All Chapters of กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ: Chapter 121 - Chapter 130

226 Chapters

บทที่ 61 ออกเดินทางสู่ป่าปฐพีเยือกแข็ง (1/2)

บทที่ 61ออกเดินทางสู่ป่าปฐพีเยือกแข็ง"ต้องรีบไปถึงเพียงนี้เชียวหรือ" เจียงหยูหมิงหน้านิ่วคิ้วขมวด พวกเขาเพิ่งกลับมาจากการไปเยี่ยมฉินกุ้ยเฟยก็จะออกไปอีกแล้ว และยังเป็นเป็นการไปอย่างไม่มีกำหนดการกลับด้วย"ราชโองการออกมาแล้ว แค่รอเจ้าฟื้นก็นับว่าประวิงเวลาไปพอสมควร ยามนี้เจ้าฟื้นก็สมควรไปได้แล้ว" ลั่วถิงลู่ม้วนภาพมิติน้ำหมึกดำเข้ากระเป๋าเฉียนคุน ผู้บำเพ็ญเพียรอย่างพวกเขาส่วนใหญ่มักเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ในถุงเฉียนอยู่แล้วจึงไม่ต้องเก็บสัมภาระอะไรมากมายเจียงหยูหมิงไม่ยินยอม "เพิ่งจะผ่านมาสามวันเองนะ อีกตั้งเจ็ดวันหยูหยางถึงจะออกจากการจำศีล หากในระหว่างนี้เกิดเทพเซียนมาโจมตีน้องข้าเล่าใครจะปกป้องเขา"ลั่วถิงลู่เก็บของเสร็จก็เดินข้ามทางเชื่อมมาฝั่งเรือนน้อย "ข่ายอาคมเหวินฝางซื่อป่าวเป็นพลังสูงสุดที่เจ้าใช้ได้ในตอนนี้แล้ว หากถูกทำลายถึงเจ้าอยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ เจ้ารอมาแล้วสามปี ก็รออีกหน่อยเถิด ไว้กลับมาข้าจะพาเจ้าขึ้นยอดเขาหนันซานไปรับน้องเจ้าแล้วไปหาพ่อแม่เจ้าที่วัดเสินเจี๋ยดีหรือไม่?"มือหนาใหญ่ช้อนปอยผมที่ปรกดวงหน้างดงามขึ้นทัดหูก่อนจะไล้ไปสางเส้นผมสีอ่อนนุ่มนิ่ม สัมผัสอ่อ
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 61 ออกเดินทางสู่ป่าปฐพีเยือกแข็ง (2/2)

เข้าสู่เขตป่าความเงียบก็เข้าครอบงำ แม้แต้เสียงนกกาเสียงแมลงก็ยากที่จะได้ยิน ทุกคนระวังฝีเท้าไม่ให้เกิดเสียงดังเกินไปและไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ ยิ่งถลำลึกไอเย็นและปราณดินก็ยิ่งเข้มข้นมากจนหนาวสั่น ผู้ติดตามที่ต้องโคจรลมปราณห่อหุ้มตัวเอาไว้ชั้นหนึ่งเพื่อปกป้องร่างกายจากสภาพอากาศต่างก็นับถือหม่าถงที่เป็นมนุษย์ธรรมดาและใส่เสื้อน้อยชิ้นแต่ยังเดินเหินอยู่ได้อย่างสบายๆเขตหนึ่งเดิมก็เป็นเขตปลอดภัย ระหว่างทางมีเพียงสัตว์ป่าน้อยใหญ่โผล่มาให้เห็นเป็นบางครั้งจึงผ่านพ้นไปอย่างง่ายดาย เมื่อเข้าใกล้เขตสองจึงได้ยินเสียงธารน้ำไหลเชี่ยวกรากที่มาพร้อมกับไอเย็นและลมหนาวที่มากขึ้น ข้ามพ้นเขตไปยังเขตสองจึงได้เจอแม่น้ำลมหิมะที่ไหลมาจากยอดเขาหนันซาน แม่น้ำไหลเชี่ยวที่ภายในมีน้ำแข็งมากเสียยิ่งกว่าน้ำ ตามทางน้ำไหลยังแฝงไว้ด้วยลมพายุหิมะอันหนาวเหน็บจากยอดเขาหนันซาน"เดินตามแม่น้ำลมหิมะไปก็จะเข้าสู่เขตสามพ่ะย่ะค่ะ" หม่าถงบอกกับคณะเดินทางคณะไท่จื่อจึงเดินในป่ารกชัฏเลียบไปกับทางน้ำไหล หากใกล้เกินไปก็จะโดนไอเย็นจนตัวแข็งไปหมดจึงได้แต่ยอมเสี่ยงโดนพืชเซียนโจมตีในป่า"ฝ่าบาท ที่นี่เงียบเกินไปหรือไม่ จนตอนนี้ยังไม่เห็นพ
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 62 ปีศาจจิ้งจอก (1/2)

บทที่ 62ปีศาจจิ้งจอกคณะเดินทางข้ามผ่านเขตสองไปโดยไม่พบเจออะไรอีกนอกจากซากสัตว์อสูรสภาพไม่ต่างจากซากแรกที่เจออีกสองซากและพืชเซียนที่ยังไม่โตพอจะมีคุณประโยชน์ใดจึงรอดพ้นเงื้อมมือผู้ที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ไปได้อีกเล็กน้อย เมื่อเข้าสู่เขตสาม ธารน้ำแข็งก็เริ่มละลายจนเหลือเพียงสายน้ำเชี่ยวกราก ไอเย็นที่ลมพายุหิมะพัดพาลงมาก็เบาบางลงไม่น้อย รอบแม่น้ำจึงเหมาะสมต่อการตั้งถิ่นฐานของบรรดาสัตว์ป่าสัตว์อสูร แต่บัดนี้รอบกายกลับเงียบกริบจนแม้แต่เสียงปีกแมลงกระพือก็ไม่ได้ยิน"เจ้ารู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาหรือไม่?" หานจิ่งกระซิบถามฟ่านจือคุนที่อยู่ด้านข้าง พวกเขาสองคนตามอยู่รั้งท้ายขบวน"ตั้งแต่ออกจากเขตสองก็รู้สึกเหมือนมีสัตว์ร้ายจ้องมองมาตลอดทาง แต่กลับไม่เห็นร่องรอยแม้เพียงน้อย" ฟ่านจือคุน กระซิบตอบเขา ที่นี่เงียบสงบเกินไปจนผิดสังเกต เขาไม่อยากทำเสียงดังเกินไปจนเรียกสัตว์อสูรให้ออกมาเหมือนครั้งก่อน"ดูท่าการเอาไอปีศาจมาทาตัวแบบที่ไท่จื่อสั่งจะได้ผล สัตว์อสูรจึงทำได้เพียงมองไม่กล้าเข้าใกล้" หูเย่าที่อยู่เยื้องไปข้างหน้าผู้ติดตามทั้งสองร่วมกระซิบด้วย ยังไม่ลืมที่จะยกยอไท่จื่อให้ได้ยินเพื่อเพิ่มคว
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 62 ปีศาจจิ้งจอก (2/2)

ลั่วถิงลู่ตามเส้นด้ายแดงเข้าไปในความมืด กลับพบเจียงหยูหมิงยืนกุมท้องหัวเราะอยู่ "เกิดอะไรขึ้น?""ฮ่าๆๆ โอ้ เจ้าไม่เห็นสินะ ฮ่าๆ" เจียงหยูหมิงเช็ดน้ำตาไปมือก็โบกปัดไปมาไอดำตรงหน้าเหมือนถูกแหวกออกจางหายไปด้านข้าง ตรงหน้าจึงปรากฏจงหลินอี้กำลังดึงหูใบใหญ่ทั้งสองข้างของจิ้งจอกตัวน้อยสีขาวปุกปุยน่ารักไปหมด เสียแต่ใบหูถูกดึงไปข้างหลังเสียแรงจนตาถลน ในขณะที่จิ้งจอกน้อยเองก็ใช้สองหางอุดรูจมูกของจงหลินอี้ ปากก็แทะหัวเขาไม่ยอมหยุด"ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ เจ้าตัวน่าตายนี่!""ยังไม่รีบเผยร่างที่แท้จริงออกมาอีก งั้นก็โดนข้ากัดตายไปทั้งอย่างนี้ซะเถอะ!"ลั่วถิงลู่จ้องภาพตรงหน้าด้วยแววตาเฉยเมย จงหลินอี้ถูกอุดจมูกจนน้ำหูน้ำตาไหล ส่วนจิ้งจอกน้อยก็ตาถลนจนจะหลุดจากเบ้า เจียงหยูหมิงหัวเราะชอบใจตบเข่าดังป้าบ ผู้ติดตามอีกสองคนที่ตามมาถึงเห็นภาพตรงหน้าก็ร่วมวงหัวเราะไปกับเขาด้วย"พวกเจ้าตรงนั้นยังไม่รีบมาช่วยกันอีก ยังเป็นพี่น้องกันอยู่หรือไม่!" จงหลินอี้ทนสภาพอัปยศนี้ไม่ได้ แต่เจ้าจิ้งจอกน้อยก็เกาะติดเขาเหนียวหนึบเสียยิ่งกว่าทากาวจิ้งจอกน้อยได้ยินเสียงหัวเราะก็ถูกหันเหความสนใจทำจมูกฟุดฟิด "พวกเจ้าเองก็เป็นปีศ
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 63 แดนปีศาจ

บทที่ 63แดนปีศาจปีศาจจิ้งจอกน้อยถูกบังคับขู่เข็ญยอมเล่าออกมาหมดเปลือก"ถามอะไรโง่ๆ ข้ามเขตแดนปีศาจกับแดนมนุษย์ก็ต้องเข้าไปในแดนปีศาจน่ะสิ""บังอาจ! กล้าว่าไท่จื่อโง่รึ" จงหลินอี้ลูกน้องผู้เทิดทูนองค์ไท่จื่อยิ่งชีพตะคอกลั่วถิงลู่ยกมือปราม "ออกมาข้างนอก เรียกข้าว่าคุณชายเหมือนเดิม""ขอรับ" ผู้ติดตามทุกคนรับคำ เมื่อตอนการแฝงตัวไม่ให้ผู้อื่นรู้ตัวตนไท่จื่อมักจะให้ใช้สรรพนามเหมือนครั้งยังไม่ก่อตั้งราชวงศ์จิ้งจอกน้อยกลับหูตั้งเอียงศีรษะ "ไท่จื่อคืออะไร?""..." ทุกคนเจ้าจิ้งจอกน้อยไม่ยอมเล่าอะไรออกมาอีกหากไม่ได้รับคำตอบ หานจิ่งจึงอธิบายสั้นๆ ให้มันฟัง "มนุษย์ช่างยุ่งยากนัก ปีศาจเรามีเพียงองค์ชายกับราชา ไท่จื่ออะไรนั่นไม่มีหรอก""เจ้าว่าข้างล่างนั้นคือแดนปีศาจ?" ลั่วถิงลู่ซักถามต่อปีศาจจิ้งจอกเชิดหน้าชูคอ เพียงแค่กลับไปถึงแดนปีศาจมันก็จะรอดพ้นจากมนุษย์เลวพวกนี้ เพียงแต่ต้องไปให้ถูกที่จึงยอมเล่าออกมา "ถูกต้อง ข้างล่างรอยบากนี้คือหุบเหวแบ่งเขตแดนระหว่างแดนปีศาจจิ้งจอกกับแดนปีศาจงู"ลั่วถิงลู่เลิกคิ้ว "แดนปีศาจยังแบ่งออกเป็นเขตแดนของแต่ละเผ่าพันธุ์?""ไม่ใช่ทุกเผ่าพันธุ์จะมีเขตแดนเป็นของตั
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 64 ขบวนเจ้าสาว (1/2)

บทที่ 64ขบวนเจ้าสาวเมืองหลวงแดนปีศาจจิ้งจอกเจริญรุ่งเรืองไม่ต่างจากแดนมนุษย์ ท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยร้านรวงและหอสุรา ทว่าอาหารและเครื่องประดับที่วางขายข้างทางมีสีสันและรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างจากในเมืองมนุษย์โดยสิ้นเชิง พ่อค้าแม่ค้าปีศาจต่างก็กวักมือร้องเรียกลูกค้าอย่างขยันแข็งขัน ปีศาจเดินสวนกันไปมาเต็มถนนสายใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นจิ้งจอกแดงและจิ้งจอกเหลืองในร่างกึ่งมนุษย์ตามที่จิ้งจอกน้อยบอก ในจิ้งจอกเหล่านั้นมีเพียงหนึ่งหาง ส่วนสองหางขึ้นไปมีเพียงหนึ่งส่วน แต่ละตนล้วนดูโดดเด่นสะดุดตา ไม่งามล้ำก็มีพลังแก่กล้า นอกเหนือจากเผ่าปีศาจจิ้งจอกยังมีปีศาจแรด ปีศาจวัว ปีศาจแมวโผล่มาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ บางทีก็จะเห็นภูตผีลอยผ่านสร้างความหวาดกลัวให้กับปีศาจเด็กที่มาใช้ถนนสัญจรกับครอบครัวสภาพโดยรวมไม่เหมือนดินแดนที่เพิ่งแพ้สงครามมาสักนิด เว้นก็เสียแต่ปีศาจทุกตนล้วนแต่งกายด้วยชุดสีดำ ใบหน้าเศร้าสร้อยราวกับกำลังไว้ทุกข์ เสียงตะโกนเรียกลูกค้าฟังดูอีกทีก็หาได้มีความกระตือรือร้นแบบที่ควรจะเป็น ในอากาศสีชาดยังแฝงไปด้วยความเศร้าหมองขมุกขมัวของผู้คน หอสุรา หอนางโลมแทบทุกที่ปิดทำการ บางตนเหลือบมาเห็นปีศาจจิ้งจอ
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 64 ขบวนเจ้าสาว (2/2)

ทางราชาและราชินีไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกตนทั้งในราชวงศ์เองและนอกราชวงศ์ต่างพยายามอย่างหนักเพื่อต่อรองกับองค์ชายใหญ่มาหลายเดือนแต่กลับไม่สามารถสั่นคลอนความตั้งใจนี้ได้มีเพียงก็แต่ตัวองค์ชายสามเองที่ไม่ได้พยายามวิ่งเต้นหาทางรอดให้แก่ตน ทุกวันยังวิ่งไปหอสุราหอนางโลมเหมือนผู้ที่ต้องไปเป็นบรรณาการไม่ใช่ตน ชวนให้ผู้อยากช่วยเหลืออย่างเต็มที่โมโหนัก แต่เมื่อคิดได้ว่าอีกหน่อยตัวงามน้อยจะไม่มีโอกาสได้วิ่งไปทั่วเช่นนี้อีกก็ใจอ่อนไม่ไปห้ามเขา ความเห็นเดียวที่เจ้าตัวมีก็ยังชวนให้เหล่าปีศาจปวดหัวยิ่งนัก'ข้าแค่ไปดีดผีผาร้องเพลงปลอบโยนแม่นางทั้งหลายที่หอหลางหยาไม่คิดว่าจะตกสาวนางไม่ได้ ดันตกงูตัวผู้มาได้แทน' คำพูดกะล่อนอย่างชายเจ้าชู้ แต่พอออกมาจากปากอิ่มฉ่ำสีแดงของดวงหน้างามล้ำกลับดูน่ารักน่าสงสารจับใจ แม้คำพูดถัดไปจะทำให้ความงามลดลงไปบ้าง 'แต่แม่นางทั้งหอก็โดนข้าตกไปตั้งนานนมแล้วล่ะนะ'เกี้ยวบัวม่วงยังคงแห่ออกไป ราษฎรแดนปีศาจจิ้งจอกต่างก็ร่ำไห้โศกาอาดูรราวกับส่งเขาลงหลุมศพอย่างไรอย่างนั้น ขบวนแห่เข้ามาใกล้คณะเดินทางที่แอบปะปนกับฝูงปีศาจจิ้งจอกข้างทาง เมื่อใกล้จะผ่านพวกเขาก็ยิ่งเห็นได้ชัด เจ้าจิ้งจอกน้
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 65 พี่สะใภ้ใหญ่ ล่วงเกินท่านแล้ว! (1/2)

บทที่ 65พี่สะใภ้ใหญ่ ล่วงเกินท่านแล้ว!ผู้ติดตามคณะไท่จื่อแต่ละคนอ้าปากตาค้าง จิตใจฮึกเหิมที่พร้อมจะต่อสู้สุดใจเพื่อช่วยพวกพ้องสับสนไปชั่วขณะถ้ำที่พวกเขาบุกเข้ามาตกแต่งหรูหราเต็มไปด้วยสีของดอกไห่ถังและของประดับตกแต่งลวดลายดอกไห่ถัง พื้นปูพรมขนสัตว์สีแดงนุ่มฟูจนห้าคนที่ใส่รองเท้าหนังบุกเข้ามาไม่กล้าเหยียบต่อ กลางถ้ำมีคนผู้หนึ่งถูกมัดไว้บนเก้าอี้บุผ้าขนสัตว์นุ่มสบาย เป็นหลิวจิ่นเหอที่ทั้งตัวถูกพันด้วยเชือกเส้นเล็กมัดตรึงเขาไว้กับเก้าอี้ แต่ที่น่าตกตะลึงก็คือใบหน้าของหลิวจิ่นเหอถูกประคองไว้ด้วยสองมือขาวบอบบางราวแก้วกระเบื้อง เล็บทั้งสิบแม้แหลมคมอย่างสัตว์ป่าแต่ถูกตัดแต่งมาอย่างดีจนงดงามไร้พิษสง เป็นปีศาจจิ้งจอกสาวโฉมสะคราญ รูปร่างอรชรมีน้ำมีนวลน่าหลงใหล เรียวขาขาวอวบอิ่มถูกยกขึ้นผ่านชายกระโปรงตัดสั้นเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหว ด้านหลังยังโผล่หางสีเทาสี่หางปัดไปมาอย่างตื่นเต้นดีใจ ดวงหน้าจิ้มลิ้มยื่นเข้าไปใกล้ใบหน้าที่นางประคองไว้อยู่จนอีกนิดก็จะสัมผัสกันอยู่แล้วปีศาจจิ้งจอกสาวหันมาตวาดใส่ผู้บุกรุกด้วยความเกรี้ยวกราด "ใครบังอาจกล้ามาขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้ากับพี่จิ่นเหอ ยังไม่รีบไสหั
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 65 พี่สะใภ้ใหญ่ ล่วงเกินท่านแล้ว! (2/2)

หูเย่านำโอสถกลบกลิ่นกายให้หลิวจิ่นเหอ ทุกคนลบไอพลังปราณฟ้า หลบหลีกหนีทหารยามมาตลอดทาง แต่ทหารยามในวังมีมากเกินไป บางครั้งไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ก็จะอุดปากตีหัวให้สลบแล้วค่อยผ่านไปสภาพไม่ต่างจากกองโจร หากแต่สิ่งเดียวที่หายไปจากวังจิ้งจอกเก้าหางแห่งนี้มีเพียงมนุษย์ผู้เดียวเมื่อพ้นเขตวัง ทั้งหกคนก็ใช้มนตราปะปนไปกับปีศาจตามท้องถนน กว่าคนในวังจะรู้ตัวพวกเขาก็เดินมาไกลหลายช่วงถนนแล้ว เจ้าจิ้งจอกน้อยโมโหเป็นอย่างมากได้แต่สารภาพกับบิดาว่าตนพามนุษย์เข้ามา หลังจากนั้นจึงมีสาวใช้พบท่านหญิงในร่างจิ้งจอกนอนสลบไสลถูกมัดด้วยเชือกมัดเซียนอยู่ในห้องนอนของนางที่สภาพเละเทะจนไม่เหลือเค้าเดิม ราชาปีศาจจิ้งจอกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก สั่งทหารรีบออกตามล่า พร้อมติดประกาศจับมนุษย์ทั้งหกคนทันทีเจียงหยูหมิงมองหน้าพวกเขาทั้งหกในป้ายประกาศจับ"เหตุใดมีเพียงเหล่าหลิวที่ดูดีสมจริงเล่า?"ลั่วถิงลู่ดึงแขนเขา "อย่าไร้สาระ รีบไป"คณะเดินทางใช้เส้นทางเดิมกับตอนที่จิ้งจอกน้อยนำทางมา แน่นอนว่าเผ่าจิ้งจอกเองก็น่าจะคาดเดาได้ จึงยิ่งต้องเร่งเดินทางก่อนที่ทหารจะตามมาทัน สุดท้ายจึงเลือกถ้ำใกล้กับรูปปั้นศิลาจิ้งจอกเก้าหางเพื่อให้แ
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more

บทที่ 66 ออกจากการจำศีล เว่ยไป๋ลาป่วย (1/2)

บทที่ 66ออกจากการจำศีล เว่ยไป๋ลาป่วย"ทูลฝ่าบาท นี่เป็นรายงานจากสายลับของเราในแคว้นเสวียนอู่ ขณะนี้กลุ่มกบฏขาขวาหน้าได้รวมตัวขึ้นอีกครั้ง ต่อต้านเจ้าเมืองคนใหม่จนยึดครองดินแดนขาขวาหน้าของเสวียนอู่ไปได้บางส่วน ฉีจวิ้นหวางถูกจับตัวไปเป็นตัวประกัน ราชสำนักยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมการกำจัดกลุ่มกบฏให้สิ้นซาก คาดว่าคงไม่มีเวลามาสนใจเกาะกุยเหว่ยของเราอย่างน้อยก็อีกสองปีพ่ะย่ะค่ะ""นับเป็นเรื่องดี" กุ่ยฉื่อหวงตี้แม้จะตรัสเช่นนั้น แต่กลับถอนหายใจออกมา เดิมทีผู้ที่ปราบปรามกบฏขาขวาหน้าในครั้งแรกก็คือตระกูลลั่วของพวกเขา คราวนี้อีกฝ่ายกำลังจะถูกสังหารบังคับทำลายบ้านเกิดอีกคราตัวเขากลับมองว่าเป็นเรื่องดี ตัวเขาช่างเป็นคนใจบาปจนในใจยังยอมรับตัวเองไม่ได้"สองปีไม่นับเป็นเวลาอะไรเลยฝ่าบาท เกาะกุยเหว่ยของเราต้องเตรียมพร้อมรับมือนะพ่ะย่ะค่ะ" ขุนนางพลเรือนผู้หนึ่งกล่าวขึ้น"แล้วที่พลทหารทำอยู่ทุกวันนี้ท่านเห็นเป็นการละเล่นของเด็กรึ หากไม่ใช่เตรียมพร้อมรับมือกับศัตรูก็ถือว่ากินเบี้ยหวัดเสียเปล่าแล้ว!" ขุนนางแม่ทัพที่ตามมากับตระกูลลั่วบัดนี้ควบตำแหน่งโหวขัดขึ้นมาอย่างฉุนเฉียว แม้ในยามสงบทหารทุกนายก็ไม่เคยหย
last updateLast Updated : 2026-01-16
Read more
PREV
1
...
1112131415
...
23
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status