บททั้งหมดของ ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: บทที่ 341 - บทที่ 350

390

บทที่ 341

วันที่สิบสามเดือนสองหวังเยี่ยคุมตัวผู้คนจำนวนมากที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเผาฝ้ายจากเมืองจี้โจวเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงฮ่องเต้ฉงเซิ่งมีรับสั่งว่า ในวันที่สิบห้าเดือนสอง ให้นำตัวคนชั่วช้าเลวทรามกลุ่มนี้ไปยังลานปากทางตลาดในเมืองหลวง เพื่อประหารชีวิตต่อหน้าสาธารณชน สำเร็จโทษตามกฎหมายมิให้เอาเป็นเยี่ยงอย่างฮูหยินผู้เฒ่าตู้พร้อมด้วยบรรดานายท่านตระกูลตู้อีกหลายคนที่เคยใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุขสบาย บัดนี้หมดสิ้นราศีของผู้สูงส่งไปนานแล้วตลอดการเดินทางต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บและความยากลำบาก มือของฮูหยินผู้เฒ่าตู้ที่เคยใช้หมุนลูกประคำภาวนาบวมเป่งราวกับเปลือกไม้เก่าที่แช่น้ำจนพอง ส่วนนายท่านสามตู้และคนอื่น ๆ เมื่อไร้สิ้นอาภรณ์หรูหรา แท้จริงแล้วก็มิได้ต่างอะไรกับชาวนายากไร้ ท่าทางดูอ่อนแอขี้ขลาดยิ่งกว่าพวกเขาด้วยซ้ำเหยียนไห่ก้มหน้าลงต่ำ ไม่ปรารถนาให้อดีตสหายร่วมราชการมาเห็นสภาพของตนเองในยามนี้ทุกคนล้วนมีสีหน้าดุจคนตาย ทุกคนล้วนพยายามหดลำคอซ่อนศีรษะเข้าไปในเสื้อผ้า เพื่อหลบก้อนหิมะที่มิอาจล่วงรู้ได้ว่าถูกปามาจากที่ใดทว่ากลับมีเพียงหนึ่งคนที่เงยหน้าขึ้น พลางสอดส่ายสายตาไปทั่วทุกสารทิศหลิ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 342

ซื่อจื่อไม่อยู่ที่นี่แล้ว… เช่นนั้นหลินอี้เล่าจะทำอย่างไร?เจียงหม่างไม่ชอบหลินอี้ถึงขั้นรังเกียจเขาอยู่บ้างด้วยซ้ำ ทว่าเจียงหม่างรู้ว่าหลินอี้ทำตามคำสั่งของซื่อจื่อ ถึงได้กระทำเรื่องเหล่านี้ทว่ายามนี้ซื่อจื่อมิเพียงไร้รอยขีดข่วน ยังได้รับเลื่อนขั้นให้เป็นรองแม่ทัพนำทัพไปส่งเสบียงด้วยส่วนหลินอี้… กลับต้องตายอย่างนั้นหรือ?ในใจของเจียงหม่างซ่อนคำถามไว้มากมาย เขามิสามารถพบซื่อจื่อได้ ก็ต้องไปพบแม่นางเมิ่งให้ได้ จะได้ถามนางให้รู้ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?ดังนั้น ตราบใดที่จวนกั๋วกงไม่ยอมให้เขาได้พบคน เขาก็จะยืนหยัดเฝ้าอยู่ตรงนี้ต่อไปเรื่อย ๆเจียงหม่างเป็นคนหยาบกระด้าง จากกลางวัน ยังคงยืนจนถึงกลางคืน และจากกลางคืน ก็ยืนต่อไปจวบจนรุ่งสางเขาเหนื่อยล้า ก็นั่งยองเฝ้าอยู่หน้าจวนกั๋วกง ครั้นกระหาย ก็โกยหิมะกินเข้าปากแทนน้ำ เมื่อหิว ก็ซื้อแผ่นแป้งจากข้างทางมากินการกระทำอันประหลาดเช่นนี้ ไม่นานย่อมตกเป็นเป้าความสนใจของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาหน้าจวนกั๋วกงภายในจวนกั๋วกง ฉีกั๋วกงอยากส่งคนไปโบยเจียงหม่างแล้วโยนทิ้งไปให้ไกลใจแทบขาดทว่าตอนนี้จวนกั๋วกงกำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของผู้คน แ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 343

“หากมีวันใด ข้าได้เป็นแม่ทัพ จะไม่มีวันทอดทิ้งสหายร่วมรบคนใดที่ยังมีความหวังเด็ดขาด!”เมื่อครั้งอยู่ชางหนาน คำกล่าวของฉีซูเซี่ยนดังก้องในโสตประสาททว่าเจียงหม่างกลับรู้สึกได้ยินไม่ชัดแม้แต่คำเดียวไม่มีวันทอดทิ้งสหายร่วมรบคนใดแม้แต่คนเดียวอย่างนั้นหรือ…ฮ่า… ฮ่าฮ่า!เขาล้มฟุบลงกับพื้น ปรารถนาเพียงหลับใหลไปชั่วนิรันดร์ที่ห่างไกลออกไป รถม้าคันหนึ่งแล่นมาอย่างเอื่อยเฉื่อยจางต้าสะดุ้งตกใจเพราะเห็นเงาร่างที่นอนหมอบอยู่หน้าประตูจวนของตนเอง โชคยังดีที่เขามิได้เคลื่อนรถม้ามาเร็วนัก “องค์หญิง ตรงนี้มียาจกผู้หนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”เซิ่งจือหว่านเลิกม่านรถม้าขึ้นแล้วทอดสายตามองออกไปคนผู้นั้นนอนคว่ำอยู่บนพื้น มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน ทว่ารองเท้าที่สวมอยู่สภาพสึกหรออย่างหนัก และหมวกกันหิมะที่สวมบนศีรษะ ยังเป็นหมวกแบบเฉพาะของทางเหนือคงจะเป็นชาวม่อเป่ยที่หนีภัยมากระมังเซิ่งจือหว่านสั่งให้จางต้ามอบหมั่นโถวสองลูกให้เขาหลังจากฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่เมื่อครุ่นคิดสักพัก ก็สั่งให้จางต้าเฝ้าดูต่อไปอีกสักสองสามวัน หากเขายินดี ก็ให้ส่งเขาไปทำงานที่เรือนในชนบท ให้มีข้าวกินประทังชีวิตจางต้าขานรับคำสั่ง เซิ่ง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 344

“เช่นนั้นก็ช่างเถิด” ซางสิงอวี้ได้ยินก็มิได้รู้สึกผิดหวังซางซิวหยวนเห็นเขาท่าทางเอาจริง บอกว่าไม่ไปก็ไม่ไปยามมีงานชุมนุมกวีเทศกาลชมบุปผา เรือนชั้นในของโรงน้ำชาจวี้เสียนจะเชิญมหาบัณฑิตจากสำนักฮั่นหลินและมหาปราชญ์ผู้เลื่องชื่อมาบรรยายและวิพากษ์วิจารณ์หลักวิชา บัณฑิตตั้งมากมายเท่าใดยอมทุ่มทองพันตำลึงเพื่อให้ได้มาซึ่งที่นั่งหนึ่งที่ แต่เขากลับไม่ยอมไป!สวะย่อมเป็นสวะ…ไม่รู้ดีรู้ชั่ว!แม้ในใจจะคิดเช่นนี้ หากเป็นยามปกติอีกฝ่ายไม่ยอมไปก็ไม่ต้องไป แต่ครั้งนี้ทำแบบนั้นไม่ได้ซางซิวหยวนยืนอยู่ที่เดิมสีหน้าแปรเปลี่ยนไปมาซางสิงอวี้ทำประหนึ่งมองไม่เห็นเขา เอาแต่คุยกับช่างฝีมือว่าควรทุบทำลายเรือนเหราอินอย่างไรโดยที่ไม่สนใจสิ่งใดแม้แต่น้อยเรือนเหราอินเป็นเรือนพำนักของมารดาเขา ซางสิงอวี้สั่งให้รื้อถอนก็รื้อเลยหรือ?!ซางซิวหยวนแววตามืดครึ้มเย็นชาเขาต้องการปะการังแดงมิใช่หรือ? เช่นนั้นให้เขาไปก็สิ้นเรื่อง! แต่เกรงว่า เขาจะไม่มีวันได้ใช้มันมากกว่า!“ช่างเถอะ” ซางซิวหยวนข่มโทสะเอาไว้ในใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายจนใจอย่างยิ่ง “พรุ่งนี้ข้าจะส่งปะการังแดงอันนั้นมาให้เจ้าได้ใช้เป็นสินสอดขอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 345

เรื่องนี้ยังพอทำเนา หากอีกฝ่ายสั่งการให้คนกลุ่มนี้ จงใจวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบองค์หญิงกับหญิงคณิกาในหอโคมเขียวที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาซึ่งเป็นว่าที่ราชบุตรเขย…แม้ต่อหน้าจะไม่กล้าเอ่ยปาก แต่ลับหลังเล่า?องค์หญิงจะต้องถูกประณามเพราะเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด?กลอุบายเช่นนี้ แม้จะต่ำช้าเลวทราม แต่สำหรับสตรีแล้วนับว่าสร้างบาดแผลให้อย่างใหญ่หลวงซางสิงอวี้คิดได้ถึงจุดนี้ แววตาพลันเยียบเย็นลง เขามีวรยุทธ์ พิษยาเพียงเท่านี้ย่อมใช้กำลังภายในสลายพิษให้หมดไปได้อย่างสิ้นเชิง อย่างมากที่สุดก็แค่รู้สึกร้อนรุ่มไม่สบายตัวเล็กน้อยเท่านั้นทว่าองค์หญิงทรงห่วงใยเขา ย่อมเตรียมยาถอนพิษไว้ล่วงหน้าแล้ว แม้แต่ความทรมานเพียงเล็กน้อย ตัวเขาก็ไม่จำเป็นต้องฝืนอดทนซางสิงอวี้ผุดยิ้มก่อนจะกลืนยาลงไปครู่ต่อมา ความร้อนผ่าวอันแผ่วเบาในร่างกายพลันมลายหายสิ้นไปแล้ว ทว่าร่างกายยังคงมีไอร้อนแผ่ซ่านออกมา ใบหน้ายังคงเป็นสีแดงระเรื่อทั้งหมดนี้ทำเพื่อให้คนที่อยากเห็นได้เห็นทั้งสิ้นซางสิงอวี้ฟุบลงบนโต๊ะ หลับตาแน่นสนิทเสียงฝีเท้าแว่วเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆตามมาด้วย เสียงกระซิบกระซาบของคนสองคนน้ำเสียงน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 346

เซิ่งหยวนจวินรัชทายาท ร่วมหลับนอนกับสตรีสามคนกลางงานชุมนุมกวีเทศกาลชมบุปผา มิหนำซ้ำยังถูกบัณฑิตจากสำนักศึกษาหลวงมากกว่าสิบคนเห็นเข้ากับตายามข่าวนี้ลือสะพัดเข้าสู่พระราชวัง ฮ่องเต้ฉงเซิ่งโกรธกริ้วอย่างหนักและมีรับสั่งให้รัชทายาทเสด็จมาเข้าเฝ้าพระองค์ในทันที ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์ในงานชุมนุมกวีทุกคนล้วนถูกองครักษ์อวี่หลินควบคุมตัวไว้ทั้งหมดส่วนสตรีทั้งสามนางนั้น ภายใต้ความโกรธกริ้วอย่างรุนแรง ฮ่องเต้ฉงเซิ่งแทบอยากจะพระราชทานความตายให้พวกนางไปเสียให้สิ้น มีหรือจะยอมพบพวกนาง?ทว่าฮ่องเต้ฉงเซิ่งไม่คาดคิดแม้เพียงสักนิดเลยว่า หนึ่งในพวกนาง จะมีท่านหญิงหมิงเจียรวมอยู่ด้วย!ฮ่องเต้ฉงเซิ่งโกรธกริ้วเสียจนภาพตรงหน้าค่อย ๆ มืดดำ แทบจะหมดสติล้มพับไปส่วนท่านหญิงหมิงเจียนั้นหมดสติไปแล้วจริง ๆณ ตำหนักจื่อเซิ่ง ยามนี้เซิ่งหยวนจวินรัชทายาทคุกเข่าอยู่บนพื้นแม้ว่าหมิงเจียจะมีโอกาสสูงมากที่จะได้เป็นพระชายาของรัชทายาท ทว่าเขากลับไม่รู้สึกดีใจเลยแม้แต่น้อยเขาอยากสมรสกับหมิงเจียนั้นไม่ผิด แต่ว่า ต้องมิใช่ด้วยวิธีการที่ทำให้ตนเองต้องแปดเปื้อนเช่นนี้เด็ดขาด!“เสด็จพ่อ ลูกมิได้ทำพ่ะย่ะค่ะ! ลูกถูกใค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 347

“เจ้า… ย่อมเป็นเพราะเจ้าล่วงเกินน้องหญิงหมิงเจีย!” เซิ่งหยวนจวินโกรธจนแทบคลั่งเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองถูกวางอุบายลอบทำร้าย เขาถึงกับยอมพูดทุกอย่างออกมาจนหมดสิ้น แล้วซางสิงอวี้ยังคิดจะเอาตัวรอด!ไม่มีทางเด็ดขาด!เขากัดฟันแน่นอย่างเอาตาย อย่างไรก็ไม่มีทางเด็ดขาด!ทว่าเมื่อสิ้นเสียงนั้น ซางสิงอวี้กลับจ้องมองเขาอย่างงงงัน “รัชทายาททรงเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่? กระหม่อมไม่เคยล่วงเกินท่านหญิงหมิงเจีย หากจะให้กล่าว กระหม่อม… กระหม่อมนับว่ามีบุญคุณต่อท่านหญิงหมิงเจียด้วยซ้ำ…”“เป็นไปไม่ได้!” เซิ่งหยวนจวินโกรธจนหัวเราะออกมาหากซางสิงอวี้มีบุญคุณต่อหมิงเจียจริง เหตุใดหมิงเจียเพียงได้ยินชื่อของเขาก็เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธแค้นเล่า?เขาเคยถามความคิดเห็นของหมิงเจียมาก่อน จึงได้ลงมือกับซางสิงอวี้หมิงเจียรังเกียจซางสิงอวี้อย่างถึงที่สุด เรื่องนี้ไม่มีทางผิดพลาดอย่างเด็ดขาด!ฮ่องเต้ฉงเซิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้าบอกว่า เจ้ามีบุญคุณต่อหมิงเจียอย่างนั้นหรือ?”“เรื่องนี้…” ซางสิงอวี้ลังเลยิ่งนักเซิ่งหยวนจวินคล้ายจับจุดอ่อนของเขาได้ในทันที!“เสด็จพ่อ เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ! เขาล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 348

“ท่านหญิง!”“ท่านหญิงได้โปรดหยุดทำเช่นนี้เถิดเจ้าค่ะ นี่เป็นราชโองการจากฝ่าบาทนะเจ้าคะ…” นางกำนัลคนหนึ่งตกใจจนต้องรีบเข้าไปคุกเข่าขวางเอาไว้หมิงเจียเตะนางกำนัลอย่างแรงไปหลายที ทว่านางกำนัลผู้นั้นกลับยังคงขัดขวางเอาไว้อย่างสุดชีวิตไม่ยอมปล่อย กระทั่งหมิงเจียระบายโทสะจนพอใจ ก็ทรุดตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรงพร้อมกับหลั่งน้ำตา“ราชโองการอะไร?!” หมิงเจียพึมพำกับตนเอง ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นนางควรจะรู้ตั้งนานแล้ว!เซิ่งหยวนจวินเอาอกเอาใจนาง ประจบประแจงนางถึงเพียงนั้น ต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่แน่แต่นางคิดไม่ถึงเลยว่าเซิ่งหยวนจวินจะไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้ไหนบอกว่าได้ยินซางสิงอวี้ล่วงเกินนางแล้ว จะสั่งสอนซางสิงอวี้ให้นาง! ไหนบอกจะทำให้ชื่อเสียงของซางสิงอวี้ย่อยยับเสื่อมเสีย!ทั้งหมดนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ล้วนเป็นแผนการของเซิ่งหยวนจวินทั้งสิ้นแต่นางกลับโง่เขลาจนก้าวเดินไปติดกับดัก ทำให้ต้องถูกเหยียดหยามดูแคลนถึงเพียงนี้!แต่ยามนี้นางยังทำอะไรได้อีกเล่า?เรื่องในวันนี้ คนภายนอกอาจจะไม่รู้ แต่ฝ่าบาททรงรู้แล้ว ต่อให้นางจะอยากเป็นพระชายาองค์ชายสามมากถึงเพียงใด ก็ไม่มีทางเป็นไปได้อี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 349

ซางสิงอวี้มีประสาทรับฟังดีเป็นเลิศ ครั้นได้ยินเสียงกระอักเลือด ก็รู้สึกได้ถึงเคราะห์ร้ายจะกระอักเลือด เหตุใดจึงไม่พ้นไปให้ไกลกว่านี้สักหน่อยแล้วค่อยกระอักเลือดออกมาทว่าเวลานี้เขาคร้านจะถือสาหาความกับซางซิวหยวน เมื่อประตูจวนปิดลง เขาก็รีบใช้วิชาตัวเบา มุ่งหน้าไปทูลขอรางวัลจากองค์หญิงทันที!*ทางแถบม่อเป่ย อากาศหนาวเหน็บ ผืนดินจับตัวเป็นน้ำแข็งกองทัพลำเลียงเสบียงซึ่งนำโดยฉีซูเซี่ยนได้เคลื่อนผ่านจี้โจวมาแล้ว จุดหมายปลายทางแห่งถัดไปคือเมืองหยวนไถ ซึ่งเป็นที่ตั้งของคลังเสบียงแห่งที่ห้าในการจัดสรรเสบียงครั้งนี้เมื่อเห็นว่าหากกองทัพเร่งเดินทางต่อไปอีกเพียงสามชั่วยามกว่าก็จะถึงจุดจัดสรรเสบียงและหยุดพักผ่อนได้ ฉีซูเซี่ยนจึงตัดสินใจนำกองทัพเร่งเดินทางตลอดทั้งคืนตลอดเส้นทางที่ผ่านมา แม้จะพบเจอกับกลุ่มโจรภูเขา และกลุ่มโจรเร่ร่อนกลุ่มเล็ก ๆ อยู่บ้าง ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพใหญ่ที่ผ่านการฝึกมาโดยเฉพาะ ย่อมถูกกวาดล้างโดยง่ายดายส่วนบางกลุ่มที่มิได้ถูกกวาดล้าง เพียงมองเห็นกองทัพมาจากที่ไกล ๆ ก็พากันวิ่งหนีหางจุกก้นแล้วฉีซูเซี่ยนยิ่งไม่ปักใจเชื่อกับข้อความในจดหมายของเซิ่งจือหว่านม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 350

“หลี่หมิงอัน เจ้าจงฟังให้ดี”“อีกครู่หนึ่ง หากมีกองทัพซุ่มโจมตีปรากฏตัว จงเลือกทหารจำนวนหนึ่งควบม้าพุ่งเข้าหากองทัพซุ่มโจมตีทันที แล้วใช้สิ่งนี้ แทงเข้าที่สะโพกม้า แล้วใช้ม้าคลั่งพวกนั้นพุ่งใส่ขบวนทัพของฝ่ายซุ่มโจมตีให้แตกกระเจิง” ฉีซูเซี่ยนยื่นลูกธนูสั้นสิบกว่าดอกให้เขาหลี่หมิงอันได้ยินดังนั้นก็กวาดสายตามองไปรอบด้าน ยังคงไม่ยอมเชื่อมั่นกองทัพซุ่มโจมตี?มีกองทัพซุ่มโจมตีจริงหรือ?ทว่ารอบข้างเงียบสงัด นอกจากทหารและม้าที่ลื่นล้มเป็นครั้งคราวแล้ว ก็ไม่เห็นความผิดปกติใด ๆหลี่หมิงอันแสยะปาก “รองแม่ทัพฉี ท่านระแวดระวังมากเกินไปหรือไม่? รอบบริเวณนี้แม้แต่กระต่ายยังผอมแห้ง ไหนเลยจะมีกองทัพซุ่มโจมตีกัน”ข่งซงเฟิงเองก็ไม่ใส่ใจ “ต่อให้มี แต่เนินเตี้ย ๆ ตรงหน้านี้ พวกเราแค่บุกฝ่าออกไปก็มิใช่ปัญหาแล้ว เมื่อไปถึงพื้นที่โล่งกว้าง กองทัพซุ่มโจมตีก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้แล้ว”แทบจะทันทีที่สิ้นเสียงของทั้งสองคน บนเนินเขาเตี้ย ๆ ที่เดิมทีดำมืดสนิท พลันมีเสียงหิมะถูกเหยียบย่ำดังสวบสาบแว่วลอยมาสีหน้าของหลี่หมิงอันแข็งค้างไปในทันทีฉีซูเซี่ยนหรี่ตาลง ปรายตามองข่งซงเฟิงปราดหนึ่ง และตะโกนสั่งการเสีย
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
3334353637
...
39
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status