บททั้งหมดของ คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย: บทที่ 31 - บทที่ 40

111

บทที่ 30

ดวงตาเมล็ดซิ่งของตี๋ลี่เสวี่ยแทบจะแปรเปลี่ยนเป็นรูปก้อนตำลึงทอง หากแต่ศีลธรรมอันดีร้องบอกให้นางกล่าวปฏิเสธไป “แหม... เรื่องเล็กน้อยเท่านี้เอง พวกเจ้าก็อย่าได้ใส่ใจ...”มุมปากของหลิงอวิ๋นฟานในร่างของ ‘หลิงเฟิงหยุน’ กระตุกเล็กน้อย ราวกับรู้สึกคุ้นเคยกับเหตุการณ์ตรงหน้านี้เป็นอย่างมาก “แต่ว่าท่านพี่บอกว่าให้ท่านรับไว้... แต่ไม่เป็นไร เช่นนั้น...”หลิงเฟิงหยุนลากเสียง พลางดึงมือกลับมา หากแต่มือเล็กกลับถูกมือบอบบางตะครุบไว้กลางอากาศเสียก่อน“แหม... แหม... ก็ถ้าคุณชายหลิงยืนกรานหนักแน่นที่จะตอบแทนบุญคุณข้า เช่นนั้นข้าก็ต้องจำใจรับไว้ เพื่อมิให้ผิดต่อน้ำใจของคุณชายแล้วล่ะ”หลิงเฟิงหยุนกระตุกมุมปากอีกครั้ง คิดแล้วไม่มีผิด!!ตี๋ลี่เสวี่ยรีบสอดปลายนิ้วเกี่ยวเชือกของถุงเงินมาคล้องแขน จากน้ำหนักของถุงเงินที่ทิ้งตัวต่ำ ทำเอานางลอบยิ้มในใจอย่างเปรมปรีดิ์น้ำหนักไม่น้อยเลยทีเดียว! คุณชายหลิงช่างใจป้ำนัก!ไม่น่าถึงยอมทุ่มเงินสองแสนตำลึงซื้อจวนร้างอย่างจวนอันติ้งโหวไปปรับปรุงได้...ตี๋ลี่เสวี่ยเก็
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 31

ตี๋ลี่เสวี่ยมองไล่จากรองเท้าปักคู่สวยเรื่อยขึ้นมาจนถึงดวงหน้าหวานละมุนในชุดผ้าไหมสีหวาน รอยยิ้มที่มุมปากของนางยกสูงขึ้นอย่างเย้ยหยันใครอีกล่ะเนี่ย...คิ้วยาวดั่งกิ่งหลิวของตี๋ลี่เสวี่ยขมวดมุ่น พลางนึกทบทวนในความทรงจำที่เคยติดตามเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง เพื่อออกมาพบปะคุณหนูของจวนอื่น ทว่าแม่นางตรงหน้าก็ไม่ได้อยู่ในความทรงจำของนางเลยแม้แต่น้อย“เจ้าเป็นใคร?”ฝ่ายที่มาเยือน “...”ใบหน้างามบูดบึ้ง เมื่อเห็นว่า ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ ไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย แต่นางก็มิได้พูดออกมาเอง เพราะสาวใช้ที่ติดตามมาด้วย กลับก้าวขึ้นมาข้างหน้า ผายมือไปทางคุณหนูของตนอย่างเย่อหยิ่ง“ท่านนี้คือคุณหนูมู่หร่วนซี คนในใจที่สำคัญที่สุดเพียงคนเดียวของคุณชายรองหวัง บุตรชายเจ้าของหอประมูลเทียนจี๋อย่างไรเล่า!”อ๋ออออ...ตี๋ลี่เสวี่ยลากเสียงพยักหน้าหงึกหงักในใจ พลางพิศมองอีกอย่างราวกับกำลังประเมินสิ่งของ หน้าตาสะสวย แต่ช่างน่าเสียดายของ...“ที่แท้ก็เป็นแม่นางมู่นี่เอง” ตี๋ลี่เสวี่ยสลัดคราบร่าเร
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 32

“ซีซี!!”“อิ๋งเอ๋อร์!!”สองเสียงทุ้มต่ำตะโกนเรียกชื่อแม่นางที่ยืนอยู่บนศาลา พร้อมทั้งพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นต่างหันมาให้ความสนใจพร้อมกันทันที หากแต่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาสืบความใกล้ ๆ ได้แต่ชะเง้อคอมองใส่ใจอยู่ไกล ๆ“ซีซี!!” หวังซื่อหลันที่โยนถังหูลู่ในมือทิ้งทันที เมื่อเห็นเหตุการณ์บนศาลา เขารีบปราดเข้าไปหามู่หร่วนซีที่กำลังยืนแข็งค้างด้วยความตกใจ นางยังคงรู้ชาวาบที่ปลายนิ้ว“อิ๋งเอ๋อร์!!” เสียงทุ้มต่ำของเหรินอี้โหวตะโกนขึ้น เมื่อเห็นบุตรสาวของตนถูกตบจนลงไปกองที่พื้นอย่างน่าสงสาร เขารีบสาวเท้าเข้ามาในศาลาริมทางพลางเอื้อมมือไปประคองบุตรสาวคนรองของตนให้ลุกขึ้นเช่นเดียวกับฉินซื่อและเจิ่งหย่าหลินที่ก้าวเท้าตามเข้ามา พวกนางขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่ชอบใจนักในยามปกติ แม้ว่าพวกนางจะรังแกและกลั่นแกล้งเจิ่งเสวี่ยอิ๋งมากเพียงใด ก็สามารถทำได้ เพราะนี่คือบุตรีอนุในจวน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้อื่นจะมารังแกคนของพวกนางได้!มิเพียงเท่านั้น คนที่ลงมือตบหน้ายังมิใช่คุณ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 33

เพียงประโยคเดียวของตี๋ลี่เสวี่ยก็ทำให้ทุกสายตาที่จับจ้องมาที่มู่หร่วนซีเปลี่ยนไป“นั่นสิ แม่นางมู่ ใบหน้ารูปโฉมนับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแม่นางอย่างเรา มีผู้ใดบ้างที่คิดจะทำลายรูปโฉมของตนเองเช่นนี้” ฉินซื่อแย้งขึ้น ราวกับต้องการปกป้องบุตรีอนุของตนด้วยความรักและเมตตาเจิ่งหย่าหลินเห็นท่าทางของมารดาเช่นนั้น ก็รีบผสมโรงออกหน้าปกป้องด้วยเช่นกัน เพื่อเพิ่มชื่อเสียงความรักน้องสาวและความยุติธรรมให้แก่ตนเอง “ยามปกติ น้องรองของข้าเป็นคนสุภาพอ่อนโยน สุขภาพร่างกายก็อ่อนแอ หากเจ้ากล่าวว่านางใช้มือของเจ้าตบหน้าตนเองจริง อย่างไรก็คงไม่แรงถึงขั้นขึ้นรอยครบทั้งห้านิ้วหรอกกระมัง?”หื้ม? สุภาพอ่อนโยน? เมื่อครู่นางเอ่ยวาจาเยาะเย้ยถากถางข้าจนข้าแทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโมโหได้เลยนะ!?สุขภาพอ่อนแอ? เจ้าจะมาดูปลายนิ้วของข้าที่ยังชาเพราะแรงเหวี่ยงข้อมือของนางหรือไม่?น้ำเสียงของหวังซื่อหลันเข้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว “ซีซี...”“ท่านพี่! ข้าไม่ได้ทำ...” เสียงของมู่หร่วนซีเบาลง เมื่อสบตากับคนข้างตัว นั่นจึงทำให้นางรู้ว่าหว
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 34

“ดูท่าว่าวันพรุ่งคงมีข่าวหมั้นหมายของคุณชายรองหวังและคุณหนูรองเจิ่งกระจายไปทั่วเมืองหลวงอย่างแน่นอนเลยนะขอรับ นายน้อย” เสียงทุ้มของคนสนิทดังขึ้นข้างตัว ขัดจังหวะเจ้านายที่กำลังยืนแอบมองเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในศาลาริมทางอยู่มุมกำแพง“ต่อให้ไม่เกิดเรื่องนี้ จวนเหรินอี้โหวและหอประมูลเทียนจี๋ก็ต้องประกาศและส่งคนให้กระจายข่าวมงคลนี้อยู่แล้ว” นายน้อยตอบอย่างไม่ยี่หระคนสนิทเริ่มไม่เข้าใจ “แล้วนายน้อยมิได้ต้องการตัวคุณหนูรองเจิ่งหรอกหรือขอรับ?”“ต้องการสิ!” นายน้อยตอบกลับอย่างหนักแน่นและชัดเจนเอ้า! ต้องการ... แต่ปล่อยให้นางไปหมั้นหมายกับคนอื่น โดยที่ตัวเองยืนดูอย่างไม่ทุกข์ร้อนเนี่ยนะ!?เขาล่ะงง!“ไม่ต้องงงหรอก กู้เหยียน” ร่างสูงใหญ่ของหลิงอวิ๋นฟานเหลือบมองคนสนิทที่กำลังทำหน้างงงวยอยู่ใกล้ ๆ “นางเป็นแม่นางสองชะตาที่จะช่วยถอนคำสาปให้ข้าได้ ข้าย่อมไม่ปล่อยให้นางหลุดมืออยู่แล้ว”กู้เหยียนพยักหน้าหงึกหงักอย่างเชื่อฟัง “ครั้งแรกที่ท่านเล่าให้ข้าฟังว่าเจอแม่นางสองช
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 35

ณ จวนเหรินอี้โหวในยามซื่อ รถม้าของหอประมูลเทียนจี๋ก็มาจอดลงตรงหน้าจวนเหรินอี้โหว พร้อมด้วยขบวนของกำนัลที่จัดเตรียมมาหวังไป๋เจวี๋ย หัวหน้าตระกูลหวัง ผู้เป็นเจ้าของหอประมูลเทียนจี๋ ก้าวลงมาจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะตามมาด้วยหวังซื่อหลัน แต่กลับไร้ซึ่งวี่แววของมู่หร่วนซี คนก่อเหตุสาวใช้ในจวนเหรินอี้โหวเชิญทั้งสองคนเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของจวน โดยมีเหรินอี้โหวและฉินซื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้สูงตรงกลาง ใบหน้ายังคงเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยโทสะที่เพิ่งกลับมาคุกรุ่น‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านข้าง ถือพัดบังใบหน้าส่วนที่บวมแดงเล็กน้อยไว้ ทำให้นางดูน่าสงสารยิ่งขึ้น ดวงตาเมล็ดซิ่งทอประกายเมื่อเห็นหีบของกำนัลถูกยกเข้ามาหีบแล้วหีบเล่าหวังไป๋เจวี๋ยโค้งคำนับลงต่ำทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างจริงใจ “เรียนท่านโหว! วันนี้ข้าพาบุตรชายของข้ามาขออภัยต่อการกระทำอันเลวร้ายของคนในจวนที่ขาดการอบรม!”หวังไป๋เจวี๋ยไม่รอช้า เขาโบกมือเบา ๆ หวังซื่อหลันและสาวใช้ที่ติดตามมาก็รีบเปิดกล่องไม้เนื้อหอมทั้งสิบสองกล่อง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 36

หวังซื่อหลันได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รอช้า เขารีบวางกล่องไม้ลงบนโต๊ะ สองมือประคองปิ่นปักผมขึ้นประดับมวยผมของตี๋ลี่เสวี่ยอย่างบรรจง ปลายปิ่นที่มีพู่ไหมแดงห้อยระย้าคลอเคลียไปกับใบหน้าหวานละมุน ยิ่งขับให้ดวงหน้าของนางงดงามมากยิ่งขึ้น “คุณหนูรองช่างงามนัก...”“คุณชายหวังชมเกินไปแล้ว” ตี๋ลี่เสวี่ยยกยิ้มบางให้ “ขอบคุณคุณชายสำหรับของขวัญชิ้นนี้มากเจ้าค่ะ ท่านช่างเลือกได้ถูกใจข้านัก!”หวังซื่อหลันยกยิ้มตอบรับ แล้วจึงก้าวถอยออกมา หวังไป๋เจวี๋ยจึงเหลือธุระเพียงเรื่องสุดท้าย เขาหยิบเทียบเชิญที่ทำจากผ้าไหมปักทองให้แก่เหรินอี้โหว“ท่านโหว อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวาระครบรอบวันเกิดหกสิบปีของเหล่าฮูหยินของตระกูลหวัง ท่านแม่ของข้า ข้าจึงขอถือโอกาสนี้ เรียนเชิญท่านโหว โหวฮูหยินและคุณหนูทุกท่านไปร่วมงานเลี้ยงฉลอง เพื่อให้ตระกูลของเราได้สานสัมพันธ์อันดีงามต่อกัน หวังว่าท่านโหวจะไม่รังเกียจที่จะให้โอกาสข้านะขอรับ”เหรินอี้โหวเหลือบมองเทียบเชิญ ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้า ๆ “ได้สิ”หวังไป๋เจวี๋ยถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างเงีย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 37

“อ้าว! คุณหนูรองเจิ่ง!” หลิงอวิ๋นฟานแสร้งอุทานเรียกอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ เมื่อเห็น ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ มาเยือนถึงที่หอเสื้อ โดยที่นางกางพัด เพื่อปกปิดใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง แต่เขาก็ยังพอเห็นเค้าลางของอาการบาดเจ็บของนางได้ราง ๆ “ข้าได้ยินว่าท่านได้รับบาดเจ็บในคืนเทศกาลโคมไฟ ไม่ทราบว่าอาการท่านเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?”“ขอบคุณคุณชายหลิงที่เป็นห่วง อาการของข้าคงจะทุเลากว่านี้ ถ้าหากได้พักผ่อนอยู่ที่จวน” ตี๋ลี่เสวี่ยอดมองค้อนอีกฝ่ายไม่ได้ “มิต้องลำบากเดินทางมาถึงที่นี่ เพราะหอเสื้อหว่านเยว่โหลวมีกลยุทธ์หลอกขายด้วยการส่งของไปเกินจากที่สั่ง”ตี๋ลี่เสวี่ยอดแขวะอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะทันทีที่นางก้าวเข้ามาในหอเสื้อหว่านเยว่โหลว เจ้าของหอเสื้อที่น่าจะงานยุ่งที่สุด กลับมายืนรอรับนางอยู่ที่หน้าประตูราวกับสาวใช้ทั่วไปในหอเสื้อ“คุณหนูรองเจิ่งคิดมากเกินไปแล้ว เป็นความสะเพร่าของสาวใช้ในร้านที่จัดของไม่ดีต่างหาก!” หลิงอวิ๋นฟานพูดยิ้ม ๆ ก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะแข็งค้าง เมื่อดวงตาหงส์เหลือบไปเห็นปิ่นปักผมของตี๋ลี่เสวี่ย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 38

ย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณยี่สิบปีก่อน จวนอันติ้งโหวนับว่าเป็นจวนโหวที่มีความมั่งคั่งเป็นอย่างมาก พรั่งพร้อมด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ ทรัพย์สิน และซื่อจื่อของจวนที่มากความสามารถอย่างลู่เทียนโย่ว นับว่าเป็นความภาคภูมิใจของ ลู่หยวน ผู้เป็นบิดา ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าตระกูลลู่และเป็นอันติ้งโหวคนปัจจุบันครั้นได้เวลาอันเหมาะสม เสิ่นหรง ผู้เป็นมารดาก็ได้ทาบทาม เสิ่นเย่ว์ ซึ่งเป็นญาติทางฝ่ายมารดาของนางให้แก่บุตรชาย ท่ามกลางความเสียดายของจวนโหวและจวนขุนนางต่าง ๆ ที่หวังต้องการเกี่ยวดองกับจวนอันติ้งโหวหากแต่อันติ้งโหวและลู่ซื่อจื่อเองก็เห็นด้วยกับการแต่งงานในครั้งนี้ จึงได้จัดงานแต่งขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ รับเสิ่นเย่ว์เป็นฮูหยินซื่อจื่อเข้าจวนจนเป็นที่เล่าลือไปทั่วเมืองหลวงหลังจากแต่งงานได้เพียงปีเดียว ฮูหยินซื่อจื่อก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายแก่จวนอันติ้งโหว โดยมีนามว่า ‘ลู่หมิงเซวียน’ลู่หมิงเซวียนเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรักและเอาใจใส่ของทุกคนในจวนอันติ้งโหว เด็กน้อยชื่นชอบการอ่านตำราตามท่านปู่และท่านพ่อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตำราที่เกี่ยวข้องกับกลไกต่าง ๆ ของอันติ้งโหวท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 39 (CW: เลือดและความรุนแรง)

สิ้นเสียงบอกของพ่อบ้าน เสียงกรีดร้องอันน่าขนลุกก็ดังมาจากด้านนอกเรือน ผสานไปกับเสียงคมดาบปะทะกัน เสียงธนูแหวกอากาศ และเสียงตะโกนดุร้ายของกลุ่มโจรร้ายดังขึ้นระงมตามมาด้วยเสียงแก้วแตกละเอียดและเสียงร้องไห้หวาดกลัว ของสตรีและเด็ก“นายท่าน! ฮูหยิน! นายน้อย! รีบหนีไปขอรับ! อัก!” พ่อบ้านกล่าวไม่ทันจบคำ เขาก็ต้องกระอักเลือดออกมากองโต เมื่อถูกลูกธนูปักเข้าที่กลางหลัง“กรี๊ด!!” เสิ่นซื่อและเสิ่นเย่ว์ต่างกรีดร้องออกมา เมื่อเห็นเช่นนั้น มือของเสิ่นเย่ว์รีบยกขึ้นมาปิดตาบุตรชายวัยสิบเอ็ดปีอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันมิให้เขามีภาพอันโหดร้ายติดตาอันติ้งโหวสบตามองกับบุตรชายอย่างหนักใจ ก่อนที่จะออกคำสั่งรัวเร็ว “โย่วเอ๋อร์! เจ้าพาทุกคนไปซ่อนซะ!”“แต่ว่า!” ลู่เทียนโย่วตั้งท่าจะคัดค้าน เช่นเดียวกับเสิ่นซื่อและเสิ่นเย่ว์“ไม่มีแต่! พาทุกคนไปซ่อนตามที่พ่อสั่งเดี๋ยวนี้!” อันติ้งโหวสั่งเสียงเครียด เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักและเสียงตะโกนของพวกโจรร้ายที่ใกล้เข้ามาทุกทีอันติ้งโหววิ่งไปรั้งประตูห้องโถงมาปิดแน่
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
12
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status