“แต่เจ้าเล่า? คู่หมายของเจ้าเป็นถึงองค์ชาย ทั้งมิได้มีใจให้กัน ปัญหาหลังเรือนของเจ้าคงมิได้จัดการง่ายดายเช่นนี้กระมัง อาซิน... ข้าไม่อยากให้เจ้าแต่งงานเลย”พูดออกไปแล้วน้ำตาก็ปริ่มๆ พาลจะไหล นึกห่วงใยสหายยิ่งนักในขณะที่คนฟังเรียวคิ้วโก่งพลันขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นไปอีกนางเองก็คิดเหมือนลู่ชิงนั่นล่ะ เฮ้อ...เมื่อสองดรุณีมีความคิดและความกลัวตรงกัน ดังนั้นการหนีอย่างไม่สนใจดินฟ้าจึงเป็นวิธีที่ดีจิวซินกับลู่ชิงเข้าไปอำลาลู่ซินฉีกับเซียวอวิ๋นในเรือนหลักทันทีแล้วพากันจากไปอย่างไม่รั้งรอ จิวซินให้ลู่ชิงกลับสกุลลู่ไปก่อน เพื่อฝากจดหมายไปกับผิงเอ๋อร์ ซึ่งเขียนบรรยายอาการป่วยหนักจนไม่สามารถพบเจอผู้คน ฝากบิดาเข้าเฝ้าเพื่อขอพระราชทานเลื่อนงานแต่งออกไปอีกสักระยะหนึ่ง ส่วนตนเองก็ปลอมตัวหนีต่อไป ทำใจได้เมื่อใดค่อยกลับมาตำหนักตั้งตระหง่านทางทิศเหนือในวังหรงเสียนจ้าวหนิงหลงกำลังยืนมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างระหว่างฟังคำรายงานความคืบหน้าในการตระเตรียมพิธีอันเป็นมงคลที่จะมาเยือนจากขันทีคนสนิท จากนั้นยังชี้แนะแจกแจงทุกสิ่งด้วยตนเองตั้งแต่ตกลงแต่งงาน ชายหนุ่มทำเช่นนี้อยู่หลายวันแล้วในความคิดของเข
Read more