All Chapters of คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย: Chapter 141 - Chapter 150

181 Chapters

บทที่ 140

“แต่พวกเจ้าจงวางใจเถิด ตราบใดที่ย่ายังอยู่ ย่าจะไม่ยอมให้พวกนางแตะต้องพวกเจ้าได้อีกเป็นแน่!” เย่ไทเฮากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นนางสูญเสียบุตรชายที่น่ารักไปแล้วหนึ่งคน ยามนี้ นางจะไม่ยอมสูญเสียหลานชายไปอีกคนเป็นแน่เขาคือแก้วตาดวงใจของนาง!!“ฟางไท่เฟยคงคิดว่าแผนการลักพาตัวถูกทางการอย่างกรมอาญาทำลายลงแล้ว ทำให้ตระกูลฟางต้องสูญเสียองครักษ์ไปหลายสิบนาย ยามนี้ นางต้องวางแผนเพื่อกำจัดเจ้าใหม่เป็นแน่...”เพียงประโยคเดียวของเย่ไทเฮาก็สร้างความตึงเครียดให้แก่ลู่หมิงเซวียนและตี๋ลี่เสวี่ยเป็นอย่างมาก ครั้นเย่ไทเฮาเหลือบเห็นประกายตาที่ว้าวุ่นนั้น จึงได้เอื้อมมือไปตบปลอบเบา ๆ“เจ้ามิต้องเป็นกังวล... ยามนี้ คนของย่าอยู่แทรกซึมแทบจะครบทั้งราชสำนักแล้ว ไม่ว่านางคิดจะทำสิ่งใด ย่าย่อมรู้ทัน และจัดเตรียมแผนการสำรองไว้ให้เจ้าอยู่แล้ว เจ้าจงวางใจเถิด...”“ขอรับ เสด็จย่า” ลู่หมิงเซวียนระบายยิ้มอย่างอ่อนโยนและเชื่อใจต่อย่าของตนอย่างที่สุด“เอาล่ะ... นี่ก็ดึกมากแล้ว...” เย่ไทเฮามองเวลาก็พบว่าล่วง
Read more

บทที่ 141 (NC)

“ท่านพี่... ท่านพี่ไม่สนใจที่จะเป็นองค์ชายบ้างเลยหรือเจ้าคะ?” ตี๋ลี่เสวี่ยถามขึ้นในระหว่างที่พวกเขากำลังนั่งรถม้า เพื่อเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงลู่หมิงเซวียนที่กำลังนั่งพิงหมอนนุ่มอยู่ตรงกลางส่ายหน้าเล็กน้อย พลางมองอีกฝ่าย “เสวี่ยเอ๋อร์อยากเป็นองค์หญิงอย่างนั้นหรือ?”ตี๋ลี่เสวี่ยส่ายหน้าไปมา “ข้าไม่อยากเป็น! ข้าไม่อยากอยู่ในเมืองหลวงเสียด้วยซ้ำ ข้าอยากออกไปท่องเที่ยวให้ทั่วแคว้นต้าจิ้ง... ไม่เพียงแต่แคว้นต้าจิ้งเท่านั้น ข้ายังอยากไปแคว้นต้าเซี่ย หรือแคว้นต้าถังเลยด้วยซ้ำ!”ลู่หมิงเซวียนหัวเราะแผ่วเบา “ความฝันของเจ้าช่างยิ่งใหญ่นัก...” ...ข้าจะพยายามเพื่อเติมเต็มความฝันของเจ้าให้จงได้นะ เสวี่ยเอ๋อร์...“แต่แท้จริงแล้ว... เมื่อครู่ที่ฝ่าบาทตรัสถามท่านพี่ ถ้าหากท่านพี่ตอบตกลงจริง...” ตี๋ลี่เสวี่ยลากเสียง พร้อมแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก “ข้ายังคิดขึ้นมาชั่วครู่ว่าข้าอาจจะขอหย่ากับท่าน...”ลู่หมิงเซวียนหันมองหน้าฮูหยินของตนเองทันที “!!!”มีแต่สามีได้ดีมีฐานะแล้
Read more

บทที่ 142 (NC)

ความคิดของตี๋ลี่เสวี่ยพลันว่างเปล่า เมื่อรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ห่อหุ้มทรวงอกของนางข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างเป็นไอร้อนจากฝ่ามือสากที่เข้ากอบกุมและบีบเคล้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ ทวีความรุนแรงมากขึ้น“อ๊ะ... ท่านพี่... อะ อา~~” ตี๋ลี่เสวี่ยพยายามสะกดกลั้นเสียงคราง ในขณะที่แผ่นหลังนวลเนียนแอ่นขึ้นสูง มือเล็กจิกลงบนไหล่หนาที่ยังคลุมด้วยอาภรณ์มิดชิดเสียงปลายลิ้นที่ปรนเปรอความสุขให้นางดังขึ้นท่ามกลางเสียงล้อบดเบียดไปกับก้อนหินบนพื้น ร่างบางพลิ้วไหวไปมาบนตักหนา แท่งเนื้อส่วนตัวของเขาผงาดล้ำขึ้นมาบดเบียดถูไถไปตามผิวอ่อนที่เริ่มเปียกแฉะปลายนิ้วของลู่หมิงเซวียนลากไล้ไปตามแนวกระดูกสันหลังของนางอย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการปลุกเร้าร่างบางในมือให้เตลิดหลงใหลในความสุขนั้นไปด้วยกันวงหน้าคมคายลากปลายลิ้นสลับไปมาระหว่างเม็ดอิงเถาทั้งสองข้าง จนเนินอกอวบของนางเปียกชื้นไปด้วยน้ำลายของเขา แต่ดูเหมือนลู่หมิงเซวียนจะยังไม่พอใจเขาซุกซบใบหน้าลงกลางร่องอกอิ่ม ก่อนจะลากลิ้นเรื่อยขึ้นข้างบนผ่านไหปลาร้าได้รูป ลำคอระหงไปถึงคางมน จบลงที่เรียวปากงามที่กำลังครางกระเส
Read more

บทที่ 143

“ท่านพี่… จู่ ๆ จางกุ้ยเฟยเรียกเราเข้าวังเช่นนี้ ดูมีพิรุธไม่น้อยนะเจ้าคะ” ตี๋ลี่เสวี่ยถามขึ้นในระหว่างที่พวกเขากำลังนั่งรถม้าตรงไปยังวังหลวง“เราจะทำเช่นไรได้ ในเมื่อจางกุ้ยเฟยรับสั่ง ต้องการทอดพระเนตรผ้าไหมระดับสูงทุกเนื้อผ้าที่ทางหอเสื้อหว่านเยว่โหลวมี อีกทั้งยังอยากดูลวดลายฝีมือของช่างปักหัตถ์สวรรค์อีก” ลู่หมิงเซวียนอมยิ้ม“เพราะจางเหล่าฮูหยินต้องการจัดงานชมบุปผาที่จวนตระกูลจาง จางกุ้ยเฟยจึงได้มีพระทัยกว้างยินดีสั่งซื้อและสั่งตัดทั้งชุดของพระนางและทุกคนในจวนตระกูลจางกับหอเสื้อของเราที่เดียวอีก” ลู่หมิงเซวียนมองฮูหยินของตนยิ้ม ๆ “จางกุ้ยเฟยรับสั่งมาถึงเพียงนี้ ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร”ตี๋ลี่เสวี่ยอดมองค้อนสามีข้างตัวไม่ได้ “แหม… ท่านพี่สบายอกสบายใจได้ เป็นเพราะ ‘ท่านป้า’ ทราบเรื่องแล้วต่างหาก”ด้วยลู่หมิงเซวียนและตี๋ลี่เสวี่ยต่างตกลงกันว่าหากอยู่นอกจวนหรือในที่สาธารณะ ให้เรียกเย่ไทเฮาว่าท่านป้า เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ ยากแก่การคาดเดาว่าพวกเขากำลังหมายถึงผู้ใด&ldquo
Read more

บทที่ 144

บรรยากาศหรูหราภายในตำหนักหลิวฮวา กลิ่นหอมฉุนของเครื่องหอมนกยูงอบอวลไปทั่วโถงกว้าง จางกุ้ยเฟยผู้เป็นเจ้าของตำหนักประทับอยู่เหนือตั่งไม้แกะสลัก ดวงตาคมกริบมองดูนางกำนัลที่กำลังลำเลียงหีบไม้ลงรักหลายสิบใบเข้ามาวางเรียงราย“ถวายพระพรพระสนมพ่ะย่ะค่ะ / เพคะ” ลู่หมิงเซวียนและตี๋ลี่เสวี่ยคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม“ไม่ต้องมากพิธี เริ่มเถิด... ข้าอยากเห็นนักว่าผ้าที่ว่ากันว่างดงามราวกับสวรรค์สร้างด้วยฝีมือของช่างปักหัตถ์สวรรค์นั้นเป็นอย่างไร” จางกุ้ยเฟยเอ่ยพลางโบกพัดจีบเบา ๆนางกำนัลเริ่มเปิดหีบผ้าออกทีละใบ ผ้าไหมเนื้อดีหลากสีสันสาดประกายล้อแสงเทียน ทั้งสีเขียวมรกต สีม่วงกล้วยไม้ และสีฟ้าครามดุจน้ำทะเลที่ถูกถักทอด้วยดิ้นเงินดิ้นทองเป็นลวดลายบุปผาและนกยูงรำแพนลู่หมิงเซวียนค่อย ๆ คลี่พับผ้าออกมาแสดงอย่างใจเย็น พร้อมบรรยายความงามของผืนผ้านั้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้ม โดยมีตี๋ลี่เสวี่ยคอยเสริมรายละเอียดของลวดลายเป็นระยะอย่างเหมาะสมด้วยสตรีที่มีความชมชอบในเสื้อผ้าอาภรณ์ ยิ่งจางกุ้ยเฟยได้เห็นผืนผ้าเนื้อดีหลากหลายสีสันและลวดลายวางเรียงรายอยู่ตรง
Read more

บทที่ 145

เสียงกรีดร้องซุนหมัวมัวพร้อมคำว่า มังกรทองห้าเล็บ ดังขึ้น พาให้ทุกคนในตำหนักรีบหันกลับไปมองในทันทีผ้าไหมสีเหลืองอร่ามถูกแผ่ออกบนพื้นกลางตำหนัก ลวดลายที่ปรากฏอยู่บนนั้นทำให้บรรยากาศทั่วทั้งห้องเย็นเยียบไปถึงกระดูก... มันคือมังกรทองห้าเล็บที่กำลังทะยานอยู่เหนือหมู่เมฆ ลายปักที่สงวนไว้สำหรับองค์ฮ่องเต้เพียงผู้เดียวเท่านั้น!เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน!“บังอาจ!” ฟางไท่เฟยผุดลุกขึ้น ตวาดเสียงดังสนั่นจนนางกำนัลรอบข้างต่างก้มหน้างุดหมอบกราบลงกับพื้น “หลิงอวิ๋นฟาน! เจ้าเป็นเพียงพ่อค้า กลับกล้ายัดไส้ผ้าลายมังกรห้าเล็บเข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นใน นี่เจ้าคิดจะกบฏรึ? หรือมีผู้ใดหนุนหลังให้เจ้ากล้าทำเช่นนี้!”จางกุ้ยเฟยหน้าถอดสี ถอยหลังไปจนติดตั่ง “ไท่เฟย... หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่รู้เรื่องนะเพคะ!”ตี๋ลี่เสวี่ยยืนนิ่งด้วยความตกใจ ในขณะที่ลู่หมิงเซวียนกลับนิ่งสงบ เขามองผ้าพับนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเหลือบไปเห็นความสะใจที่วูบผ่านดวงตาของฟางไท่เฟย“ทหาร! คุมตัวคนถ่อยพวกนี้ไปขังไว้ที่กรมอาญา รอการไต
Read more

บทที่ 146

ฟางไท่เฟยเลี่ยงการเรียกชื่อของหลิงอวิ๋นฟาน เพื่อไม่ให้เย่ไทเฮาเกิดความสงสัย“มังกรห้าเล็บอย่างนั้นหรือ?” เย่ไทเฮาทรงเลิกขนงขึ้น ก่อนจะหันไปทางฮ่องเต้ไท่ผิง “ฝ่าบาท... ท่านลองดูซิว่านั่นใช่ลายมังกรที่ท่านใช้อยู่หรือไม่?”ฮ่องเต้ไท่ผิงทรงก้าวเข้าไปทอดพระเนตรผ้าผืนนั้นใกล้ ๆ ทรงพินิจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้ว “ไท่เฟย... ลายนี้... ไม่ใช่มังกรห้าเล็บ แต่มันคือมังกรสี่เล็บต่างหาก”“หา?!” ฟางไท่เฟยและซุนหมัวมัวหน้าถอดสี รีบเงยหน้าขึ้นมองผ้าผืนนั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตาจะเป็นไปได้อย่างไร! ซุนหมัวมัวจำได้แม่นว่านางตรวจสอบเล็บมังกรนั้นด้วยตนเองแล้วแต่วันนี้ ภายใต้แสงสว่างจ้าจากประตูตำหนักหลิวฮวาที่เปิดออก เล็บที่ห้าที่ควรจะเป็นสีทองอร่ามกลับกลมกลืนไปกับลายก้อนเมฆมงคลสีเหลืองนวลรอบ ๆ จนมองเห็นเพียงมังกรสี่เล็บเท่านั้นเพราะด้ายที่ใช้ปักเล็บที่ห้านั้น เป็นคนละชนิดกับด้ายทองส่วนอื่น แต่มันคือด้ายไหมสีนวลที่ซ่อนเงาไว้อย่างแนบเนียน!มุมปากของลู่หมิงเซวียนกระตุก เจ้าจะสามารถสังเกตเห็นได้อย่างไรในเมื่
Read more

บทที่ 147

บรรยากาศภายในตำหนักหลิวฮวาบัดนี้เงียบสงัดเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นเทาของเหล่าข้าราชบริพาร ทุกสายตาจับจ้องไปที่ชามกระเบื้องขาวสามใบซึ่งวางอยู่กลางโถง ราวกับว่ามันเป็นแท่นประหารที่กำลังรอตัดสินโชคชะตาของทุกคนเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อ องค์ชายตัวน้อยจากตำหนักเฉินซีถูกนำตัวมาด้วยท่าทีหวาดหวั่น พระวรกายเล็ก ๆ สั่นเทิ้มจนน่าเวทนา ทว่าไม่มีใครกล้าขยับกายเข้าไปปลอบประโลม ด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดลู่หมิงเซวียนก้าวออกมาเบื้องหน้าด้วยท่วงท่าองอาจ แผ่นหลังของเขาเหยียดตรง สง่างามไร้ที่ติ เขาหยิบเข็มเงินขึ้นมาเจาะปลายนิ้วอย่างไม่ลังเล เลือดแดงฉานหยดหนึ่งตกลงในชามใบแรกจากนั้นเย่ไทเฮาทรงเจาะพระองคุลีของพระนางเอง หยดเลือดของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันในน้ำใสราวกับมีความรู้สึก พวกมันม้วนตัวเข้าหากัน หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์แบบท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่เบิกกว้างทว่า... เมื่อถึงคราวองค์ชายเหยียนหยดเลือดที่ตกลงไปกลับลอยแยกออกจากหยดเลือดของเย่ไทเฮาอย่างสิ้นเชิง ราวกับสิ่งแปลกปลอมที่มิอาจบรรจบแต่เมื่อเย่ไทเฮาสั่งเสียงเข้มให้ฟางไท่เฟยหยดเลือดลงไปคู่ก
Read more

บทที่ 148

“แต่น่าเสียดาย...” เย่ไทเฮาส่ายพระพักตร์อย่างเศร้าสร้อย “กว่าที่ข้าจะล่วงรู้ความจริงนั้น เวลาก็ผันผ่านมานานหลายสิบปี จนไม่อาจแก้ไขสิ่งใดได้แล้ว เพราะข้าเพิ่งได้รู้ความจริงนี้ก็เมื่อสองปีที่แล้วเอง!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮ่องเต้ไท่ผิงก็ลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะถ้าหากเสด็จแม่ล่วงรู้ตั้งแต่เขายังเยาว์วัย เขาย่อมต้องคลางแคลงและสงสัยในความรักของเสด็จแม่ที่มีต่อเขาเป็นแน่!แต่หากเสด็จแม่เพิ่งรู้ความจริงเมื่อไม่นานมานี้ นั่นหมายความว่าความรักความเอาใจใส่ที่เสด็จแม่มีต่อเขามาตลอดหลายสิบปีนี้ย่อมต้องเป็นเรื่องจริง!แผ่นหลังที่เคยงองุ้มของฮ่องเต้ไท่ผิงกลับค่อย ๆ เหยียดตรงอย่างมั่นพระทัยมากยิ่งขึ้น...เขาเติบโตมากับเสด็จแม่นานหลายสิบปี เขารู้ดีว่าเสด็จแม่เป็นคนเช่นไร ต่อให้มีลู่หมิงเซวียน พระราชนัดดาตัวจริงของเสด็จแม่โผล่ขึ้นมา แต่เสด็จแม่ย่อมไม่ทอดทิ้งเขา โอรสที่เสด็จแม่เลี้ยงดูมาเป็นแน่!ดวงตาของฟางไท่เฟยเบิกกว้าง ทั้ง ๆ ที่นางเฝ้าระวังและป้องกัน มิให้เย่ไทเฮาล่วงรู้ความจริงมาโดยตลอด นางสั่งฆ่าปิดปากคนมาก็มาก แต่กลับมาพลาด
Read more

บทที่ 149

“ละ... แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าหลิงอวิ๋นฟานผู้นี้เป็นหลานชายของท่านจริง ๆ มิใช่ว่าลู่หมิงเซวียนตายตกไปในกองเพลิงในค่ำคืนนั้นแล้วหรอกหรือ?” ฟางไท่เฟยถามเสียงสูง“ทุกคนในเมืองหลวงย่อมรู้กันดีว่าคืนนั้น ได้มีโจรร้ายบุกปล้นฆ่าคนในจวนอันติ้งโหวจนหมดสิ้น แล้วเด็กน้อยวัยไม่กี่หนาวอย่างลู่หมิงเซวียนจะหนีรอดออกมาได้อย่างไร? อีกทั้งยังเป็นถึงเจ้าของหอเสื้ออันดับหนึ่งของเมืองหลวงอีกด้วย!?”เมื่อมีการซักถามมาถึงส่วนนี้ เย่ไทเฮาจำต้องล่าถอย เพื่อให้ลู่หมิงเซวียนขึ้นเวทีการแสดงงิ้วเป็นคนถัดมาลู่หมิงเซวียนลุกขึ้น แล้วก้าวเท้าออกมายืนข้างหน้าในทันที “นั่นเป็นเพราะความชาญฉลาดของท่านปู่และบรรพบุรุษทุกคนในจวนอันติ้งโหว ท่านคงไม่รู้สินะว่าจวนอันติ้งโหวนั้นมีทางลับหนีออกไปที่นอกเมืองหลวงได้ด้วย!”ฟางไท่เฟยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “!!!”ทางลับหนีออกไปที่นอกเมืองหลวง!?นั่นจะต้องทุ่มเทเงินทองและเวลามากเพียงใดในการขุดทางลับหลายสิบลี้ได้ถึงเพียงนั้น?“โชคดีที่บรรพบุรุษของจวนอันติ้งโหวมองการณ์ไกล พวกท่าน
Read more
PREV
1
...
1314151617
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status