บททั้งหมดของ กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ: บทที่ 101 - บทที่ 110

226

บทที่ 50 แดนสุขาวดี (2/2)

"เข้ามาสิ" เสียงนั้นตอบกลับมา น้ำเสียงไม่ได้มีความลึกลับเหมือนตัวผู้พูด หากแต่ฟังแล้วกลับให้ความรู้สึกสงบใจเป็นอย่างยิ่ง "เจ้าหายตัวไปในหุบเขา เขาไปไหนไม่ไกลหรอก"เจียงหยูหยางจึงเลิกมองตามไป๋ซีหลางที่กระโดดไปมาอยู่บนฟ้าเพื่อตามหาเขา ความลังเลใจหายเป็นปลิดทิ้ง แม้จะเป็นห่วงไป๋ซีหลางแต่สิ่งที่เสียงนั้นกล่าวออกมาสมเหตุสมผลยิ่งนัก เจียงหยูหยางก้าวเท้าฝ่าใบไป๋กั่วสีทองเข้าไปยังใจกลางหุบเขาเมื่อผ่านส่วนที่หนาแน่นที่สุดก็ไม่มีต้นไป๋กั่วอีก กลายเป็นพื้นที่โล่งกว้าง พื้นปูพรมด้วยใบไป๋กั่วสีเหลืองทอง ในพื้นที่นั้นคลาคล่ำไปด้วยสรรพสัตว์มากมาย ตั้งแต่กระต่าย กระรอก ไปจนถึงเสือและนกอินทรีย์ตัวใหญ่ยักษ์ นอกจากสัตว์ธรรมดา ทั้งสัตว์อสูรและสัตว์เทพก็ยังมีให้เห็นอยู่ทั่วทุกแห่งหน ผีซิว[1]คู่หนึ่งกำลังนอนหลบอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไป่กั๋ว ลูกละมั่งกำลังกระโดดไปมาเล่นกับผีเสื้อที่มีลายเป็นดวงตาสีแดงก่ำคู่หนึ่ง ข้างๆ มีเจียวดำเดินหมากอยู่กับกระเรียนที่ปลายขนปีกมีสายน้ำไหลออกมา ยังมีลิงหน้าขาวกำลังแกะลูกไป๋กั่วป้อนเต่ายักษ์ที่มีพืชพรรณแปลกตาขึ้นอยู่เต็มหลังดินแดนแห่งสันติภาพและความสงบสุขเหมือนที่ไป๋ซีหลางเคย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 51 แดนสุขาวดี (2) (1/2)

บทที่ 51แดนสุขาวดี (2)เจียงหยูหยางแตะปลายเท้าลงบนก้อนเมฆ กระโดดขึ้นไปหลายจั้งก่อนจะไม่มีสิ่งใดให้เขาเหยียบอีก เจียงหยูหยางจึงโคจรลมปราณสายหนึ่งต่างสายลมพัดผ่านใต้ฝ่าเท้าของตน เดินเหินอากาศคงเป็นเช่นนี้ แท้จริงคือการใช้ลมปราณแทนพื้นดิน เหยียบบนพื้นที่ตนสร้างขึ้นมาทั้งอิสระทั้งมั่นคง หากแต่จะให้ลมปราณคลุมผืนฟ้าได้ทั่วจนเคลื่อนตัวได้อย่างเสรี ก้าวครั้งละร้อยลี้เช่นนี้ คงมีแต่ผู้ที่มีตบะระดับเซียนขึ้นไปเท่านั้นจึงจะมีพลังมากพอเจียงหยูหยางเดินเหินอากาศ ข้างหน้าคือไป๋ซีหลาง เจ้าจิ้งจอกตัวสั่นไปหมด บนใบหน้าเรียวขาวซีดไม่มีรอยยิ้มที่มักจะปรากฏอยู่เสมอ สองตาจิ้งจอกเบิกกว้างอย่างร้อนรน นัยน์ตาสีฟ้าหม่นแสงสั่นระริกบัดนี้เข้มข้นจนเป็นสีน้ำเงินดั่งเปลวไฟในแก่นวิญญาณ ขนตาชุ่มชื้นไปด้วยน้ำที่เอ่อท้นเคลือบดวงตาไร้แววอีกที หูจิ้งจอกอันแสนอ่อนไหวตั้งตระหง่านหันไปมาเสาะหาเสียงกระซิบของสายลมเผื่อว่าจะมีเสียงลมหายใจของเจ้านายปะปนมาด้วยเจียงหยูหยางเห็นแล้วก็ปวดใจนัก เขาไม่เคยเห็นไป๋ซีหลางเป็นแบบนี้มาก่อน ปกติเจ้าจิ้งจอกหิมะรู้ตัวดีเสมอไม่ว่าจะกระทำสิ่งใดก็ตาม ยามนี้ไป๋ซีหลางไม่ต่างจากคนเสียสติที่ร่างกา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 51 แดนสุขาวดี (2) (2/2)

เจียงหยูหยางไม่ได้แปลกใจเท่าไรนัก เขารู้ว่าสองท่านใต้ต้นไป๋กั่วยักษ์นั้นแข็งแกร่งกว่าเซียน ดังนั้นในใจจึงคิดไว้อยู่บ้าง "มังกรตนนั้นน่ะหรือ?"ไป๋ซีหลางพยักหน้าแล้วจึงส่ายหน้า "ในบรรดาสรรพสัตว์ ระดับขั้นเทียบเท่ากับเทพสวรรค์ของมนุษย์เรียกว่าสัตว์เทวะ มังกรเมฆาตนนั้นเป็นสัตว์เทวะอย่างแน่นอน""เป็นเช่นนี้นี่เอง" เจียงหยูหยางพยักหน้าทำความเข้าใจ "งั้นผู้อาวุโสท่านนั้นคงจะสูงกว่าระดับเทพสิ เขาดูจะแข็งแกร่งกว่ามังกรเมฆา"ไป๋ซีหลางขนลุกเกรียว ยังมีอยู่อีกผู้หนึ่ง? แข็งแกร่งกว่าแต่เขาสัมผัสไม่ได้เลยสักนิด! "ไม่มีแล้วนายท่าน เทพสวรรค์คือจุดสูงสุด หากแต่ยังแบ่งออกเป็นชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูง"เสียงเนิบช้าของผู้อาวุโสลอยออกมาจากในกลุ่มก้อนของร่างกายที่ขดอยู่ของมังกรเมฆา "อย่ามัวแต่เดาอยู่เลย เข้ามาเถอะ"สิ้นเสียงแรงกดดันมหาศาลก็หายไปราวกับไม่เคยมี ม่านหมอกเปิดทางไปยังผู้อาวุโสเหมือนเคยเจียงหยูหยางลงมาจากอ้อมแขนของไป๋ซีหลางแล้วยื่นมือมาจูงเขาแทน "ไปกันเถอะ"ไป๋ซีหลางที่ยังคงตื่นตัวอยู่ แม้ไม่ชอบใจที่ต้องวางเจ้านายลงแต่ก็ยอมเดินไปตามแรงดึงแต่โดยดี พวกเขาเดินหลบสัตว์น้อยใหญ่ที่นอนเอกเขนกอยู่เต็
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 52 ให้ข้ารักเจ้าเหมือนที่เจ้ารักข้า (1/2)

บทที่ 52ให้ข้ารักเจ้าเหมือนที่เจ้ารักข้าบนสุดของภูเขาหนิงอันทางทิศตะวันออกมีน้ำตกสูงอยู่สายหนึ่ง หลังม่านน้ำหนาหนักอัดแน่นไปด้วยลมปราณโบราณยากจะยืนหยัดหรือข้ามผ่านมีถ้ำซ่อนอยู่ ภายในถ้ำเต็มไปด้วยอำพันสีเหลืองทองอร่ามไม่ต่างกับพื้นที่ปูพรมด้วยใบไป๋กั่วภายนอก ความชื้นจากละอองน้ำตกดูดเอาความอบอุ่นในถ้ำไปจนหมด เหลือเพียงความหนาวเหน็บเข้ากระดูก เหมาะสมกับการฝึกบำเพ็ญตนของจิ้งจอกหิมะที่ต้องใช้ไอเย็นเป็นอย่างยิ่งก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีม่านหนิงอันคอยปกป้องคุ้มครองเจ้านายแล้ว ไป๋ซีหลางจึงได้ขอปิดด่านเพื่อเพิ่มตบะบำเพ็ญเพียรโดยให้เหตุผลว่า 'จะต่อกรกับสวรรค์ พลังของข้านับว่าไร้ค่ายิ่ง ไม่สามารถปกป้องเจ้านายได้' ม่านหนิงอันเห็นด้วยจึงแนะนำถ้ำหลังน้ำตกให้เขาใช้เป็นสถานที่ปิดด่านด้วยเหตุนี้ เจียงหยูหยางจึงเดินเคียงคู่กับไป๋ซีหลางอย่างเนิบช้า พวกเขากำลังเดินทางร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายจนกว่าไป๋ซีหลางจะออกจากการปิดด่าน สองฝีเท้าก้าวสั้นๆ ช้าเสียยิ่งกว่ามนุษย์ธรรมดา ประวิงเวลาไม่ยอมให้ผันผ่าน เจียงหยูหยางมองทาง จูงมือจิ้งจอกพาเดินไป ไป๋ซีหลางก้าวตามฝีเท้าของเจ้านาย สายตากลับจดจ้องใบหน้าใสดวงน้อยไม่ว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 52 ให้ข้ารักเจ้าเหมือนที่เจ้ารักข้า (2/2)

ไร้ความสับสน ไร้ความกังวล ในใจของเขามีคำตอบชัดเจนอยู่แล้ว แม้จะต้องถูกเจ้านายรังเกียจ แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่เขาไม่สามารถโกหกได้เรื่องนี้...คงปิดบังต่อไปไม่ไหวแล้วเจียงหยูหยางถูกความจริงใจเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาในครั้งแรกของไป๋ซีหลางจู่โจมจนใจอ่อนยวบ จิ้งจอกมากเล่ห์ซื่อสัตย์ต่อตนเองได้เสียที ซื่อสัตย์ต่อตัวเขาได้เสียทีดังนั้นปมในใจนี้จึงสมควรถูกเขาที่เป็นสาเหตุแห่งปัญหาเป็นผู้คลี่คลายออก "ข้าไม่มีความทรงจำในชาติก่อน ข้าไม่รู้ว่าในชาติก่อนคิดกับเจ้าเช่นไร ในชาตินี้ข้ายังเป็นแค่เด็กคนหนึ่งไม่รู้หรอกว่าความรักแบบนั้นควรเป็นเช่นไร แต่เมื่อเจ้าบอกว่ารู้สึกกับข้าเช่นนั้นกลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นไปปิดด่านทำจิตใจให้สงบลงเสียก่อนค่อยมาทำให้ข้ารักเจ้าเหมือนที่เจ้ารักข้าก็ยังไม่สาย"ไป๋ซีหลางได้ยินดังนั้นก็ทั้งดีใจทั้งตกตะลึง เขาเตรียมใจที่จะโดนเจ้านายรังเกียจ โดนเจ้านายไล่ตะเพิด อีกใจก็แอบมีความหวังว่าเจ้านายจะมีความรู้สึกดีๆ กับตน แต่เหตุใดเขาจึงคิดไม่ถึง สิ่งที่เขาเถียงกับตัวเองอยู่ในใจมาหลายร้อยปีก็มีทางแก้มิใช่หรือ'ทำให้ข้ารักเจ้าเหมือนที่เจ้ารักข้า'ไม่รอให้จิ้งจ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 53 สามปีต่อมา (1/2)

บทที่ 53สามปีต่อมา"ฝ่าบาทไม่ทรงแต่งตั้งหวงโฮ่วเป็นเรื่องใหญ่ วังหลังไม่มีผู้เป็นนาย ไร้ซึ่งระเบียบแบบแผน ราชวงศ์วุ่นวาย จะเป็นเยี่ยงอย่างให้กับราษฎรได้เช่นไรกันพ่ะย่ะค่ะ"ขุนนางร้องทัดทานเสียงดังก้องกังวานในท้องพระโรงโอ่อ่า"ฝ่าบาทโปรดทบทวนด้วยพ่ะย่ะค่ะ""ฝ่าบาทโปรดทบทวนด้วยพ่ะย่ะค่ะ"ขุนนางทัดทานอีกหลายคนถือป้ายฮู้[1]ไม้ก้าวออกมาสนับสนุนข้อร้องเรียนหวงตี้ถอนหายใจ "เรื่องนี้ถกกันทุกวันพวกเจ้ายังไม่พอใจอีกหรืออย่างไร อย่างที่เจิ้นบอกไปว่าเจิ้นไม่รับสนม วังหลังมีเพียงกุ้ยเฟยคนเดียวจะวุ่นวายได้อย่างไร อีกทั้งพวกเจ้าก็ชื่นชอบการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์มากมิใช่หรอกรึ? เว้นตำแหน่งหวงโฮ่วรอการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่เหมาะสมจะไม่ตรงใจพวกเจ้ามากกว่าหรืออย่างไร อีกอย่าง ข้าก็มีทายาทอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่รีบร้อน""ทูลฝ่าบาท ตามที่ฝ่าบาททรงตรัส การสืบทอดทายาทเป็นเรื่องสำคัญของบ้านเมือง ฝ่าบาทแม้จะมีองค์ไท่จื่อกับองค์ชายรองอยู่แล้ว พูดถึงองค์ไท่จื่อ เวลานี้ก็ทรงมีอายุปาไปยี่สิบสี่พรรษาแล้วแต่ยังไม่แต่งตั้งพระชายา ก็ถือเป็นการสั่นคลอนความมั่นคงของราชวงศ์เช่นกัน ฝ่าบาทโปรดทรงพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ"ขุน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 53 สามปีต่อมา (2/2) (NC เล็กน้อย)

ลั่วถิงลู่เข้าใจในที่สุด เรื่องน้องชายฝาแฝดเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเจียงหยูหมิง ศึกแห่งเซียนกลางน่านฟ้าครั้งนั้นสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างมากอย่างแท้จริง ควรจะเตรียมตัวเอาไว้เสียเนิ่นๆ "หลังจากครั้งนั้นก็เตรียมการวางอาคมในแต่ละเมืองไว้ หากมีลมปราณแปรปรวนเกิดขึ้นจะกางม่านพลังปกป้องชาวเมืองไว้ภายใน แต่หากเป็นระดับเทพเซียนแล้ว ม่านพลังเหล่านี้คงจะทนอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา[3]ด้วยซ้ำ""ดังนั้นจึงต้องเตรียมตัวให้ดี เกาะกุยเหว่ยจะต้องเป็นบ้านที่ปลอดภัย น้องข้าจะได้ไม่ต้องหนีไปที่ใดอีก" เจียงหยูหมิง มุ่งมั่นจะทำตามที่พูด เกาะกุยเหว่ยคือบ้านของพวกเขา ครอบครัวสกุลเจียงทุกคนจะต้องรู้สึกปลอดภัยยามอยู่ที่นี่ เรื่องของบ้านเมือง สงครามระหว่างแคว้นใหญ่เสวียนอู่ก็ให้ลั่วถิงลู่กับคนในราชสำนักเหล่านั้นดูแลไป เรื่องของฝั่งโลกบำเพ็ญเพียรเขาจะเป็นคนจัดการเองลั่วถิงลู่ใช้มือใหญ่บีบนวดบ่าที่แข็งเกร็งจากการตั้งใจเขียนอักษรมากมายกระจายเกลื่อนห้อง ไหล่ของเจียงหยูหมิงผ่าเผยขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ก็ยังเล็กกว่าบ่าหนาบึกบึนของลั่วถิงลู่มากอยู่ดี เจ้าปลาตัวเล็กในวันวานบัดนี้อายุสิบเก้าปี เป็นชายหนุ่มโตเต็มว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 54 เตาหลอมโอสถเดินได้ (1/2)

บทที่ 54เตาหลอมโอสถเดินได้"อาเฮย เจ้าไม่ควรจะทำเช่นนี้""พี่ใหญ่ เจ้าเองก็ไม่ควรทำเช่นนี้เหมือนกัน""เจ้าหยุดเพียงเท่านี้เถอะ ได้โปรด""มันสายเกินไปแล้ว!"เจียงหยูหมิงลืมตาโพลง มือยกขึ้นมาสัมผัสความอุ่นร้อนที่ใบหน้าของตน ความปวดร้าวทุกข์ทรมานยังฝังอยู่ในอกจนต้องยกมือขึ้นมาขย้ำไว้ เจียงหยูหมิงหลับตาปรับลมหายใจจนสงบสติอารมณ์ได้เกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้ากันแน่ เว่ยเฮย เว่ยไป๋หลังจากการซวงซิวสุดหฤโหด ผีหื่นกามลั่วถิงลู่มักจะไม่ยอมให้เขาฟื้นฟูร่างกายจนหลับไปในบางครั้ง ทำให้ฝันถึงความทรงจำของเว่ยเฮยอยู่บ้าง ฝันครั้งนี้สั้นนักมีเพียงคำพูดโต้ตอบกันไม่กี่ประโยค เจียงหยูหมิงมองไปรอบกาย ไม่มีลั่วถิงลู่นอนกกกอดให้รอยแยกกลางอกพวกเขาแนบชิดกันตามปกติ เส้นด้ายดำก็หายไปหมดแล้ว ลั่วถิงลู่คงออกไปนอกเรือน มิน่าเล่าเขาถึงได้ฟื้นตัวเร็วและหลับไปเพียงชั่วครู่เสียงกรีดอากาศของหงโฉวดังขึ้นนอกเรือน ลั่วถิงลู่คงกำลังฝึกอยู่ที่ลานหน้าเรือนนอน เจียงหยูหมิงพาร่างที่สะอาดหมดจดแต่งตัวเรียบร้อยแล้วของตนเดินไปที่ประตูเรือน หลังเสร็จกิจลั่วถิงลู่ก็ใช้อาคมทำความสะอาดร่างกายและแต่งตัวให้กับเจียงหยูหมิงเสียเรียบร้อย อีกท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 54 เตาหลอมโอสถเดินได้ (2/2)

หูเย่าใช้วิชาตัวเบาวิ่งกระหืดกระหอบมายังเรียนนอนของไท่จื่อ ตอนที่จงหลินอี้มาเรียกเขาที่ห้องเขากำลังหลอมโอสถจวนจะสำเร็จอยู่รอมร่อ หูเย่าจำใจทิ้งโอสถเตานั้นไปด้วยความเสียดาย แต่หากไม่รีบไปเขาคงเสียดายชีวิตมากกว่า ร้อยวันพันปีไท่จื่อสุดอำมหิตไม่เคยจะเรียกใช้งานเขา ยามปกติข้างกายของไท่จื่อไม่เป็นหลิวจิ่นเหอที่เป็นมือขวาก็เป็นจงหลินอี้ที่เป็นคนสนิท และยังมีผู้ติดตามลับอีกหลายสิบคนก็ดูจะเป็นที่วางใจของไท่จื่อมากกว่าตัวเขา ไม่ถูก ต้องพูดว่าไท่จื่อไว้ใจทุกคนมากกว่าเขา!สาเหตุเนื่องจากที่มาที่ทำให้เขาต้องมาเป็นผู้ติดตามขององค์ไท่จื่อแห่งเกาะกุยเหว่ย เดิมทีหูเย่าเป็นราษฎรแคว้นใหญ่เสวียนอู่ เขาเกิดบนแผ่นดินส่วนกระดองเต่า ตั้งแต่เล็กก็เข้าร่วมกับสำนักพิษทลายเมฆาบนยอดเขาตู๋ซานหนึ่งในสำนักใหญ่ทั้งสิบแห่งโลกบำเพ็ญเพียรแคว้นเสวียนอู่ ทั้งชีวิตเขาทุ่มเทให้กับการหลอมโอสถ จนกระทั่งโอสถตำรับล่าสุดที่หูเย่ากำลังศึกษาคือโอสถเยือกแข็ง เขาศึกษาทดลองมามากมาย จนเมื่อสองปีก่อนตัดสินใจเดินทางลงใต้มายังยอดเขาหนันซานแห่งเกาะกุยเหว่ย ที่ซึ่งมีไอเยือกแข็งมากที่สุดในแว่นแคว้นแห่งเต่าดำหูเย่าเดินทางมาจนถึงยอดเขาหนันซ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 55 กระดาษหิมะเยือกแข็ง (1/2)

บทที่ 55กระดาษหิมะเยือกแข็งม่านหนิงอันเอนกายอยู่บนก้อนเมฆก้อนน้อยปุกปุยที่เหลยเทียนอวิ๋นเสกออกมาให้ เขาชายตามองทิวทัศน์รอบกาย สีขาวของหิมะเปล่งประกายระยิบระยับสะท้อนไปกับละอองน้ำต้นสายน้ำตก พร่ามัวไปด้วยรุ้งจากแสงอาทิตย์สาดส่องเหนือศีรษะ ประกายสีขาวเกิดจากเกล็ดหิมะเกล็ดละเอียดถี่ยิบที่ถูกนำมาหลอมขึ้นรูปเป็นกระดาษแผ่นบางอีกที บนยอดสุดของเขาหนิงอันบริเวณต้นน้ำตกกลายสภาพเป็นที่ตากกระดาษไปเสียแล้ว เทพสวรรค์เหมือนติดอยู่ในวงกตแห่งกระดาษขาวที่พัดปลิวพริ้วไหวไปตามแรงลม กระดาษแต่ละแผ่นมีขนาดกว้างราวกับผ้าห่ม เมื่อนำมาแขวนเรียงกันจึงคล้ายกับผ้าม่านผืนบาง ทุกครั้งที่แผ่นกระดาษขยับเกล็ดหิมะจะสะท้อนแสงสีขาวสว่างแต่ไม่เคยทิ้งรอยยับเอาไว้ม่านหนิงอันปรายตาไปยังใจกลางม่านกระดาษที่หลอมขึ้นมาจากหิมะเยือกแข็ง ในริ้วกระดาษที่พัดโบกมีร่างหนึ่งกำลังก้มตัวลงจนใบหน้าแทบสัมผัสพื้น มือขาวขยับวุ่นเป็นระวิง มองไปไม่เท่าไรม่านกระดาษก็พัดมาบดบังสายตาของเขาใหม่ ม่านหนิงอันถอนหายใจออกมา "อาหยาง เท่านี้ยังไม่พออีกรึ?"เจียงหยูหยางวัยสิบเก้าปีกำลังง่วนกับการประดิษฐ์ของวิเศษจากกระดาษหิมะเยือกแข็งที่เจ้าตัวเรียกว่าขอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-16
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
910111213
...
23
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status