All Chapters of คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย: Chapter 101 - Chapter 110

111 Chapters

บทที่ 100

ย้อนเวลากลับไปเมื่อสี่สิบปีก่อน ในค่ำคืนหนึ่งที่แสงจันทร์นวลกระจ่างอาบไล้ไปทั่ววังหลวง ท้องฟ้ากระจ่างใสไร้เมฆหมอก ดวงดาวพร่างพราวราวเพชรนับพัน ถือเป็นลางอันดีของการให้กำเนิดโอรสมังกรของเย่ฮองเฮาเสียงกรีดร้องเจ็บปวดของเย่ฮองเฮาได้เงียบหายไปแล้ว เหลือเพียงเสียงหอบหายใจอันเหนื่อยอ่อน และเสียงทารกน้อยที่ร้องไห้จ้ากึกก้อง ราวกับกำลังประกาศการมาถึงของตนฮ่องเต้หงเทียนประทับยืนรออยู่หน้าตำหนักอย่างกระวนกระวาย จนกระทั่งหมอตำแยเปิดประตูตำหนักออก แล้วรีบรุดเข้ามารายงาน “ทูลฝ่าบาท! ฮองเฮาประสูติองค์ชายเพคะ!”“ดี! ดี! ดีมากจริง ๆ !” รอยสรวลเบิกบานเต็มพระพักตร์ของฮ่องเต้หงเทียน “แล้วฮองเฮาเล่า? นางเป็นอย่างไรบ้าง?”“ทูลฝ่าบาท หมอหลวงตรวจพระอาการแล้ว ฮองเฮาทรงปลอดภัยดีเพคะ เพียงแต่บรรทมไปด้วยความเหนื่อยอ่อนเท่านั้นเพคะ”ฮ่องเต้หงเทียนลอบพรูปัสสาสะ ก่อนจะพยักพักตร์ให้หมอตำแยรีบเข้าไปจัดการเรื่องราวภายในตำหนักให้เสร็จสิ้นจนกระทั่งเมื่อบรรดาหมอหลวง หมอตำแย และนางกำนัลทำความสะอาดตำหนักเสร็จเรียบร้อย ฮ่องเต้หงเ
Read more

บทที่ 101

“บังอาจ!” ฮ่องเต้หงเทียนทรงตวาดเสียงกร้าว ลมหายใจสะดุด “บุตรชายของข้า ผู้ที่เกิดภายใต้ดาราพร่างพราวเช่นนี้ จะต้องคำสาปได้อย่างไร! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาสาปแช่งเชื้อพระวงศ์!”“กระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะ! แต่ดวงดาวมิเคยโกหก! ดวงชะตานี้... หากเติบใหญ่ จะกลืนกินพลังชีวิตของต้าจิ้งให้ร่วงโรย ราวกับหนอนที่กัดกินต้นไม้จากภายใน จักนำมาซึ่งความวุ่นวายมิรู้จบสิ้น” โหรหลวงกู้จิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“และที่สำคัญ... จักทำลายชะตาของฝ่าบาทให้มืดมิด! นี่คือ ‘คำสาปหวนคืน’ ทารกน้อยผู้นี้ต้องคำสาปหวนคืนเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ!” โหรหลวงกู้จิงกล่าวยืนกราน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในพระเนตรของฮ่องเต้หงเทียน“ฝ่าบาทโปรดระลึกถึงบรรพกษัตริย์ผู้ก่อตั้งต้าจิ้ง! ดวงชะตานี้ถือเป็นลางร้ายแห่งความพินาศของราชวงศ์! การที่พระองค์ทรงปกปักรักษาโอรสองค์นี้ไว้... เท่ากับทรงนำพามังกรเข้าสู่กรงขังที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งรอบกาย”ความปีติที่เคยท่วมท้นพลันสลายหายไปราวควันธูปที่ถูกลมพัด ฮ่องเต้หงเทียนทรงลังเลอย่างหนัก ทรงอุ้มโอรสน้อยแ
Read more

บทที่ 102

หลังจากที่โหรหลวงกู้จิงส่งหลี่เซวียนเจ๋อให้แก่สาวใช้ส่วนตัวของเขาที่ติดตามเข้ามาในวังหลวงด้วยแล้ว เขาก็เดินตามหลังฮ่องเต้หงเทียนตรงไปยังตำหนักของฟางกุ้ยเฟยอย่างรวดเร็ว เพราะต้องการทำเวลา เพื่อมิให้เย่ฮองเฮาตื่นบรรทมขึ้นมาเสียก่อนฮ่องเต้หงเทียนและโหรหลวงกู้จิงมาถึงตำหนักของนางในยามดึกสงัด ฟางกุ้ยเฟย ผู้เพิ่งให้กำเนิดโอรสเมื่อวานนี้ยังคงมีใบหน้าอ่อนล้า ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความสุขที่ได้อุ้มบุตรชายผู้ได้เป็นองค์ชายใหญ่ของราชวงศ์ในอ้อมแขนครั้นเห็นฝ่าบาทเสด็จมาในยามดึกดื่นเพียงนี้ก็นึกแปลกใจ และยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก เพราะยามนี้ ฝ่าบาทควรจะประทับอยู่กับเย่ฮองเฮาและโอรสองค์ใหม่มิใช่หรือ?“ฝ่าบาท…” ฟางกุ้ยเฟยเรียกเสียงแผ่วเบา พลางขยับตัวจะลุกขึ้นถวายความเคารพ หากแต่ฮ่องเต้หงเทียนประทับนั่งลงบนเตียงของนาง และจับต้นแขนของนางไว้เสียก่อน“เจ้าเพิ่งคลอดลูก อย่าได้ลุกขึ้นมาเลย”ฟางกุ้ยเฟยพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ว่าแต่เหตุใดฝ่าบาท…”ฮ่องเต้หงเทียนไม่รอให้ฟางกุ้ยเฟยถามจนจบประโยค พระองค์ก็พยักพักตร์ส่งสัญญา
Read more

บทที่ 103

“ดี!” ฮ่องเต้หงเทียนตรัสเพียงเท่านั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปรับร่างโอรสองค์น้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของฟางกุ้ยเฟยออกมา “เช่นนั้น ยามนี้ ‘หลี่จิ่งเช่อ’ ก็จะกลายเป็น ‘หลี่เซวียนเจ๋อ’... วังหลวงจะต้องไม่มี ‘หลี่จิ่งเช่อ’ อีกต่อไป!”“หม่อมฉันทราบดีเพคะ” ฟางกุ้ยเฟยพยักหน้า “หม่อมฉันจะประกาศออกไปว่าองค์ชายใหญ่ประชวรเป็นไข้สูง และสิ้นพระชนม์ลงแล้วเพคะ”ฮ่องเต้หงเทียนพยักหน้าอย่างพอพระทัยที่เห็นสนมคนโปรดช่างรู้ความ ก่อนจะสำทับย้ำคำอีกครั้ง “หากเจ้าอยากให้โอรสของเจ้าเติบโตอย่างแข็งแรงและสุขสบาย เจ้าคงจะรู้ดีว่าสิ่งใดควรพูดสิ่งใดไม่ควรพูด”“หม่อมฉันทราบดีเพคะ” ฟางกุ้ยเฟยรับปาก ก่อนจะมองร่างน้อยในอ้อมแขนของฮ่องเต้หงเทียนอีกครั้งอย่างอาวรณ์ลูกเอย... มิใช่ว่าแม่ไม่รักเจ้า แต่แม่ขอเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เจ้าแทนเถิด!ฮ่องเต้หงเทียนสดับเช่นนั้นก็เบาพระทัย ก่อนจะลุกขึ้นแล้วตรัสว่า “คืนนี้ เราเพียงแต่พา ‘หลี่เซวียนเจ๋อ’ มาเยี่ยมเจ้าเท่านั้น ถึงเวลา
Read more

บทที่ 104

เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวการสิ้นพระชนม์ของหลี่จิ่งเช่อ องค์ชายใหญ่ก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ฟางกุ้ยเฟยโศกเศร้าเสียใจจนทนไม่ไหว ต้องขังตนเองอยู่ในตำหนักร่วมเดือนในขณะที่เย่ฮองเฮากำลังปลาบปลื้มใจและเลี้ยงดู ‘หลี่เซวียนเจ๋อ’ อย่างเต็มที่ สรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมามอบให้เขาอยู่เสมอ รวมถึงบรรดาผู้อาวุโสในตระกูลเย่ก็ทยอยมามอบของขวัญและแสดงความยินดีกันอย่างต่อเนื่อง...แม้ว่าฟางกุ้ยเฟยจะตัดใจมอบโอรสให้เย่ฮองเฮาไปแล้วก็ตาม หากแต่สายใยของมารดาย่อมอาทรต่อบุตร นางมักจะแอบไปเดินเล่นชมสวน เมื่อได้ยินว่า ‘หลี่เซวียนเจ๋อ’ ออกมานั่งเล่นที่บริเวณนั้นด้วยเช่นกันอย่างเช่นวันนี้ ‘หลี่เซวียนเจ๋อ’ ในวัยสามหนาวที่กำลังซุกซน วิ่งเล่นอยู่รอบสระบัวกลางวังหลัง โดยมีแม่นม นางกำนัล และขันทีน้อยคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ในขณะที่เย่ฮองเฮากำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ในศาลาไม่ไกลฟางกุ้ยเฟยที่เลือกสวมบทบาทเป็นสนมคนโปรดด้วยร่างกายที่อ่อนแอ สวมเสื้อผ้าคลุมกายมิดชิด มาเดินเล่น ผ่อนคลายอารมณ์บ้างเพราะทุกคนล้วนทราบดีว่าหลังจากที่นางสูญเสียองค์ชายใหญ่ไปแล้ว ฟางกุ้ยเฟยก
Read more

บทที่ 105

‘หลี่เซวียนเจ๋อ’ เติบโตขึ้นภายใต้การอบรมเลี้ยงดูและสั่งสอนจากเย่ฮองเฮาอย่างใกล้ชิด จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นไท่จื่อ ก่อนจะขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาในวัยยี่สิบเจ็ดปี โดยมีพระนามว่าฮ่องเต้ไท่ผิงฮ่องเต้ไท่ผิง ได้แต่งตั้งเย่ฮองเฮาขึ้นเป็นเย่ไทเฮา และแต่งตั้งฟางกุ้ยเฟยขึ้นเป็นฟางไท่เฟย เพราะด้วยเหตุการณ์ในวันนั้นที่ฟางไท่เฟยได้ช่วยชีวิตของเขาขึ้นมาจากสระบัวกลางวังหลวงฟางไท่เฟยก็มักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนและช่วยดูแลฮ่องเต้ไท่ผิงเป็นประจำ ประหนึ่งโอรสในไส้ของนาง ดังนั้น เมื่อฮ่องเต้ไท่ผิงขึ้นครองราชย์ เขาจึงได้แต่งตั้งทั้งสองให้ขึ้นครองยศดังกล่าวครั้นฮ่องเต้ไท่ผิงครองราชย์ได้ครบห้าปีก็มีดำริต้องการจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบห้าปีขึ้น...ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ พระราชวังหลวงกลับเจิดจ้าไปด้วยแสงโคมไฟนับพันดวง เสียงดนตรีบรรเลงประสานก้องกังวานไปทั่วทุกโถงตำหนัก กลิ่นหอมของสุราเลิศรสและอาหารชั้นสูงลอยอบอวลไปทั่วงานเลี้ยงเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบห้าปีของฮ่องเต้ไท่ผิงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา บรรดา
Read more

บทที่ 106

“เหนียงเหนียง...” ฮ่องเต้ไท่ผิงสังเกตเห็นอาการผิดปกติของฟางไท่เฟย จึงได้เอ่ยเรียก ทำให้เย่ไทเฮาต้องหันมามองนางด้วยอีกคนไม่ได้! ข้าจะให้เย่ไทเฮาเห็นลู่ซื่อจื่อไม่ได้โดยเด็ดขาด!!“หม่อมฉันไม่ได้ลิ้มรสสุราผลไม้หมักชั้นสูงมานานมากแล้ว ลิ้มรสอีกครั้งจึงเกิดอาการใจสั่นไม่น้อยเพคะ” ฟางไท่เฟยรีบแก้ตัว ก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างบางเบา “เช่นนั้น หม่อมฉันขอตัวไปพักสักครู่ก่อนดีกว่าเพคะ”ครั้นฮ่องเต้ไท่ผิงอนุญาต ฟางไท่เฟยก็รีบรุดกลับตำหนักเหยาฮวาทันที พลางสั่งให้ซุนหมัวมัวไปสืบเรื่องราวในคืนนั้นที่พวกนางสลับตัวโอรสกัน ด้วยโหรหลวงกู้จิงได้เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว จึงไม่อาจจับตัวเขามาสอบถามได้แต่ด้วยอำนาจของนาง ซุนหมัวมัวก็กลับมาพร้อมเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับฟางไท่เฟย!“มีนางกำนัลนางหนึ่งเล่าว่าคืนนั้น นางเห็นโหรหลวงกู้จิงมอบห่อผ้าในอ้อมแขนให้แก่ตู้หมัวมัวที่ขอลาออกจากวังหลวงในวันนั้นพอดีเพคะ!”ตึง!ฟางไท่เฟยทรุดตัวลงนั่งบนตั่งไม้เนื้อแข็งอย่างหมดเรี่ยวแรง หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวเ
Read more

บทที่ 107

“พะ... พี่หญิง! พี่หญิงหมายความว่า... ฝะ... ฝ่าบาทคือหลานของข้าอย่างนั้นหรือ!? โอ๊ย!” ฟางจ้าวหยางถามเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อถูกฟางไท่เฟยเขวี้ยงถ้วยชาใส่ ดวงเนตรถลึงมองเป็นเชิงดุดันและตักเตือนไม่ให้เขากล่าววาจาพล่อย ๆ ออกมาอีกแม้ว่าฟางจ้าวหยางจะตกอกตกใจไม่น้อยกับความจริงที่ได้ยิน หากแต่ความฉลาดของเขาก็สามารถเข้าใจทุกอย่างได้ในทันที“อ่า... ข้าพอจะเข้าใจแล้ว คราแรก ข้ายังนึกสงสัยว่าเหตุใดท่านพ่อและพี่หญิงจึงได้เอ็นดูฝ่าบาทนัก ตั้งแต่ยามที่ยังเป็นไท่จื่ออยู่เลย อีกทั้งพี่หญิงยังดูไม่ทุกข์ร้อนหรือดิ้นรนที่จะตั้งครรภ์โอรสองค์ใหม่เลย... ที่แท้...” ฟางจ้าวหยางลากเสียง ก่อนจะหยุดลง เมื่อเห็นพี่สาวยังคงถลึงตามองไม่หยุด “อะแฮ่ม! ละ... แล้วเราจะทำเช่นไรต่อดีเล่า?”ฟางจ้าวหยางเข้าใจถึงความเดือดเนื้อร้อนใจของพี่สาวขึ้นมาบ้างแล้วหากฮ่องเต้ไท่ผิงเป็นโอรสแท้ ๆ ของฟางไท่เฟยที่เติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูและภายใต้นามโอรสของเย่ไทเฮาจริง นี่คือความลับที่ไม่อาจให้เย่ไทเฮารู้ได้โดยเด็ดขาด!อีกทั้งยามนี้ ฮ่องเต้หงเทียน ฮ่อ
Read more

บทที่ 108

“หลานชายของอันติ้งโหวหรือ?” ฟางจ้าวหยางทวนความทรงจำ “ข้าจำได้ว่าวันที่จวนอันติ้งโหวถูกฆ่าล้างยกครัวน่าจะเป็นวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของหลานชายของอันติ้งโหว รู้สึกจะชื่อ... ลู่หมิงเซวียน”“ลู่หมิงเซวียน...” ฟางไท่เฟยทวนคำตามน้องชาย “ดี! รู้ตัวแบบนี้แล้ว ค่อยตามฆ่าได้ง่ายหน่อย!”“แล้วพี่หญิงจะไปตามหาตัวลู่หมิงเซวียนได้จากที่ใดเล่าขอรับ?”ฟางไท่เฟยเหลือบตามองหน้าน้องชายอย่างระอา “เหตุใดเจ้าจึงมีความจำดี ถึงขั้นจำชื่อหลานชายของอันติ้งโหวได้ แต่กลับไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป?”ฟางจ้าวหยาง “...”เอ้า! พี่หญิง!ความจำก็ส่วนความจำสิขอรับ แล้วท่านจะมาแขวะความคิดวิเคราะห์ของข้าด้วยเหตุใดเล่า!?“จากที่เจ้าบอกว่าคืนที่เกิดเหตุคือวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของลู่หมิงเซวียน...” ฟางไท่เฟยจิกนิ้วคำนวณ “ยามนี้ เขาก็คงจะมีอายุราว ๆ สิบเก้าหรือยี่สิบปี...”ฟางจ้าวหยางล้วงหยิบแผ่นรายชื่อผู้ที่ประมูลสมบัติของจวนอันติ้งโหวออกมาวางอีกครั้ง“ห
Read more

บทที่ 109

“แม่ได้ยินจากอาฟานมาว่าเพราะเขามาสักการะขอพรที่วัดหลิงจี้ จึงได้เจอกับพระอาจารย์ชิงเต๋อ และท่านพระอาจารย์ก็ได้แนะนำเขาว่าต้องหาแม่นางสองชะตาอย่างเจ้า จึงจะสามารถแก้คำสาปร้ายที่ติดตัวเขาได้” สวีซื่อเอ่ยขึ้นบนรถม้าคันหรูที่ประทับตราของหอเสื้อหว่านเยว่โหลว“พระอาจารย์ชิงเต๋อช่างน่าเลื่อมใสนัก เพียงแค่เห็นอาฟานก็สามารถมองเห็นคำสาปร้ายที่ติดตัวเขาได้ อีกทั้งยังแนะนำวิธีถอนคำสาปได้อีกด้วย” สวีซื่อเอื้อมมือมาตบมือของตี๋ลี่เสวี่ยเบา ๆ “จึงต้องลำบากเจ้าแล้วที่ต้องมาวัดหลิงจี้กับแม่”ตี๋ลี่เสวี่ยยิ้มจาง “มิได้ลำบากเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่…”หลังจากที่หลิงอวิ๋นฟานเล่าเรื่องการถอนคำสาปให้หลิงจิ่นหัวและสวีซื่อฟัง สวีซื่อก็เกิดความเลื่อมใสในพระอาจารย์ชิงเต๋อเป็นอย่างมาก จึงได้รบเร้าให้หลิงอวิ๋นฟานพานางมาสักการะขอพรที่วัดหลิงจี้ให้จงได้แต่เมื่อถึงวันที่พวกเขานัดกันจะมาที่วัดหลิงจี้แล้ว ทางหอเสื้อหว่านเยว่โหลวก็เกิดเหตุลูกค้าไม่พึงพอใจ นำสินค้าที่มีตำหนิมาคืน พร้อมเรียกร้องความรับผิดชอบจากหอเสื้อ ทำให้หลิงอวิ๋นฟานต้องแยกต
Read more
PREV
1
...
789101112
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status