Alle Kapitel von ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Kapitel 61 – Kapitel 70

100 Kapitel

บทที่ 61

"ซื่อจื่อ! ฮูหยิน! ซื่อจื่อ!" ในเวลานี้เอง จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนเรียกดังมาจากข้างนอกชุยซื่อที่กำลังหลงจมอยู่ในภาพฝันถูกดึงกลับสู่ความจริงโดยพลัน นางเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์นัก "ตะโกนโหวกเหวกไม่เรียบร้อยเลย""ฮูหยินเจ้าคะ!" สาวใช้รีบร้อนเข้ามาพลางหอบหายใจแรง เมื่อเห็นฉีซูเซี่ยนก็หยุดฝีเท้าทันที "ซื่อจื่อ! ท่านรีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยกลับมาแล้ว!""จริงหรือ" ฉีซูเซี่ยนลุกพรวดแล้วออกไปข้างนอกทันทีชุยซื่อเองก็ลุกขึ้นเช่นกัน "นางกลับมาได้อย่างไร"คำพูดนี้ของนางทำให้สาวใช้ที่มาส่งข่าวถึงกับชะงัก แล้วเผลอมองนางด้วยความประหลาดใจ ตอนนี้ถึงได้พบว่าสีหน้าของชุยซื่อนั้นย่ำแย่มากเหตุใดเมื่อฮูหยินน้อยกลับมา ท่านฮูหยินกลับไม่ดียินดีเล่า?ชุยซื่อขี้คร้านจะใส่ใจบ่าวไพร่ สีหน้าภายใต้เงาสลัวในห้องดูมืดมนไร้ที่เปรียบ "ไป ออกไปดูหน่อย!"ในเรือนเว่ยยาง เมิ่งยางเองก็เพิ่งได้รับข่าวเช่นกัน"อะไรนะ? เจ้าว่าใครกลับมา" เป็นไปได้ยังไง!ขนาดซื่อจื่อยังหานางไม่พบ แล้วเซิ่งจือหว่านจะกลับมาเองได้ยังไง?จางต้าหู่ไม่มีทางปล่อยนางไปแน่เว้นเสียแต่ว่า...หรือนางจะทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้โจรป่าเหล่านั้นยอมปล่อ
Mehr lesen

บทที่ 62

แต่ชุยซื่อกลับไม่มีอารมณ์จะสนใจเรื่องพวกนี้เพียงเพราะในตอนนี้ นางพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้!ในราชวงศ์ก่อน มีฮูหยินสกุลต่งผู้หนึ่งที่ได้รับตราตั้ง นางเคยถูกโจรป่าลักพาตัวไปเช่นกัน ต่อมาหลังจากนางถูกช่วยกลับมา เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ นางจึงอาสารับโทษตรวจพรหมจรรย์ด้วยตนเอง ทั้งยังยกสินเดิมทั้งหมดให้ทางบ้านสามีเป็นผู้ดูแล ถึงได้รับการให้อภัยจากทางบ้านสามีเซิ่งจือหว่านถูกโจรป่าลักพาตัวไป ผ่านไปหนึ่งคืนกว่าจะได้กลับมานะ!ใครจะไปรู้ว่านางเสียความบริสุทธิ์ไปแล้วหรือไม่?"ไม่มีเจตนาเช่นนั้นก็ดีแล้ว เราเหนื่อยแล้ว จะกลับไปพักผ่อน" เซิ่งจือหว่านสาวเท้าเตรียมจะเดินเข้าจวนสีหน้าของฉีซูเซี่ยนดูย่ำแย่ถึงขีดสุด"ช้าก่อน!" ชุยซื่อเอ่ยปาก พลางก้าวยาวมาตรงหน้าเซิ่งจือหว่านด้วยความตื่นเต้นในใจ สายตากวาดมองนางตั้งแต่ศีรษะจดเท้าพลางกล่าวเสียงดัง "แม่รู้ว่าเจ้าไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องเมื่อวาน จือหว่าน เจ้าบอกแม่มาตามตรงเถอะ ว่าคนพวกนั้นทำอะไรเจ้าใช่หรือไม่ เจ้าถึงได้ไม่ยอมพูดอะไรเลย"ระหว่างที่กล่าว ขอบตาก็แดงขึ้นเล็กน้อยนิ้วมือยื่นออกมาคว้าตัวเซิ่งจือหว่านไว้อย่างสงสาร "เจ้าวางใจเถอะ จวนกั๋ว
Mehr lesen

บทที่ 63

"ข้าจะรังเกียจเจ้าได้อย่างไร!" ฉีซูเซี่ยนกล่าวอย่างหนักแน่น เขาเพียงแค่ทำใจยอมรับได้ไม่ค่อยได้เท่านั้นเขายิ่งไม่มีทางหย่าด้วยเซิ่งจือหว่านเป็นภรรยาของเขา เช่นนั้นทั้งชีวิตก็นางก็เป็นได้เพียงภรรยาของเขาเท่านั้น!"บุรุษอย่างฉีซื่อจื่อ ช่างรักมั่นคงเปี่ยมคุณธรรม เป็นยอดบุรุษโดยแท้!" ในฝูงชนเต็มไปด้วยเสียงชื่นชมเซิ่งจือหว่านฟังแล้ว กลับรู้สึกเพียงความเย้ยหยันฉีซูเซี่ยน เกรงว่าคงหลอกแม้กระทั่งตัวเองแล้วกระมัง?"เอาเถอะจือหว่าน ในเมื่อเรื่องเมื่อคืนเจ้าไม่อยากเอ่ยถึงอีก พวกเราก็จะไม่พูดถึงมัน เจ้าเพียงแค่ทำตามอย่างฮูหยินสกุลต่ง รับโทษตรวจพรหมจรรย์สักครั้ง พวกเราก็จะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น!" ชุยซื่อรีบกล่าวซูเซี่ยนจะหย่าตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!หากหย่าแล้ว เซิ่งจือหว่านย่อมสามารถนำสินเดิมกลับไปได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้นางรั้งอยู่ที่นี่ต่อไป"จะให้ข้าทำตามอย่างฮูหยินสกุลต่งเรื่องอะไร รับโทษตรวจพรหมจรรย์ หรือว่า...มอบสินเดิมให้บ้านสามีกัน" เซิ่งจือหว่านมองไปทางชุยซื่อ นึกไม่ถึงว่าเพื่อจะฮุบสินเดิมของนาง อีกฝ่ายถึงขั้นยกบุคคลในราชวงศ์ก่อนมาอ้างทำตามอย่างฮูหยินสกุลต่งอย่างน
Mehr lesen

บทที่ 64

"เหอะ! ท่านคิดว่าข้าเหมือนกับคนในจวนฉีกั๋วกงของพวกท่านหรือ ใช้เงินขององค์หญิงชิ่งหนิงแท้ ๆ แต่ยังจ้องจะเอาสินเดิมของนางอีก ตอนนั้นข้าก็แค่แสร้งทำเป็นกลัว มันเป็นกลยุทธ์ ฉีซื่อจื่อเคยผ่านสนามรบมาแล้วก็น่าจะฟังเรื่องแค่นี้เข้าใจนะ""ใช่แล้ว!""พวกเราน่ะหันหลังกลับแล้วแอบตามไปเงียบ ๆ ทันที เพื่อจะกวาดล้างพวกโจรป่ายกรังอย่างไรเล่า!"พอเยี่ยหรงกล่าวถึงตรงนี้ ก็นึกถึงท่าทางอันห้าวหาญของตนที่ฟันโจรป่าตายไปทีละคนเมื่อคืน เขากล่าวเสียงสูงขึ้นทันที"พวกท่านไม่รู้หรอก พอพวกโจรป่าเห็นพวกข้านะ ก็กลัวจนขี้หดตดหาย แทบจะคุกเข่าเรียกข้าว่าท่านปู่แล้ววิงวอนขอชีวิต แต่พอข้านึกขึ้นได้ว่าพวกมันปักหลักอยู่ที่นี่ ไม่รู้ว่าปล้นฆ่าชาวบ้านแล้วเท่าไร ข้าก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงมือจัดการพวกโจรตรงหน้าทันที!พอพวกโจรเห็นข้าลงมือเด็ดขาดเช่นนี้ ก็หาว่าข้าไม่รักษาคุณธรรมนักรบ พากันกรูเข้ามาหาพวกข้า พวกข้าก็หลบซ้ายปัดขวา ชกซ้ายเตะขวา แค่ออกแรงเป่าก็จัดการโจรป่ากว่าสองร้อยคนจนเรียบ!"เขาพูดสิ่งเหล่านี้ออกมาอย่างมั่นใจ ในมุมมองของเขา ถึงแม้คำพูดนี้จะมีการเสริมเติมแต่งไปบ้าง แต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ต่างจากความจริงเท่าไร
Mehr lesen

บทที่ 65

ในขณะที่เยี่ยหรงร้อนรนจนเกาศีรษะขยี้ผม พลันมีอีกเสียงหนึ่งดังมาจากด้านนอก "คำพูดของพวกเขาเชื่อถือไม่ได้ เช่นนั้นคำพูดของฮูหยินผู้นี้ ฉีซื่อจื่อจะเชื่อถือได้หรือไม่?"รถม้าที่ดูเรียบง่ายคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากจวนฉีกั๋วกง สายตาของทุกคนมองตามไปโดยสัญชาตญาณชุยซื่อขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ใครที่ไหนโผล่มาขัดจังหวะเรื่องราวดี ๆ ของนางอีก?จนกระทั่งฮูหยินหานในชุดสีม่วงเข้มลายเมฆาก้าวลงจากรถม้าอย่างช้า ๆ โดยมีสาวใช้คอยพยุงชุยซื่อเห็นนางแล้วก็ชะงักไปครู่หนึ่งฉีซูเซี่ยนก็ยิ่งขมวดคิ้วมุ่น เมื่อวานฮูหยินผู้เฒ่าหานเพิ่งจะคุกเข่าหน้าประตูวังขอให้ฝ่าบาทช่วยตามหาคน เขานำทหารพลิกเมืองหลวงหาจนทั่วก็ไม่พบ แล้วตอนนี้นางมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร อีกทั้งฟังจากความหมายในคำพูดนั้น หรือว่า... เมื่อคืนเซิ่งจือหว่านจะอยู่กับนาง?เช่นนั้นจะไม่ยิ่งเป็นการยืนยันหรอกหรือว่าเซิ่งจือหว่านถูกลักพาตัวไปจริง?ชั่วขณะนั้นในหัวฉีซูเซี่ยนเต็มไปด้วยความคิดนับไม่ถ้วน แต่ไม่ทันที่เขาจะได้คิดให้กระจ่าง ฮูหยินหานก็เดินมาถึงตรงหน้าเซิ่งจือหว่านแล้วเมื่อชุยซื่อเห็นชัดว่าผู้ที่มาคือใคร ก็รีบปั้นยิ้มเดินเข้าไปหาแม้ฮูหยิ
Mehr lesen

บทที่ 66

"รุ่ยเอ๋อร์จู่ ๆ ก็ไข้ขึ้นสูงระหว่างทางไปวัดเฉาหมิง เพราะว่าตอนนั้นถึงหน้าประตูวัดเฉาหมิงแล้ว ข้าจึงสั่งให้พวกบ่าวรีบกลับไปแจ้งที่จวนแม่ทัพเพื่อรับตัวหมอประจำจวนมา ใครจะรู้ว่ารอแล้วรอเล่าก็ไม่มีใครมาเสียที จนกระทั่งเมื่อวานองค์หญิงเสด็จมาถึง จึงได้ให้ไข้ของรุ่ยเอ๋อร์ลดลง "เมื่อครู่หมอประจำจวนยังบอกอีกว่า หากไม่ใช่เพราะองค์หญิงช่วยไว้ได้ทัน เกรงว่าจะยื้อชีวิตรุ่ยเอ๋อร์ได้ยากแล้ว" เมื่อพูดถึงตรงนี้ ฮูหยินหานก็ขอบตาแดงระเรื่อ"แต่ข้าเองก็เพิ่งรู้หลังจากกลับจวน ว่าพวกเขาถูกสังหารระหว่างทางขากลับ มิน่าเล่าถึงรอพวกเขาแล้วไม่มาเสียที"ฉีซูเซี่ยนหรี่ตาลง "ฮูหยินหานพูดจริงหรือ""แน่นอน หากฉีซื่อจื่อไม่เชื่อ ก็ส่งคนไปสอบถามที่วัดเฉาหมิงให้กระจ่างได้"ฉีซูเซี่ยนหันไปมองเซิ่งจือหว่านที่มีสีหน้าเรียบเฉยหากเป็นเช่นนี้ หรือว่าเมื่อคืนนางอยู่ที่วัดเฉาหมิงจริง ๆ แล้วเหตุใดนางถึงไม่พูดให้ชัดเจน ทั้งยังไม่ให้คนกลับมาส่งข่าวด้วย?ชุยซื่อในตอนนี้ก็ฟังออกในที่สุดฮูหยินหานคนนี้จะมาส่งของขวัญขอบคุณเสียที่ไหน เห็นได้ชัดว่าตั้งใจมาหนุนหลังให้เซิ่งจือหว่านโดยเฉพาะ!พอคิดว่ามีโอกาสสูงที่สินเดิมของเซิ่ง
Mehr lesen

บทที่ 67

ในสายตาของเมิ่งยาง สตรีโบราณยึดให้สามีเป็นดั่งฟ้า การที่นางใช้สินเดิมจุนเจือจวนกั๋วกงหรือซื้อยาให้แม่สามีถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรม แล้วจะทวงคืนได้อย่างไร แต่เซิ่งจือหว่านนอกจากจะทวงคืนแล้ว ยังบีบให้สามีขายของพระราชทานเพื่อนำเงินมาคืนอีก ช่างไร้น้ำใจยิ่งนัก!เมื่อคนโบราณที่ถือสามีเป็นใหญ่เหล่านี้ได้ฟัง เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าผิดต่อจริยธรรมของสตรีอย่างร้ายแรงหรอกหรือ เมื่อเมิ่งยางพูดจบ ก็มองไปยังเซิ่งจือหว่านด้วยสายตาลำพองใจนางรอให้คนรอบข้างรุมประณามจนเซิ่งจือหว่านสำลักน้ำลายตายทว่าไม่นานนักนางก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ผู้คนรอบข้างไม่เพียงแต่ไม่รุมด่าเซิ่งจือหว่าน ตรงกันข้ามเลย สายตาที่มองนางกลับเต็มไปด้วยความเวทนา ส่วนสายตาที่มองไปยังฉีซูเซี่ยนและชุยซื่อนั้นกลับดูแปลกประหลาด"แม่นางเมิ่งท่านนี้ แม้ท่านจะมาจากครอบครัวชาวนา แต่คงไม่ได้คิดว่าหากเรื่องการใช้สินเดิมของภรรยามาจุนเจือบ้านสามีแพร่ออกไป จะเป็นเรื่องน่าเชิดชูหรอกนะ?" ซางสิงอวี้หัวเราะเยาะ"ตั้งแต่โบราณมา บุรุษที่มีศักดิ์ศรีจะไม่มีวันแตะต้องเงินส่วนตัวของภรรยา จวนฉีกั๋วกงแม้เมื่อก่อนจะตกอับ แต่เดิมทีก็มีชื่อเสียงเรื่องควา
Mehr lesen

บทที่ 68

"ใช่แล้ว! องค์หญิงคือผู้มีพระคุณของพวกเรา ข้าแม้จะเป็นคุณชายเสเพล แต่ก็เป็นคุณชายเสเพลตัวจริงที่รู้จักตอบแทนบุญคุณ ดีกว่าพวกวิญญูชนจอมปลอมที่หน้าซื่อใจคดบางคนตั้งเยอะ! องค์หญิง วันหน้าหากจวนเสนาบดีของเรามีเรื่องอะไรที่ท่านต้องการความช่วยเหลือ มาหาข้าได้ทุกเมื่อ!" เยี่ยหรงตบหน้าอกตัวเองเผยอวี้อันและคนอื่น ๆ ก็รีบเสริมเช่นกัน "พวกเราด้วย"คุณชายเสเพลอย่างพวกเขาไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่กับองค์หญิงชิ่งหนิงนั้นไม่เหมือนกัน นางเป็นเพียงสตรีคนหนึ่งแท้ ๆ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับโจรป่ากลับยังช่วยชีวิตพวกเขาไว้ได้พวกเขาจะก้มหัวให้แล้วอย่างไร"ฉีซื่อจื่อ ในเมื่อก่อนหน้านี้ฮูหยินกั๋วกงปักใจเชื่อว่าองค์หญิงเสียความบริสุทธิ์ แทนที่จะปล่อยให้ขุ่นเคืองใจกัน ไม่สู้ให้องค์หญิงพิสูจน์ตัวเองเล่า จะได้ลบล้างความเข้าใจผิด" ฮูหยินหานกล่าวเสริมฉีซูเซี่ยนพูดไม่ออก ในเวลานี้เขารู้สึกตำหนิชุยซื่ออยู่บ้างที่ยังเอาแต่คิดเรื่องสินเดิมของเซิ่งจือหว่านในฐานะบุตรชาย มีหรือเขาจะไม่รู้ว่ามารดาคิดอย่างไรแต่เซิ่งจือหว่านเดิมทีก็เป็นภรรยาของเขา ของของนางต่อให้ไปอยู่ในมือมารดาก็ยังเป็นของนางอยู่ดี ทั้งยังช่วยให้นา
Mehr lesen

บทที่ 69

การประชุมขุนนางในเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเริ่มการประชุม ฮ่องเต้ฉงเซิ่งก็ทรงเรียกขุนนางห้าคนให้ออกจากแถวแม่ทัพใหญ่เฟิ่งกั๋วชั้นเอกขั้นสอง ซางเทียนฮ่าว เสนาบดีแห่งกรมคลังชั้นโทขั้นสอง เยี่ยจั๋วอวิ๋น แม่ทัพใหญ่หวายฮว่าชั้นเอกขั้นสาม เผยลิ่งหย่วน เจ้ากรมตรวจการชั้นโทขั้นสาม เฉินเต้าถาน และรองเสนาบดีกรมโยธาชั้นเอกขั้นสี่ โจวชิงทั้งห้าทยอยเดินออกมาหน้าแถวทีละคนนอกจากซางเทียนฮ่าวและเยี่ยจั๋วอวิ๋น มีสองคนที่สีหน้าไม่เปลี่ยน ส่วนอีกสามคนที่เหลือแอบสบตากัน ในใจพลันเกิดสัญญาณเตือนภัยดังระงม!ตนเองมีบารมีมาจากไหน ถึงได้มายืนแถวหน้าพร้อมกับแม่ทัพใหญ่เฟิ่งกั๋วและเสนาบดีกรมคลังเช่นนี้ มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือเจ้าลูกตัวดีของบ้านตนต้องก่อเรื่องอีกแล้วแน่ ๆ !แต่นี่ต้องเป็นหายนะใหญ่โตเพียงใดกัน ถึงขนาดทำให้ฝ่าบาททรงเรียกคนเป็นพ่อทั้งห้าคนออกมาตักเตือนแต่เช้าตรู่โดยไม่เอ่ยเรื่องอื่นก่อนเลย โจวชิงตกใจจนขาทั้งสองข้างภายใต้ชุดขุนนางสั่นเทิ้ม หากรู้แต่แรกว่าลูกชายจะก่อหายนะเช่นนี้ ก็ไม่น่าปล่อยให้ไปประจบสอพลอพวกตัวแสบกลุ่มนั้นเลย! คราวนี้เป็นอย่างไรเล่า แม้แต่ตนเองก็พลอยโดนหางเลข
Mehr lesen

บทที่ 70

"ท่านแม่ทัพเผยคิดจะทำอย่างไร" เยี่ยจั๋วอวิ๋นเริ่มสนใจเยี่ยหรงเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเขา ไม่มีใครหวังจะลบล้างชื่อเสียงความเป็นคุณชายเสเพลของเยี่ยหรงไปมากกว่าเขาอีกแล้ว"จะทำอย่างไรได้อีก ก็ต้องจัดงานเลี้ยงใหญ่นิ่ ป่าวประกาศความดีความชอบของลูก ๆ เราให้ทั่ว ท่านเสนาบดีเยี่ย ใต้เท้าเฉิน ใต้เท้าโจว พวกท่านจะจัดหรือไม่ พวกเราจัดร่วมกันหลาย ๆ บ้านเลยเป็นอย่างไร"เยี่ยจั๋วอวิ๋นกระแอม "มันจะดูเอิกเกริกไปหรือเปล่า""เอิกเกริกอะไรกัน ขนาดฝ่าบาทยังทรงชมเชยกลางที่ประชุมเช้า พวกเราเชิญทุกคนมาสนุกกันหน่อย จะเป็นไรไป""จะว่าไปก็ใช่!" เยี่ยจั๋วอวิ๋นและคนอื่น ๆ เห็นพ้องต้องกันทันที"ตกลง! เช่นนั้นพวกเราไปถามท่านแม่ทัพใหญ่ซางกันเถอะว่าอยากจะจัดด้วยกันหรือไม่ หากท่านแม่ทัพใหญ่ร่วมด้วย เรื่องเงินก็ไม่ต้องให้ท่านออกหรอก พวกเราไม่กี่บ้านช่วยกันลงขันก็น่าจะพอแล้ว อย่างไรเสีย ผลงานครั้งนี้คุณชายรองซางก็เป็นคนเริ่ม!"พอพวกเขาปรึกษากันเสร็จแล้ว ก็รีบเข้าไปขวางซางเทียนฮ่าวที่กำลังจะเดินจากไปซางเทียนฮ่าวชะงักฝีเท้า หลังจากฟังข้อเสนอของเยี่ยจั๋วอวิ๋น ใบหน้าที่มืดมนอยู่แล้วก็ยิ่งดูแย่ลงไปอีกหนึ่งส่วน
Mehr lesen
ZURÜCK
1
...
5678910
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status