“เฮ้อ... ได้สลัดพวกตัวแสบ แล้วได้อยู่กันสองคนเสียที” ลู่หมิงเซวียนอดบ่นออกมาไม่ได้ ในขณะที่ขบวนเดินทางของเขาเริ่มเคลื่อนออกมาจวน เพื่อตรงไปที่ประตูเมืองหลวง“ข้ายังแอบสงสารลูกอยู่เลยนะเจ้าคะ พอเราจะไป ก็ไปในทันทีเลย” ตี๋ลี่เสวี่ยถอนหายใจเบา ๆลู่หมิงเซวียนแค่นเสียง “เฮอะ! พวกลูกกระต่ายเช่นนั้น มีอันใดให้น่าสงสารกัน”ตี๋ลี่เสวี่ยเหลือบมองหน้าสามีที่เชิดหนีไปอีกทางอย่างรู้ทัน “มิใช่ท่านพี่กลัวว่าถ้าหากร่ำลายืดยาวกว่านี้แล้วจะร้องไห้ต่อหน้าลูกหรือเจ้าคะ?”ลู่หมิงเซวียน “!!!”“จะ... เจ้าเอาอันใดมาพูด! แค่ร่ำลาเพียงเท่านี้ บุรุษไม่หลั่งน้ำตากันง่าย ๆ หรอกนะ!”ตี๋ลี่เสวี่ยเลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อในคำพูด “แล้วผู้ใดกันเจ้าคะที่นอนร้องห่มร้องไห้เมื่อคืน?”“!!!” ลู่หมิงเซวียนตกใจถึงกับอ้าปากค้าง “สะ... เสวี่ยเสวี่ยได้ยินด้วยหรือ? ขะ... ข้าว่าข้าร้องเงียบ ๆ แล้วนะ!”“โธ่... ท่านพี่ เรือนของเราก็มีเพียงเท่านั้น...” ตี๋ลี่เสวี่ยนึกขบขันไปกับคำพูดของสามี “ข้ายังได้ยินท่านพี่เรียกชื่อลูกแต่ละคน ทั้งอวี้เอ๋อร์ อี๋เอ๋อร์ และหมิงเอ๋อร์ พลางบ่นไม่อย
اقرأ المزيد