เช้าวันรุ่งขึ้น อู๋หมิงนอนนิ่งอยู่บนพื้นรองด้วยผ้าหยาบ สีหน้าของเขาสงบ แต่แววตายังล่องลอย ทุกครั้งที่ซูเหมยหลันเดินผ่าน เขาก็จะมองตามเหมือนต้องการจะถามอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าควรเริ่มอย่างไรเขาเก็บเครื่องนอนแล้วเติมฟืนในเตาผิง ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะไม้กลางห้องโถง ทำตัวไม่ถูกว่าต้องทำอะไรเป็นสิ่งแรกซูเหมยหลันเดินเข้ามา นางเทน้ำร้อนลงในถ้วยไม้ใบหนึ่งยื่นให้เขา “ดื่มเสีย จะได้อุ่นร่างกาย”“ขอบคุณ แม้ข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าเป็นใคร เจ้าก็ยังให้ที่พัก ให้ความช่วยเหลือ” เขารับถ้วยมาด้วยสองมืออย่างสุภาพ“ข้าไม่ได้ใจดีหรอก” นางตอบเสียงเรียบ“แค่เห็นเจ้าแล้วดูน่าสงสารเกินกว่าจะปล่อยตายกลางป่า” น้ำเสียงของนางรักษาระยะห่าง แต่แฝงความห่วงใยไว้ลึกๆ จนเขารู้สึกได้นางเดินเข้าไปในครัวแล้วกลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยอาหาร ยังคงเป็นโจ๊กอุ่นๆ เช่นเคย แต่คราวนี้มีปลาอีกตัวที่แบ่งกันกินคนละครึ่งอู๋หมิงไม่กล้ากินปลาย่างเยอะด้วยความเกรงใจ นางเห็นอย่างนั้นจึงคีบให้เขา“เจ้าป่วยอยู่ กินเยอะๆ จะได้ฟื้นฟูร่างกาย”“เจ้าช่างใจดีกับข้าเหลือเกิน”“กินเถอะ เลิกชมข้าเสียที” นางอดส่ายหน้าไม่ได้ เขาเอาแต่พูดชื่นชมความม
Read more