หลังจากการอำลามาลินที่หุบเขาไร้ชื่อ สิงขรและวายุก็ออกเดินทางลงสู่ทิศใต้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ทัศนียภาพรอบกายเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างน่าใจหาย ดินที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนเริ่มกลายเป็นสีแดงเข้มดุจโลหิตที่แห้งกรัง ต้นไม้ที่มีสีเขียวขจีหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงซากไม้ยืนต้นที่กิ่งก้านบิดเบี้ยวดูคล้ายมือของคนบาปที่กำลังชูขึ้นฟ้าเพื่อขอความเมตตา ลมที่พัดผ่านกายสิงขรเริ่มหอบเอาละอองเกสรแดงฉานที่แฝงไปด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กและความร้อนระอุที่กัดกินผิวหนัง"ข้างหน้านั่นคือ 'ด่านพระกาฬ'..." วายุชี้ไปยังป้อมปราการหินทรายสีแสดขนาดมหึมาที่ตั้งขวางหุบเขาลึกดุจกำแพงยักษ์ที่แยกโลกคนเป็นออกจากนรกคนตาย ประตูไม้มะค่าขนาดยักษ์ถูกปิดตายและเสริมด้วยแผ่นเหล็กหนาเตอะที่จารึกอาคมกันไฟไว้จนทั่ว "มันเป็นปราการด่านสุดท้ายที่กั้นระหว่างความปกติของมณฑลจันทรา และความวิปลาสของทุ่งกัลปพฤกษ์เลือด"เมื่อสิงขรควบม้าวารินพยศเข้าไปใกล้ด่าน เขาไม่ได้พบกับความเงียบเหงาที่ควรจะเป็นในดินแดนล่มสลาย แต่เขากลับได้ยินเสียงกึกก้องของกลองรบที่ตีจังหวะหนักแน่น ผสานไปกับการสวดชัยมงคลคาถาในสำเนียงที่ดุดันและกระแทกกระทั้น บนกำแพง
ปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-27 อ่านเพิ่มเติม