All Chapters of เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม: Chapter 111 - Chapter 120

223 Chapters

บทที่ 2 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไปเสี่ยวชุ่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้านองไปด้วยน้ำตา นางมองแผ่นกระดาษที่ถูกทิ้งไว้บนตักของหลินเวยด้วยสายตาตัดพ้อ"ท่านแม่ทัพ... ทำเช่นนี้อีกแล้วหรือเจ้าคะ? เหตุใดเขาถึงใจร้ายไล่ท่านออกจากจวนอีกแล้ว"คำว่า 'อีกแล้ว' สะดุดหูหลินเวยอย่างจังหญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ในหัวสมองยังคงว่างเปล่าราวกับลานหิมะขาวโพลน นางพยายามนึกให้ออกว่าเจ้าของร่างนี้เป็นใคร เจออะไรมาบ้าง แต่ยิ่งนึกก็ยิ่งปวดหนึบที่ขมับ"นี่... เจ้าชื่อเสี่ยวชุ่ยใช่ไหม?" หลินเวยสูดหายใจลึก ตัดสินใจถามออกไปตรงๆ "เจ้ากับข้า... เราสนิทกันมากแค่ไหน?"เสี่ยวชุ่ยเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายด้วยความตกใจ "ฮูหยิน... ท่านถามอะไรเช่นนั้นเจ้าคะ? บ่าวรับใช้ท่านมาตั้งแต่ท่านยังเป็นดรุณีน้อย เราเติบโตมาด้วยกัน บ่าวย่อมต้องภักดีต่อท่านยิ่งกว่าชีวิต""ดี..." หลินเวยพยักหน้า สีหน้าจริงจังขึ้น "ถ้าอย่างนั้น เจ้าต้องตั้งสติและฟังข้าให้ดี ตั้งแต่ข้าขึ้นมาจากน้ำ... ความทรงจำของข้ามันหายไปหมดแล้ว ข้าจำไม่ได้ว่าข้าเป็นใคร จำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือแม้แต่ผู้ชายใจร้ายคนเมื่อกี้เป็นใคร... ข้าก็จำไม่ได้""ฮูหยิน!" เสี่ยวชุ่ยอุทา
Read more

บทที่ 3 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 3 : นางมารร้ายผู้เงียบงันหลินเวยก้าวเท้าออกจากเรือนนอน โดยมีเสี่ยวชุ่ยเดินก้มหน้าตามหลังมาติดๆทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นเขตประตูเรือน สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับกำแพงมนุษย์สีสันฉูดฉาดสตรีสี่นางในอาภรณ์หลากสี ยืนเรียงหน้ากระดานขวางทางเดินอยู่ราวกับนัดหมายกันมา ใบหน้าของพวกนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีตบรรจง แต่รอยยิ้มที่ส่งมานั้นกลับเคลือบแฝงไปด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด"อ้าว... พี่หญิง"สตรีผู้ยืนอยู่ตรงกลางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูบอบบางราวกับกิ่งหลิวลู่ลม ก้าวออกมาข้างหน้า นางคือ 'หลิวรั่วเหยียน' อนุภรรยาคนโปรดที่มักทำตัวอ่อนแอน่าสงสารต่อหน้าท่านแม่ทัพ"ได้ข่าวว่าพี่หญิงพลัดตกลงไปในสระบัว เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? น้องตกใจแทบแย่ เป็นห่วงว่าท่านจะเป็นอะไรไป"น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย พยายามบีบน้ำตาให้คลอเบ้า แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน"เจ้าจะไปถามนางทำไมกัน พี่หญิงรั่วเหยียน"สตรีอีกนางในชุดสีแดงเพลิง 'หวังซินอี๋' หัวเราะเสียงแหลม แทรกขึ้นมาทันควัน "ดูจากท่าทางนางสิ ก็ดูสบายดีจะตาย... ข้าว่าสิ่งที่เราควรจะถาม ไม่ใช่อาการป่วยไข้ แต่เป็นเรื่อง 'หนังสือหย่า' ที่ท่านแม่ทัพเพิ่งประทานใ
Read more

บทที่ 4 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่สองวัน...ผ่านไปแล้วสองวันเต็มๆ ที่หลินเวยลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ แทนที่จะเป็นฝ้าเพดานเรียบหรูในบ้านที่กรุงเทพฯนางพยายามหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกศาลที่นึกออก ขอให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง แต่ความจริงช่างโหดร้าย... นางยังคงติดอยู่ในร่างของสตรีโบราณผู้นี้"พ่อจ๋า... แม่จ๋า..."หยาดน้ำใสไหลรินจากหางตาลงสู่หมอน ภาพใบหน้าของบิดามารดาในโลกปัจจุบันฉายชัดในความทรงจำ ท่านทั้งสองแก่ชรามากแล้ว หากรู้ว่าลูกสาวคนเดียวจากไปอย่างกะทันหัน พวกท่านจะอยู่ต่อไปอย่างไร"หนูขอโทษ..." หลินเวยสะอื้นไห้เงียบๆ นางทิ้งเงินประกันชีวิตไว้สิบล้าน หวังว่ามันจะช่วยดูแลพ่อกับแม่แทนนางได้บ้างแม้จะมีเงินทองมากมายทิ้งไว้ให้ แต่เงินหรือจะสู้การมีชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างไร... ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจจนนางแทบไม่อยากลุกจากเตียง"ฮูหยิน... ทานโจ๊กสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวร่างกายจะทรุดโทรมไปกันใหญ่"เสี่ยวชุ่ยค่อยๆ ประคองร่างบางให้ลุกขึ้นนั่ง พลางป้อนอาหารให้นายหญิงอย่างเอาใจใส่ ตลอดสองวันที่ผ่านมา หลินเวยใช้เวลาส่วนใ
Read more

บทที่ 5 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมินแสงตะวันยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มแดงไปทั่วผืนฟ้า เป็นสัญญาณบอกเวลาพลบค่ำเมื่อรถม้าคันหรูของจวนแม่ทัพแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหลินเวย ก้าวลงจากรถม้าด้วยความทุลักทุเล มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นนวดบั้นเอวเบาๆ ใบหน้าสวยหวานฉายแววอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด"โอ๊ย... กระดูกกระเดี้ยวจะพังไหมเนี่ย"นางบ่นอุบอิบกับตัวเองเบาๆ แม้ภายนอกจะดูสง่างามดุจคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่ภายในใจของ แพรว กำลังกรีดร้อง การนั่งรถม้าบนถนนหินขรุขระในยุคโบราณไม่ใช่เรื่องตลก ไม่มีโช้คอัพ ไม่มีเบาะนุ่มเด้ง มีแต่แรงกระแทกที่ส่งตรงถึงกระดูกสันหลังทุกวินาทีเกือบสองสัปดาห์แล้วที่นางต้องทนใช้ชีวิตในร่างนี้... ยอมรับตามตรงว่ามัน 'ไม่ง่าย' เลยถึงแม้จะได้เดินชมเมือง สัมผัสสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่งดงามราวกับภาพวาด ได้ไปไหว้พระขอพรที่วัดเก่าแก่บนยอดเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ แต่ความเจริญทางวัตถุที่หายไปก็ทำให้นางแทบคลั่งห้องน้ำแบบนั่งยองที่ไร้ระบบชักโครก... อาหารการกินที่เน้นรสจืดชืด มันเลี่ยน มีแต่แป้งกับผักต้ม..."คิดถึงส้มตำปูปลาร้า... คิดถึงผัดกะเพราไข่ดาวกรอบๆ..." หลินเวยกลืนน้ำลายลงคออย่า
Read more

บทที่ 6 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะเพล้ง!ถ้วยชาเนื้อดีถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องหนังสือแม่ทัพเยว่เฉิน กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อเรียกสติ แต่มันแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย ความร้อนรุ่มดั่งไฟบรรลัยกัลป์กำลังแผดเผาไปทั่วกาย เลือดลมสูบฉีดพล่านจนใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำ เหงื่อไหลพรากราวกับเขื่อนแตก"บัดซบ...!" เขาคำรามในลำคอด้วยความเจ็บใจตลอดชีวิตการเป็นแม่ทัพ เขาใช้ชีวิตอยู่บนความระมัดระวังตัวเสมอ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินและเล่ห์เหลี่ยมของสตรีในเรือนหลัง เขาไม่เคยพลาดท่าเสียทีให้กับยาปลุกกำหนัดชั้นต่ำพวกนี้มาก่อนแต่วันนี้... วันนี้เขากลับพลาด!เพียงเพราะจิตใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มัวแต่คิดฟุ้งซ่านเรื่องท่าทีที่เปลี่ยนไปของ หลินเวย ความหงุดหงิดที่นางทำหมางเมินใส่ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาหย่อนยาน จนเผลอดื่มชาถ้วยนั้นลงไปโดยไม่ทันตรวจสอบ"ท่านแม่ทัพ! ท่านเป็นอะไรไปขอรับ!"มู่เฟิง ทหารคนสนิทรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ เจ้านายของเขาหายใจหอบถี่ ดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง"ยาปลุกกำหนัด... ข้าโดนยา..." เยว่เฉินเค้นเสียงรอดไรฟัน"ข้าจ
Read more

บทที่ 7 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 7 : ค่ำคืนแห่งพายุอารมณ์ปึก! ปึก!หมอนใบแล้วใบเล่าถูกขว้างใส่ร่างสูงใหญ่ แต่เยว่เฉินไม่แม้แต่จะปัดป้อง เขาปล่อยให้หมอนเหล่านั้นกระทบตัวแล้วร่วงหล่นลงพื้น นัยน์ตาแดงก่ำจับจ้องมาที่นางราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม"ไปหาเมียน้อยของท่านสิ! มีตั้งสี่คนไม่ใช่เหรอ! มายุ่งกับข้าทำไม!"หลินเวยตะโกนด่าเสียงสั่น น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเริ่มคลอเบ้า "ข้าเกลียดท่าน! ได้ยินไหมว่าข้าเกลียดท่าน!"คำด่าทอเหล่านั้นไม่ได้เข้าหูของเยว่เฉินเลยแม้แต่น้อย ในสมองของเขาตอนนี้มีเพียงความร้อนรุ่มที่แผดเผาจนสติสัมปชัญญะขาดผึง ภาพตรงหน้าคือสตรีที่เป็นต้นเหตุ และนางคือคนเดียวที่จะเป็น 'ยาถอนพิษ' ให้เขาได้"เกลียดรึ...?" เยว่เฉินแสยะยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ขนทั่วกายของหลินเวยลุกชัน "ปากบอกว่าเกลียด แต่การกระทำของเจ้ามันฟ้องว่าเจ้าต้องการข้า... อย่ามาเล่นละครตบตาอีกเลย หลินเวย!"เขากระโจนขึ้นมาบนเตียง รวบข้อมือทั้งสองข้างของนางตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างกระชากสาบเสื้อนอนผ้าไหมของนางจนขาดวิ่นแคว่ก!เสียงฉีกขาดของอาภรณ์บาดลึกเข้าไปในความรู้สึก หลินเวยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
Read more

บทที่ 8 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 8 : กรงขังบรรยากาศภายในห้องหนังสือของ แม่ทัพเยว่เฉิน เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจบุรุษหนุ่มในชุดลำลองสีเข้มตวัดปลายพู่กันลงบนกระดาษด้วยท่าทีเคร่งขรึม ราวกับว่าพายุอารมณ์เมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น ทว่า... ภายในใจของเขากลับปั่นป่วนยิ่งกว่าคลื่นลมในมหาสมุทรเขาลอบมองไปที่ประตูห้องเป็นระยะ ‘นางต้องมา...’ เขาคิดในใจ ‘สตรีที่สูญเสียพรหมจรรย์ไปแล้ว ย่อมต้องวิ่งแล่นมาเรียกร้องความรับผิดชอบ ร้องห่มร้องไห้ขอให้เขารับเลี้ยงดู หรือยกย่องนางเป็นภรรยาเอกต่อไป’ถึงแม้เขาจะเกลียดนางเพียงใด แต่หากเรื่องเมื่อคืนก่อให้เกิดสายเลือดของตระกูลเยว่ขึ้นมา เขาก็คงมิอาจปัดความรับผิดชอบได้ คงจำต้องเลี้ยงดูนางในฐานะมารดาของบุตร..."ท่านแม่ทัพขอรับ!"มู่เฟิง วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้ขานรับ "แย่แล้วขอรับ! ฮูหยิน... เอ้ย อดีตฮูหยิน กำลังขนของขึ้นรถม้า นางกำลังจะออกจากจวนเดี๋ยวนี้เลยขอรับ!"เคร่ง!พู่กันในมือเยว่เฉินหักสะบั้นเป็นสองท่อน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง"เจ้าว่ากระไรนะ!? นางจะไป?""ขอรับ! ขบวนรถม้าพร้อมเคลื่อนตัวแล้ว นางดูรีบร้อนมาก..."ยังฟังไม่ทันจบประโยค ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพหนุ่ม
Read more

บทที่ 9 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 9 : คืนสุดท้ายความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องนอนกว้างขวางอีกครั้ง หลังจากสิ้นเสียงตะโกนแห่งความเกลียดชังของหลินเวยแม่ทัพเยว่เฉิน จ้องมองใบหน้าสวยหวานที่บัดนี้แดงก่ำด้วยโทสะ นัยน์ตาของนางวาวโรจน์ราวกับแม่เสือสาวที่พร้อมจะขย้ำคอเขาให้ตายคามือ คำว่า "เกลียด" ที่นางเอื้อนเอ่ยออกมานั้น ช่างหนักแน่นและบาดลึกจนเขาเผลอกัดกรามแน่น‘เกลียดงั้นรึ...?’เขายิ้มเยาะในใจ นึกสมเพชในความมารยาของสตรีตรงหน้า นางคงกำลังเล่นละครบทใหม่ แสร้งทำเป็นพยศเพื่อเรียกร้องความสนใจ หวังจะปั่นหัวให้เขาคลั่งไคล้... ก็แค่นั้น อีกไม่นานหรอก นางก็คงจะทนไม่ไหวแล้ววิ่งแจ้นกลับมาสยบแทบเท้าเขาเหมือนเช่นเคย"อยากไปก็เชิญ..." เยว่เฉินเอ่ยเสียงเย็นชา ปล่อยมือที่ตรึงข้อมือนางออก แล้วลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่"แต่จำใส่สมองของเจ้าเอาไว้ให้ดี... นับจากวินาทีที่ก้าวเท้าพ้นธรณีประตูจวนแม่ทัพ ข้ากับเจ้าถือว่า ขาดกัน! ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกันอีก อย่าได้ซซัดเซพเนจรกลับมาให้ข้าเห็นหน้าเป็นครั้งที่สอง!"หลินเวยยันตัวลุกขึ้นนั่ง จัดเสื้อผ้าที่ยับย่นให้เข้าที่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้เยื่อใย"ท่านวางใจเถ
Read more

บทที่ 10 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 10 : หยาดน้ำตาหลินเวย อยู่เพียงลำพังกับความว่างเปล่า เกราะป้องกันที่นางสร้างขึ้น... ความเข้มแข็ง ความปากเก่ง และความเย่อหยิ่งจองหองที่ใช้ต่อกรกับแม่ทัพหนุ่มเมื่อครู่ ก็พังทลายลงในพริบตาร่างบางทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าที่มุมเตียง ไหล่เล็กเริ่มสั่นเทา"พ่อจ๋า... แม่จ๋า..."เสียงสะอื้นไห้ที่พยายามกลั้นไว้หลุดรอดออกมาอย่างสุดกลั้น ความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ นางไม่ใช่หลินเวยสตรีในยุคนี้ นางคือ 'แพรว' ดีไซเนอร์สาวที่มีครอบครัวอบอุ่น มีเพื่อนฝูงรายล้อม และมีอนาคตที่สดใสรออยู่ทำไม... ทำไมสวรรค์ถึงใจร้ายกับนางนัก? ทำไมต้องส่งนางมาอยู่ในร่างของสตรีที่ทุกคนเกลียดชัง มาอยู่ในจวนที่เต็มไปด้วยคนจ้องจะทำร้าย และต้องมาเสียตัวให้กับผู้ชายที่เห็นนางเป็นเพียงที่ระบายอารมณ์"หนูอยากกลับบ้าน... ฮือ... หนูไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว"นางซุกใบหน้าลงกับเข่า ปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัดอั้นไหลรินเปรอะเปื้อนกระโปรงผ้าไหมเนื้อดี ความหวาดกลัวและความโดดเดี่ยวเกาะกินหัวใจจนเหน็บหนาว นางร้องไห้อยู่เนิ่นนานจนกระทั่งความเพลียเข้าครอบงำ และผล็อยหลับไปทั้งน้ำตายามอู๋ (ช่วงเที่ยงวัน)แสงแดดจ้าสาดส่อง
Read more

บทที่ 11 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ

บทที่ 11 : อิสรภาพของนกน้อย"กรี๊ดดด! สำเร็จ! เราทำได้แล้วเสี่ยวชุ่ย!"ทันทีที่วิ่งพ้นเขตประตูจวนแม่ทัพและเลี้ยวหลบมุมแถวตรอกตลาดที่พลุกพล่าน หลินเวย ก็หยุดฝีเท้าแล้วหันมากระโดดกอดคอสาวใช้คนสนิทแน่นจนตัวลอย"ฮะ... ฮูหยิน! เบาๆ เจ้าค่ะ คนมองกันเต็มแล้ว!" เสี่ยวชุ่ยร้องเสียงหลง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายแทนเจ้านายทว่าหลินเวย หรือ 'แพรว' ในร่างนี้กลับไม่สนใจสายตาชาวบ้านร้านตลาดแม้แต่น้อย นางโยนมาดกุลสตรีผู้เรียบร้อยทิ้งไปจนหมดสิ้น รอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้าสวยหวานราวกับดอกไม้บานยามเช้า"ช่างหัวคนมองสิ! วันนี้ฉัน... เอ้ย ข้าเป็นอิสระแล้ว!"นางหัวเราะร่าอย่างมีความสุข สูดอากาศภายนอกเข้าปอดเฮือกใหญ่... แม้จะเป็นกลิ่นฝุ่นควันและกลิ่นอาหารข้างทาง แต่มันกลับหอมหวานยิ่งกว่ากลิ่นกำยานราคาแพงในกรงทองแห่งนั้นเสียอีก"ไปกันเถอะเสี่ยวชุ่ย..." หลินเวยโบกมือเรียกรถม้ารับจ้างที่ผ่านมาพอดี"ไปที่ 'เรือนสกุลหลิน' หลังใหม่ของเรา... ชีวิตใหม่ของข้า เริ่มต้น ณ บัดนี้!"ตัดกลับมาที่หน้าจวนแม่ทัพ... บรรยากาศกลับตึงเครียดดุจยืนอยู่ปากเหวแม่ทัพเยว่เฉิน ยืนนิ่งมองความว่างเปล่าที่หน้าประตู มือหนากำหมัดแน่นจนเส้
Read more
PREV
1
...
1011121314
...
23
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status