"อันนั้นข้าเชื่อสนิทใจเลยล่ะ แต่เจ้าจู้เฉิงนะสิ คิดพิเรนท์อะไรถึงให้เมียมาเป็นคนบ้าต่อหน้าขุนนางในท้องพระโรง!""เพื่อให้คนทั้งแผ่นดินล่วงรู้ว่าซื่อเซี่ยยี่และฉีจู้เฉิงนั้นจะไม่มีเขี้ยวเล็บไปต่อกรกับผู้ใดได้อีก" ฉีจู้เฉิงเอ่ยยิ้มๆ "เหลือแต่เพียงชายน่าสมเพชที่ต้องดูแลฟูเหรินเสียสติไปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจเท่านั้น""แล้ว?..."“เมื่อพวกกระหม่อมถอดหน้ากากที่อยู่ในราชสำนักได้...ก็จะได้ทำหน้าที่ของตนเองแต่เก่าก่อนมาได้ถนัดถนี่ขึ้น...""พวกเจ้าคิดจะถอยเพื่อรุกอย่างนั้นรึ?" รัชทายาทหรี่ตามองฉีจู้เฉิงอย่างรู้สึกทึ่งๆ คนผู้นี้ไม่ยอมทิ้งลายจริงๆ"จะว่าเช่นนั้นก็ได้" ฉีจู้เฉิงตอบ "เมื่อพวกนั้นตายใจ เดี๋ยวมันก็เผยหางออกมาเอง อีกประการหนึ่ง ตอนนี้เราอยู่ในที่สว่างจึงต่อกรรับมือกับมันได้ลำบาก แต่หากเราหนีเข้าที่มืด บางทีคงจะเจอพวกมันและจับมันได้""แต่ก็จะบอกกันสักหน่อย ข้าจะได้เตรียมรับมือบ้าง จู่ๆเซี่ยยี่ก็กระโดดเข้าหาเสด็จพี่ เอามือตะกุยหัวหูจนมีแต่รอยเต็มไปหมด ตบท้ายด้วยการถีบอีกที แบบนี้น่ะมันช่าง...""หรือว่าพระองค์กริ้วพวกกระหม่อม?" ฉีจู้เฉิงเลิกคิ้วถามเมื่อเห็นท่าทีนั้น"เปล่า ก็ไม่ได้โกรธหรอก...
Read more