All Chapters of คุณหนูสลับร่างของท่านโหวน้อย: Chapter 11 - Chapter 20

111 Chapters

บทที่ 10

หนู่เอ๋อร์เจียงส่งยิ้มอ่อนโยน ในขณะที่กู่ลี่น่าปราดเข้ามาจับมือของนางอย่างปลอบประโลม “คุณหนู... ขอบคุณที่มาส่งพวกเราถึงที่นี่นะเจ้าคะ”ตี๋ลี่เสวี่ยจับมือกู่ลี่น่าไว้แน่นราวกับต้องการยื้อเวลาในตอนนี้ให้ได้นานที่สุด กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านมะ… ป้า นี่เป็นหน้าที่ที่ข้าควรทำ... พวกท่านเองก็... ดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ”นางเงยหน้าไปมองหนู่เอ๋อร์เจียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ราวกับพยายามจดจำทุกรายละเอียดของผู้ให้กำเนิดนางมาให้ได้มากที่สุด “ท่านลุง… ท่านจะเดินทางไกล โปรดรักษาสุขภาพให้ดี... ลูก... ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย”ตี๋ลี่เสวี่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ความรู้สึกที่ตระหนักได้ว่านี่คือการอำลาครั้งสุดท้ายของชีวิตที่มีต่อบิดามารดาที่นางรัก ทำให้นางตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณของบุตรสาวที่จะไม่ได้พบหน้าบุพการีอีกตลอดชีวิตนางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างกะทันหันบนพื้นหญ้าข้างประตูวัดหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะคุกเข่าให
Read more

บทที่ 11

ครั้นรถม้าคันใหญ่หายลับไปจากสายตา หากแต่ตี๋ลี่เสวี่ยก็ยังคงยืนเหม่อลอยอยู่เช่นเดิมเกือบหนึ่งเค่อ จนกระทั่ง อาเถี่ย คนขับรถม้าทักขึ้นมาอย่างแผ่วเบา “คุณหนูรอง…”เสียงของเขาจึงทำให้ตี๋ลี่เสวี่ยรู้สึกตัว มือบอบบางอ่อนช้อยยกขึ้นซับน้ำตาอย่างรวดเร็ว พลางเรียกแรงฮึดในกายให้ลุกโชน สลัดความเศร้าเสียใจที่เกาะกุมอยู่ทิ้งไปหยุดร้องได้แล้ว ตี๋ลี่เสวี่ย!เป็นเจ้าที่ตัดสินใจเลือกหนทางนี้เอง ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น เจ้าย่อมต้องยอมรับในการเลือกนั้นสิ!“เจ้ากลับจวนโหวไปก่อนเถิด แล้ววันพรุ่งในยามเฉิน ค่อยมารับข้าที่นี่”“ตะ แต่ว่า…” อาเถี่ยเริ่มอิดออด จะให้เขาปล่อยคุณหนูรองไว้ที่วัดแต่เพียงผู้เดียวได้อย่างไรตี๋ลี่เสวี่ยส่งยิ้มให้ “ไปเถิด ข้าแจ้งนายท่าน… ท่านพ่อแล้วว่าข้าอยากจะอยู่เคารพสักการะท่านแม่และค้างคืนที่นี่ ท่านพ่อก็ได้อนุญาตแล้ว หากเจ้าเป็นกังวลนัก วันพรุ่งก็มารับข้าแต่เช้าหน่อยก็แล้วกัน”อาเถี่ยลังเล หากแต่ก็พยักหน้าตอบรับตามคำสั่ง “ขอรับ คุณหนูรอง”มิใช่
Read more

บทที่ 12

และนางก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งจิบชาจริง ๆ จึงเดินมาถึงโรงเตี๊ยมที่พระอาจารย์ชิงเต๋อชี้ให้เห็น ในขณะที่นางมองจากที่ไกล ๆ ก็เห็นว่าเป็นโรงเตี๊ยมสามชั้นที่มีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ ตี๋ลี่เสวี่ยจึงได้รู้ว่าตนเองคาดการณ์ผิดไปพอสมควร เพราะที่นี่เป็นโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ที่มีลูกค้าเข้าออกพลุกพล่าน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ทุกคนที่นี่ล้วนแต่เป็นสตรี!!ตี๋ลี่เสวี่ย “!!!”ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือเสี่ยวเอ้อร์ก็ล้วนแต่เป็นสตรีทั้งสิ้น!“โรงเตี๊ยมเยวี่ยฮวายินดีต้อนรับเจ้าค่ะ คุณหนู…” เสี่ยวเอ้อร์ที่เป็นเด็กสาวคนหนึ่งเข้ามาทักทายตี๋ลี่เสวี่ยด้วยรอยยิ้มสดใส “ไม่ทราบว่าคุณหนูต้องการพักแรมหรือรับประทานอาหารเจ้าคะ?”“เอ่อ… ข้าขอพักแรมที่นี่หนึ่งคืน และ… ขออาหารด้วยหนึ่งมื้อ” ตี๋ลี่เสวี่ยสั่งอย่างงงงวยเสี่ยวเอ้อร์พยักหน้ารับทราบ “ไม่ทราบว่าคุณหนูจะทานอาหารที่ด้านล่างหรือทานที่ห้องดีเจ้าคะ?”ตี๋ลี่เสวี่ยเหม่อมองภาพชั้นล่างของโรงเตี๊ยมเยวี่ยฮวาที่มีโต๊ะไม้ขัดเงาจัดวางอย่างเป็นร
Read more

บทที่ 13

ตี๋ลี่เสวี่ยได้แต่นอนดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียงในห้องพักชั้นสองของโรงเตี๊ยมเยวี่ยฮวา จะกล่าวนางนอนแปลกที่จึงนอนไม่หลับก็ไม่น่าจะใช่ เพราะตามปกตินั้น นางเป็นคนนอนง่ายเสียอย่างกับอะไรดี เพียงแค่ศีรษะถึงหมอนก็สามารถหลับได้แล้วหากแต่ตี๋ลี่เสวี่ยรู้ดีว่าเป็นเพราะใจของนางนั้นไม่ได้สงบลงเลยแม้แต่น้อย ความคิดต่าง ๆ นานาพาตีกันอยู่ในสมอง ทั้งความโศกเศร้าเสียใจที่ต้องห่างไกลจากบุพการี ความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้ง รวมถึงความเครียด เมื่อคำนึงถึงอนาคตที่จะต้องสวมบทบาทเป็นเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง โดยมิให้ผู้ใดจับได้อีก“โอ๊ย! เครียด!” เสียงนางร้องดังขึ้นมา พร้อมกับลุกขึ้นนั่งอย่างทนไม่ไหว เพราะนางทิ้งตัวลงนอนมาหลายชั่วยามแล้ว แต่ก็ไม่อาจข่มตาให้หลับได้เลย “หรือว่าจะไปเดินเล่นที่ลำธารนั้นดี…”แต่เดิม ตี๋ลี่เสวี่ยไม่มีความคิดที่จะออกไปเดินเล่นที่ลำธารตามคำแนะนำของเสี่ยวเอ้อร์เลยแม้แต่น้อย ด้วยเป็นยามค่ำคืนที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองเป็นหลัก หากแต่ยามนี้ นางไม่อาจข่มตาหลับได้เลยจริง ๆสุดท้าย ตี๋ลี่เสวี่ยก็ลุกขึ้นแต่งกายให้มิดชิดและเรียบร้อย แล้วเปิด
Read more

บทที่ 14

ตี๋ลี่เสวี่ย “!!!”คิ้วบางขมวดแน่นจนเป็นปมอื้อ! ปัญหาก็ไม่น่าจะวิ่งเข้ามาหาข้าได้เร็วขนาดนั้นก็ได้มั้ง?นางหันไปมองตามต้นเสียงที่คาดว่าจะอยู่ไม่ไกล หากแต่ด้วยความมืดสลัวในยามค่ำคืน ทำให้นางต้องเพ่งสายตามองไปในทิศทางนั้น แต่ด้วยเสียงที่ได้ยินนั้น คล้ายเป็นเสียงเด็กชายวัยไม่เกินสิบหนาวอย่างแน่นอน ด้วยยังเป็นเสียงแหลมเล็กและก็เป็นอย่างที่ตี๋ลี่เสวี่ยคาดเดา เพียงไม่นาน ร่างเล็กบอบบางร่างหนึ่งก็วิ่งล้มลุกคลุกคลานตรงมาที่นาง ใบหน้าเด็กชายส่อแววหล่อเหลาคมคายมาตั้งแต่วัยเยาว์ หากแต่ทรงผมยุ่งเหยิงและเสื้อผ้าสีเข้มที่สกปรกมอมแมมราวกับเพิ่งคลุกฝุ่นมาดวงตาเมล็ดซิ่งหรี่ลงอย่างครุ่นคิดและลังเล แต่ด้วยตี๋ลี่เสวี่ยที่เชื่อในสายตาของตนเองว่าเสื้อผ้าที่เด็กชายสวมใส่นั้นเป็นเสื้อผ้าของบุรุษอย่างชัดเจน มิใช่รูปแบบเสื้อผ้าของเด็กน้อยในวัยที่สวมใส่อยู่อย่างแน่นอน“ชะ... ช่วยข้าด้วย!” เด็กน้อยตะโกนบอกพลางวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาที่ตี๋ลี่เสวี่ย เหงื่อผุดพรายไหลตามใบหน้าได้รูป ดวงตาเรียวเล็กฉายแววประหวั่นพรั่นพรึงจนน่าสงสาร “พี่สาวช่วยข
Read more

บทที่ 15

ตี๋ลี่เสวี่ยพาเด็กน้อยเข้ามาในห้องพัก ก่อนที่จะปิดประตูลงดาลอย่างเรียบร้อย นางพาเขาไปนั่งลงบนเก้าอี้กลางห้อง ก่อนที่นางจะยกกล่องยาวางลงบนโต๊ะ ปรับแสงโคมไฟจนสว่างจ้า เพื่อที่จะตรวจดูอาการของเด็กน้อยแสงไฟเผยให้เห็นแผลเป็นรอยกรีดตื้นๆ ที่แขนซ้าย เลือดสีแดงสดซึมเป็นทางบนผิวขาวซีดของเด็กน้อย ตี๋ลี่เสวี่ยลอบถอนหายใจ แม้ว่าจะเป็นแผลทางยาว หากแต่ไม่ลึกน่ากลัวเท่าใดนักตี๋ลี่เสวี่ยเหลือบมองใบหน้าเล็ก ๆ นั้น แม้ว่าแววตาแห่งความหวาดกลัวจะจางหายไปแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าเปรอะเปื้อนด้วยคราบเหงื่อและฝุ่นดิน“ข้าจะทำแผลให้เจ้า ทนเจ็บสักหน่อยนะ” ตี๋ลี่เสวี่ยปลอบประโลม เมื่อเห็นเด็กน้อยพยักหน้า นางจึงได้เริ่มลงมือสองมือบอบบางขยับอย่างคล่องแคล่วด้วยความคุ้นเคย ด้วยเจิ่งเสวี่ยอิ๋งมักจะถูกเจิ่งหย่าหลินรังแกจนเลือดตกยางออกอยู่บ่อย ๆ ตี๋ลี่เสวี่ยจึงคุ้นเคยกับการทำแผลเหล่านี้เป็นอย่างดีตี๋ลี่เสวี่ยบรรจงใช้ผ้าฝ้ายนุ่มชุบน้ำอุ่นสะอาดเช็ดคราบเลือดออกอย่างเบามือ เด็กน้อยสะดุ้งเฮือกด้วยความแสบ ดวงตาแดงก่ำจับจ้องการกระทำของนาง เม้มริมฝีปากแน่นสนิท
Read more

บทที่ 16

เมื่อเวลาผ่านไปได้ประมาณหนึ่งชั่วยาม ทั่วร่างก็รู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่คุ้นเคย ร่างเล็กนอนบิดไปมาอยู่บนเตียง เหงื่อเย็นผุดพรายบนใบหน้า ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนเจ็บปวด ลมหายใจหอบกระชั้น เมื่อรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย!เสื้อผ้าที่ถูกรวบอย่างหลวม ๆ กลับมาพอดีตัว ร่างกายของเด็กชายขยายใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อผุดขึ้นเป็นมัด ใบหน้าที่เคยอ่อนเยาว์ละมุนละไมพลันปรากฏเค้าโครงคมคายเด่นชัดขึ้นมา ผมดำขลับสยายลงมาเคลียไหล่ ดวงตาที่เคยไร้เดียงสาบัดนี้เต็มไปด้วยแววลุ่มลึกและเฉลียวฉลาดกระดูกขยับบิดตัวอย่างรวดเร็ว เสียงกระดูกลั่นเบา ๆ ดังอยู่ในความเงียบงัน ความสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ในพริบตาเดียว ร่างของเด็กน้อยในวัยแปดหนาวกลับคืนสู่ร่างบุรุษหนุ่มเต็มตัวในวัยสิบเก้าปี!!‘หลิงอวิ๋นฟาน’ ผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ ความร้อนรุ่มในกายจางหายแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นสบายไปทั่วร่าง ดวงตาหงส์ปราดมองตรวจสอบไปทั่วเรือนร่างของตนเองอย่างแปลกใจเหตุใดค่ำคืนนี้ ข้าจึงกลับคืนร่างได้เร็วนักเล่า!?ปกติข้าจะคืนร่างกลับมาเมื่อสิ้นสุดยามโฉ่วมิใช่ร
Read more

บทที่ 17

“อึก... อื้อ...” ตี๋ลี่เสวี่ยบิดร่างกายไปมาบนเตียงอย่างเมื่อยล้า แขนเรียวปัดป่ายไปมา ก่อนที่เจ้าตัวจะสะดุ้งเฮือก ดวงตาเมล็ดซิ่งเบิกกว้าง แล้วรีบหันไปมองหาเด็กน้อยที่อาศัยนอนร่วมเตียง ก่อนที่จะพบเพียงความว่างเปล่าไอเย็นบนฟูก ทำให้นางรู้ว่าเด็กน้อยคนนั้นได้ลุกออกไปนานแล้ว บานประตูห้องพักปิดสนิท...“เจ้าหนูนี่ ไปแต่เช้าเลยรึ?” ตี๋ลี่เสวี่ยอดบ่นกับตนเองไม่ได้ “ไม่คิดจะลากันเลยหรือไง?”นางส่ายหน้าเล็กน้อย แต่ก็คิดได้ว่าแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามยังไม่คิดจะเปิดเผย พวกนางก็ควรจะทำตนเป็นคนแปลกหน้าเช่นนี้ต่อกัน จึงจะเป็นการดีที่สุดตี๋ลี่เสวี่ยลุกขึ้นล้างหน้าแต่งตัวให้เรียบร้อย นางหันไปตรวจสอบข้าวของที่ติดตัวมาอีกครั้ง ก่อนจะสังเกตเห็นว่าถุงหอมประจำกายของตนนั้นได้หายไป“เอ... ข้าว่าข้าเอาถุงหอมมาด้วยนะ...” ตี๋ลี่เสวี่ยพึมพำพลางเดินหาไปทั่วห้อง แต่ก็ไร้วี่แวว ไม่เจอของที่ต้องการแต่อย่างใด “หรือว่าข้าจะทำหายไปเมื่อคืนนี้...”ถุงหอมนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญติดกายของสตรี การทำหายไปเช่นนี้ ย่อมอาจส่ง
Read more

บทที่ 18

“นี่มันวาจาท่าทางอันใดกัน!” ฉินซื่ออดตำหนิติเตียนไม่ได้ เมื่อเห็นวาจาท่าทางตกตะลึงพรึงเพริดของตี๋ลี่เสวี่ย “ท่านพ่อของเจ้าอุตส่าห์หาคู่ครองดี ๆ ให้ แล้วเหตุใดเจ้าจึงยังไม่รู้คุณ กล่าวขอบคุณท่านพ่ออีก”นี่ข้าต้องขอบคุณเรอะ!?ตี๋ลี่เสวี่ยอดนึกค่อนขอดในใจมิได้ข้าไม่ได้ต้องการงานแต่งงานนี้เลยแม้แต่น้อย! หากเป็นคู่ครองดี ๆ อย่างที่นายหญิงว่า เหตุใดจึงไม่ยกให้คุณหนูใหญ่ไปเสียเล่า!“ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ” สุดท้าย ตี๋ลี่เสวี่ยก็ไม่อาจพูดได้อย่างที่ใจคิด นางย่อกายขอบคุณอย่างจำใจ พลางประมวลผลอย่างเร็วรี่ว่าจะหลีกเลี่ยงงานแต่งงานที่ไม่พึงประสงค์นี้ได้อย่างไรดี“อืม...” เหรินอี้โหวพยักหน้าอย่างพอใจ “พ่อย่อมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เจ้าอยู่แล้ว”หากดีจริง... เหตุใดท่านไม่แต่งเองเล่า!?“คุณชายรองหวังเป็นบัณฑิตรูปงามที่หวังจ่างกุ้ยตั้งใจจะให้สมัครสอบเข้ารับราชการในปีนี้ แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงบุตรอนุ แต่ก็เป็นอนุที่หวังจ่างกุ้ยรักใคร่เป็นยิ่งนัก”อา... ถึงว่า... ที่ไม่ใ
Read more

บทที่ 19

ตี๋ลี่เสวี่ยฮัมเพลงในลำคอแผ่วเบาอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่นั่งนับตั๋วเงินในมืออย่างมีความสุข ท่ามกลางสายตาฉงนของ ลวี่จือ สาวใช้ข้างกายคนใหม่ที่ตี๋ลี่เสวี่ยเป็นผู้เลือกเองกับมือหลังจากที่เหรินอี้โหวสั่งให้หลงหมัวมัวไปเลือกสาวใช้ข้างกายคนใหม่ให้แก่คุณหนูรอง ตี๋ลี่เสวี่ยก็ร้องขอบิดาว่าขอเป็นผู้เลือกสาวใช้เอง ด้วยนางอยู่ในจวนเหรินอี้โหวมานานนับสิบปี สาวใช้คนใดมีนิสัยอย่างไร เหตุใดนางจะไม่รู้!ลวี่จือ เป็นสาวใช้คนใหม่ที่ทางจวนเหรินอี้โหวเพิ่งซื้อตัวเข้ามา อีกทั้งยังมีอายุน้อยที่สุด จึงว่าง่าย ไม่โต้เถียง ก้มหน้าก้มตารับใช้ และทำตามคำสั่งของทุกคนในจวน ด้วยนิสัยว่าง่ายเหล่านั้น ตี๋ลี่เสวี่ยจึงได้เลือกให้นางมาเป็นสาวใช้คนสนิทนอกจากนี้ ตอนแรก ตี๋ลี่เสวี่ยตั้งใจจะเล่าเรื่องที่นางทำถุงหอมติดกายหาย แต่เมื่อรู้ว่าตนเองต้องถูกคลุมถุงชนให้แต่งงานเช่นนี้แล้ว นางจึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะเล่าให้บุพการีฟังไปเสียก็ถ้าถุงหอมหาย แล้วสามารถทำให้ชื่อเสียงของนางเสียหายไปได้ก็นับว่าเป็นเรื่องดีน่ะสิ! คุณชายตระกูลหวังอะไรนั่นจะได้ยกเลิกการแต่งงานของนาง!!ตี๋ลี่เสวี่ยไม่สนใจชื
Read more
PREV
123456
...
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status