All Chapters of คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย: Chapter 131 - Chapter 140

181 Chapters

บทที่ 130

“อ้าว! ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นท่านแม่ทัพเย่และเย่ฮูหยินนี่เอง”เสียงร้องทักทำให้เย่อี้หมิงและโจวซื่อที่กำลังเดินออกจากวังหลวงต้องหยุดชะงัก มือของเย่อี้หมิงที่ถือพระราชโองการกำแน่นอย่างโกรธเคือง เมื่อรู้ดีว่าเจ้าของเสียงทักนั้นคือใครฟางไท่เฟย!!“ฟางไท่เฟย…” เย่อี้หมิงและโจวซื่อต่างหมุนตัวมาถวายความเคารพฟางไท่เฟยหันหน้าไปมองสถานที่ที่ทั้งสองเดินออกมา นั่นคือห้องทรงงานของฮ่องเต้ไท่ผิง และเท่าที่เห็นเฉิงหมัวมัวเองก็ยังยืนรออยู่หน้าห้องทรงงานก็ทำให้นางรู้ได้ในทันทีว่าเย่ไทเฮาก็ยังประทับอยู่ในห้องนั้นด้วย“ไทเฮามาเข้าเฝ้าฝ่าบาทอย่างนั้นหรือ?” ฟางไท่เฟยเอ่ยถามขึ้นมายิ้ม ๆ อย่างต้องการหยั่งเชิง “มิทราบว่าท่านแม่ทัพเย่ทำสิ่งใดให้ไทเฮาไม่พอพระทัยหรือไม่?”คิ้วหนาของเย่อี้หมิงเลิกขึ้นสูงอย่างแปลกใจในคำถามนั้น “เหตุใดฟางไท่เฟยจึงคิดเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ?”“ข้าได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพเย่และเย่ฮูหยินมาขอเข้าเฝ้าไทเฮาตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่จะมีเสียงเอะอะโวยวายออกมาจากตำหนักฉือหน
Read more

บทที่ 131

ในขณะที่นอกห้องทรงงานเกิดการปะทะกันระหว่างฟางไท่เฟยและเย่อี้หมิงห้องทรงงานภายในก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานจันทน์ขาว แสงตะวันสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้สลักลาย ม่านไหมสีทองพลิ้วไหวตามแรงลม แต่บรรยากาศกลับอึดอัดดุจมีเมฆหมอกปกคลุมฮ่องเต้ไท่ผิงประทับอยู่หน้าโต๊ะทรงงานที่เต็มไปด้วยกองฎีกาสูงท่วมหัว พระหัตถ์ที่ถือพู่กันสั่นเทาเล็กน้อย ทรงถอนพระทัยยาว ก่อนจะวางพู่กันลงอย่างหมดแรง“เสด็จแม่... ลูกยิ่งอ่านฎีกาเหล่านี้ก็ยิ่งหนักใจ” ฮ่องเต้ไท่ผิงตรัสเสียงเศร้า พลางทอดพระเนตรไปยังเย่ไทเฮาที่ประทับอยู่ไม่ไกล กำลังจิบชาร้อนอย่างใจเย็น เพื่อระงับโทสะคุกรุ่นเกี่ยวกับการตายของลู่เทียนโย่ว“เงินท้องพระคลังหายไปนับแสนตำลึงที่เมืองเป่ยเหลียน เกลือหลวงถูกลักลอบขายในราคาแพง ขุนนางที่เกี่ยวข้องล้วนแต่เป็นผู้มีอำนาจในราชสำนัก... ส่วนใหญ่ยังเกี่ยวดองกับฝ่ายฟางไท่เฟยอีกด้วย หากลูกสั่งจับกุมตอนนี้ ราชสำนักย่อมสั่นคลอน แผ่นดินที่กำลังสงบก็จะเกิดคลื่นใต้น้ำ ลูกควรทำเช่นไรดีพ่ะย่ะค่ะ?”เย่ไทเฮาทรงวางถ้วยชาลงอย่างแช่มช้า แววตาสุขุมลุ่มลึกจับจ้องไปที่โอ
Read more

บทที่ 132

“ทีนี้เรากลับมาที่ประเด็นหลักที่เจ้าเป็นกังวลคือขุนนางที่ทุจริตดันมีอำนาจ กฎใหม่ที่แม่พูดถึง บ่งบอกถึงความเสมอภาคและเท่าเทียมที่วัดกันด้วยฝีมือและผลงาน ซึ่งเริ่มต้นจากท่านน้าชายและใต้เท้าฉู่...”เย่ไทเฮาหยิบกระดาษแผ่นใหม่ออกมาวาง แล้วเริ่มเขียนรายชื่อขุนนางของฝ่ายฟางไท่เฟยออกมาทีละคน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของฮ่องเต้ไท่ผิง เพราะทุกรายชื่อที่เย่ไทเฮาเขียนออกมาคือขุนนางที่ฮ่องเต้ไท่ผิงสืบเจอหลักฐานว่าทุจริตยักยอกเงินหลวงทั้งสิ้น“เสด็จแม่รู้หรือ?”เย่ไทเฮายิ้มสรวลละไม “แผ่นดินต้าจิ้งมิใช่ของลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นของพวกเราทุกคน เจ้าลงมือสืบสาวหาขุนนางที่ทุจริต เพื่อทำให้แผ่นดินสงบสุขอย่างแท้จริง แม่เองก็ปรารถนาแบบนั้นเช่นกัน”คำพูดของเย่ไทเฮา ทำให้ฮ่องเต้ไท่ผิงระบายยิ้มเกลื่อนใบหน้า“มีเพียงเสด็จแม่เท่านั้นที่รู้ใจลูก!”ถ้อยคำของฮ่องเต้ไท่ผิง ทำให้พู่กันในมือของเย่ไทเฮาหยุดชะงักไปชั่วครู่...วาจาออดอ้อนเช่นนี้... เหมือนโย่วเอ๋อร์มิมีผิด!เย่ไทเฮาสูดลมหายใจเข้าไปลึก... สุดท้า
Read more

บทที่ 133

“เรื่องทั้งหมดก็ประมาณนี้…” เย่ไทเฮาสรุปส่งท้าย ก่อนจะหันมามองหน้าหลานชายและหลานสะใภ้ที่นั่งอ้าปากค้างอยู่ตรงข้ามท่าทางน่าเอ็นดูเช่นนั้น ทำเอาเย่ไทเฮาหัวเราะแผ่วเบาอย่างอารมณ์ดีอย่างที่ไม่รู้สึกมานานเกือบสิบปี นับตั้งแต่ที่ลู่เทียนโย่วจากไป“เซวียนเอ๋อร์มีอะไรที่ยังสงสัยและอยากถามย่าบ้างหรือไม่?”ลู่หมิงเซวียนที่อ้าปากค้าง เมื่อได้รับรู้ความจริงที่น่าตื่นตะลึง อดีตเบื้องหลัง และตัวตนที่แท้จริงของตนเองทั้งหมดในคราวเดียว “ท่าน… ท่านคือท่านย่าอี๋อี๋อย่างนั้นหรือ?”ลู่หมิงเซวียนนึกย้อนไปถึงส่วนที่เย่ไทเฮาเล่าให้ฟังว่านางมักจะมาร่วมงานวันเกิดของลู่เทียนโย่วและของตนเองอยู่เสมอ โดยอ้างว่าเป็นสหายสนิทของเสิ่นหรงที่มีนามว่าอี๋อี๋“ไม่นึกว่าเซวียนเอ๋อร์จะยังจำย่าอี๋อี๋ได้…” เย่ไทเฮาพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื้นตันยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดสิ่งใดต่อ ลู่หมิงเซวียนผละจากเก้าอี้แล้วพุ่งตัวเข้าไปคุกเข่ากอดเอว ‘ท่านย่าอี๋อี๋’ ในทันที!“ฮึก! ท่านย่าอี๋อี๋! ข้าคิดถึงท่านเหลื
Read more

บทที่ 134

ท่านย่าอี๋อี๋… คงลำบากมากสินะขอรับ…เพียงประโยคเดียวของลู่หมิงเซวียน ทำให้น้ำตาของเย่ไทเฮายิ่งไหลเป็นทางนั่นสิ… นางคงลำบากมามากสินะ…นับตั้งแต่ที่เย่ไทเฮารู้ว่าตนเองกำลังจะตั้งครรภ์ นับจากลมหายใจนั้น นางก็ไม่เคยได้หยุดพักอีกเลย ทุกช่วงเวลาที่ผันผ่าน นางต้องคิดคำนึงถึงความปลอดภัยของบุตรชายอยู่ตลอดเวลาวางแผน วางหมากไปทีละขั้น เพื่อให้บุตรชายและหลานชายสามารถเติบโตมาได้อย่างปลอดภัยเริ่มตั้งแต่การติดต่อกับโหรหลวงกู้จิงเพื่อสลับตัวโอรส จัดเตรียมตู้หมัวมัวเพื่อส่งหลี่เซวียนเจ๋อออกนอกวังหลวงได้อย่างปลอดภัย ติดต่อกับจวนอันติ้งโหวเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับคำสาปของลู่เทียนโย่วที่จะแผลงฤทธิ์ในวัยสิบหนาววางแผนสร้างทางลับและโรงเตี๊ยมรื่อเซิ่ง จัดเตรียมตัวตนของทุกคนในจวนอันติ้งโหวและธุรกิจที่เมืองหนิงเปียน อีกทั้งยังต้องวางแผนรับมือขุนนางในราชสำนักเพื่อคานอำนาจกับฝ่ายของฟางไท่เฟยอีกนั่นสินะ… นับจากวันนั้นก็ล่วงผ่านมานานนับสี่สิบปี...สี่สิบปีที่นางไม่เคยได้พัก และไม่เคยมีผู้ใดสังเกตเห็นถึงความเหนื่อยล้าข
Read more

บทที่ 135

ดวงตาสองคู่ที่ได้ยินกลับหดแคบด้วยความตกใจ เมื่อจู่ ๆ เย่ไทเฮาถามขึ้นมาเช่นนั้น ตี๋ลี่เสวี่ยรีบหันหน้าไปมองสามีที่นั่งนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะหันมาสบตานางเช่นกันเมื่อเห็นความว้าวุ่นใจในดวงตาของนาง ลู่หมิงเซวียนก็ส่งยิ้มจาง แล้วเอ่ยถามขึ้นอย่างหยอกเย้าว่า “แล้วเสวี่ยเอ๋อร์เล่า? เจ้าอยากเป็นองค์หญิงหรือไม่?”ตี๋ลี่เสวี่ยอดมองค้อนสามีไม่ได้ เขารู้ทั้งรู้ว่านางนั้นรักอิสระปานใด เรื่องอันใดจะไปเอากรอบธรรมเนียมมาวางครอบลงบนศีรษะตนเช่นนั้น แต่เมื่อนางไตร่ตรองอีกครั้ง...นี่เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของลู่หมิงเซวียน การที่เขาจะตอบรับหรือปฏิเสธควรเป็นเขาที่เป็นคนตัดสินใจ...“แล้วแต่ท่านพี่เถิดเจ้าค่ะ นี่เป็นสิ่งที่ท่านพี่ควรจะได้รับ ไม่ว่าท่านจะตอบรับหรือปฏิเสธ ข้าก็เห็นด้วยกับท่านพี่ทุกอย่าง แต่ข้าขอเพียงอย่างเดียวว่า...” ตี๋ลี่เสวี่ยลากเสียง “นี่จะเป็นสิ่งที่ท่านพี่ต้องการจริง ๆ และท่านพี่จะไม่เสียใจ เมื่อเลือกเส้นทางนั้นแล้ว”ลู่หมิงเซวียนเม้มริมฝีปากแน่น “...”ในขณะที่มุมโอษฐ์ของเย่ไทเฮายกสูงอย่างชอบ
Read more

บทที่ 136

“เฮ้อ...” เย่ไทเฮาถอนหายใจ พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา “มาพบเจ้าไม่เพียงกี่ชั่วยาม ข้าก็ร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว... แต่เจ้าก็ช่างว่าง่ายนัก ต่างจากที่โจวซื่อเขียนเล่าเรื่องราวของเจ้าผ่านทางจดหมายมาให้ข้าฟังเหลือเกิน”“โจวซื่อ...?” ลู่หมิงเซวียนทวนชื่อนั้นอย่างคุ้น ๆ “อ๋อ! ท่านป้าโจว ฮูหยินของท่านลุงเย่... แล้วท่านป้าโจว ไม่สิ... หากนับลำดับศักดิ์แล้วจะต้องเป็นท่านย่าโจว! แล้วท่านย่าโจวเขียนจดหมายเล่าเรื่องข้าว่าอย่างไรบ้างขอรับ?”เย่ไทเฮากลอกตาขึ้นข้างบน เพื่อนึกทบทวนความทรงจำ ก่อนที่จะร่ายออกมา “ก็เล่าว่าเจ้าน่ะเป็นหัวโจกของเด็กรุ่นเดียวกันในเมืองหนิงเปียน ก่อนจะไปท้าตีท้าต่อยกับ... ใครนะ บุตรชายของแม่ทัพชาวอุยกูร์ จนได้แผลกลับมาทุกวัน แต่สุดท้ายสู้ต่อหน้าเขาไม่ได้ ก็ไปวางแผนลอบกัดเขา สุดท้ายเป็นตนเองที่ตกลงไปในหลุมลึกที่ตั้งใจขุดล่อเขา แล้วเขาต้องช่วยเจ้าขึ้นมาแทน”ลู่หมิงเซวียน “!!!”นี่เรื่องน่าขายหน้าเช่นนี้ ท่านย่าโจวก็รู้ด้วย!?“แล้วยังมีอีกนะ... เจ้าอยากจะเลียนแบบ
Read more

บทที่ 137

เมื่อได้ยินเย่ไทเฮาตรัสเช่นนั้น ลู่หมิงเซวียนก็ลุกขึ้นปาดน้ำตา แล้วขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ทันทีด้วยสีหน้าจริงจัง รอฟังคำสั่งของเสด็จย่าอย่างว่าง่าย“อำนาจในวังหน้าและวังหลังถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วใหญ่คือตระกูลเย่ของเราและตระกูลฟางของฟางไท่เฟย โดยในปัจจุบัน นางมีบิดาที่ดำรงตำแหน่งหลี่ปู้ซ่างซู ส่วนน้องชายของนาง ฟางจ้าวหยางดำรงตำแหน่งหูปู้ซื่อหลาง และมีขุนนางที่เข้าร่วมฝ่ายของนางไม่น้อย”“แต่ว่า… นั่นเป็นเรื่องของเมื่อก่อน เพราะอย่างที่ย่าเล่าให้เจ้าฟังไปว่าย่าได้เสนอให้ฝ่าบาทออกพระราชโองการหมุนเวียนตำแหน่งขุนนาง โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันการทุจริต แต่แท้จริงแล้ว... มันคือการย้ายขุนนางฐานอำนาจของฟางไท่เฟยให้ออกจากตำแหน่งสำคัญในเมืองหลวง ไปอยู่ตามหัวเมืองที่ห่างไกลทีละคน”“นี่คือสิ่งที่ฝ่าบาทเห็นเท่านั้น…” ครั้นลู่หมิงเซวียนได้ยินน้ำเสียงของเย่ไทเฮาที่เล่าอย่างเย้ยหยันแล้วนั้น มันทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า ‘ท่านย่าอี๋อี๋’ ผู้แสนใจดีมีเมตตาผู้นี้ จะต้องลงมือกระทำสิ่งใดเพิ่มเติมอีกเป็นแน่!มุมปากของเย่ไทเฮายกสูง
Read more

บทที่ 138

“เมื่อทุกอย่างชี้ชัดเช่นนั้น หากผู้ใดยังออกมาคัดค้านหรือโต้แย้งอีก ย่าก็จะโยนข้อหาปกปิดความผิด แสดงว่ามีส่วนรู้เห็นกับโจรที่ฆ่าสหายของตัวเอง เพียงเท่านี้ ทุกคนในฝ่ายของฟางไท่เฟยก็เงียบกริบ”“นอกจากนี้ เพื่อให้ทุกอย่างจบลง ย่าจึงได้เสนอให้ฝ่าบาทประกาศยกย่องขุนนางที่ตายไปแล้วว่าเป็นวีรบุรุษของแผ่นดินและให้บันทึกชื่อไว้ในศาลเจ้าบรรพชน เพื่อเป็นการยกย่องความกล้าหาญของเขา เพียงเท่านี้ ฟางไท่เฟยก็ต้องยอมยุติเรื่องราวไว้เท่านี้”“แต่หลังจากเสร็จสิ้นท้องพระโรงแล้ว ย่าได้ส่งคนไปค้นจวนของขุนนางที่เพิ่งตาย โดยอ้างว่าไปหาหลักฐานเพื่อจับฆาตกรเพิ่มเติม จึงได้พบบัญชีส่วยที่ขุนนางคนนั้นส่งให้ฟางไท่เฟย แม้ว่าจะเป็นบัญชีที่มีการระบุทรัพย์สินที่เขาแอบยักยอกไว้เกือบครึ่งก็ตาม”“ย่าจึงได้เอาบัญชีนี้ไปให้ฝ่าบาทดูเป็นการส่วนตัว พร้อมชี้นำให้เขาเห็นว่าขุนนางที่ถูกฆ่าตายนั้น อาจจะเป็นฟางไท่เฟยที่ต้องการฆ่าปิดปากพวกเขาเองก็ได้ แต่ถือโอกาสนี้มาใส่ความผู้อื่น นับว่าเป็นการยิงหินคราเดียว แต่นกตายเป็นฝูงเลยทีเดียว”“หลังจากนั้นมา แ
Read more

บทที่ 139

ถ้อยคำของเย่ไทเฮาชวนให้หลานทั้งสองตื่นตะลึงไปกับคำตอบ หากพระนางรับรู้ แต่ก็ยังปล่อยให้ฟางไท่เฟยลักพาตัวตี๋ลี่เสวี่ยไปได้ แบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร!?ลู่หมิงเซวียนขยับตัวอย่างอึดอัด “เสด็จย่า...”เป็นเย่ไทเฮาที่ยกมือขึ้นมาห้ามหลานชายไว้ ก่อนจะอธิบายต่อ “ย่ารู้... เจ้าคงจะไม่พอใจสินะที่ข้าเอาชีวิตหลานสะใภ้เป็นเหยื่อล่อในแผนการเช่นนั้น แต่เจ้ารู้หรือไม่... ยามนี้ ฟางไท่เฟยได้หมายหัวเจ้าไว้เป็นที่แน่นอนแล้ว การจับตัวฮูหยินของเจ้าเป็นเพียงเหยื่อล่อเท่านั้น”“แล้วเวลาล่วงเลยมานานถึงเพียงนี้ นางก็มั่นใจแล้วว่าเจ้าเองก็รู้เช่นกันว่ากำลังต่อสู้อยู่กับนาง... เจ้ารู้หรือไม่ว่าแผนการที่แท้จริงของฟางไท่เฟยคือสิ่งใด?”ลู่หมิงเซวียนขมวดคิ้ว พลางคาดเดา “ฆ่าข้ากลางหุบเขาพร้อมกับเสวี่ยเอ๋อร์?”เย่ไทเฮาส่ายหน้าเล็กน้อย “สิ่งหนึ่งที่นางยังไม่รู้คือข้า ผู้เป็นไทเฮาของแผ่นดินล่วงรู้ทุกอย่างและเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังแผนการสลับโอรสของนางด้วยซ้ำ สิ่งที่นางต้องการคือฆ่าสายเลือดของข้าให้หมดสิ้น”“นางจึงยังคิดว่าเจ้าเป็นเพียงพ่อค้าต่ำศักดิ์ธรรมดา... การที่ฮูหยินของเจ้าถูกลักพาตัว หากเจ้าไม่บุ่มบ่ามไปชิงตัวกลับ
Read more
PREV
1
...
1213141516
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status