ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา のすべてのチャプター: チャプター 451 - チャプター 460

470 チャプター

บทที่ 451

จี้หานอีเดินตามเสิ่นซื่อไปอย่างใกล้ชิดร่างของเสิ่นซื่อนั้นสูงใหญ่ บดบังทัศนวิสัยของจี้หานอีหมดสิ้น นางจึงเห็นเพียงอาภรณ์สีดำขลับอันหรูหราของเขาที่แผ่กลิ่นอายกดดันมาบางเบาเท่านั้นเสิ่นซื่อหยุดเท้าลงหน้าภูเขาจำลองที่ไร้ผู้คน เขาหมุนตัวกลับมาทอดสายตามองจี้หานอีผู้กำลังเดินเข้ามาหาด้วยความเงียบงันเรือนร่างอันบอบบางนุ่มนวล สวมใส่อาภรณ์สีเหลืองอ่อนอมชมพู ท่ามกลางวสันตฤดูสดใส นางได้นำพากลิ่นหอมกรุ่นที่เขาเฝ้าคะนึงหาทุกลมหายใจมาด้วย กระทั่งจี้หานอียังไม่ทันก้าวเข้ามาถึงตัว เขาก็ทนไม่ไหว ต้องเอื้อมมือไปคว้าหมับ ดึงรั้งร่างนางเข้ามาสู่อ้อมแขนทันทีท่อนแขนยาวรวบกอดเรือนร่างนางไว้ในอ้อมอก เขาก้มหน้าลงสูดดมกลิ่นหอมจากกายนางอย่างลึกซึ้ง และภายใต้แววตาที่ยังคงตื่นตระหนกของจี้หานอี เขาก็เชยปลายคางของนางขึ้น ก่อนโน้มใบหน้า พลางดันร่างนางแนบชิดกับภูเขาจำลองแล้วประทับริมฝีปากลงไปอย่างหนักหน่วงเขาไม่อาจพบหน้านางในอีกสองวันนี้แต่อีกสองวันนางก็จะกลายเป็นคนของเขาแล้วคนที่เขาฝืนใจแย่งชิงมา ย่อมถูกกำหนดไว้แล้วว่าชั่วชีวิตนี้เขาไม่มีวันยอมปล่อยมือเด็ดขาดห้วงอารมณ์ในขณะนี้พลุ่งพล่านราวระลอกคลื่น จ
続きを読む

บทที่ 452

นางคือภรรยาของเขา แต่ทว่านั่นกลับไม่ใช่เรื่องจริงทั้งโดยธรรมชาตินางก็หวาดกลัวเสิ่นซื่ออยู่แล้ว คล้ายกับว่าไม่อาจก่อเกิดความรักใคร่ขึ้นมาได้ ภายในใจจึงทั้งสับสนและปวดร้าวปลายนิ้วของเสิ่นซื่อแตะลงบนหางตาอันชื้นแฉะของจี้หานอี ความต่อต้านและหวาดกลัวในดวงตาคู่นั้นช่างชัดเจนแจ่มแจ้ง เมื่อครู่นี้ก็คล้ายมีเพียงเขากระมังที่เกิดความหวั่นไหวไปเองเขาพยายามปลุกปั่นความปรารถนาในตัวนาง แต่ภายในใจนางกลับยังคงต่อต้านเสิ่นซื่อสูดลมหายใจเข้าลึก ข่มกลั้นไฟปรารถนาทั้งหมดภายในกายลงไป จับให้จี้หานอีพิงศีรษะลงบนบ่าของตน ก่อนตบหลังนางเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “ไม่ต้องกลัว ไม่มีผู้ใดมาหรอก”จี้หานอีซุกหน้าลงกับหัวไหล่ของเสิ่นซื่อ ปลายนิ้วขยุ้มสาบเสื้อของเขาแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนพูดอ้อมแอ้ม “ใต้เท้าเสิ่น คราวหน้าอย่าได้...”ประโยคหลังจากนั้นนางไม่ได้กล่าวจนจบ ด้วยรู้สึกกระดากอายเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยออกมาเสิ่นซื่อชะงักไปเล็กน้อย เขาก้มมองแพขนตางอนยาวของจี้หานอี ประกายในดวงตามืดทะมึนลง เวลานี้เขาไม่คิดเกลี้ยกล่อมนาง รอให้แต่งเข้าจวนแล้วค่อยว่ากันอีกทีก็ยังไม่สายเขารับคำ “ได้สิ”จี้หานอีรู้สึกโล่ง
続きを読む

บทที่ 453

เดิมทีจี้หานอีคิดว่าตนเองคงรู้สึกไม่คุ้นชินอยู่บ้างเมื่อต้องมาอาศัยอยู่ในจวนเฉิงอันโหวแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้นนางสามารถเข้ากับผู้คนในจวนเฉิงอันโหวได้โดยง่าย โดยเฉพาะบรรดาสตรีเมื่อตกกลางคืน ฉินฝูอวี้ก็มาคลุกคลีอยู่กับนาง ส่วนนางซูก็คอยแวะเวียนมาไถ่ถามเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่เสมอ จี้หานอีจึงสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเพียงแต่ฉินฝูอวี้นั้นเป็นคนช่างเจรจา มักอยากรู้เสมอว่าจี้หานอีไปรู้จักกับเสิ่นซื่อได้อย่างไรนางแอบกระซิบกับจี้หานอีว่า "ท่านโหวเสิ่นดูน่ากลัวออกจะตาย เอาแต่ทำหน้าถมึงทึง ซ้ำเวลาพูดจาก็ยังเย็นชาน่าขนลุก ข้าคนหนึ่งล่ะที่ไม่กล้าแต่งงานกับคนเช่นท่านโหวเสิ่นแน่"และยังกล่าวอีกว่า "พี่หญิงอาจไม่รู้ สตรีมากมายในเมืองหลวงแม้จะแอบหลงรักใต้เท้าเสิ่น แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้เขาสักคน เพียงถูกสายตาคู่นั้นตวัดมอง ก็พาลให้รู้สึกเหมือนตนเองเพิ่งก่อความผิดร้ายแรงอย่างไรอย่างนั้น ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก"จี้หานอีได้แต่แย้มยิ้มบางเบา ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ฉินฝูอวี้กล่าวนั้นถูกต้องทีเดียวใบหน้าของเสิ่นซื่อนั้น ยามไร้ซึ่งรอยยิ้ม แม้จะหล่อเหลาสง่างาม แต่ก็ดูน่าเกรงขามจนชวนให้ห
続きを読む

บทที่ 454

บรรยากาศพลันคึกคักขึ้นมาทันตา จี้หานอีจึงวาดภาพขนาดเล็กให้เหล่าเด็กน้อยคนละภาพ ทั้งยังประทับตราเขียนคำบรรยายลงไป บรรดาเด็กน้อยพอได้มาก็ทะนุถนอมราวได้สิ่งของล้ำค่า พากันนำมาเทียบว่าของผู้ใดสวยกว่ากันทำเอาผู้คนที่ยืนดูความครื้นเครงอยู่ด้านข้างอดหัวเราะตามไม่ได้นางถานผู้เป็นฮูหยินรองแห่งจวนเฉิงอันโหวทอดสายตามองจี้หานอีที่กำลังถูกเด็กน้อยสามสี่คนรายล้อม ก่อนอดกล่าวกับนางซูไม่ได้ “เดิมทีตอนที่เห็นว่าแม่นางจี้ได้รับความโปรดปรานจากท่านแม่สามี ข้าก็ยังรู้สึกว่านางไม่ได้มีอันใดโดดเด่นเป็นพิเศษ ทว่ายามนี้พอมองดูแล้วกลับพบว่านางเป็นสตรีที่น่าสนใจยิ่ง ที่สำคัญคือนิสัยใจคอดีงาม ซ้ำยังวางตัวอย่างสงบสุขุมรู้กาลเทศะ ไม่ได้ทำตัวเย่อหยิ่งจองหองราวกับคิดว่าตนเองกำลังจะได้แต่งเข้าจวนสกุลเสิ่น เกาะกิ่งไม้สูงบินขึ้นไปเป็นหงส์สักนิด”นางซูกระซิบตอบเสียงแผ่ว “กล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียว ในอดีตตอนที่ใต้เท้าจี้ยังมีชีวิต ความจริงแม่นางจี้ผู้นี้ก็พอจะมีชื่อเสียงในเมืองหลวงอยู่บ้าง เพียงแต่นางเก็บตัวเงียบ ไม่เคยทำตัวโดดเด่นแย่งชิงความสนใจ ทว่าเจ้าดูนางในวันนี้สิ จรดพู่กันวาดภาพได้อย่างง่ายดาย น้ำเสียงหร
続きを読む

บทที่ 455

รุ่งอรุณของวันถัดมา จวนเฉิงอันโหวคึกคักขึ้นมาทันตาจี้หานอีถูกหรงชุนและหญิงรับใช้สูงวัยเข้ามาปลุกให้ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อชำระล้างร่างกายและอบเครื่องหอม จากนั้นก็มานั่งลงหน้าคันฉ่อง ปล่อยให้หญิงรับใช้สูงวัยช่วยสางผมและแต่งหน้าให้หญิงรับใช้สูงวัยเอ่ยคําอวยพรด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “สางครั้งที่หนึ่งขอให้ครองคู่จนแก่เฒ่า สางครั้งที่สองขอให้รักใคร่กลมเกลียวจนผมขาวโพลน สางครั้งที่สามขอให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง”จี้หานอีเพียงทอดสายตามองเงาร่างในคันฉ่อง ทว่าในใจกลับราบเรียบไร้ความรู้สึกนี่เป็นการออกเรือนครั้งที่สองของนาง ครั้งแรกนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง บนใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม แต่ครั้งนี้นางกลับสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความประหม่าของดรุณีแรกรุ่นที่กำลังมีความรักเช่นวันวาน ทว่ากลับรู้สึกอุ่นใจยิ่งกว่าคราวก่อนนักภายในห้องมีฮูหยินโหวแห่งจวนเฉิงอันโหวและฮูหยินรองฉินยืนอยู่ ทั้งสองคนวุ่นวายกับการจัดแจงสิ่งต่าง ๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รอจนกระทั่งจี้หานอีแต่งหน้าทำผมเสร็จ พวกนางก็มาช่วยกันสวมชุดแต่งงานให้หลังผ่านพ้นขั้นตอนอันแสนยุ่งยากและซับซ้อนไปชุดใหญ่ กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ก็ล่วงเลยยามซื่อแล้
続きを読む

บทที่ 456

ผ้าคลุมหน้าสีแดงสดถูกเลิกขึ้นอย่างแช่มช้า สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าอันงดงามดุจบุปผาบานสะพรั่งดวงหน้าที่เคยเรียบง่ายถูกประทินโฉมอย่างประณีต กลางหน้าผากประดับด้วยลวดลายดอกเหมย คิ้วเรียวโค้ง นัยน์ตากลมโตเปล่งประกายฉ่ำวาวดั่งระลอกคลื่นแห่งวสันตฤดู จมูกโด่งรับกับริมฝีปากสีชาด ดูเย้ายวนใจยิ่งนักโดยเฉพาะยามที่จี้หานอีค่อย ๆ ช้อนตาขึ้นมองตามผ้าคลุมหน้าที่ถูกเลิกขึ้น นัยน์ตาดุจเมล็ดซิ่งอันเปี่ยมด้วยห้วงอารมณ์คู่นั้นก็ช่างเย้ายวนราวหลุมพรางที่คอยกระชากวิญญาณผู้คน กระทั่งการเคลื่อนไหวของมือเสิ่นซื่อก็ยังชะงักค้างไปเล็กน้อย ลมหายใจของเขาพลันขาดห้วงเมื่อถูกมนตร์สะกดจากนัยน์ตาคู่นั้นดึงดูดเอาไว้ดวงหน้าที่ถูกล้อมรอบด้วยอัญมณี ไข่มุก และสีแดงมงคลนั้นช่างเย้ายวนชวนให้หัวใจหวั่นไหว ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความขวยเขินเล็กน้อย นับเป็นความอ่อนช้อยงดงามอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจี้หานอีโดยแท้เมื่อหญิงรับใช้ผู้ดูแลงานมงคลที่อยู่ด้านข้างเห็นว่าผ้าคลุมหน้าถูกเลิกขึ้นแล้ว จึงประคองถาดปูผ้าแดงก้าวเข้ามาพลางยิ้มกล่าว "ท่านโหว ถึงเวลาดื่มสุราเหอจิ่นแล้วเจ้าค่ะ"นั่นเอง เสิ่นซื่อถึงเพิ่งละสายตาจากใบหน้าของจ
続きを読む

บทที่ 457

เขาจ้องมองนางอย่างเงียบงันอยู่เนิ่นนาน ก่อนสั่งการคนด้านนอก แล้วอาหารหนึ่งโต๊ะเล็กก็ถูกยกเข้ามาจัดวางตรงหน้าเมื่อผู้คนภายในห้องถอยออกไปจนหมด เสิ่นซื่อก็หยัดกายลุกขึ้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจี้หานอีแล้วค้อมตัวลง จี้หานอีเอนกายหลบไปด้านหลังโดยไม่รู้ตัว ทว่ากลับถูกฝ่ามือของเสิ่นซื่อยื่นเข้ามาดันแผ่นหลังไว้เสียก่อนเสิ่นซื่อก้มหน้าลงสบสายตากับคนที่กำลังทำตัวไม่ถูก นัยน์ตาดำขลับของเขาจ้องมองนางขณะถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ “กลัวข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”จี้หานอีเงยหน้าขึ้นมองกิริยาของเสิ่นซื่อในยามนี้ บนใบหน้าของเขาไร้ซึ่งรอยยิ้ม ซ้ำยังโน้มตัวลงมาทาบทับโดยหันหลังให้แสงสว่าง ดูไปแล้วก็น่าหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อยจริง ๆเสิ่นซื่อเป็นคนที่แทบไม่เคยยิ้ม ใบหน้านั้นมักแฝงไว้ด้วยความเคร่งขรึมอยู่เสมอจี้หานอีตอบด้วยเสียงแผ่วเบา “เปล่าเจ้าค่ะ…”เสิ่นซื่อเม้มริมฝีปาก ค่อย ๆ คลายมือที่ประคองแผ่นหลังของจี้หานอี ต่อด้วยช่วยถอดมงกุฎเจ้าสาวอันหนักอึ้งออกจากเรือนผมของนางเมื่อมงกุฎเจ้าสาวถูกถอดออก จี้หานอีก็รู้สึกเบาสบาย ในที่สุดก็ไม่ต้องทนเกร็งไหล่ไว้อีกแล้วจี้หานอีเพิ่งเข้าใจจุดประสงค์ที่อยู่ ๆ เสิ่นซื่อก็ข
続きを読む

บทที่ 458

ดูเหมือนควรออกไปได้แล้วจริง ๆ สินะหรงชุนออกไปหยิบเสื้อผ้าเข้ามาให้ ทว่ากลับมีเพียงชุดนอนเท่านั้นเรื่องนี้จะโทษสาวใช้คงไม่ได้ ในเมื่ออาบน้ำเสร็จในยามนี้ ย่อมไม่มีทางสวมใส่เสื้อคลุมตัวนอกอีกจี้หานอีสวมชุดนอนเดินออกไป ภายในห้องด้านในซึ่งถูกปิดกั้นด้วยผ้าม่านหลายชั้น เสิ่นซื่อผลัดเปลี่ยนมาสวมชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว เขากำลังนั่งอยู่บนตั่งกุ้ยเฟยริมฉากกั้นในมือชายหนุ่มถือตำราเล่มหนึ่ง คล้ายกำลังพลิกอ่านอย่างไม่ใส่ใจนัก ครั้นเห็นจี้หานอีเดินเข้ามา จึงวางตำราในมือลงไว้ด้านข้างนี่เป็นครั้งแรกที่จี้หานอีสวมเพียงชุดนอนมาอยู่ต่อหน้าเสิ่นซื่อ ภายในใจจึงอดรู้สึกขวยเขินและกระดากอายไม่ได้โชคดีที่เสิ่นซื่อมองออกถึงความประหม่าของนาง เขาจึงกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ดึกมากแล้ว เจ้าไปนอนบนเตียงก่อนเถิด”จี้หานอีโพล่งถามออกไปโดยไม่รู้ตัว “แล้วใต้เท้าเสิ่นเล่าเจ้าคะ?”เสิ่นซื่อหยัดกายลุกขึ้น ก่อนก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าจี้หานอี คนที่สวมเพียงเสื้อตัวในสีขาวนวลตาดูทั้งเรียบง่ายและงดงาม เครื่องสำอางบนใบหน้าถูกชำระล้างออกไปหมดสิ้น ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความงามอันอ่อนโยนบริสุทธิ์เรือนผมยาวสยายปล่อยปรกเ
続きを読む

บทที่ 459

จี้หานอีนึกขึ้นได้ว่าด้านนอกยังมีหญิงรับใช้สูงวัยเฝ้าอยู่ พอมองดูเสิ่นซื่อที่สวมเสื้อตัวในสำหรับใส่นอนเช่นเดียวกัน นางก็ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำเท่านั้นเสิ่นซื่อหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ ก่อนก้าวขึ้นไปบนเตียง จากนั้นจึงปล่อยม่านกั้นเตียงอันหนาหนักลงมา ภายในม่านพลันมืดสลัวลงทันใดผ้าห่มขยับไหว จี้หานอีสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเสิ่นซื่อเอนกายลงนอนอยู่เคียงข้างในระยะประชิด ภายในหัวนางยังคงขาวโพลน นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีวันที่ตนเองได้ร่วมเรียงเคียงหมอนบนเตียงเดียวกันกับเสิ่นซื่อเช่นนี้ขณะนางกำลังคิดฟุ้งซ่าน ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งก็เอื้อมมา รวบเอวคอดกิ่วของนางให้ขยับเข้าไปตรงกลางเตียง จากนั้นเรือนกายอันร้อนอุ่นของเสิ่นซื่อก็แนบชิด สุ้มเสียงแหบพร่าดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว “เจ้าจะนอนห่างถึงเพียงนั้นไปไย?”ร่างของจี้หานอีแข็งทื่อ ฝ่ามือดันแผงอกของเสิ่นซื่อไว้โดยสัญชาตญาณ ชั่วขณะนั้นนางไม่รู้เลยว่าควรตอบรับอย่างไรแต่เสิ่นซื่อกลับก้มหน้าลงมาอย่างกะทันหัน ลมหายใจร้อนระอุรินรดอยู่ตรงซอกคอและข้างใบหูของนาง ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “คืนเข้าหอของเราจะให้ผ่านพ้นไปอย่างเงียบงั
続きを読む

บทที่ 460

เมื่อคืนนี้จี้หานอีเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อใด นางไม่อาจล่วงรู้ หญิงสาวรู้เพียงว่าฉากสุดท้ายคือภาพที่ตนเองพังทลายลงราวกับทำนบแตกภายใต้ปลายนิ้วของเสิ่นซื่อยามเช้าเมื่อจี้หานอีตื่นขึ้นมา ทั้งร่างของนางก็ถูกกักไว้ในอ้อมอกของเสิ่นซื่อ นางเหม่อมองม่านมุ้งเหนือศีรษะ พลันหวนนึกถึงความน่าละอายของตนเองเมื่อคืน ยามนี้จึงแทบอยากจะหาซอกหลืบมุดหนีลงไปให้รู้แล้วรู้รอดด้านนอกยังไร้เสียงบ่าวไพร่ร้องเรียก ทว่าภายในใจจี้หานอีกลับเริ่มกระสับกระส่าย วันนี้นางต้องไปพบปะสมาชิกสกุลเสิ่น จะมัวแต่นอนตื่นสายไม่ได้เด็ดขาดเมื่อสัมผัสได้ถึงท่อนแขนของเสิ่นซื่อที่โอบรัดอยู่รอบเอว นางก็อดนึกขึ้นมาไม่ได้ว่าเป็นมือข้างนี้เองที่สามารถ...สามารถ...ไหนผู้คนต่างก็บอกว่าภายในเรือนของเสิ่นซื่อไม่มีกระทั่งสาวใช้ห้องข้างมิใช่หรือ แล้วเขาไปเรียนรู้วิธีการเหล่านั้นมาจากที่ใด...เรื่องพรรค์นั้น นับเป็นครั้งแรกที่จี้หานอีเพิ่งเคยพานพบ...ที่แท้ก็สามารถใช้มือได้ด้วย...จี้หานอีรู้สึกว่ายิ่งคิดใบหน้าก็ยิ่งร้อนผ่าว จึงรีบหยุดความคิดฟุ้งซ่านของตนเอง ก่อนค่อย ๆ เอื้อมมือออกไป หมายขยับท่อนแขนของเสิ่นซื่อที่พาดอยู่บนเอวของนางออก
続きを読む
前へ
1
...
424344454647
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status