บททั้งหมดของ ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: บทที่ 351 - บทที่ 360

390

บทที่ 351

ไม่ว่าจะเป็นการใช้โซ่กันลื่นตรึงรถเสบียงไว้ก็ดี หรือจะเป็นการใช้เชือกป่านเส้นหนาป้องกันการลื่นล้มก็ดี แม้กระทั่งการใช้ม้าคลั่งพุ่งเข้าไปโจมตีขบวนทัพของศัตรู ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่เซิ่งจือหว่านระบุไว้ในจดหมายทั้งสิ้นส่วนเขา ก็แค่นำเอาตำรามากล่าวอ้างและปฏิบัติตามเท่านั้น!เมื่อคิดได้ถึงตรงนี้ ฉีซูเซี่ยนก็ไม่ต้องการรับคำชื่นชมสรรเสริญที่มิใช่ของเขามาตั้งแต่แรกเหล่านี้อีกต่อไปหากเขาปรารถนาจะสร้างผลงานและได้รับความดีความชอบในกองทัพ ย่อมต้องได้มาด้วยการรบพุ่งชนบนหลังอาชาอย่างสง่าผ่าเผย! อาศัยความสามารถของตนเองคว้ามาให้ได้ มิใช่อาศัยพึ่งพาคนอื่น!และยิ่งมิใช่อาศัยพึ่งพาผู้ที่อยู่เบื้องหลังเซิ่งจือหว่าน!ด้วยเหตุนี้ เขาจึงก้าวไปเบื้องหน้า ตวาดสั่งห้ามทุกคนไม่ให้เอ่ยถึงเรื่องราวในคืนนั้นขึ้นมาอีกเป็นอันขาดสิ้นคำสั่งเขาก็หันหลังเดินจากไปเหล่าพลทหารต่างทอดสายตามองเงาแผ่นหลังของเขา กลับยิ่งรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาในตัวเขามากขึ้นโดยเฉพาะหลังจากเคลื่อนกำลังพลออกจากคลังเสบียงแห่งสุดท้าย มุ่งหน้าสู่ด่านอู่ตู้ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งมั่นของกองทัพม่อเป่ยฉีซูเซี่ยนสับเปลี่ยนเส้นทางเดินทัพอย่างกะทัน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 352

ผู้ว่าการสวีก้าวเท้าเข้าไป ใบหน้าก็ถูกกรงเล็บข่วนเข้าใส่ จนเป็นรอยแผลไปหลายรอยฮูหยินผู้เฒ่าสวีมิได้คิดสั้นฆ่าตัวตายแต่อย่างใดนางได้ยินว่าฉีซูเซี่ยนมาถึงแล้ว จึงใช้ทุกวิถีทางล่อลวงให้คนเข้ามาที่นี่บัดนี้นางไม่เชื่อใจผู้ว่าการสวีอีกต่อไปแล้วหากตอนแรกมิใช่เพราะเขาลุ่มหลงมัวเมาในความงาม ดึงดันจะรับสตรีชาวเป่ยตี๋มาเป็นอนุภรรยาให้ได้ บุตรชาย ลูกสะใภ้ และพวกหลาน ๆ ของนาง ก็คงไม่ต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกเป่ยตี๋แล้ว!ฮูหยินผู้เฒ่าสวีคิดได้ถึงตรงนี้ ก็ง้างฝ่ามือ ตบหน้าผู้ว่าการสวีอย่างแรงไปอีกสองฉาด!นางให้ความเคารพสามีดั่งผืนฟ้ามาตลอด ทุกครั้งที่เขากลับมาจากกองทัพ จะต้องตระเตรียมน้ำร้อนให้เขาไว้ล่วงหน้า ทั้งอาหารและเสื้อผ้านางล้วนลงมือจัดการทุกอย่างให้เขาด้วยตนเองนางเป็นภรรยาผู้มีคุณธรรมมาทั้งชีวิต คอยดูแลจัดการเรือนหลังแทนเขา มีลูกหลานสืบสกุลขยายกิ่งก้านสาขาออกไปอย่างกว้างขวาง แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเอ่ยวาจารุนแรงต่อเขาผู้เป็นสามีแม้เพียงครึ่งคำการทะเลาะเบาะแว้งเพียงครั้งเดียวของสองคนสามีภรรยา ก็คือเมื่อปีกลายที่ผู้ว่าการสวีดึงดันจะรับสตรีชาวเป่ยตี๋มาเป็นอนุภรรยาให้ได้และในยามนี้…
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 353

ฉีซูเซี่ยนต้องการเร่งสร้างผลงานในศึกเพื่อทำให้จิตใจของตนเองสงบมั่นคงให้ได้โดยเร็วสองวันต่อมา ทั้งสองร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายกับผู้ว่าการสวี ทั้งส่งคนแอบไปสืบเสาะว่าคนตระกูลสวีมีแนวโน้มว่าจะถูกนำไปซ่อนตัวไว้ที่ใดมากที่สุดพวกเป่ยตี๋คิดจะใช้คนตระกูลสวีข่มขู่ผู้ว่าการสวี ดังนั้นในเวลานี้คนตระกูลสวีจะต้องปลอดภัยอยู่อย่างแน่นอนผู้นำกองทัพเป่ยตี๋ตอนนี้คือแม่ทัพผู่เอ่อร์กู้ และลู่หยางองค์ชายใหญ่แคว้นเป่ยตี๋ผู้ว่าการสวีปิดเมืองตั้งรับไม่ออกสู้ผู่เอ่อร์กู้มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต มักนำทหารออกมาป้วนเปี้ยนด้านนอกด่านอยู่บ่อยครั้ง และพาชาวบ้านจากแคว้นเซิ่งที่มีบาดแผลเต็มตัวออกมาหลอกล่อทำเหมือนจูงสุนัขเดินเล่น ต่อหน้าทหารบนป้อมปราการด่านอู่ตู้อยู่เป็นประจำทหารบนป้อมปราการด่านอู่ตู้ปรารถนาจะสู้รบแต่ไร้โอกาส ด้วยเหตุนี้ขวัญและกำลังใจของเหล่าทหารจึงถดถอยลงทุกวันส่วนลู่หยางองค์ชายใหญ่แคว้นเป่ยตี๋มีฐานะสูงส่งเป็นองค์ชาย ข้างกายย่อมมีพลทหารฝีมือดีจำนวนมากปกป้องคุ้มกัน อาจจะคุมขังคนตระกูลสวีอยู่กับเขาก็เป็นไปได้ฉีซูเซี่ยนคิดได้ถึงจุดนี้ จู่ ๆ ก็ฉุกคิดถึงตำรา ‘พิชัยสงครามเจ็ดกลศึ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 354

ฉีซูเซี่ยนเดิมทีตั้งใจจะควบอาชาพุ่งไปด้านหน้าพลันเปลี่ยนการเคลื่อนไหวไปอย่างกะทันหัน เขารั้งบังเหียนม้าที่เพิ่งชิงมาได้ แล้วตะโกนเรียกทุกคน ให้รีบไล่ตามกองกำลังย่อยกลุ่มนั้นไปทันทีคนซึ่งอยู่ด้านหน้าสุดผู้นั้นมองแล้วเยาว์วัยยิ่งนัก อีกทั้งผู้คนรอบข้างก็ปกป้องอารักขาเขาอย่างสุดกำลังเช่นกันฉีซูเซี่ยนพลันเกิดข้อสันนิษฐานขึ้นในใจ คนผู้นั้นมิใช่ใครอื่น นอกเสียจากองค์ชายใหญ่แห่งเป่ยตี๋ ลู่หยาง!ฉีซูเซี่ยนเมื่อคิดได้ดังนี้ ก็รีบนำพลทหารกลุ่มเล็ก ๆ ที่เพิ่งแย่งม้าศึกมาได้ ไล่กวดคนผู้นั้นไปทันทีสถานการณ์ศึกที่แนวหน้าก็มีกองทัพใหญ่เข้าไปช่วยสนับสนุนแล้วตราบใดที่เขาสามารถนำกำลังพลที่เพียงพอไปจับกุมองค์ชายใหญ่แห่งเป่ยตี๋มาเป็นตัวประกันได้ ในมือก็เท่ากับว่ามีเชลยคนสำคัญจากแคว้นเป่ยตี๋แล้วหากเป็นเช่นนี้ ต่อให้หาครอบครัวของผู้ว่าการสวีไม่พบ ก็นับว่ามีแต้มต่อในการเจรจา!คิดได้ดังนี้ ฉีซูเซี่ยนตวัดแส้ม้า ไล่ตามไปอย่างไม่ลดละและคนด้านหน้าสุดก็คล้ายจะเห็นเขาแล้วเช่นกันทว่าแม้จะเป็นเช่นนี้ เขาก็ยังคงมิได้เปลี่ยนทิศทางหากมิใช่เพราะเมื่อครู่ฉีซูเซี่ยนเพิ่งบุกทะลวงมาจากทิศทางนั้น คงคิดไปแล้ว
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 355

สิ่งที่ฉีซูเซี่ยนคาดการณ์ไว้ไม่ผิดแม้แต่น้อย หลังจากเขาพาคนถอนกำลังออกไปได้เพียงชั่วครู่ กองทัพเป่ยตี๋ที่เริ่มตั้งสติได้ก็จัดการแบ่งกำลังคนออกค้นหาตัวเขาแล้วเพราะศึกนอกด่านอู่ตู้เมื่อไม่กี่วันก่อน ทำให้ชาวเป่ยตี๋จำนวนนับไม่ถ้วนจำเขาได้โชคดีที่เขาถอนกำลังออกไปทันเวลาการลอบโจมตียามวิกาลครั้งนี้ แคว้นเซิ่งใช้กำลังทหารจากด่านอู่ตู้ราวสี่หมื่นกว่านาย ต่อกรกับกองทัพเป่ยตี๋ห้าหมื่นกว่านายมีทหารบาดเจ็บล้มตายเพียงสองพันกว่านาย ส่วนศัตรูที่ถูกกวาดล้างสังหารคาดคะเนคร่าว ๆ ก็คงราว ๆ เกือบหนึ่งหมื่นนายที่สำคัญกว่านั้นคือ พวกเขาเผากระโจมที่พักของกองทัพเป่ยตี๋จนหมดสิ้น หากไร้กระโจมค่ายพัก ในสภาพอากาศหนาวเหน็บหิมะปกคลุมผืนดินเช่นนี้ กองทัพเป่ยตี๋จะต้องถอนกำลังกลับเข้าเขตแดนเพื่อเติมเสบียงและส่งกำลังบำรุงกองทัพแน่ฉีซูเซี่ยนเพิ่งมาถึงด่านอู่ตู้ได้ไม่นาน ศึกแรกที่ได้นำทัพม่อเป่ย ก็ได้รับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่กลับมาแล้วผู้ว่าการสวีตื่นเต้นดีใจเป็นที่สุด จึงสั่งให้คนเร่งส่งม้าเร็วนำจดหมายไปยังเมืองหลวงโดยด่วน*รัชศกเซิ่งเฉินปีที่สิบเจ็ดวันที่สี่ เดือนสามเหมาะแก่การสู่ขอทาบทาม และรับฤกษ์ยา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 356

ยามนี้ไม่ว่าเขาจะเดินไปที่ใด ที่นั่นจะเงียบกริบลงทันทีทั้งที่ผู้คนกำลังพูดคุยหัวเราะกันอยู่ดี ๆ ทว่าพอเขาเดินเข้าไป กลับไม่มีผู้ใดสนใจไยดีในฐานะผู้ที่เคยเป็นศูนย์กลางของฝูงชนมาโดยตลอด ซางซิวหยวนจึงยากจะปรับตัวให้เข้ากับความพลิกผันเช่นนี้ได้ด้วยเหตุนี้ในช่วงหลายวันมานี้ นอกจากไปลงนามเข้างานแล้ว เขาจึงไม่คบค้าสมาคมกับผู้ใดอีกเลยส่วนเรื่องที่ซางสิงอวี้อาจจะมีวรยุทธ์แต่ปกปิดไว้นั้น เขายิ่งไม่กล้าบอกกล่าวแก่ผู้อื่นหากมีคนล่วงรู้ว่าซางสิงอวี้แสร้งทำ แล้วชื่อเสียงที่ตนสั่งสมมาจากการเหยียบย่ำอีกฝ่ายตลอดหลายปีนี้จะมีความหมายอันใดกัน?แล้วยังมีท่านพ่ออีก—— ท่านพ่อจะทอดทิ้งเขา แล้วหันไปฟูมฟักซางสิงอวี้แทนหรือไม่?ต่อให้ยามนี้ซางสิงอวี้จะเป็นราชบุตรเขยก็ตามทว่าทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา เรื่องที่ราชบุตรเขยได้ดำรงตำแหน่งสำคัญก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียเลยกฎเกณฑ์นั้นตายตัว แต่มนุษย์นั้นพลิกแพลงได้แล้วหากเกิดเป็นเช่นนั้นขึ้นมาเล่า?เขาไม่อาจเดิมพันไหว และไม่กล้าที่จะเดิมพันด้วยเขาทำได้เพียงซุกหัวหนีความจริงเยี่ยงนกกระจอกเทศที่ซุกหัวลงในผืนทราย โดยหวังว่าในเมื่อซางสิงอวี้แสร้งทำแล้ว ก็จงแสร้ง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 357

ซางซิวหยวนเอ่ยจบก็ลุกขึ้นยืนทว่าภายนอกกลับมีเสียงตะโกนก้อง พร้อมด้วยเสียงฝีเท้าม้าที่ควบตะบึงอย่างเร่งรีบดังแว่วมา——ในใจของซางซิวหยวนยิ่งเกิดความรำคาญใจขึ้นมา!หากยังคงพำนักอยู่ที่จวนหลังเดิม เรือนของเขาจะสงบเงียบและหรูหรา มีทั้งโถงกลางและประตูชั้นนอกชั้นในคั่นกลางจากถนนภายนอก ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมเช่นนี้เด็ดขาด“ข่าวดี! ข่าวดี!”“กองทัพม่อเป่ยได้รับชัยชนะ!”“รองแม่ทัพฉีซูเซี่ยนขนส่งเสบียงถึงกองทัพม่อเป่ยอย่างปลอดภัย ทั้งยังนำทัพลอบโจมตีค่ายทหารเป่ยตี๋ในยามวิกาล ขับไล่พวกเป่ยตี๋จนล่าถอย! ชัยชนะครั้งใหญ่!! ชัยชนะครั้งใหญ่!!”ในที่สุดซางซิวหยวนก็ฟังจนเข้าใจเสียทีว่า เสียงอึกทึกครึกโครมเหล่านั้นคือเรื่องใดฝีเท้าของเขาชะงักอยู่กับที่ข่าวชัยชนะที่ม่อเป่ยไม่มาเร็วกว่านี้ หรือช้ากว่านี้ แต่มาประจวบเหมาะในวันพิธีสู่ขอหมั้นหมายของซางสิงอวี้พอดีฮ่า ๆ! ดีจริง!ช่างดียิ่งนัก!สาส์นรายงานชัยชนะเพียงฉบับเดียว กลับสั่นสะเทือนไปทั่วสารทิศฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงมีรับสั่งเรียกตัวฉีกั๋วกงเข้าวังเพื่อรับพระราชทานรางวัลในทันทีบรรดาชาวบ้านที่เดิมทีเบียดเสียดกันอยู่บ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 358

การแต่งกายของเซิ่งจือหว่านในวันนี้มิได้ดูเรียบง่าย แม้ว่าพิธีสู่ขอหมั้นหมายจะไม่จำเป็นต้องให้นางออกหน้า ทว่าอย่างไรเสียก็นับเป็นวันมงคล นางจึงสวมกระโปรงยาวที่งดงามหรูหรา และคลุมทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวที่ตกแต่งขอบด้วยขนจิ้งจอกแดงทั่วทั้งตัวนางดูงดงามสะดุดตา จนแม้แต่ฝูงชนที่กำลังเบียดเสียดกันออกไปยังพากันนิ่งเงียบลงชั่วขณะ สายตาของชาวบ้านจำนวนไม่น้อยต่างจับจ้องมาที่นางเซิ่งจือหว่านจึงเอ่ยอย่างเปิดเผยและใจกว้างว่า “ในเมื่อทุกคนอยากจะได้เงินมากกว่าก็จงไปเถิด เงินรางวัลของจวนกั๋วกง แม้แต่เราก็ยังอยากจะไปร่วมรับความมงคลด้วยเช่นกัน น่าเสียดายที่วันนี้เราไม่สะดวกจะออกไปนอกจวน จึงหวังว่าทุกคนจะช่วยแย่งชิงมาเผื่อเราให้มากหน่อยแล้ว”นางกล่าวอย่างผ่อนคลายและมีอารมณ์ขัน เหล่าชาวบ้านที่เดิมทีรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้างกับการปรากฏตัวของนาง กลับพากันหัวเราะร่าตามไปด้วย“องค์หญิงโปรดวางใจ ผู้น้อยจะแย่งชิงเหรียญอีแปะกลับมาให้มาก ๆ!”“ยังมีผู้น้อยด้วย ผู้น้อยก็จะไปแย่งชิงความมงคลมาให้องค์หญิงเช่นกัน”“ผู้น้อยด้วยเจ้าค่ะ...”เซิ่งจือหว่านพยักหน้ารับ ก่อนจะสั่งการให้เหล่าองครักษ์ของจวนองค์หญิงจ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 359

เขามิได้ต้องการจะสั่งสมบุญอันใดอย่างแท้จริง เพียงแต่ปรารถนาจะเห็นเซิ่งจือหว่านต้องอับอายขายหน้าเท่านั้นในเมื่อยามนี้บรรลุจุดประสงค์แล้วฉีกั๋วกงจึงโบกมือไล่ ก่อนจะหันหลัง และเดินกลับเข้าจวนกั๋วกงไปครานี้พ่อบ้านถึงกับอึ้งจนตาค้างเหล่าผู้คุ้มกันของจวนกั๋วกงที่โปรยเงินอยู่ก็พากันอึ้งไปตาม ๆ กันสายตาของพวกชาวบ้านราวกับหมาป่าและพยัคฆ์ร้ายที่หิวกระหาย ราวกับจะกลืนกินพวกเขาลงท้องไปเสียให้ได้“หมดแล้ว ทุกคน ไม่มีเหรียญอีแปะเหลือแล้วจริง ๆ กลับไปกันเถิด...” พ่อบ้านตะโกนบอกเสียงดัง จากนั้นก็รีบเดินตามหลังฉีกั๋วกงเข้าจวนไปทันทีเหล่าผู้คุ้มกันย่อมไม่อยู่ต่อเช่นเดียวกันประตูจวนกั๋วกงปิดลงเสียงดัง “ปัง” ชาวบ้านจำนวนมากที่ดั้นด้นเดินทางมาไกลเพื่อมาเก็บเหรียญโดยเฉพาะ เมื่อเห็นเช่นนี้ก็พากันไม่ยอมขึ้นมาทันทีคนที่อยู่ด้านหลังยังมิได้เงินย่อมไม่ยินยอม ส่วนคนที่อยู่ด้านหน้าที่ได้เงินแล้วก็ยังอยากจะได้เพิ่มอีกหน่อยประจวบกับในหมู่คนเหล่านั้นมีคนอยู่ทุกประเภท ทั้งยังมีพวกนักเลงหัวไม้จำนวนไม่น้อยที่คอยยุยง เพียงพริบตาเดียว ฝูงชนทั้งหมดก็พุ่งเข้าใส่ประตูจวนกั๋วกงประตูจวนถูกทุบจนเกิดเสียงดัง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 360

ครั้นเห็นเจ้าหน้าที่ทางการกลุ่มใหญ่อยู่หน้าประตูจวนของตน ทั้งยังมีเสียงร้องคร่ำครวญปานจะขาดใจ ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มของฉีกั๋วกงพลันมืดมนลงทันที“ช่างเหลวไหลสิ้นดี! ซูเซี่ยนบุตรชายของข้าออกไปปกป้องบ้านเมืองอยู่ภายนอก แทบจะเอาชีวิตไม่รอด ข้ามีน้ำใจยอมแบ่งปันเงินทองที่ฝ่าบาทพระราชทานให้แก่ผู้อื่น แต่พวกคนละโมบโลภมากเหล่านี้ กลับคิดจะพังประตูบุกรุกจวนกั๋วกง! จะปล้นชิงกันต่อหน้าเลยงั้นหรือ?!”“ช่างเหิมเกริมนัก! รนหาที่ตายเองแท้ ๆ!” ฉีกั๋วกงตวาดด่าทอยกใหญ่เขาคร้านจะชายตามองด้วยซ้ำ จึงสั่งให้คนลากตัวพวกที่นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้นโยนออกไปให้หมดทันที บรรดาเจ้าหน้าที่ทางการในที่นั้นต่างรู้ดีว่าฉีซื่อจื่อเพิ่งจะชนะศึก ยามนี้จวนกั๋วกงกำลังเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ ทว่าการกระทำเช่นนี้ ก็ยังทำให้ผู้คนมิอาจทนดูได้“ท่านกั๋วกงโปรดเมตตา ชาวบ้านเหล่านี้มีความละโมบอยู่ก็จริง แต่พวกเขาก็ถูกความยากแค้นบีบคั้น ทั้งยามนี้ผู้บาดเจ็บเหล่านี้ก็ล้วนได้รับบาดเจ็บอยู่ภายในจวนกั๋วกง ท่านเห็นว่า...” ผู้ที่พูดพยายามยิ้มประจบฉีกั๋วกงคร้านที่จะชำเลืองมองเขา เพียงแค่นเสียงเย็นชาแล้วหันหลังเดินจากไปเหล
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
343536373839
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status