All Chapters of ธรรมจักรทมิฬ: Chapter 101 - Chapter 110

110 Chapters

ตอนที่ 99: นครสวรรค์ และสงครามแห่งความศรัทธา

ม่านควันจากเพลิงบรรลัยกัลป์ที่แผดเผาต้นไม้ผนึกค่อยๆ จางหายไป เผยให้เห็นทัศนียภาพที่ถูกซุกซ่อนไว้เบื้องหลังเงามืดมานานนับสหัสวรรษ มหานครลอยฟ้าแห่งเทพเจ้า สถาปัตยกรรมศิลาสีขาวบริสุทธิ์ทอดตัวเป็นชั้นๆ ขึ้นสู่ท้องฟ้าที่บัดนี้ไร้ซึ่งเมฆหมอก แสงสว่างจ้าสาดส่องลงมากระทบยอดโดมสีทองและหอคอยระฟ้า บังเกิดเป็นภาพที่งดงามและศักดิ์สิทธิ์จนแทบจะทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องคุกเข่าศิโรราบทว่า สำหรับสิงขร มัจจุราชแห่งดวงดาว ความงดงามเหล่านั้นเป็นเพียงภาพลวงตาที่ฉาบเคลือบความวิปลาสเอาไว้ บันไดศิลาสีขาวที่ทอดตัวยาวขึ้นสู่ยอดสูงสุดนั้น ไม่ได้ถูกปูด้วยกลีบดอกไม้ แต่ถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของซากศพและการกดขี่"นี่หรือคือนครของเทพเจ้า..." มาลินเงยหน้ามองยอดหอคอยที่สูงตระหง่านจนคอตั้งบ่า ลมหายใจของนางสะดุดเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังเวทมนตร์อันมหาศาลที่กดทับลงมา "มันช่างบริสุทธิ์... บริสุทธิ์เสียจนทำให้ข้ารู้สึกอึดอัด ราวกับว่าความผิดพลาดแม้เพียงเศษเสี้ยวของมนุษย์ ก็ไม่มีสิทธิ์ดำรงอยู่ที่นี่""ความบริสุทธิ์ที่ปราศจากรอยด่างพร้อย คือความตายในอีกรูปแบบหนึ่ง" สิงขรกล่าวเสียงเรียบ เขาก้าวเท้าเหยียบลงบนบันไดขั้นแรก รองเท้าบูทเหล็ก
Read more

ตอนที่ 100: ประตูแห่งความเป็นเทพ

บันไดศิลาขั้นสุดท้ายที่ทอดตัวขึ้นสู่จุดสูงสุดนั้น ช่างยาวไกลและหนักอึ้งประดุจการก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการไถ่บาป สายลมเบื้องบนพัดกรรโชกแรง นำพาเอากลิ่นอายของพลังเวทมนตร์ที่บริสุทธิ์จนน่าสะอิดสะเอียนมาปะทะใบหน้า สิงขร มาลิน และอัสมันต์ ก้าวเดินขึ้นมาจนถึงลานกว้างรูปครึ่งวงกลมที่ลอยเด่นอยู่เหนือหมู่เมฆ ที่ซึ่งท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีทองคำและสีม่วงเข้มประดุจผืนผ้าใบที่ถูกสาดสีแห่งจักรวาลลงมาและเบื้องหน้าของพวกเขา คือ "ประตูแห่งความเป็นเทพ"มันไม่ใช่ประตูที่สร้างขึ้นจากไม้ อิฐ หรือโลหะล้ำค่า ทว่ามันคือเสาสองต้นขนาดยักษ์ที่โค้งเข้าหากัน ก่อตัวขึ้นจาก "ซากศพ" นับแสนนับล้านร่าง! ร่างของชนเผ่าพื้นเมืองและสิ่งมีชีวิตที่ถูกสังเวยในอดีตกาล บัดนี้ถูกหลอมรวมและกลายเป็นหินสีขาวซีด ซ้อนทับกันเป็นโครงสร้างที่น่าสะพรึงกลัวและวิปลาสที่สุดเท่าที่มัชฌิมโลกเคยจารึกไว้ ตรงกลางของซุ้มประตูกลวงนั้น มีมิติสีทองที่หมุนวนประดุจหลุมดำแห่งแสงสว่าง แผ่รังสีอำมหิตของการกำเนิดใหม่ที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออกท่ามกลางซากศพที่ถูกแช่แข็งในกาลเวลา ร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าซุ้มประตูนั้น นางสวมชุดเกราะโลหะสีทองเ
Read more

ตอนที่ 101: การเสียสละแห่งปราชญ์ และโซ่ตรวนโลหิตต้องห้าม

ห้วงมิติเหนือลานพิธีกรรมบิดเบี้ยวและสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อมวลอากาศถูกบีบอัดด้วยพลังแรงโน้มถ่วงสีม่วงเข้ม ร่างของ สิงขร ถูกดึงดูดให้ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ไร้ซึ่งจุดวางเท้า ไร้ซึ่งหนทางหลบหนี หลุมดำขนาดเล็กที่ก่อตัวขึ้นจากปลายดาบใหญ่คู่ของ ราหู กักขังร่างของมัจจุราชแห่งดวงดาวไว้อย่างสมบูรณ์แบบเบื้องล่างของสิงขร คือขุนศึกในตำนานที่พุ่งทะยานสวนแรงโน้มถ่วงขึ้นมาด้วยความเร็วดุจดาวหาง ดาบใหญ่คู่ที่สลักลวดลายอุกกาบาตถูกง้างขึ้นไขว้กันเป็นรูปกากบาท แสงสีม่วงแห่งการทำลายล้างผสานเข้ากับแสงสีทองแห่งความเมตตาจาก มิคศิรา ที่โอบกอดอยู่เบื้องหลัง บังเกิดเป็นคมดาบมรณะที่พร้อมจะสับร่างของสิงขรให้แหลกละเอียดเป็นผุยผงในเสี้ยววินาที!"รับการโอบกอดของข้าเถิด..." เสียงของมิคศิราดังก้องกังวานในโสตประสาทของสิงขร มันนุ่มนวลทว่าแฝงไปด้วยอำนาจสะกดจิตที่รุนแรงจนปลายนิ้วของสิงขรเริ่มชาหนึบ ดาบจันทราทมิฬในมือสั่นระริกราวกับจะหลุดลอยไป"... ขยับไม่ได้!" สิงขรกัดฟันจนเลือดซิบ พยายามรีดเร้นพลังเวทมนตร์ดวงจันทร์เพื่อแช่แข็งมิติแรงโน้มถ่วง ทว่าพละกำลังของครึ่งเทพทั้งสองที่หลอมรวมกันนั้น เหนือล้ำกว่าที่มนุษย์คนใดจะต
Read more

ตอนที่ 102: อุกกาบาตทลายสวรรค์ และดาบคู่แห่งมัจจุราช

สายลมบนยอดสุดของมหานครลอยฟ้า พัดกรรโชกอย่างบ้าคลั่ง หอบเอาเศษเถ้าถ่านและละอองเลือดของ อัสมันต์ ปราชญ์โลหิต ให้ปลิวว่อนหายไปในห้วงอากาศที่ว่างเปล่า ทว่าเจตจำนงของชายชราไม่ได้สูญสลายไปตามสายลม มันได้ฝังรากลึกและลุกโชนอยู่ในมือซ้ายของ สิงขร มัจจุราชแห่งดวงดาว ผู้ซึ่งบัดนี้ยืนตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวเบื้องหน้า "ประตูแห่งความเป็นเทพ"มือขวาของเขากระชับ "ดาบจันทราทมิฬ" ที่แผ่ไอเย็นเยือกสีน้ำเงินเข้มระดับศูนย์องศาสัมบูรณ์ ในขณะที่มือซ้ายกำด้าม "คาตานะโลหิต" ของอัสมันต์ ที่ยังคงเดือดพล่านไปด้วยเวทมนตร์เลือดสีแดงคล้ำ การผสานกันของสองขั้วพลังที่แตกต่างอย่างสุดขั้ว—ความหนาวเหน็บแห่งห้วงเอกภพ และความร้อนรุ่มแห่งความแค้นของมนุษย์—บังเกิดเป็นออร่าสองสีที่หมุนวนรอบกายของสิงขร ประดุจพายุแห่งหายนะที่ท้าทายกฎเกณฑ์ของทวยเทพเบื้องหน้าของเขา พญามารราหู คมดาบแห่งพันธสัญญา ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ร่างอันใหญ่โตมโหฬารที่เกิดจากการหลอมรวมวิญญาณของขุนศึกเข้ากับร่างกายของมฆวาน แผ่รังสีอำมหิตที่กดทับมิติให้สั่นสะเทือน ชุดเกราะทองเหลืองที่บุบสลายจากการดึงดูดของอัสมันต์ กำลังถูกซ่อมแซมอย่างรวดเร็วด้วยแสงสีทองศัก
Read more

ตอนที่ 103: นครหลวงเถ้าถ่าน และปฐมราชันย์ผู้หวนคืน

มิติสีทองที่เคยบิดเบี้ยวอยู่เบื้องหน้าประตูแห่งความเป็นเทพ บัดนี้สงบนิ่งและแปรสภาพเป็นเพียงม่านหมอกแห่งความว่างเปล่า สิงขรและมาลินก้าวผ่านรอยแยกมิตินั้น ทิ้งแดนทมิฬใต้เงาและความวิปลาสของเทพเจ้าจอมปลอมไว้เบื้องหลัง พริบตาที่เท้าของพวกเขาสัมผัสกับผืนดินอีกครั้ง อากาศที่บริสุทธิ์และหนาวเหน็บก็ถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุและกลิ่นเหม็นไหม้ที่คุ้นเคยพวกเขาไม่ได้กลับมายังวังบาดาล หรือทุ่งหิมะอันเหน็บหนาว ทว่าพวกเขาถูกส่งกลับมายังใจกลางของมัชฌิมโลก... "นครหลวงเถ้าถ่าน"ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือจุดจบของอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองที่สุด ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีแดงฉานประดุจเลือดที่ถูกต้มจนเดือด ละอองเถ้าถ่านสีเทาหม่นโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายราวกับหิมะแห่งความตาย ต้นมหาโพธิ์ทอง ขนาดยักษ์ที่เคยส่องประกายศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้ถูกโอบล้อมด้วย "เพลิงยักษ์บรรลัยกัลป์" ที่แผดเผาเปลือกไม้และกิ่งก้านจนกลายเป็นถ่านสีดำแดง หนามแห่งการปฏิเสธที่เคยปิดกั้นทางเข้าสู่ภายในต้นไม้ บัดนี้ถูกเผาจนมอดไหม้ เปิดทางให้เห็นแสงสว่างจางๆ ที่ลอดออกมาจากแกนกลาง"ในที่สุด... ทางเข้าสู่บัลลังก์เอลเดนก็เปิดออกแล้ว" มาลินกระซิบ นางใช้ผ้าเช็ด
Read more

ตอนที่ 104: แกนกลางมหาโพธิ์ทอง และเทวรูปที่แตกสลาย

รอยแยกสีทองเรืองรองที่ทอดตัวอยู่กลางลำต้นของ "ต้นมหาโพธิ์ทอง" บัดนี้เปิดกว้างออกประดุจประตูสู่สรวงสวรรค์ที่ถูกแผดเผา เปลวเพลิงยักษ์ที่เต้นเร่าอยู่รอบนอกไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปในอาณาเขตอันศักดิ์สิทธิ์เบื้องหลังแสงนั้นได้ สิงขรและมาลินหยุดยืนอยู่หน้าปากทางเข้า ความเงียบสงัดที่แผ่ออกมาจากภายในนั้น หนักอึ้งเสียจนทำให้เสียงของสายลมและกองไฟเบื้องหลังดูคล้ายกับความว่างเปล่าสิงขรกระชับด้าม "ดาบจันทราทมิฬ" ไว้ในมือขวา ส่วนมือซ้ายกำ "คาตานะโลหิต" ของอัสมันต์ไว้หลวมๆ ร่องรอยของบาดแผลจากการต่อสู้กับราหูและกัมปนาทถูกเยียวยาด้วยเวทมนตร์และสมุนไพรจนทุเลาลง แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่ในจิตวิญญาณนั้นมีเพียงปณิธานอันแรงกล้าเท่านั้นที่คอยค้ำจุนไว้"มาลิน..." สิงขรเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง "หลังประตูบานนี้... คือมิติที่กฎเกณฑ์ของโลกมนุษย์ไม่อาจเอื้อมถึง มันคือลานประหารของทวยเทพ ข้าไม่อาจรับประกันความปลอดภัยใดๆ ได้อีกต่อไป หากเจ้าก้าวตามข้าเข้ามา"มาลินกำหน้าไม้เพลิงในมือแน่น นางเม้มริมฝีปาก แววตาของจอมปรุงยาสาวเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ไม่แพ้กัน "ข้าตามเจ้ามาตั้งแต่ทุ่งสุสานที่เต็มไปด้วยพิษมรณะชาด ฝ่าวงล
Read more

ตอนที่ 105: การตื่นรู้แห่งดวงดาว และเหมันต์นิรันดร์กลืนธรรมจักร

มิติกระจกเงาอันไร้ขอบเขตที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กำลังสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่งประดุจแก้วบางๆ ที่ถูกบีบอัดด้วยแรงดันมหาศาล ท้องฟ้าเบื้องบนมิใช่สีทองสลัวอีกต่อไป ทว่ามันสว่างจ้าแสบตาจนแทบหลอมละลาย รอยแหวนเวทมนตร์แห่ง "มหาธรรมจักร" รัศมีกว้างใหญ่ไพศาลซ้อนทับกันเป็นวงกลมนับสิบวง ก่อตัวขึ้นเบื้องหลังร่างของ รณกร ราชันย์แห่งมหาธรรมจักรชายผมแดงร่างยักษ์ผู้ไร้ซึ่งเจตจำนง ลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำ ค้อนศิลาในมือขวาของเขาดูดกลืนแสงสว่างจากแหวนเวทมนตร์เหล่านั้นจนแปรสภาพเป็นอาวุธทำลายล้างมิติที่สมบูรณ์แบบ แสงสีทองที่อัดแน่นอยู่ที่หัวค้อนนั้นหนักอึ้งเสียจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว ร้อนระอุประดุจใจกลางของดาวฤกษ์ที่กำลังจะระเบิด"สิงขร... พลังนั่นมันบ้าไปแล้ว! มันกำลังจะลบทุกสิ่งทุกอย่างในมิตินี้ทิ้ง!" มาลินตะโกนก้องผ่านม่านพายุลมที่พัดกระหน่ำ นางพยายามฝังนิ้วมือลงกับผิวน้ำตื้นๆ เพื่อไม่ให้ร่างถูกพัดปลิวไปตามแรงลมของเทพเจ้าสิงขรยืนตระหง่านอยู่เบื้องล่าง เงยหน้ามองหายนะที่กำลังก่อตัวด้วยสายตาที่สงบนิ่งอย่างประหลาดคาตานะโลหิตในมือซ้ายของเขาเริ่มสั่นระริกและปรากฏรอยร้าว เวทมนตร์เลือดของอัสมันต์ที่ฝังอยู่ในใบดาบก
Read more

ตอนที่ 106: มหันตภัยระดับจักรวาล และระบำดาบแห่งความว่างเปล่า

เสียงร้องกังวานที่ไม่ได้เปล่งออกจากลำคอ ทว่าสะท้อนก้องมาจากความถี่ของห้วงอวกาศ ดังกึกก้องจนผิวน้ำสีดำที่ราบเรียบประดุจกระจกเงาเกิดระลอกคลื่นบ้าคลั่ง สิ่งมีชีวิตที่แท้จริงเบื้องหลังมหาธรรมจักร ลอยตัวขึ้นเหนือผิวน้ำ ร่างกายอันโปร่งแสงของมันใหญ่โตมโหฬารจนสิงขรดูเป็นเพียงฝุ่นผงเมื่อเทียบเคียง ภายในร่างนั้นคือภาพจำลองของกาแล็กซี กลุ่มดาว และเนบิวลาที่หมุนวนอย่างเชื่องช้า บ่งบอกถึงตัวตนที่อยู่เหนือขอบเขตของกาลเวลาและสถานที่ในมือที่คล้ายคลึงกับกิ่งไม้สีทองของมัน กำด้าม "ดาบศิลา" ขนาดยักษ์ ดาบเล่มนั้นถูกหลอมขึ้นจากเศษซากเจตจำนงของ รณกร ที่เพิ่งแตกสลาย มันเป็นดาบที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยร้าว ทว่ากลับแผ่รังสีแห่งการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว แสงสีทองที่สาดส่องออกมาจากตัวอสูร ไม่ใช่แสงแห่งความอบอุ่น แต่เป็นแสงแห่ง "ความเป็นระเบียบ" ที่เย็นชาและพร้อมจะลบทุกสิ่งที่ผิดแผกไปจากสมการของมันมาลินทรุดตัวลงกับพื้น ผิวหนังของนางรู้สึกแสบร้อนเพียงแค่อยู่ในรัศมีแสงของมัน "นี่หรือคือพระเจ้า... มันไม่ได้ดูเหมือนผู้สร้างเลย แต่มันเหมือน... สัตว์ประหลาดจากต่างดาวที่ตกลงมากลืนกินโลกใบนี้""เพราะมันคือปรสิตอย
Read more

ตอนที่ 107: ดาบผ่าสัจธรรม และจุดจบแห่งมหันตภัยจักรวาล

มิติกระจกเงาอันไร้ขอบเขตบัดนี้ถูกอาบย้อมไปด้วยแสงสีทองที่เข้มข้นจนกลายเป็นความมืดบอด วงแหวนสีทองขนาดยักษ์ทั้งสี่วงที่ซ้อนทับกันเป็นสัญลักษณ์แห่ง "มหาธรรมจักร“ กำลังหดตัวบีบรัดเข้าสู่จุดศูนย์กลางอย่างเชื่องช้าทว่าไม่อาจหยุดยั้งได้ มันไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพ แต่มันคือการ "บีบอัดกฎเกณฑ์" ของมิติให้กลับคืนสู่จุดเริ่มต้น ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในรัศมีของวงแหวนนี้ ไม่ว่าจะเป็นสสาร เวทมนตร์ หรือแม้แต่วิญญาณ จะถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างสมบูรณ์!แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนผิวน้ำสีดำที่เคยราบเรียบเกิดการยุบตัวลงประดุจหลุมอุกกาบาต"สิงขร... ข้าหายใจไม่ออก..." มาลินทรุดตัวลงนอนราบกับผิวน้ำ โดมเวทมนตร์ของนางแตกสลายไปแล้ว เลือดไหลซึมออกจากจมูกและดวงตา ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาไม่อาจทนรับแรงโน้มถ่วงระดับกอสมิกนี้ได้อีกต่อไปสิงขรยืนหยัดอยู่เบื้องหน้านาง สองขากางออกกว้างเพื่อรักษาสมดุล กล้ามเนื้อทุกมัดกำลังประท้วงถึงขีดจำกัดสูงสุด ทว่าสองมือของเขายังคงกำด้าม "ดาบจันทราทมิฬ" ไว้แน่น นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของเขาจ้องมองวงแหวนสีทองที่กำลังบีบตัวเข้ามาใกล้ทุกขณะ"กฎเกณฑ์ที่บังคับให้ทุกคนต้องศิโรราบ... ระเบีย
Read more

ตอนที่ 108: รุ่งอรุณแห่งราตรีกาล และพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านเข้ามากระทบผิวเนื้อ ไม่ใช่ความเย็นเยือกที่บาดลึกถึงกระดูกประดุจเวทมนตร์เหมันต์ หรือความเยือกเย็นอันชวนขนลุกของแดนทมิฬใต้เงา ทว่ามันเป็นความเย็นที่สงบเงียบ บริสุทธิ์ และปราศจากพันธนาการใดๆ เหมือนอากาศบริสุทธิ์ในคืนเดือนแรมที่ไร้เมฆหมอกสิงขรค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเขาหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ความเจ็บปวดจากการฝืนใช้พลังระดับกอสมิกในศึกตัดสินกับ อสูรแห่งเอลเดน ยังคงหลงเหลืออยู่เป็นรอยระบมฝังลึกในกล้ามเนื้อ ทว่าบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายกลับสมานตัวจนเหลือเพียงรอยแผลเป็นสีจางๆเขาพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือผืนดินใต้ร่าง มันไม่ใช่เถ้าถ่านที่ร้อนระอุของนครหลวงเถ้าถ่าน และไม่ใช่ผิวน้ำสีดำของมิติกระจกเงา แต่มันเป็นพื้นศิลาที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ และเมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบๆ..."ที่นี่มัน..."สิงขรเบิกตากว้าง ทัศนียภาพรอบตัวเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้อยู่บนโลกมัชฌิมอีกต่อไป ทว่าเขากำลังนั่งอยู่บนแท่นบูชาหินอ่อนที่ตั้งอยู่ท่ามกลาง "ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล" ท้องฟ้าเบื้องบนไม่ใช่สีทองของมหาโพธิ์ทอง และไม่ใช่สีเทาหมอ
Read more
PREV
1
...
67891011
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status