All Chapters of คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย: Chapter 121 - Chapter 130

181 Chapters

บทที่ 120

หากจะบอกว่าฟางกุ้ยเฟยไม่อาจตัดขาดกับหลี่จิ่งเช่อได้ฉันใด เย่ฮองเฮาเองก็ไม่อาจตัดขาดกับหลี่เซวียนเจ๋อได้ฉันนั้น แม้ว่าเย่ฮองเฮาจะทุ่มเทเวลาให้กับ ‘หลี่เซวียนเจ๋อ’ ในวังหลวงอย่างเต็มที่หากแต่พระนางก็มักจะหาเวลาปลีกวิเวกไปสักการะขอพรที่วัดหลิงจี้อยู่เนือง ๆ สร้างชื่อเสียงให้เย่ฮองเฮามีความเคารพและศรัทธาอย่างแรงกล้า แต่ด้วยวัดหลิงจี้นั้น ตั้งอยู่นอกเมืองหลวงและเดินทางไปกลับค่อนข้างลำบาก พระนางจึงต้องพักค้างคืนที่นั่นหลายวันและนั่นคือความจริงที่ปรากฏต่อหน้าทุกคน เพราะในความเป็นจริงแล้ว...“โย่วเอ๋อร์!” เย่ฮองเฮาตะโกนเรียกชื่อบุตรชายเสียงดัง ในขณะที่ก้าวเท้าเข้าไปในลานเรือนส่วนตัวด้านหลังของจวนอันติ้งโหวลู่เทียนโย่ว ลู่ซื่อจื่อในวัยยี่สิบปีได้เติบโตมาเป็นชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ พลันสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงมารดาบังเกิดเกล้าเรียกเสียงดัง เขาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแบบร่างยานพาหนะที่มีล้อ ซึ่งยามนี้กลับเลอะหมึกสีดำเป็นวงกว้างชายหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะวางพู่กันลงบนช่องว่างของปี่ซานที่ทำจากหยกเขียวแกะสลักเป็นรูปเทือกเขาคุนหลุนอย่าง
Read more

บทที่ 121

เสียงสะอื้นของเย่ฮองเฮาดังขึ้นไม่กี่ลมหายใจ ก่อนที่ร่างบอบบางนั้นจะโผเข้ากอดร่างของลู่เทียนโย่วแน่น สองแขนโอบรัดสายเลือดเพียงหนึ่งเดียวของตน ลูบแผ่นหลังนั้นอย่างรักใคร่โดยที่ลู่เทียนโย่วเองก็กอดตอบมารดาของตนด้วยเช่นกัน ลู่หยวนและเสิ่นหรงก็ได้แต่นั่งเช็ดน้ำตาอย่างเงียบ ๆ รอจนเย่ฮองเฮาสงบจิตใจลงได้นางจึงค่อย ๆ คลายอ้อมแขน หากแต่ยังจับมือของลู่เทียนโย่วไม่ปล่อย ราวกับต้องการเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้ไว้ให้ได้มากที่สุด‘ฮึก! ที่ข้ามาในวันนี้ มิได้เพียงแต่จะมาบอกความจริงกับเจ้าเท่านั้น แม่ยังจะมาบอกความลับอีกหนึ่งอย่างให้เจ้ารู้ไว้เสียด้วย’เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่หยวนกับเสิ่นหรงก็มองหน้ากัน ก่อนที่เตรียมจะลุกขึ้น เพื่อให้สองแม่ลูกได้มีโอกาสคุยกันอย่างเป็นส่วนตัว‘ท่านโหวและหรงหรงก็อยู่ฟังด้วยกันเถิด’ เย่ฮองเฮาร้องห้าม เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนกำลังจะลุกออกไป ‘อีกเหตุผลที่ข้าต้องมาฝากให้พวกท่านช่วยดูแลโย่วเอ๋อร์ก็เพราะความลับนี้เช่นกัน’เมื่อเห็นว่าทุกคนนั่งที่พร้อมจะฟังเรียบร้อยแล้ว เย่ฮองเฮาจึงได้เล่าเรื่องคำสาปหวนคื
Read more

บทที่ 122

‘แต่เจ้าเองก็ไม่ต้องเป็นกังวล คำสาปหวนคืนนั้นมีฤทธิ์เดชเพียงเท่านั้น คือทำให้เจ้ากลายร่างในยามค่ำคืนเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในกลางวันแต่อย่างใด รวมถึงสุขภาพร่างกายก็เป็นปกติดีทุกอย่าง’ เย่ฮองเฮารีบอธิบาย เพื่อให้บุตรชายและทุกคนคลายกังวล ‘ดูเอาเถิด... ท่านตาของเจ้าก็ยังแข็งแรงดี เจ้าจงวางใจเถิด...’ลู่เทียนโย่วพยักหน้าเล็กน้อยอย่างวางใจ พลางยกมือขึ้นมาซ้อนทับลงบนมือเล็กของมารดาที่ลูบแก้มเขาอยู่ การกระทำของเขา ทำให้ใจของเย่ฮองเฮาสั่นสะท้าน และเริ่มลังเลว่าสิ่งที่นางตัดสินใจเลือกให้นั้น มันถูกต้องและเป็นสิ่งที่ลู่เทียนโย่วต้องการหรือไม่‘โย่วเอ๋อร์... ลูกอยากจะเป็นองค์ชายหรือไม่?’มือของลู่เทียนโย่วชะงักไป ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วครู่ ก่อนที่เรียวปากของเขาจะยิ้มน้อย ๆ ลู่เทียนโย่วส่ายหน้าไปมาราวกับกลองป๋องแป๋งใบน้อย‘เสด็จแม่... ชีวิตของข้าในยามนี้ที่จวนอันติ้งโหวก็ดีมากแล้ว มีท่านพ่อ ท่านแม่...’ ลู่เทียนโย่วหันไปมองลู่หยวนและเสิ่นหรงอย่างซาบซึ้งใจ ‘คอยดูแล เอาใจใส่ข้า ข้าก็ไม่ต้องการสิ่งใดมาก
Read more

บทที่ 123

นับจากวันนั้น ลู่หยวนก็ระดมความคิด ร่างแบบช่องทางลับ กำหนดทิศทาง รวมถึงรื้อผังเมืองออกมาศึกษา เพื่อมองหาทางน้ำทิ้งสายหลักของเมืองหลวง ซึ่งจะช่วยทุ่นเวลาไปได้มากและนั่นทำให้ลู่หยวนพบเจอเส้นทางระบายน้ำเดิมที่ไม่ใช้แล้ว เพราะเหตุน้ำท่วมเมื่อหลายปีก่อน ฮ่องเต้หงเทียนจึงรับสั่งให้วางเส้นทางระบายน้ำในเมืองหลวงใหม่ทั้งหมดหลังจากที่วางเส้นทางได้แล้ว ลู่หยวนยังต้องคิดโครงการขึ้นมาบังหน้า โดยอ้างว่าจวนอันติ้งโหวต้องการจัดสวนใหม่ โดยต้องการขุดสระบัวขนาดใหญ่ และสร้างเนินเขาจำลองตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อกำจัดดินที่ขุดขึ้นมาจากใต้ดินนำมาถมอย่างเนียน ๆไม่เพียงเท่านั้น ลู่หยวนยังต้องคำนึงถึงปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดอากาศหายใจของแรงงาน ซึ่งแก้ไขด้วยปล่องระบายอากาศเป็นระยะ ปัญหาน้ำใต้ดินและดินถล่ม ซึ่งต้องใช้ไม้เนื้อแข็งซ้อนเป็นโครงเพื่อรับน้ำหนักดิน ยังรวมถึงปัญหาการหลงทิศใต้ดิน ปัญหาเรื่องเสียงขุดเจาะ และปัญหาแรงงานซึ่งแต่ละปัญหา เย่อี้หมิงก็ได้ให้ความร่วมมือ ช่วยแก้ปัญหาไปทีละอย่าง จนเริ่มลงมือขุดอุโมงค์กันอย่างจริงจัง โดยลู่หยวนเลือกทางเข้าอุโ
Read more

บทที่ 124

“เสิ่นเย่ว์... แม่นางเสิ่นผู้นั้น เป็นคนดีทีเดียว...” เย่ฮองเฮากล่าวถึงว่าที่เจ้าสาวของบุตรชายในอีกไม่กี่วันข้างหน้าลมหายใจของลู่เทียนโย่วพลันสะดุด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแดงระเรื่อขึ้น เขาเบือนหน้าหนี แสร้งก้มหน้าก้มตา คว้าหยิบจับพู่กันขึ้นมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ผิดวิสัยซื่อจื่อผู้เคร่งขรึมยิ่งนัก “ขอรับ...”ภาพที่เห็นทำให้เย่ฮองเฮาอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นมือของบุตรชายเกิดอาการสั่นเทา จนต้องใช้อีกมือมาช่วยจับพู่กันไว้แน่น “โย่วเอ๋อร์หนาวหรือ? เหตุใดมือจึงสั่นเช่นนั้น?”สิ้นเสียงแซวของมารดา ลู่เทียนโย่วก็เผลอปล่อยมือ ทำให้พู่กันตกลงบนกระดาษสีขาวเลอะหมึกสีเข้มเป็นวงกว้างอีกแผ่นลู่เทียนโย่ว “...”เย่ฮองเฮา “...”“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” เย่ฮองเฮาหัวเราะออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นอาการเคอะเขินของบุตรชายแบบที่ไม่คาดฝันว่าจะได้เห็นลู่ซื่อจื่อออกอาการเช่นนี้ “หากเป็นงานแต่งงานที่เจ้าปรารถนา เพียงเท่านี้ แม่ก็สบายใจแล้ว”เย่ฮองเฮาตบไหล่ของบุตรชายเบา ๆ “แม่นางเสิ่นเ
Read more

บทที่ 125

เจ็ดปีต่อมา ไท่จื่อ ‘หลี่เซวียนเจ๋อ’ ได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาในวัยยี่สิบเจ็ดปี โดยมีพระนามว่าฮ่องเต้ไท่ผิงโดยฮ่องเต้ไท่ผิง ได้แต่งตั้งเย่ฮองเฮาขึ้นเป็นเย่ไทเฮา และแต่งตั้งฟางกุ้ยเฟยขึ้นเป็นฟางไท่เฟย ด้วยสองเหตุผล ประการหนึ่งคือเป็นการสำนึกบุญคุณที่ฟางไท่เฟยได้ช่วยเขาขึ้นมาจากสระบัวกลางวังหลวง และสอง เพื่อเป็นการคานอำนาจของสองตระกูลในราชสำนักและหลังจากที่ฮ่องเต้ไท่ผิงครองราชย์ได้ครบห้าปีก็มีดำริต้องการจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบห้าปีขึ้น ซึ่งทางจวนอันติ้งโหวเองก็จำเป็นต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วยเช่นกันนับว่าเป็นครั้งแรกที่ลู่เทียนโย่วจะได้ปรากฏตัวร่วมกับบิดาอย่างลู่หยวน ลู่เทียนโย่วรู้ดีว่าไม่ควรทำตัวเด่นจนเกินไปนัก อีกทั้งเสิ่นหรงและเสิ่นเย่ว์ช่วยกันใช้เครื่องประทินโฉมปรับเปลี่ยนหน้าตาของเขาเล็กน้อย เพื่อให้มีความต่างไปจากคนตระกูลเย่และบรรดาเชื้อพระวงศ์ลู่เทียนโย่วยืนสนทนาอยู่กับเหล่าขุนนางอื่นในบริเวณที่ไม่ไกลนัก ท่ามกลางสายตาจับจ้องของฟางไท่เฟย ก่อนที่นางจะเบนสายตาออกไป ท่ามกลางความลุ้นระทึกของเย่ไทเฮาที่ประทับนั่งอยู่ข
Read more

บทที่ 126 (CW: เลือดและความรุนแรง)

เย่อี้หมิงกำชับองครักษ์ลับของตระกูลเย่ที่เข้าไปเป็นคนงานในจวนอันติ้งโหว หากแต่เวลาผ่านไปนานนับเดือนก็ยังไร้วี่แววว่าทางฟางไท่เฟยจะลงมือแต่อย่างใดหากแต่เย่ไทเฮาก็ยังไม่วางใจ สั่งให้พวกเขาเข้มงวดกวดขันและเฝ้ารักษาความปลอดภัยต่อไป โดยที่มิได้มีการแจ้งข่าวใด ๆ แก่จวนอันติ้งโหว เพื่อไม่ให้ผู้ใดส่อพิรุธหรือเพิ่มความระมัดระวังอย่างโจ่งแจ้งจนฟางไท่เฟยผิดสังเกตได้จนกระทั่ง… วันเกิดปีที่สิบเอ็ดของลู่หมิงเซวียน หลานชายคนเดียวของเย่ไทเฮาด้วยทุกปี เมื่อใกล้ถึงวันเกิดของลู่เทียนโย่วหรือลู่หมิงเซวียน เย่ไทเฮาก็มักจะหาเวลาไปหา พร้อมเตรียมของขวัญไปให้ หากแต่ปีนี้ เย่ไทเฮาส่งข่าวลับผ่านองครักษ์ลับในจวนว่านางประชวร ไม่อาจออกมาร่วมงานเลี้ยงส่วนตัวในยามค่ำคืนได้เพียงแต่ส่งของขวัญวันเกิดปะปนมากับขุนนางต่าง ๆ ที่มาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของลู่หมิงเซวียนแทน และสัญญาว่าเมื่อหายประชวรแล้วจะออกมาหา ทั้งนี้ ในการรับรู้ของลู่หมิงเซวียน เย่ไทเฮาเป็นเพียงญาติสนิทของท่านย่าเสิ่นหรงเท่านั้นและในขณะที่ทุกคนในจวนอันติ้งโหวกำลังจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้แก่ลู่หมิงเซวียนแบบส่วนตั
Read more

บทที่ 127

และแล้วในค่ำคืนวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของลู่หมิงเซวียนก็จบลงด้วยข่าวเพลิงไหม้สองแห่งในเมืองหลวงคือย่านหลงถังและ... จวนอันติ้งโหว!ย่านหลงถังนั้น เกิดเหตุขึ้นก่อน ทำให้ทางการและชาวบ้านต่างเกณฑ์คนเข้าไปช่วยดับไฟและให้การช่วยเหลือออกมาได้อย่างทันท่วงที แม้ว่าจะเผาไหม้เป็นวงกว้าง แต่ก็มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บไม่มากเท่าใดนักแต่ในขณะที่จวนอันติ้งโหว กลับเกิดเหตุบุกปล้นอย่างอุกอาจ ฆ่าล้างบางทั้งจวน และจุดไฟเผาจวนจนวอดวายไปทั้งหลัง!จวนอันติ้งโหวที่เคยเจริญรุ่งเรือง เป็นที่นับหน้าถือตา มีคุณชายสูงศักดิ์อันดับหนึ่งในเมืองหลวงอย่างลู่เทียนโย่ว ทุกอย่างกลับดับสูญเหลือเพียงชื่อและเถ้าถ่านภายในค่ำคืนเดียว!ด้วยทางลับนั้น ลู่หยวนได้วางระบบทำเป็นเชือกส่งสัญญาณไว้ เมื่อลู่หมิงเซวียนลงไปที่ทางลับและกดคันโยกนั้นลงมา ทางเฝิงหย่วนที่อยู่ไกลถึงโรงเตี๊ยมรื่อเซิ่งก็รู้ข่าวร้ายนั้นในทันทีเขาส่งสัญญาณกลับไปที่จวนตระกูลเย่ในเมืองหลวง ทันทีที่เย่อี้หมิงทราบข่าว เขาเร่งรุดนำเหล่าองครักษ์ลับของตระกูลตามไปสมทบ หากแต่ช้าเกินไป...ยามที่พวกเขาเร่งรุดไปถึง ทางการและชาวบ้านต่า
Read more

บทที่ 128

ภายในตำหนักฉือหนิงอันเงียบสงัด กลิ่นธูปหอมหมื่นลี้ที่เคยให้ความรู้สึกสงบ บัดนี้กลับดูหนักอึ้งราวกับจะกดทับลมหายใจ เย่ไทเฮาทรงประทับนิ่งดุจรูปปั้นหิน นัยน์ตาที่เคยคมกล้าของสตรีผู้ผ่านศึกสงครามบัดนี้ว่างเปล่า หลังจากที่เย่อี้หมิงเพิ่งจะขอเข้าเฝ้าพร้อมโจวซื่อ แล้วรายงานข่าวด้วยเสียงสั่นเครือ“ยามที่ข้าไปถึง... จวนอันติ้งโหวก็ตกอยู่ในกองเพลิง... ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตเลย... รวมถึงโย่วเอ๋อร์...”“เจ้าว่าอย่างไรนะ?” เย่ไทเฮาถามซ้ำอีกครั้งอย่างไม่เชื่อคำที่ได้ยินเย่อี้หมิงหลับตาแน่น ก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วกล่าวอย่างหนักแน่น ตอกย้ำความเป็นจริงอีกครั้ง “พี่หญิง... เราสูญเสียโย่วเอ๋อร์ไปแล้วขอรับ”สิ้นคำนั้น โลกทั้งใบของเย่ไทเฮาก็พังทลาย ความเข้มแข็งที่สร้างมานับสามสิบปีพังทลาย เย่ไทเฮานิ่งงันไปด้วยความตกตะลึงกับความจริงที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่ภาพเบื้องหน้าจะมืดดับและล้มพับไปในอ้อมแขนของเฉิงหมัวมัวครั้นเย่ไทเฮาลืมตาตื่นขึ้นมานั้น ในคราแรกยังงุนงง แต่เมื่อตระหนักได้ถึงสาเหตุที่ทำให้พระนางเป็นลมสลบไปนั้น ความเจ็บปวด
Read more

บทที่ 129

เมื่อเห็นว่าเย่ไทเฮากำลังจะลุกขึ้น เย่อี้หมิงรีบคว้าเอวรวบตัวพี่สาวไว้แน่น เช่นเดียวกับโจวซื่อและเฉิงหมัวมัวที่คว้าแขนของนางไว้คนละข้าง“ปล่อยข้า! ข้าจะไปฆ่ามัน!!” เย่ไทเฮาคำรามลั่นตำหนักฉือหนิง“พี่หญิง! พี่หญิง! โปรดสงบใจลงก่อนเถิด! ยามนี้ อำนาจของพวกเราในราชสำนักเพิ่งจะนำฝ่ายของฟางไท่เฟยได้เพียงสองส่วนเท่านั้น อีกทั้งเราเพิ่งจะส่งสายของเราแทรกเข้าไปในฝ่ายของฟางไท่เฟย”“หากท่านลงมือวู่วามตอนนี้ สิ่งที่ท่านลงทุนลงแรงเตรียมหมากมานานนับสามสิบปีจะต้องสูญเปล่านะขอรับ” เย่อี้หมิงรีบเกลี้ยกล่อม “พี่หญิงจะทำสิ่งใดต้องคำนึงถึงเซวียนเอ๋อร์ด้วยนะขอรับ!”“ใช่แล้วเพคะ” โจวซื่อกล่าวขึ้นอีกคน “ยามนี้ ฝ่ายของฟางไท่เฟยรู้ถึงตัวตนของลู่ซื่อจื่อแล้ว จึงได้วางแผนกำจัดจวนอันติ้งโหวจนสิ้นซาก แต่พวกมันยังไม่รู้ว่าเซวียนเอ๋อร์ยังมีชีวิตอยู่! หากฝ่าบาทด่วนตัดสินใจลงมือกระทำการสิ่งใดไปอาจกระทบต่อความปลอดภัยของเซวียนเอ๋อร์ได้นะเพคะ”ทั้งเย่อี้หมิงและโจวซื่อต่างใช้ลู่หมิงเซวียนมาเป็นเหตุผลปลอบประโลม เพื
Read more
PREV
1
...
1112131415
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status