อัน และเจ้าคือเฉินเป่าจิ้ง”เยี่ยหรงกับพวกถึงกับอ้าปากค้าง นึกไม่ถึงว่าฝ่าบาทจะทรงทราบชื่อของพวกเขาด้วย!“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ซางสิงอวี้ใช้เท้าเตะพวกนั้นไปหนึ่งทีทั้งสามคนจึงรีบคุกเข่าคำนับอีกครั้งด้วยความลนลานพวกเด็กเสเพลเหล่านี้ทำให้ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงหัวเราะด้วยความขบขันอีกครั้ง และที่สำคัญที่สุดคือ การล่าสัตว์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จมากกว่าที่ทรงคิดไว้เมื่อคิดดูแล้วขอเพียงลู่ซั่วไม่ตายในแคว้นเซิ่ง อย่างน้อยภายในสองปี เป่ยตี๋ก็คงไม่ยกทัพมาตีแคว้นเซิ่งเป็นแน่ลำพังแค่กา
Mehr lesen

บทที่ 212

คนรักของตน กลับยอมลำบากตรากตรำเพื่อหญิงอื่นเมิ่งยางคิดมาถึงตรงนี้ ในใจทั้งขื่นขมและเจ็บปวดครั้นสายตาเหลือบเห็นเซิ่งจือหว่านเดินเข้ามา นางเม้มริมฝีปากแล้วเอ่ยว่า “หากองค์หญิงทรงชอบขนจิ้งจอกแดง ซื่อจื่อบอกข้าก็ได้เจ้าค่ะ คราวก่อนที่ท่านแม่มอบปลอกหุ้มเตาพกให้ข้า ก็ทำจากขนจิ้งจอกแดงเช่นกัน หากองค์หญิงทรงชอบ ข้ายกให้นางก็ได้เจ้าค่ะ”เซิ่งจือหว่านชะงักฝีเท้าทันทีเดิมทีนางเหลือบเห็นซางสิงอวี้กำลังสนทนาอยู่กับฉีซูเซี่ยน หนังตาก็กระตุกรัว กลัวว่าคนเสเพลผู้นี้จะพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกมาแต่นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินประโยคนี้เข้า...ที่แท้ ฉีซูเซี่ยนก็ล่าจิ้งจอกแดงได้ตั้งแต่อยู่ที่ชางหนานแล้ว เพียงแต่ทุกคนต่างรู้เรื่องนี้ มีเพียงนางคนเดียวที่ไม่รู้นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะตัวเองออกมา“จือหว่าน...”ครั้นฉีซูเซี่ยนได้ยินเสียงของนาง จึงหันมามอง พอเห็นว่าเป็นนาง สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที เขาถลึงตาใส่เมิ่งยางอย่างเย็นชาคราหนึ่ง ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าหมายจะคว้ามือของนางไว้ “จิ้งจอกแดงตัวก่อนนั้นท่านแม่เห็นแล้วชอบจึงขอไป ครั้งนี้ข้าจะต้องมอบมันให้เจ้าอย่างแน่นอน”เซิ่งจือหว่านขมวดคิ้วพลางเบี่ยงตัว
Mehr lesen

บทที่ 213

ลู่ซั่ว องค์ชายสี่แห่งเป่ยตี๋ใบหน้าซีดเผือดถูกคนช่วยประคองไว้ เขาขบฟันแน่น ร่างกายเจ็บปวดจนเอามือกุมอก“ยา! ยาอยู่ที่ใด!” จินรื่อซวี่ปรี่เข้าไปในสภาพขากะเผลกทว่าต่อให้เขาจะค้นหาตามอกเสื้อของลู่ซั่วทั้งด้านในและด้านนอก ก็ยังไม่พบร่องรอยของยานางกำนัลเป่ยตี๋สองคนที่ดูแลข้างกายลู่ซั่วพากันคุกเข่าลงบนพื้นด้วยเนื้อตัวสั่นเทา“ท่านแม่ทัพซวี่ องค์ชายจะทรงพกยาติดตัวไว้ตลอด! พะ...พวกบ่าวก็ไม่ทราบเหมือนกันเจ้าค่ะ!”ยามที่พวกเขาสื่อสารกันจะใช้ภาษาเป่ยตี๋แม้ภาษาเป่ยตี๋จะได้รับอิทธิพลมาจากแคว้นเซิ่ง แต่คำพูดหลายคำ ขุนนางแคว้นเซิ่งก็ฟังไม่เข้าใจ จำต้องมีขุนนางที่เชี่ยวชาญภาษาเป่ยตี๋คอยแปลอยู่ข้าง ๆเซิ่งจือหว่านแม้จะฟังเข้าใจ ทว่ากลับไม่เปิดเผย เพียงยืนอยู่ด้านข้างเหมือนกับคนอื่น ๆไม่นานนัก สีหน้าของลู่ซั่วก็เปลี่ยนจากขาวซีดเป็นเขียวคล้ำ ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาแลดูหม่นหมองในที่สุดหมอหลวงแคว้นเซิ่งหลายคนที่ตามเสด็จมาด้วยก็รีบรุดมาถึงหมอหลวงเจียงสั่งให้ประคององค์ชายสี่เข้าไปในกระโจมส่วนหมอหลวงคนอื่น ๆ ต่างแบ่งหน้าที่กัน ทั้งตรวจชีพจร ฟังเสียงหัวใจ และยังมีบางคนเปิดเปลือกตาของเขาดูเหล่า
Mehr lesen

บทที่ 214

แคว้นเซิ่งถูกสาดโคลนเข้าอย่างจังเสียแล้ว...เว้นเสียแต่ว่า... เว้นเสียแต่ว่าลู่ซั่วจะไม่ตาย!ทว่าจะเป็นไปได้หรือ?เมื่อครู่ยามที่หมอหลวงเจียงเดินออกมาจากกระโจมและเปิดม่านขึ้น ทุกคนต่างก็ได้เห็นสภาพของลู่ซั่วอย่างเต็มตา ใบหน้าของเขาเขียวช้ำ และหม่นหมองราวกับคนใกล้ตาย...ฮูซู่เสียและจินรื่อซวี่พุ่งเข้าไปในกระโจมลู่ซั่วริมฝีปากสั่น นอนเอนกายอยู่บนนั้น ทว่ากลับไม่อาจเอ่ยคำพูดที่สมบูรณ์ออกมาได้แม้แต่คำเดียวทั้งในและนอกลานฝึกตกอยู่ในความเงียบงัน“เสด็จพ่อ!” ในเวลานั้นเสียงใสกังวานดุจอัญมณีกระทบกันเสียงหนึ่ง ดังแว่วมาจากด้านหลังของเหล่าขุนนาง “ลูกพอจะมีวิธีหนึ่ง ที่อาจช่วยชีวิตองค์ชายลู่ซั่วได้เพคะ”อะไรนะ?หมอหลวงเจียงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจฉีซูเซี่ยนก็มองไปยังคนที่พูดนั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตาเซิ่งจือหว่านค่อย ๆ ก้าวมาข้างหน้า สองมือประสานกัน ถวายการคำนับฮ่องเต้ฉงเซิ่งอย่างเต็มพิธีการ “ขอเสด็จพ่อทรงให้ลูกได้ลองสักครั้งเถอะเพคะ!”ฮ่องเต้ฉงเซิ่งมองสตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ “ชิ่งหนิง? เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนกำลังพูดสิ่งใดอยู่?”“ลูกทราบดี ลูกร่
Mehr lesen

บทที่ 215

“ฝ่าบาท...” ฉีซูเซี่ยนขยับฝีเท้า เหมือนยังคิดจะทูลบางอย่างทว่าเซิ่งจือหว่านถวายการคำนับขอบพระทัยแล้ว นางลุกขึ้น และเดินเข้าไปภายในกระโจมโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยฉีซูเซี่ยนมองตามแผ่นหลังของนางราวกับวิญญาณหลุดจากร่างเมิ่งยางพูดกับเขาหลายประโยคแต่ไร้การตอบสนอง ผ่านไปครู่ใหญ่ จู่ ๆ ร่างกายก็สั่นเทา แล้วได้สติกลับมาจริงด้วย—ไทเฮา!หากไทเฮาทรงทราบ บางทีอาจจะรักษาชีวิตของจือหว่านไว้ได้!เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ฉีซูเซี่ยนก็ยิ่งไม่สนใจเมิ่งยาง เขาสะบัดมือและจากไปอย่างเร่งรีบ ยามนี้เขาคิดเพียงว่าจะทำอย่างไรถึงจะส่งข่าวเข้าไปในวังได้เร็วที่สุดฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงไม่เชื่อเช่นกันว่าเซิ่งจือหว่านจะรักษาชีวิตของลู่ซั่วไว้ได้ พระองค์ทรงคิดเพียงว่าการกระทำของเซิ่งจือหว่านในครั้งนี้ เป็นการใช้ชีวิตของตนเอง เพื่อแลกกับความสงบสุขของแคว้นเซิ่งและเป่ยตี๋เหมือนเมื่อครั้งนั้น...เหมือนกับบุคคลผู้นั้น...เขายอมสละชีพด้วยความเต็มใจ เพื่อแลกกับการให้ตนละเว้นพระมารดากับเซิ่งจือหว่าน...เมื่อนึกถึงเรื่องเก่า สายพระเนตรของฮ่องเต้ฉงเซิ่งพลันมืดมนภายในกระโจมเซิ่งจือหว่านยืนหันหลังให้ และอาศัยจังหวะที่หม
Mehr lesen

บทที่ 216

ทว่ายามนี้เซิ่งจือหว่านถูกเรียกตัวไปยังกระโจมหลักเสียแล้วฮ่องเต้ฉงเซิ่งทอดพระเนตรดูลุ่มลึก “เราไม่รู้เลยว่าชิ่งหนิงมีความรู้วิชาแพทย์ที่เก่งกาจเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด?”เซิ่งจือหว่านคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมส่ายหน้าเบา ๆ “ลูกหาได้มีความรู้วิชาแพทย์เก่งกาจแต่อย่างใดเพคะ”“หืม? หากไม่เก่งกาจ แล้วเหตุใดสิ่งที่หมอหลวงไม่อาจทำได้ เจ้ากลับทำได้เล่า?” พระสุรเสียงของฮ่องเต้ฉงเซิ่งเริ่มเยือกเย็นลงเซิ่งจือหว่านตอบอย่างไม่ถ่อมตัวและไม่โอ้อวด “เป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้นเพคะ ในตำราแพทย์เล่มหนึ่งที่ลูกเคยอ่าน มีบันทึกตรงกับอาการภายหลังถูกพิษขององค์ชายลู่ซั่วพอดีเลยเพคะ”“มีเรื่องบังเอิญเช่นนี้จริงหรือ?” ฮ่องเต้ฉงเซิ่งไม่ทรงเชื่อ“หากเสด็จพ่อทรงสนพระทัย เมื่อกลับไปแล้วสามารถสั่งให้คนไปเอาตำราแพทย์ที่จวนกั๋วกงได้เพคะ” นางเตรียมการสำหรับวันนี้มานานแล้ว ย่อมต้องเตรียมพร้อมอย่างรัดกุม“นึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้จริง ก็ดี เช่นนั้นขากลับเราจะให้ซูเต๋ออวิ้นตามเจ้าไปเอาตำราเล่มนั้นมา”นี่คือการไม่ยอมให้นางมีเวลาเตรียมตัวแม้แต่น้อยเซิ่งจือหว่านลดสายตาลงอย่างว่านอนสอนง่ายฮ่องเต้ฉงเซิ่งก็
Mehr lesen

บทที่ 217

ในขณะที่ฮ่องเต้ฉงเซิ่งและเซิ่งจือหว่านกำลังสนทนากันอยู่ภายในกระโจมหลัก เหล่าขันทีก็พาทุกคนล่วงหน้ากลับไปยังราชนิเวศน์แล้วเดิมทีฉีซูเซี่ยนตั้งใจจะรอนางอยู่ที่นี่ แต่เมื่อฝ่าบาทมีรับสั่งออกมา เขาก็ไม่กล้าดึงดันที่จะอยู่ต่อจึงทำได้เพียงต้องกลับไปพร้อมกับความสงสัยที่อัดอั้นอยู่เต็มอกหรือว่าเซิ่งจือหว่านจะมีความรู้วิชาแพทย์จริง ๆ?เมื่อนึกย้อนถึงเรื่องราวต่าง ๆ ครั้งนั้นตอนที่เขาทบทวนตำราจนต้องลมหนาว หมอประจำจวนมักจะรักษาไม่หายขาด จนหลงเหลืออาการคัดจมูกไว้ทว่าเทียบยาที่เซิ่งจือหว่านมอบให้นั้น เพียงสองเดือนก็รักษาจนหายดียังมีอาการป่วยของมารดา ตอนที่เขาไปชางหนาน มารดาล้มป่วยอย่างหนัก มีอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงตลอดเวลา...ทว่าพอเขากลับมาถึง กลับเห็นมารดาสีหน้าดูมีชีวิตชีวา แม้จะดูซูบผอมไปบ้าง แต่กลับดูมีเรี่ยวมีแรงทุกคนต่างคิดว่าเป็นเพราะยาของหมอหลวงซ่งที่ได้ผลทว่าทั้งที่เป็นยาขนานเดียวกัน หลังจากที่เขากลับมามารดาก็ยังคงกินต่อเนื่อง แต่เหตุใดผลลัพธ์กลับไม่ดีเท่าแต่ก่อนเขาได้ยินว่าแต่ก่อนหลังจากมารดาดื่มยาเสร็จแล้ว เซิ่งจือหว่านจะช่วยนวดกดจุดให้นางเป็นเวลานาน...และยังมีเรื่อง
Mehr lesen

บทที่ 218

อั้นจื่อเอ่ยถาม “ท่านซื่อจื่อมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?”“เมิ่งยางปวดท้อง ข้าเป็นบุรุษ ไม่สะดวกที่จะดูแล พวกเจ้าเข้าไปดูนางหน่อยเถิด ข้าจะไปตามหมอหลวง” ฉีซูเซี่ยนเอ่ยพลางยกเท้าก้าวออกไปด้านนอกทันที“ท่านซื่อจื่อ!” อั้นจื่อไม่พอใจอย่างยิ่ง “บ่าวกับหลิวซางกำลังจะไปรับองค์หญิง เกรงว่าคงไม่อาจไปดูแลอนุเมิ่งให้ท่านได้ ท่านซื่อจื่อมิสู้ให้ขันทีมาดูแลจะดีกว่าเจ้าค่ะ”นางคงเสียสติไปแล้วหากยอมไปดูแลเมิ่งยาง ข้อแรกคือไม่เต็มใจ และข้อสองคือเกรงว่าจะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวคราวก่อนเมิ่งยางก็วางแผนเล่นงานองค์หญิง คราวนี้ก็ไม่แน่ว่าอาจจะใช้อุบายเดิมอีกใครจะรู้ว่านางปวดท้องจริงหรือแสร้งทำกันแน่?พวกนางควรอยู่ให้ห่างไว้จะดีกว่า“เจ้าว่าอย่างไรนะ?” ฉีซูเซี่ยนที่เดิมทีก้าวพ้นประตูเรือนพักไปแล้ว ได้ยินเช่นนั้นพลันชะงักฝีเท้าและหันมามองอั้นจื่อเอ่ยซ้ำอีกหนึ่งรอบ “ท่านซื่อจื่อไปตามขันทีมาคอยรับใช้อนุเมิ่งเถิดเจ้าค่ะ พวกบ่าวเป็นคนขององค์หญิง หากอนุเมิ่งเกิดเหตุอันใดขึ้น พวกบ่าวไม่อาจรับผิดชอบไหวเจ้าค่ะ”ขณะพูดอั้นจื่อก็ส่งสัญญาณให้หลิวซาง แล้วทั้งสองคนก็มุ่งหน้าออกไปทางนอกเรือนพัก“หยุดเดี๋ยวนี้!”
Mehr lesen

บทที่ 219

“หยุดเดี๋ยวนี้!” เซิ่งจือหว่านกลับมาถึง ก็เห็นภาพเหตุการณ์นี้พอดีเท้าที่ยกขึ้นของฉีกั๋วกงค้างอยู่กับที่ด้วยความตกใจจากเสียงตะโกนนี้ครั้นเห็นชัดว่าเป็นเซิ่งจือหว่าน สายตาก็ฉายแววดุดันทันที “น้ำเสียงเช่นนี้ เจ้ากำลังพูดอยู่กับผู้ใด?”หลิวซางและอั้นจื่ออาศัยจังหวะนี้เข้าไปยืนอยู่ข้างกายองค์หญิงของตนเซิ่งจือหว่านกลับทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขา นางหันไปกล่าวกับขันทีและทหารองครักษ์อวี่หลินที่มาส่งนางว่า “ลำบากทุกท่านแล้ว”รอจนกระทั่งขันทีและทหารองครักษ์เหล่านั้นจากไปแล้วนางจึงเหลือบมองฉีกั๋วกงที่ใบหน้ายังคงเผยให้เห็นความขุ่นเคืองท่ามกลางราตรีอันมืดมิด มีเพียงโคมไฟสองดวงอยู่ด้านหลังของนาง ทำให้มองไม่เห็นสีหน้าบนใบหน้าของเซิ่งจือหว่านได้ชัดเจนนัก ทว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ฉีกั๋วกงกลับใจสั่นขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างบอกไม่ถูกแก้มบนใบหน้าของเขาเริ่มแข็งเกร็ง“เมื่อครู่ท่านกั๋วกงคิดจะทำสิ่งใด?” เสียงของเซิ่งจือหว่านดังขึ้น โดยไม่มีความนอบน้อมเหมือนเช่นแต่ก่อนแม้แต่น้อยฉีกั๋วกงถึงกับชะงักไปนางเรียกเขาว่าอย่างไร?ท่านกั๋วกง?ฉีกั๋วกงได้สติกลับมา นอกจากเขาจะรู้สึกไม่พอใจแล้ว ก็ยังรู้
Mehr lesen

บทที่ 220

เซิ่งจือหว่านกำลังพูดถึงเรื่องที่เขาเลี้ยงดูเมียนอกจวนอย่างนั้นหรือ?เรื่องนี้หากคนอื่นพูดก็ช่างเถอะ เพราะอย่างไรก็เป็นคนนอก เขาควบคุมไม่ได้ และทำเป็นไม่ได้ยินได้ ทว่ายามนี้เซิ่งจือหว่านเป็นลูกสะใภ้ ถึงกับกล้ามาตำหนิเขาเชียวหรือ?!ฉีกั๋วกงโกรธจนใบหน้าสั่น เขาชี้หน้าเซิ่งจือหว่านและด่าทอด้วยความโมโห “อย่าคิดว่าเจ้าช่วยชีวิตองค์ชายสี่แห่งเป่ยตี๋แล้วจะเป็นความดีความชอบ มีสตรีบ้านใดเหมือนเจ้าบ้างที่ไม่รู้จักหลีกเลี่ยงคำครหา! และไม่รู้จักอาย?!”“ท่านกั๋วกงโปรดระวังคำพูด!” เซิ่งจือหว่านสาวเท้ามาข้างหน้าอย่างฉับพลัน ฉีกั๋วกงถูกสายตาของนางข่มขวัญ จนรู้สึกถึงไอเย็นคืบคลานเข้ามา มือที่ชี้หน้าอยู่นั้นจึงหดกลับมาโดยไม่รู้ตัว“การที่ท่านพ่อเลี้ยงดูเมียนอกจวนถือว่ารู้จักหลีกเลี่ยงคำครหา และรู้จักอาย แต่การที่เรายื่นมือเข้าช่วยองค์ชายลู่ซั่ว เพื่อความปลอดภัยของแคว้นเซิ่งและแคว้นเป่ยตี๋ กลับกลายเป็นว่าไม่รู้จักอาย? ท่านพ่อมีความคิดเช่นนี้จริงหรือ?”“เจ้า...” ฉีกั๋วกงถึงกับพูดไม่ออกชั่วขณะเซิ่งจือหว่านเดินผ่านหน้าเขา และมุ่งหน้าไปยังห้องพักของตน“อ๊า!...” เสียงกรีดร้องโหยหวนเสียงหนึ่งดังขึ้น“
Mehr lesen
ZURÜCK
1
...
2021222324
...
39
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status