บททั้งหมดของ คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย: บทที่ 21 - บทที่ 30

111

บทที่ 20

ไม่นานนัก รถม้าก็มาหยุดอยู่ที่หน้าหอเสื้อหว่านเยว่โหลว ลวี่จือช่วยประคองตี๋ลี่เสวี่ยลงจากรถม้าช้า ๆ เมื่อตี๋ลี่เสวี่ยก้าวลงมาถึงพื้น นางก็เหม่อมองดูป้ายชื่อหอเสื้อขนาดใหญ่ที่สลักลายอย่างประณีตบรรจงเมื่อตี๋ลี่เสวี่ยย่างเท้าเข้าสู่ภายในของหอเสื้อหว่านเยว่โหลว กลิ่นหอมละมุนของผ้าไหม เครื่องหอม และชาดอกไม้ชั้นดีก็โชยเข้ามาปะทะหอเสื้อแห่งนี้มิใช่เพียงร้านค้า ทว่าเป็นสถานที่ที่หลอมรวมความงามและรสนิยมเข้าไว้ด้วยกัน โถงภายในกว้างขวาง ประดับประดาด้วยแสงโคมไฟผ้าไหมสีนวลตาที่ส่องประกายขับเน้นอาภรณ์ที่แขวนเรียงรายดุจภาพวาดมีชีวิตผนังด้านหนึ่งประดับภาพวาดทิวทัศน์พู่กันจีนโบราณ ส่วนอีกด้านประดับผ้าทอไหมแก้วลวดลายแปลกตา อาภรณ์หลากหลายแบบตั้งแต่ชุดจงหยวนที่พลิ้วไหวละมุนละไม ปักลายมังกรหงส์ ลายกล้วยไม้ หรือลายดอกบัวด้วยด้ายทองคำและไข่มุกเม็ดเล็กอันละเอียดอ่อนจนถึงชุดรูปแบบอุยกูร์ที่มีสีสันจัดจ้าน แฝงความลึกลับจากแดนไกลด้วยผ้าไหมหนาเนื้อดีสีครามและแดงก่ำ ปักดิ้นเงินดิ้นทอง ลวดลายเรขาคณิตที่สะท้อนอารยธรรมทะเลทราย งานปักทุกชิ้นล้วนวิจิตรบรรจงประดุจภาพวาดมีชีวิต แสดงถึงฝี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 21

ตี๋ลี่เสวี่ยสะดุ้งสุดตัว เมื่อจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลังของตนเอง จนนางต้องรีบหันหลังกลับไปมอง จึงได้เห็นบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณขาวสะอาดราวหยกที่ได้รับการเจียระไนรูปหน้าเรียวยาวได้รูป คิ้วเรียวโก่งพาดรับกับจมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบที่ประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ดวงตาหงส์เรียวยาวดำขลับที่นางมองแล้วช่างรู้สึกคุ้นตา“คุณหนู…” บุรุษตรงหน้าเรียกนางอีกครั้ง ตี๋ลี่เสวี่ยจึงได้ตื่นจากภวังค์“อ๊ะ! อ่า เอ่อ…” ตี๋ลี่เสวี่ยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใด หากแต่เมื่อครู่เขาถามนางว่านางชอบเสื้อผ้าของเขาหรือไม่ นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นเจ้าของหอเสื้อแห่งนี้หรือ!? “ทะ… ท่านเป็น…”“ข้ามีนามว่าหลิงอวิ๋นฟาน เป็นเจ้าของหอเสื้อหว่านเยว่โหลวแห่งนี้” หลิงอวิ๋นฟานยกยิ้มกริ่มอย่างสมปรารถนา เพราะหลังจากวันนั้นที่เขากลับมา ก็เอาแต่ครุ่นคิดว่าเขาจะเข้าไปทำความรู้จักกับ ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ คุณหนูรองแห่งจวนเหรินอี้โหวได้อย่างไรในระหว่างที่เขากำลังนั่งเหม่อ คิดบ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 22

“คุณหนูรองเจิ่งต้องการชุดสำหรับสวมใส่ในงานเทศกาลโคมไฟในคืนนี้หรือ?” หลิงอวิ๋นฟานยกแขนขึ้นมากอดอก พลางยกมือซ้ายขึ้นมาลูบคางอย่างครุ่นคิดชายแขนเสื้อจึงตกลงมา เผยให้เห็นผ้าพันแผลสีขาวบนท่อนแขนของเขาคุณชายหลิงได้รับบาดเจ็บมาหรือ? ที่แขนซ้าย… เหมือนเด็กน้อยเมื่อคืนเลย…ตี๋ลี่เสวี่ยเอียงคอสงสัย จนแทบอยากจะไต่ถาม หากแต่ต้องระงับใจตนเอง กลัวว่าจะเป็นการละลาบละล้วงต่อบุคคลแปลกหน้าที่เพิ่งทำความรู้จักกันไม่ถึงหนึ่งจิบชา“งานเทศกาลโคมไฟในยามค่ำคืน หากคุณหนูรองเจิ่งต้องการความโดดเด่น ข้าขอแนะนำชุดที่สามารถเปล่งประกายสะท้อนแสงจันทร์และแสงโคมไฟอย่างชุดทางด้านนี้”หลิงอวิ๋นฟานเดินนำตี๋ลี่เสวี่ยไปที่อีกด้านหนึ่งของหอเสื้อ ซึ่งมีชุดแขวนไว้เรียงราย “ชุดนี้มีนามว่าชุดชิงไต้ ตัดเย็บจากผ้าไหมกำมะหยี่สีน้ำเงิน ปักลายเมฆาที่ชายเสื้อด้านในเล็กน้อย หากคุณหนูรองเจิ่งลองสังเกตตรงนี้”เขาพลิกมือให้ตี๋ลี่เสวี่ยดูเสื้อคลุมตัวนอกที่ตัดเย็บจากไหมพรมทองเนื้อละเอียดผสมกับไหมเส้นเล็ก ๆ ที่ปั่นจากขนจามรีสีขาว ประดับประดาด้วยง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 23

“คุณหนูรองเจิ่งกล่าวชมข้าเกินไปแล้ว” รอยยิ้มของหลิงอวิ๋นฟานฉีกกว้าง ยิ่งได้เห็นได้สนทนา เขาก็ยิ่งนึกพึงพอใจในตัวของตี๋ลี่เสวี่ยเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเท่านี้ การที่ได้อยู่ใกล้นาง เขายังรู้สึกได้ถึงความเย็นสบายที่แผ่ซ่านไปทั้งตัวอีกด้วยคุณหนูรองเจิ่งเป็นแม่นางสองชะตาที่สามารถช่วยแก้คำสาปหวนคืนของเขาได้อย่างไม่ต้องสงสัย...“เช่นนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณที่คุณหนูรองเจิ่งเล็งเห็นถึงความตั้งใจของข้า ข้าขอมอบชุดนี้ไว้ให้ท่านสวมใส่เดินเล่นในงานเทศกาลคืนนี้เถิด”ตี๋ลี่เสวี่ย “!!!”ให้ตายเถอะ! เมื่อครู่ข้าเห็นป้ายราคาบนชุดนั้นเร็ว ๆ ราคาก็ร่วมหนึ่งพันตำลึงเลยนะ!“ไม่ได้หรอก! ชุดนี้มีราคาแพงเกินไป!” ตี๋ลี่เสวี่ยรีบโบกมือปฏิเสธ ก่อนจะเบี่ยงกาย เลื่อนมือไปหยิบจับชุดอื่นที่มีราคาถูกกว่าลงมา “แค่งานเทศกาลโคมไฟ ข้าไม่มีความจำเป็นต้องสวมใส่ชุดที่มีความงดงามถึงเพียงนั้นหรอก”“ข้ามองว่าชุดนี้ก็ดูเข้าทีทีเดียว” มือเล็กเอื้อมหยิบชุดสีหยกที่แขวนอยู่ติดกันขึ้นมาชม “ลายปักนี้ มิใช่ ‘สา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 24

“อา... หากคุณหนูรองเจิ่งยินดีรับไว้ก็ดีแล้ว...” หลิงอวิ๋นฟานเริ่มจับทางคุณหนูตรงหน้าออก จากความงงงวยกลับกลายเป็นความชื่นชอบมากยิ่งขึ้นไปอีก “แล้วไม่ทราบว่านอกจากชุดนั้นแล้ว คุณหนูรองเจิ่งยังต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่?”คำถามเรียบเรื่อยของหลิงอวิ๋นฟานตามแบบฉบับของพ่อค้า ทำให้ตี๋ลี่เสวี่ยชะงักงันอืม... ได้ชุดสวยงามมาสวมใส่โดยที่ไม่ต้องจ่ายสักตำลึง มันก็เป็นเรื่องดีอยู่หรอก... แต่ก็เกรงใจเจ้าของหอเสื้ออย่างคุณชายหลิงด้วย...นอกจากนี้ ถ้าหากกลับไปโดยที่ไม่มีการใช้จ่ายเงินเลย ก็อาจจะเป็นพิรุธให้ฉินซื่อมาดึงเงินกลับไปได้ ทั้ง ๆ ที่นางตั้งใจจะอุบอิบเงินส่วนนี้ไว้บางส่วน... อืม... เอาเช่นไรดี?“เช่นนั้น ข้าขอรบกวนคุณชายหลิงช่วยเลือกชุดให้แก่ท่านแม่ใหญ่ พี่หญิงใหญ่และน้องสาวของข้าอีกสามนางได้หรือไม่?”“ได้สิ แล้วไม่ทราบว่าคุณหนูรองเจิ่งต้องการชุดแบบใดรึ?”ตี๋ลี่เสวี่ยเข้าใจความนัยที่ซ่อนอยู่ในประโยคนั้นได้ทันที หลิงอวิ๋นฟานไม่ได้ถามว่าต้องการชุดแบบใด แต่ถามว่านางต้องการใช้เงินเท่าใดต่างหากนางก้มหน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 25

แต่คนที่หลิงอวิ๋นฟานคิดว่าจะตรงดิ่งกลับจวนเหรินอี้โหว กลับสั่งให้อาเถี่ยพานางไปแวะโรงน้ำชาปี้หลัวชุน ซึ่งเป็นโรงน้ำชาอันดับหนึ่งของเมืองหลวงที่มีขนมอร่อยและน้ำชาชั้นดีละมุนลิ้นด้วยยามปกติ เจิ่งเสวี่ยอิ๋งและตี๋ลี่เสวี่ยไม่มีทางได้เยื้องกรายเข้ามา หรือลิ้มรสของอร่อยเลยแม้แต่น้อย แต่มาถึงวันนี้ วันที่มีโอกาสได้มา ตี๋ลี่เสวี่ยก็ต้องมาเพียงลำพังเสียแล้ว...“คุณหนู...” ลวี่จือเอ่ยท้วงอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “หากนายหญิงรู้เข้า...”“อื้ม” ตี๋ลี่เสวี่ยส่งเสียงค้านในลำคอ “เจ้าไม่พูด ข้าไม่พูด ไม่มีผู้ใดรู้หรอก”ข้าก็แค่อยากมากินขนมกุ้ยฮวาเพียงเท่านั้น...ตี๋ลี่เสวี่ยเลิกสนใจสาวใช้ข้างกาย เดินเข้าไปเลือกที่นั่งและสั่งขนมน้ำชาอย่างรวดเร็ว ยามนี้ นางมีเวลา มีอำนาจ และมีเงินในกระเป๋าแล้ว สิ่งใดที่นางอยากทำ นางก็จะทำ!และสมกับที่เป็นโรงน้ำชาอันดับหนึ่ง ตี๋ลี่เสวี่ยรอเพียงไม่นานก็ได้ลิ้มรสขนมสมใจอยาก แต่ในระหว่างที่นางกำลังเคี้ยวขนมกุ้ยฮวาอย่างเอร็ดอร่อย เสียงบุรุษที่นั่งสนทนาอยู่โต๊ะข้าง ๆ ก็ลอยลมมาให้ได้ยิน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 26

ตัวเองมีคนรักอยู่แล้ว แล้วเหตุใดจึงไม่ปฏิเสธข้าเล่า!?ตี๋ลี่เสวี่ยแทบจะลุกขึ้นคว่ำโต๊ะ หวังไปคุยกับว่าที่คู่หมั้นให้รู้เรื่อง หากแต่นางก็ต้องกดมือของตัวเองให้หยิบเพียงขนมกุ้ยฮวาเข้าปากไปเคี้ยวอย่างโกรธเคืองแทน!“แล้วพ่อของเจ้าจะยอมรึ? แม่นางมู่เป็นเพียงลูกพี่ลูกน้องทางอี๋เหนียงของเจ้าเท่านั้นมิใช่หรือ?”หวังซื่อหลันส่ายหน้าอย่างไม่ไยดี “ท่านพ่อของข้าตอบตกลงแล้ว เพราะท่านต้องการเพียงการเกี่ยวดองกับจวนเหรินอี้โหวเท่านั้น เพื่อเปิดทางขุนนางให้แก่ข้าและช่วยเกื้อหนุนให้กับหอประมูลเทียนจี๋เท่านั้น”“ส่วนที่เหลือก็เป็นความสุขของข้า! ประเดี๋ยววันแต่งงาน ข้าจะจัดเกี้ยวหามของซีซีให้งามยิ่งกว่าของคุณหนูรองอะไรนั่นอีก!”“ชู่ว! เจ้านี่ เมาน้ำชาแล้วเป็นแน่ เหตุใดจึงได้พูดจาเลอะเทอะนัก” สองสหายช่วยกันปิดปากหวังซื่อหลัน หากแต่เจ้าตัวยังคงคึกคะนอง ไม่เห็นจวนเหรินอี้โหวอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อยสุดท้าย บรรดาสหายจึงต้องชวนเปลี่ยนเรื่องสนทนา“เออ เออ เรื่องนั้นก็ตามใจเจ้าเถิด แต่ข้ามีเรื่องจะมาเล่าให้เ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 27

ทั่วทั้งเมืองหลวงของแคว้นต้าจิ้งถูกปกคลุมไปด้วยทะเลเพลิงแห่งสีสันในยามค่ำคืนของเทศกาลโคมไฟ แสงจันทร์ถูกบดบังด้วยแสงโคมนับหมื่นที่ลอยละล่องอยู่เหนือถนนสายหลักโคมผ้าแพรสีแดงและสีทองแขวนเรียงรายยาวเหยียดไปตามชายคาอาคารร้านค้า โคมรูปปลาทอง โคมรูปดอกเหมย และโคมรูปเทพธิดาโบยบินต่างถูกจุดให้สว่างไสว สร้างเงาที่เต้นระบำไปตามแรงลมถนนที่ทอดยาวจากซุ้มประตูทิศใต้ไปจนถึงหอคอยระฆัง เต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลดุจสายน้ำ ผู้คนสวมอาภรณ์หลากสีสัน บ้างก็เป็นชุดใหม่รับเทศกาล บ้างก็เป็นชุดที่สั่งตัดพิเศษสำหรับค่ำคืนนี้ ใบหน้าทุกคนเปี่ยมไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะเสียงเซ็งแซ่ของพ่อค้าหาบเร่ที่ตะโกนเรียกให้ผู้คนมาชิมขนมทังหยวนหวานหอมคลุกน้ำตาล เสียงฉิ่งฉับและกลอง จากคณะนักแสดงข้างทางที่กำลังแสดงงิ้วสั้น ๆ และเสียงเจี๊ยวจ๊าวของกลุ่มปัญญาชนที่กำลังยืนล้อมวงทายปริศนาโคมอากาศเย็นในยามค่ำคืนอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลทรายและกลิ่นไหม้จาง ๆ ของควันธูปจากศาลเจ้าที่เปิดให้ผู้คนสักการะขบวนรถม้าของจวนเหรินอี้โหวชะลอความเร็วลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดนิ่ง ณ ปากทางเข้าหลักขอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 28

ทันทีที่ครอบครัวจวนเหรินอี้โหวทั้งหมดก้าวเข้าสู่ถนนสายหลักของเทศกาลโคมไฟ คลื่นฝูงชนก็ถาโถมเข้าใส่ทันที แม้ว่าจะมีคนสนิทคอยกันผู้คนออกห่าง แต่ในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเซ็งแซ่เช่นนี้ การติดตามกันก็เป็นเรื่องยากลำบากเหรินอี้โหวและฉินซื่อซึ่งนำหน้าขบวนมุ่งความสนใจไปที่การหาที่ทางเพื่อเดินไปข้างหน้า โดยมีเจิ่งหย่าหลินคอยประคองมารดาอยู่ไม่ห่าง ขณะที่กลุ่มคุณหนูบุตรีอนุซึ่งอยู่ด้านหลัง เริ่มรู้สึกว่าถูกแรงเบียดเสียดของมวลชนดันออกห่างจากกลุ่มบิดาไปเรื่อย ๆในระหว่างนั้นเอง ขบวนแห่โคมไฟขนาดใหญ่ก็เคลื่อนผ่านมา ทำให้ฝูงชนพากันเบียดเสียดอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกทางให้ขบวนนั้น บรรดาบุตรีอนุทั้งสี่นางจึงถูกแรงเบียดผลักไปคนละทิศคนละทางอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว“คุณหนู!!” เสียงสาวใช้คนสนิทตะโกนเรียกคุณหนูของตน แต่ด้วยเสียงตะโกนเรียกของพ่อค้า เสียงดนตรีที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน และเสียงหัวเราะที่ดังลั่นจากฝูงชนที่กำลังทายปริศนาโคมกลับกลบเสียงพวกนางไปจนมิดในขณะที่ตี๋ลี่เสวี่ยเองก็ถูกคลื่นมนุษย์ผลักเข้าสู่ตรอกเล็ก ๆ ข้างร้านขายเครื่องประดับแห่งหนึ่ง ก่อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 29

“ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอพี่สาวในงานเทศกาลโคมไฟด้วย!” เด็กน้อยวัยแปดหนาวที่ตี๋ลี่เสวี่ยช่วยไว้ที่บริเวณลำธารใกล้โรงเตี๊ยมเยวี่ยฮวาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งอย่างที่นางไม่คาดคิดพลางพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ“ดีนะที่ข้ามองเห็นพี่สาวเสียก่อน ข้ากำลังกลุ้มใจอยู่พอดีเลยที่พลัดหลงกับคนที่บ้าน!” เสียงเล็กเจื้อยแจ้วสาธยายสถานการณ์ตนเอง ก่อนจะก้มลงกัดถังหูลู่ที่ตี๋ลี่เสวี่ยตัดใจควักเงินซื้อมานั่งกินด้วยกันที่บริเวณศาลาชั่วคราว“พอเห็นพี่สาว ข้าก็เลยสบายใจแล้ว!” เจ้าตัวเล็กส่งเสียงขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ตี๋ลี่เสวี่ยอดเหลือบตามองไม่ได้เหตุใดวันนี้ เจ้าจึงพูดไม่หยุดเลยนะ ทีวันนั้นที่ข้าช่วยเจ้าไว้กลับเงียบกริบ!“แล้วพี่สาวเล่า? เหตุใดจึงเดินเล่นอยู่คนเดียว ท่านก็พลัดหลงกับคนที่บ้านเหมือนกันรึ?” เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยดวงตากระจ่างใส “ท่านมิต้องเป็นกังวลไปนะ เดี๋ยวข้าจะอยู่กับท่านเอง!”เด็กน้อยยกมือขึ้นตบอก สร้างความมั่นใจเฉกเช่นชายหนุ่ม ทำเอาตี๋ลี่เสวี่ยหลุดหัวเราะแผ่วเบากับท่าทางเกินวัยนั้น“ไม่ต้อ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
12
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status