All Chapters of กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ: Chapter 91 - Chapter 100

226 Chapters

บทที่ 45 ข้าขอเหมา! (2/2)

เจียงหยูหยางทิ้งตัวลงบนเตียง เจ้าจิ้งจอกก็เดินตามมานั่งลงบนเตียงแต่ยังคงหันหน้าหนีไม่พูดไม่จา เจียงหยูหยางคิ้วกระตุก เอื้อมมือไปคว้าใบหูจิ้งจอกดึงให้หันหน้ามาหาตน "เป็นบ้าอะไรของเจ้า พูดออกมาเดี๋ยวนี้นะ!"หูเป็นส่วนอ่อนไหวของจิ้งจอกทุกตัว ไป๋ซีหลางตกใจรีบหันไปตามแรงดึงด้วยกลัวว่าใบหูจะหลุดติดมือน้อยๆ ไป "นายท่าน! ปล่อยหูข้า!""ข้าไม่ปล่อย แล้วนี่อะไร ไหนบอกว่าจะเลิกเรียกข้าว่านายท่าน!" เจียงหยูหยางออกแรงดึงมากกว่าเดิมไป๋ซีหลางน้ำตาแทบไหล อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หู! "ได้ ได้ๆ หยูหยางปล่อยข้าเถอะ ข้าผิดไปแล้ว อย่าดึงหูข้า!"เจียงหยูหยางทั้งได้จุดอ่อนของไป๋ซีหลาง ทั้งยังไม่ต้องทนฟังเจ้าจิ้งจอกเรียกเขาว่านายท่านก็พอใจยิ่งนักจึงยอมปล่อยมือ มองไป๋ซีหลางขดตัวลูบใบหูจิ้งจอกปอยๆ อย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง "ค่อยฟังรื่นหูหน่อย"ไป๋ซีหลางตั้งแต่เป็นเซียนมาก็ไม่เคยถูกกลั่นแกล้งถึงเพียงนี้มาก่อน ไม่ถูก ตั้งแต่ไหนแต่ไรเขาก็ทั้งไม่เคยถูกแกล้งและไม่เคยยอมให้ผู้ใดกลั่นแกล้งถึงเพียงนี้มาก่อน ได้แต่เจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้ แม้จะภักดีแต่เรื่องนี้เกินไปมาก จิ้งจอกหิมะจดเก็บไว้ในบัญชีเรื่องแย่ๆ ของนายท่านในใจ จดเสร็จใจฝ
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 46 สู่แคว้นชิงหลง (1/2)

บทที่ 46สู่แคว้นชิงหลงน้ำหนักเรือบรรทุกสินค้าที่เบาลงร้อยตัน ทำให้เรือแล่นได้ไวขึ้น เข้าสู่น่านน้ำทะเลตงไห่อันเป็นเขตแดนของแคว้นชิงหลง"นายท่านหยูหยาง ท่านรู้อะไรเกี่ยวกับแคว้นชิงหลงบ้าง?"ค่ำคืนมืดมิด ยามหยิน[1] มีเพียงสองเซียนนายบ่าวยืนรับลมชื้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของน้ำเค็มอยู่บนดาดฟ้า มองออกไปแสนไกลมีวี่แววของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ท่ามกลางม่านหมอกยามฟ้ายังไม่สางเจียงหยูหยางจิ๊ปาก "บอกให้เรียกว่าหยูหยาง""นายท่านหยูหยาง"เจียงหยูหยางเอื้อมมือออกไปทำท่าจะดึงหูจิ้งจอกของไป๋ซีหลาง คิดจะแกล้งให้เจ้าจิ้งจอกหิมะสะดุ้งตกใจเล่น แต่เมื่อนึกถึงผลลัพธ์ที่ตามมาจากครั้งก่อนก็เก็บมือกลับมาทันที เขาหมดอารมณ์จะดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนสงบเมื่อถูกทำลายความสงบในใจลง "ได้ยินมาว่าแคว้นชิงหลงต่างจากแคว้นใหญ่เสวียนอู่ เสวียนอู่ปกครองด้วยระบบกษัตริย์ปกครองราษฎร แต่ชิงหลงปกครองด้วยระบบสำนัก คนธรรมดาที่ไม่ได้ฝึกยุทธฝึกบำเพ็ญตบะมีเพียงครึ่งเดียวและต่างก็เป็นชนชั้นแรงงาน หากบ้านใดมีลูกมีหลานก็จะส่งเข้าสำนักบำเพ็ญเพียรทันที เรียกได้ว่าเป็นโลกของผู้บำเพ็ญเพียรที่แท้จริง"ด้วยความที่เมืองท่าตะวันออกเป็นศูนย์
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 46 สู่แคว้นชิงหลง (2/2)

หลังจากโดนมองด้วยสายตาสงสัยอยู่หลายครั้ง ไป๋ซีหลางจึงทำเหมือนตอนใช้มนตราแปลงกายครั้งแรก พาเจียงหยูหยางเข้าไปในตรอกเล็ก คลายมนตราแปลงกายออก หากแต่สีผมกับหูจิ้งจอกและนัยน์ตาสีฟ้าของไป๋ซีหลางยังคงโดดเด่นเกินไป จึงใช้มนตราแปลงกายแค่ดวงตาและเส้นผมให้มีสีดำสนิทแล้วสวมผ้าคลุมศีรษะปิดบังใบหูไว้แทนเจียงหยูหยางมองพิจารณา "เจ้าผมสีดำก็ดูดีไม่ใช่น้อย"ไป๋ซีหลางถาม "ให้ข้าแปลงเป็นสีดำไปตลอดดีหรือไม่?"เจียงหยูหยางส่ายศีรษะ "แบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว"เมื่อจัดการเรียบร้อย ทั้งสองก็เดินออกไปปะปนอยู่กับสายธารแห่งผู้คน เมืองแห่งนี้เป็นเมืองท่าจอดเรือ จึงไม่ต่างจากเมืองท่าตะวันออกมากนัก ร้านรวงไม่เป็นสินค้าต่างแดน ก็เป็นของฝากถึงครอบครัวหลังกลับมาจากการเดินทาง โรงเตี๊ยมโรงน้ำชาน้อยใหญ่ตั้งอยู่ถนนเส้นหนึ่งมีสิบกว่าแห่ง ทุกแห่งล้วนคราคร่ำไปด้วยพ่อค้า ลูกเรือ และผู้บำเพ็ญเพียรในชุดเครื่องแบบหลากหลายรูปแบบสิ่งเดียวที่ต่างออกไปเห็นจะเป็นแผงขายของอย่างหนึ่งที่ตั้งอยู่มากมายไม่แพ้สินค้าต่างแดนเลยทีเดียว"ไข่วาสนาเจ้าค่ะ ไข่วาสนา! สัตว์อสูรแบบใดที่คู่ควรกับท่าน หากโชคดีไข่มังกรในโคลนตมอาจตกไปอยู่ในมือท่าน สืบทอดใน
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 47 ประมุขน้อยซวนเซียงเฉิน (1/2)

บทที่ 47ประมุขน้อยซวนเซียงเฉินเจียงหยูหยางรู้ตัวว่าตนไม่มีเวลาจะเสีย แต่การมาอยู่ผิดที่ผิดทาง หากไม่หาข้อมูลให้ดีเสียหน่อยคงจะลำบาก อย่างเช่นตอนนี้ พวกเขาจะหาซื้อแผนที่ยังไม่รู้จะไปซื้อจากที่ใด จะถามทางไปโรงม้ากลับกลายเป็นว่าการที่มีผู้บำเพ็ญเพียรไปโรงม้าก็ช่างน่าประหลาดนัก โลกแห่งผู้บำเพ็ญเพียรเดินทางด้วยการขี่อาวุธหรือของวิเศษเสียส่วนใหญ่ ไม่ก็ใช้วิชาตัวเบา หรือขี่สัตว์อสูร ผู้ที่ใช้ม้ามีแต่คนธรรมดาที่ไม่มีพลังลมปราณและวิชายุทธเท่านั้น"นายท่านหยูหยาง เช่ารถม้าดีหรือไม่? ข้าปลอมเป็นผู้คุ้มกันพาท่านไป" ไป๋ซีหลางกระซิบถามเจียงหยูหยางไม่เห็นด้วย "เดินทางด้วยรถม้าจะช้าเกินไปหรือไม่ อันที่จริงเรายังไม่รู้ที่ทางด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปไกลแค่ไหน ต้องเปลี่ยนม้ากี่ตัว วุ่นวายนัก"ไป๋ซีหลางเองก็คิดว่าพวกเขาน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่า "ไม่งั้นให้ข้าแปลงกายเป็นร่างเดิมให้ท่านขี่ไป?"เจียงหยูหยางคิดภาพเจ้าจิ้งจอกหิมะตัวน้อยที่ใหญ่กว่าแมวนิดเดียว จะให้เขาขี่ไป? วางเท้าก็เต็มหลังแล้วกระมัง เจียงหยูหยางแค่คิดก็สงสาร "อย่าเลย เจ้าเผยร่างเดิมจะถูกตรวจจับปราณเซียนได้ง่าย ไปโรงน้ำชากันเถอะ หาข้อม
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 47 ประมุขน้อยซวนเซียงเฉิน (2/2)

ที่หน้าต่างพลันมีคนผู้หนึ่งกระโดดข้ามโต๊ะของเจียงหยูหยางและไป๋ซีหลางเข้ามา เมื่อเข้ามาแล้วก็ถือวิสาสะลากเก้าอี้มานั่งร่วมกับพวกเขาทั้งสองผู้มาใหม่เป็นชายหนุ่มร่างสูงเพรียว หน้าตาหล่อเหลาดูอ่อนโยนใจดี ตบะลึกล้ำกว่าคนทั่วไป แต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบสีขาวที่ดูหรูหรากว่าผู้อื่น บนศีรษะสวมกวานหยกขาวเข้ากับชุด สายคาดเอวเป็นสีแดง ห้อยแผ่นหยกขาวไว้ข้างเอว อีกข้างยังเหน็บกระบี่ปลอกฝังอัญมณีหลากสี ชายหนุ่มชี้ไปที่ไป๋ซีหลาง "เจ้ามีกลิ่นอายสัตว์อสูรเข้มข้นนัก เป็นลูกครึ่งหรือสัตว์เซียน"ไป๋ซีหลางหรี่ตามองชายหนุ่มอย่างพิจารณา เขามั่นใจว่ากลบกลิ่นอายสัตว์อสูรของตนไปจนหมด แต่คนผู้นี้ยังสัมผัสได้ "ข้าไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเจ้า ไสหัวไป"ชายหนุ่มผงะเล็กน้อยเหมือนไม่ค่อยเจอคนพูดจาเช่นนี้ด้วยเท่าไรนัก สายตาเป็นมิตรในตอนแรกหม่นลงเล็กน้อยเสี่ยวเอ้อร์ที่เห็นผู้มาใหม่รีบกุลีกุจอนำสมุดลงทะเบียนพร้อมสัญญาห้ามต่อสู้มาที่โต๊ะ "เซียนจวินท่านนี้ รบกวนลงทะเบียนด้วย"ชายหนุ่มเพียงดึงป้ายหยกขาวไปให้เสี่ยวเอ้อร์ เสี่ยวเอ้อร์รับไว้เมื่ออ่านชื่อในนั้นก็ตกใจ "ซวนเซียงเฉิน ประมุขน้อยแห่งสำนักซวนหนี[4]!"แขกรอบข้างแม้จะเป็
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 48 อีกหนึ่งวันธรรมดาในเขตการปกครองสำนักหยาจื้อ (1/2)

บทที่ 48อีกหนึ่งวันธรรมดาในเขตการปกครองสำนักหยาจื้อ[1]เจียงหยูหยางและไป๋ซีหลางตัดสินใจเช่าสัตว์อสูรเพื่อเดินทาง แม้จะมีราคามากกว่าการเช่าอาวุธหรือของวิเศษจำพวกผ้าแพรสำหรับขี่เดินทางโดยเฉพาะ แต่ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับพวกเขาเนื่องจากไม่ต้องใช้ลมปราณของตนในการเคลื่อนที่ อีกทั้งยังไม่ถูกมองว่าแปลกแยกจากผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นเท่าไรนัก สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาดูถูกเหยียดหยามไม่ก็อิจฉาแทน ผู้บำเพ็ญเพียรที่แคว้นชิงหลงอยู่ด้วยระบบผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ ผู้ที่ไม่ใช้พลังของตนกระทั่งจะเดินทางจึงเป็นที่น่าเหยียดหยามนัก อีกทั้งการเช่าสัตว์อสูรนั้นมีราคาสูง ผู้ที่จะเช่าสัตว์อสูรเดินทางไม่เป็นพวกอ่อนหัดก็เป็นพวกเศรษฐีอวดรวย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของพวกเขา ดีเสียอีกที่ทำให้แทบไม่มีผู้ใดอยากมาท้าประลองกับพวกเขาไป๋ซีหลางที่รู้จักสัตว์อสูรเป็นอย่างดีเลือกกวางเพลิงอัสดงตัวผู้มาตัวหนึ่ง ทั้งร่างของมันปกคลุมด้วยขนสีแดงเพลิง เขาทั้งสองข้างยังลุกติดเพลิงไฟตลอดเวลาเช่นเดียวกันกับที่กีบเท้าทั้งสี่ กวางตัวใหญ่พอจะให้พวกเขาทั้งสองคนนั่งซ้อนกันกวางเพลิงอัสดงขึ้นชื่อเรื่องความเร็วเป็นอย่างมาก เพียงแต่เขาของมันมีเพ
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 48 อีกหนึ่งวันธรรมดาในเขตการปกครองสำนักหยาจื้อ (2/2)

ด้วยเหตุนี้พวกเขาทั้งคู่จึงเดินทางผ่านเขตเฉาเฟิงไปด้วยวิชาตัวเบา แรกเริ่มไป๋ซีหลางยังต้องหยุดรอเป็นระยะๆ ผ่านไปสักพักใหญ่เจียงหยูหยางก็ตามเขาทันแม้จะไม่เร็วเท่า เจียงหยูหยางรู้สึกคุ้นเคยกับการควบคุมร่างกายเพื่อใช้วิชาตัวเบาอย่างน่าประหลาด ไป๋ซีหลางจึงไม่ต้องลำบากสอนเขามากนักผู้บำเพ็ญเพียรในเขตเฉาเฟิงดูจะไม่ได้เสพติดการท้าประลองมากเท่าไรแต่กลับมักไปโผล่อยู่ในที่เปลี่ยวร้าง ที่ลับตาผู้คน ยิ่งที่ไหนมีกลิ่นอายอัปมงคลยิ่งดึงดูดผู้บำเพ็ญเพียรในเขตเฉาเฟิงได้มาก พวกเขาจึงต้องชะลอฝีเท้าเป็นระยะเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่สุ่มเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าเดินทางไปหลบซ่อนไปได้เจ็ดวันก็มาถึงซุ้มประตูข้ามไปยังเขตหยาจื้อ ซุ้มประตูนี้มีรูปแบบเดียวกันกับซุ้มประตูข้ามเขตเฉาเฟิง ต่างกันแค่ที่ซุ้มประดับด้วยหินเหล็กอัคคีร้อนฉ่าที่มีลายไหม้สีแดงฉานเลื้อยขึ้นมาเป็นลวดลายร้อนแรง น่าเกรงขาม ลูกแก้วเองก็เป็นสีส้มสว่างแทนที่จะเป็นสีมุกเจียงหยูหยางกระซิบถาม "จะฝ่าไปเลยหรือไม่?"ไป๋ซีหลางกระซิบตอบ "รายชื่อล่าสุดก่อนประตูข้ามเขตเฉาเฟิงจะพังเป็นข้า พวกเขาย่อมต้องตามล่าข้า หากข้าไปแตะลูกแก้วก็เป็นการเปิดเผยตัวตน คาดว่าประ
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 49 ร่างจริงของไป๋ซีหลาง (1/2)

บทที่ 49ร่างจริงของไป๋ซีหลางผู้บำเพ็ญเพียรสำนักหยาจื้อไล่ตามเจียงหยูหยางกับไป๋ซีหลางมาจากทุกทิศทาง วิ่งไปวิ่งมาคนที่ตามมามีร่วมห้าร้อยคนแล้ว ความหวังที่จะซ่อนตัวยิ่งริบหรี่"ฝ่าเลยหรือไม่?!" เจียงหยูหยางหอบไปถามไป พวกเขาวิ่งไปรับการโจมตีไปมาโดยตลอดสิบกว่าวันแล้ว ในที่สุดก็เห็นซุ้มประตูอยู่ตรงหน้า"ฝ่า!" ไป๋ซีหลางเองก็หอบแล้วเช่นกัน เขายิ่งออกแรงต่อสู้ไปไม่น้อย การฝืนต่อสู้กับคนหลายร้อยโดยไม่ใช้ลมปราณสร้างภาระให้กับร่างกายเป็นอย่างมากซุ้มประตูเข้าสู่เขตสำนักปกครองฉิวหนิว อันเป็นเขตแดนสุดท้ายที่ตั้งอยู่ทางหัวของชิงหลงปรากฏอยู่ตรงหน้า สำนักหยาจื้อกลับไม่ยอมให้พวกเขาไป ผู้บำเพ็ญเพียรในชุดแดงเข้มยืนเรียงแถวกันหน้าซุ้มประตู "หากไม่ยอมรับคำท้าประลอง ใครก็ผ่านเขตแดนไปไม่ได้ทั้งนั้น!"เดิมทีเจียงหยูหยางคิดว่านี่คือมาตรการรับมือกับเหตุการณ์ซุ้มประตูข้ามเขตแดนถูกทำลาย แต่นึกไม่ถึงว่าสุนัขบ้าสำนักหยาจื้อจะไม่ได้สนใจเรื่องใหญ่ระดับแว่นแคว้นนี้เลยสักนิด ในหัวคนพวกนี้มีเพียงเลือดเนื้อที่ต้องตีรันฟันแทงเท่านั้น! "คนพวกนี้เป็นบ้ากันไปหมดแล้ว!"ไป๋ซีหลางเห็นด้วย "มีใครวางยาพิษหรือมารตนใดใช้ไออาฆาตใส
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 49 ร่างจริงของไป๋ซีหลาง (2/2)

ท่ามกลางความวุ่นวาย เหนือกลีบเมฆบนฟากฟ้าสีเหลืองทองทางฝั่งเขตฉิวหนิวกลับแหวกออก กีบเท้าโลหะควบผ่านม่านหมอกลงมา แสงอร่ามสีทองอาบย้อมผืนฟ้าทั่วทั้งบริเวณ กิเลนตนหนึ่งเยื้องกรายมาหยุดกลางอากาศเหนือประตูข้ามเขต ไม่ข้ามผ่านกฎเกณฑ์ที่มนุษย์ตั้งไว้ ปราณเซียนที่แผ่ออกมาไม่ด้อยไปกว่าของไป๋ซีหลาง"ข้าคือกิเลนผู้ได้รับหน้าที่เป็นทูตติดต่อกับทางฝั่งของโลกมนุษย์ ขอถามผู้มาใหม่คือใคร?" เสียงอันทรงพลังดังกึกก้องปิดแผ่นฟ้า ทั่วทั้งเกล็ดที่เก้าและสิบต่างได้ยินได้เห็นกันจนหมดไป๋ซีหลางเร้นกายมานาน ก่อนเหินหาวเป็นสัตว์เซียนไม่เคยพบเจอสัตว์เซียนตนอื่นโดยตรงมาก่อน ภายหลังยิ่งอยู่แต่บนยอดเขาหนันซานยิ่งไม่เคยพบเจอ แต่ไป๋ซีหลางมั่นใจว่าสัตว์เซียนตรงหน้ามีตบะที่เหนือกว่าตนมาก อีกทั้งยังมีต้นร่างเป็นสัตว์เทพอย่างกิเลนอีก "เรียนซ่างเซียน ข้าน้อยคือจิ้งจอกหิมะ เดินทางมาจากแคว้นเสวียนอู่ ตั้งใจจะมาตามหาเขาหนิงอัน"ไป๋ซีหลางกลับไม่ได้ใช้เสียงที่แท้จริงอย่างยิ่งใหญ่แบบเซียนกิเลน เขาบีบเสียงให้ได้ยินกันเพียงสองสัตว์เซียนและเจ้านายสัตว์เทพสัตว์อสูรไม่เหมือนมนุษย์ พวกเขาไม่สนใจชื่อเสียงเรียงนาม สิ่งที่สนใจมีเพียงเผ่า
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 50 แดนสุขาวดี (1/2)

บทที่ 50แดนสุขาวดีเมื่อถึงตีนเขาหนิงอัน ไป๋ซีหลางก็กลับร่างเซียน ทั้งสองใช้วิชาตัวเบาที่มีความไวน้อยกว่าการกระโดดของไป๋ซีหลางไต่ขึ้นเขา ระหว่างทางก็คอยสอดส่อง พวกเขาไม่รู้เลยว่าทางเข้าแดนสุขาวดีควรเป็นเช่นไร เป็นถ้ำแห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังน้ำตก เป็นมิติที่หากระดับตบะไม่สูงพอจะมองไม่เห็น เป็นเขาวงกตท่ามกลางแมกไม้สีเหลืองอร่าม หรือว่าเป็นใจกลางภูเขาแสนลึกลับเหมือนที่ยอดเขาหนันซานตามที่ประมุขน้อยซวนเซียงเฉินว่าไว้ สำนักฉิวหนิวเคยสำรวจทั่วทั้งเขาหนิงอันแล้วแต่กลับไม่เคยพบร่องรอยของแดนสุขาวดีในตำนาน กลับกันเซียนกิเลนตนนั้นกลับไม่ได้ปฏิเสธว่าแดนสุขาวดีตั้งอยู่บนเขาหนิงอัน จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะมีเพียงสรรพสัตว์เท่านั้นที่หาแดนสุขาวดีเจอฝีเท้าของทั้งคู่ไม่เร็วไม่ช้า ปลายเท้าแตะปลายยอดหญ้าก็ส่งตัวพุ่งไปทีละหลายสิบจั้ง ไป๋ซีหลางที่ไม่ต้องปิดบังอะไรอีกแผ่ปราณเซียนออกมารอบตัวเพื่อตรวจจับสิ่งผิดปกติอย่างเต็มที่ ภูเขาสูงชันเริ่มลาดเอียง ปลายยอดเขาเทตัวโน้มเขาหากันที่ใจกลาง เมื่ออยู่ที่จุดสูงสุดจึงได้เห็นว่าตรงกลางยุบลงไปเป็นแอ่งหุบเขากว้างขวาง ในแอ่งเห็นเพียงสีทองอร่ามสุดลูกหูลูกตา ที่มุมหนึ่ง
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more
PREV
1
...
89101112
...
23
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status