บททั้งหมดของ ธรรมจักรทมิฬ: บทที่ 11 - บทที่ 20

25

ตอนที่ 9: ศรเพชรนพรัตน์ และร่ายรำกลางสายชล

หมอกสีน้ำเงินที่เคยนิ่งสงบถูกฉีกกระชากออกด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากเหล่า “หุ่นพยนต์ผู้คุมมนตรา” พวกมันเคลื่อนที่บนผิวน้ำได้มั่นคงราวกับเดินบนแผ่นดินเหล็ก ไม้เท้าพระจันทร์เสี้ยวในมือของหุ่นพยนต์แต่ละตนเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูง สร้างกระแสลมวนที่ดึงเอาน้ำสีชาดขึ้นมากลายเป็นจักรน้ำแข็งที่แหลมคมนับสิบวง ทันใดนั้น พวกมันสะบัดไม้เท้าเพียงครั้งเดียว จักรน้ำอาคมก็พุ่งเข้าหาพื้นฝั่งที่สิงขรยืนอยู่ด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!สิงขรพุ่งตัวหลบข้ามรากไม้ใหญ่ แรงปะทะของจักรน้ำทำให้ลำต้นจามจุรีโบราณถูดตัดขาดราวกับถูกตัดด้วยคมดาบขนาดมหึมา ชายหนุ่มพยายามหาจังหวะเข้าประชิด แต่ผิวน้ำที่ลื่นและเต็มไปด้วยอาถรรพ์ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาไม่รวดเร็วเท่าที่ควร ทว่าในวินาทีที่หุ่นพยนต์ตนหนึ่งเงื้อไม้เท้าเตรียมจะระเบิดมนตราสายฟ้าสีน้ำเงินใส่สิงขรในระยะเผาขน...ฉะวับ ฉะวับ!แสงสีม่วงแกมครามสายหนึ่งพุ่งทะลุอากาศมาด้วยเสียงที่คมกริบ มันปักเข้ากลางอกของหุ่นพยนต์ตนนั้นอย่างแม่นยำ แรงปะทะไม่ได้เพียงแค่เจาะทะลุเกราะศิลาจันทรา แต่กลับระเบิดพลังงานออกมาเป็นรูปวงเวทย์ดอกบัวที่ตรึงร่างของหุ่นพยนต์ให้หยุดนิ่งอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-22
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 10: ถ้ำบาดาลอาถรรพ์ และพญานาคผู้พิทักษ์กุญแจศิลา

เบื้องหน้าประตูทวารจันทรประภาที่ปิดสนิท แสงสีน้ำเงินจากผลึกจันทราที่ฝังอยู่ตามบานประตูส่องประกายวูบวาบคล้ายหัวใจที่กำลังเต้น แต่มันกลับไร้ซึ่งช่องกุญแจหรือกลไกทางกายภาพใดๆ มีเพียงร่องลึกรูปพระจันทร์เสี้ยวที่รอคอยการเติมเต็ม “มันถูกปิดผนึกด้วยอาคมขั้นสูง” วายุเอ่ยพลางเดินเข้าไปสำรวจใกล้ๆ “กุญแจที่ใช้เปิดประตูนี้ไม่ใช่เหล็กหรือทองคำ แต่เป็น ‘กุญแจศิลาจันทรา’ ที่เจียระไนจากแก่นกลางของอุกกาบาตตระกูลดาวนพเคราะห์ แต่น่าเศร้าที่มันถูกนำไปทิ้งไว้ในที่ที่อันตรายที่สุดเพื่อป้องกันผู้บุกรุก” วายุมองลงไปในผืนน้ำสีชาดที่ดูเงียบสงบจนผิดปกติ “เบื้องล่างนี้มีถ้ำบาดาลโบราณที่เชื่อมต่อกับรากของมหาโพธิ์ทอง และที่นั่น... เป็นที่พำนักของ ‘พญานาคศิลานิล’ สัตว์อสูรบรรพกาลที่มีขนาดมหึมาในตำนาน มันถูกจองจำด้วยมนตราจันทราให้หลับใหลเพื่อเฝ้ากุญแจชิ้นนั้นไว้ชั่วนิรันดร์” สิงขรขมวดคิ้วพลางกระชับดาบ “พญานาคศิลานิล... ท่านกำลังบอกว่าเราต้องลงไปสู้กับมันในน้ำงั้นหรือ?” “ไม่ใช่การสู้เพื่อเอาชีวิต แต่เป็นการลอบเข้าไปชิงของสำคัญโดยไม่ปลุกให้มันตื่น” วายุอธิบาย “วารินพยศจะพาเราดำดิ่งลงไปได้ชั่วครู่ แต่วิชาอาคมของเจ้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-22
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 11: ปุจฉาวิสัชนาแห่งหอสมุดจตุคาม

เบื้องหลังประตูทวารจันทรประภาที่ปิดลงอย่างเงียบสนิท คือโถงทางเดินที่สร้างขึ้นจากศิลาขาวประดับด้วยลวดลายกนกเครือเถาสีเงินยวง เพดานของหอสมุดลอยสูงเสียจนมองไม่เห็นยอด มีเพียงโคมไฟดวงดาวนับพันดวงที่ลอยล่องอยู่ในอากาศ ให้แสงสว่างสีน้ำเงินนวลตาปกคลุมชั้นหนังสือไม้สักทองที่สูงตระหง่านจนสุดสายตา ตำราโบราณหลายเล่มบินว่อนไปมาในอากาศราวกับมีชีวิต ส่งเสียงกระพือของแผ่นกระดาษคล้ายเสียงปีกแมลงขยับไหว สิงขรและวายุก้าวเดินเข้าไปด้านใน “หอสมุดจตุคาม” พื้นที่ส่วนหน้าที่ใช้สำหรับรวบรวมภูมิปัญญาจากทิศทั้งสี่ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันจันทน์ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าสร้างบรรยากาศที่ดูศักดิ์สิทธิ์ แต่ความกดดันจากอำนาจอาคมที่แฝงอยู่นั้นเข้มข้นจนสิงขรต้องเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อต้านทานไม่ให้จิตใจล่องลอยไปตามมนตรา “หยุดก่อน... ผู้ไร้บุญ” เสียงหนึ่งดังกังวานขึ้นมาจากใจกลางโถง เป็นเสียงที่ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยตบะบารมี ทันใดนั้น หมอกสีขาวนวลก็ควบแน่นขึ้นเหนือแท่นจารึก ปรากฏร่างของภิกษุชราในชุดจีวรสีนวล กายของท่านเป็นสีทองโปร่งแสงประดุจกายทิพย์ ใบหน้าอิ่มเอิบมีรอยยิ้มที่เมตตาแต่ดวงตากลับคมกริบดุจแสงดาว ท่านนั่งขัดสมาธิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-23
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 12: ม่านหมอกนิมิต และจุมพิตที่เย็นเยียบ

เสียงซอสามสายดังแว่วมาตามทางเดินที่ทอดยาวสู่อุทยานลอยฟ้าของอารามจันทรประภา ท่วงทำนองนั้นโหยหวนคล้ายเสียงคร่ำครวญของสตรีที่รอคอยคนรักอย่างไม่มีวันสิ้นสุด หมอกสีน้ำเงินหนาทึบเริ่มม้วนตัวเข้าหาคนทั้งสอง ราวกับมันมีชีวิตและลมหายใจ สิงขรรู้สึกได้ว่าน้ำหนักของดาบเหล็กน้ำพี้ในมือเริ่มเบาบางลง สติที่เคยนิ่งสงบดุจผิวน้ำเริ่มสั่นไหวด้วยแรงกระเพื่อมลึกลับ“อย่าสูดดมกลิ่นดอกพิกุลที่ลอยมากับหมอกนะ สิงขร!” วายุตะโกนก้อง เสียงของเขาดูเหมือนจะดังมาจากที่ไกลแสนไกล “นั่นคือ ‘มโนมนตรา’ มันจะดึงเอาสิ่งที่เจ้าโหยหาที่สุดออกมาทำร้ายเจ้า!”แต่คำเตือนนั้นดูเหมือนจะมาถึงช้าไปเสียแล้ว สิงขรหยุดชะงักฝีเท้า แววตาของเขาเหม่อลอยไปในม่านหมอกเบื้องหน้า ที่นั่นเขาไม่ได้เห็นหอคอยศิลาขาวหรือหุ่นพยนต์ผู้คุมมนตราอีกต่อไป แต่เขากลับเห็น “เรือนไทยโบราณ” ริมน้ำเจ้าพระยาที่อาบด้วยแสงจันทร์วันเพ็ญอันอบอุ่น กลิ่นหอมของดอกราตรีและน้ำอบลอยมาปะทะจมูกอย่างที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับร้อยปีจากชานเรือนไม้สักทอง ร่างบอบบางในชุดสไบสีชมพูกลีบบัวค่อยๆ ก้าวเดินออกมา ใบหน้าของนางผุดผ่องไร้ที่ติ ดวงตากลมโตที่สบตากับเขานั้นเต็มไปด้วยความรักแ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-24
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 13: ฝนดาวตกสีเลือด และวิถีแห่งอสนีบาต

เส้นทางสู่ยอดสูงสุดของอารามจันทรประภาไม่ได้เป็นเพียงบันไดศิลาธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือโถงกว้างไร้หลังคาที่ดูเหมือนจะลอยละล่องอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งดวงดาวเบื้องบนนั้น ดวงจันทร์สีเงินที่เคยนวลตาบัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีแดงก่ำคล้ายโลหิตที่ถูกทำให้ข้นคลัก พลังงานมหาศาลม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นอยู่รอบยอดหอคอย บรรยากาศหนักอึ้งจนสิงขรรู้สึกเหมือนร่างกายถูกกดทับด้วยภูเขาทั้งลูก“สิงขร! ระวังบนฟ้า!” วายุตะโกนเตือนพร้อมกับกระชากร่างนักรบหนุ่มให้หลบเข้าหลังเสาหินยักษ์สิ้นเสียงเตือน ท้องฟ้าสีครามเข้มก็ฉีกขาดออก ปรากฏเป็นสะเก็ดดาวนับร้อยนับพันที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีชาดพุ่งดิ่งลงมาประดุจห่าฝน มันมิใช่หินอุกกาบาตทั่วไป แต่มันคือ “พายุฝนดาวตกสีเลือด” มนตราต้องห้ามที่พระนางจันทราพิลาสร่ายออกมาเพื่อสังเวยดวงวิญญาณของผู้ที่บังอาจล่วงล้ำเข้าสู่ห้องบรรทมของนางตูม! ตูม! ตูม!แรงระเบิดของดาวตกแต่ละลูกทำให้พื้นศิลาแลงแตกร้าวและหลอมละลาย กลิ่นกำมะถันและกลิ่นอาคมไหม้โชยอบอวลไปทั่ว ดาวตกเหล่านั้นไม่ได้พุ่งลงมาอย่างสะเปะสะเปะ แต่พวกมันเหมือนมีดวงตาที่คอยตามล่าเป้าหมายที่มี "ไอแห่งบุญ" ของผู้ไร้บุญอย่างสิงขร“นาง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-24
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 14: คีตกรรมสังหาร และเกราะแก้วจันทรา

ภายในห้องบรรทมมหึมาที่ไร้ขอบเขต เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าทารกนวรัตน์ดังก้องสะท้อนไปมาตามผนังศิลาขาวที่ประดับด้วยดวงดาวจำลอง พระนางจันทราพิลาส ยังคงลอยเด่นอยู่กลางอากาศภายใน "กรงแก้วสีทอง" ที่ดูเหมือนหยดน้ำค้างขนาดใหญ่ นางประคองไข่ศิลาจันทราไว้แนบอกอย่างหวงแหนปากพร่ำบ่นพึมพัมถึงยุคสมัยที่รุ่งเรืองซึ่งล่มสลายไปนานแล้วสิงขรพยายามพุ่งเข้าไปหาเพื่อปลิดชีพพระนางด้วยดาบเหล็กน้ำพี้ แต่ทันทีที่คมดาบสัมผัสกับกรงแก้วนั้น แรงสะท้อนมหาศาลก็กระแทกเขากระเด็นกลับมาจนล้มกลิ้งไปกับพื้นพรม“มันคือ ‘ม่านมนตราเบญจจันทร์’!” วายุตะโกนบอก พลางรัวธนูอาคมใส่เหล่านางกำนัลที่เริ่มปรากฏกายขึ้นจากเงามืด “ดาบของเจ้าจะเข้าไม่ถึงตัวนาง ตราบใดที่บทสวดของนางกำนัลเหล่านี้ยังไม่สิ้นสุด!”สิงขรยันกายขึ้น สายตากวาดมองไปรอบโถงกว้าง เขาเห็นร่างของ “นางกำนัลจันทรา” สามตน สวมชุดนุ่งห่มสีขาวสะอาดตา ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากไม้สลักรูปจันทร์เต็มดวง พวกนางไม่ได้ถืออาวุธ แต่ในมือกลับถือ “ซอสามสายศิลา” และกำลังบรรเลงท่วงทำนองที่โหยหวนออกมาอย่างต่อเนื่อง พลังงานสีน้ำเงินจากคันชักซอพุ่งเข้าสู่กรงแก้วของพระนางจันทราพิลาสเพื่อค้ำจุนก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-25
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 15: สัตวฆาตหิมพานต์ และมายาแห่งพระจันทร์เต็มดวง

ท้องน้ำสีครามเข้มสงบนิ่งดุจกระจกเงา สะท้อนภาพดวงจันทร์สีเงินดวงมหึมาที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหลัง พระนางจันทราพิลาส บัดนี้นางยืนตระหง่านอยู่บนผิวน้ำอย่างสง่างาม เครื่องทรงนางพญาสีน้ำเงินเข้มขยับไหวตามกระแสลมที่ไม่มีที่มา ดวงตาที่เคยเลื่อนลอยกลับส่องประกายด้วยมนตราจันทราอันลุ่มลึก นางไม่ได้มองสิงขรด้วยความสมเพชเหมือนพายัพ แต่นางมองเขาดุจผู้บุกรุกที่กำลังจะถูกกลืนกินโดยนิรันดร์กาล“ความจริงที่เจ้าใฝ่หา... มันช่างหนาวเหน็บนัก นักรบเอ๋ย” นางเอ่ยเสียงกังวาน “จงมาเป็นส่วนหนึ่งของตำนานที่ข้าเขียนขึ้นเถิด”นางวาดมือเป็นวงกลมกลางอากาศ ทันใดนั้น ผิวน้ำรอบตัวสิงขรเริ่มหมุนวนเป็นเกลียว แสงสีน้ำเงินจางๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของอสุรกายจากป่าหิมพานต์ในตำนาน แต่มันมิใช่สัตว์ที่มีเนื้อหนัง หากแต่เป็น “สัตว์หิมพานต์จำลอง” (Spirit Summons) ที่ถูกสร้างขึ้นจากมวลสารของดวงดาวและมนตราจันทราตัวแรกที่ปรากฏกายคือ “พยัคฆ์ไกรสร” สิงโตที่มีหัวเป็นเสือ ร่างกายของมันสูงใหญ่กว่าม้าศึก มันคำรามก้องจนผิวน้ำสั่นสะเทือน พุ่งเข้าหาพยัคฆ์หนุ่มด้วยความเร็วที่เหนือคณา สิงขรยกดาบเหล็กน้ำพี้ขึ้นรับแรงตะปบจากกรงเล็บอาคม แรงปะทะนั้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-25
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 16: นาคาดำดิน และปมปริศนาแห่งจันทราพิลาส

อากาศรอบกายของสิงขรเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความร้อนแรงของมนตราที่เข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นของเหลว แสงจากดวงจันทร์ดวงยักษ์เบื้องบนถูกสูบเข้าไปที่ยอดไม้เท้าของ พระนางจันทราพิลาส จนกลายเป็นทรงกลมแสงสีขาวอมฟ้าที่สั่นระริกประดุจดวงดาวที่กำลังจะระเบิด ความกดอากาศมหาศาลทำให้ผิวน้ำรอบตัวสิงขรยุบตัวลงเป็นแอ่งกว้าง“จงมอดไหม้ไปภายใต้แสงแห่งสัจธรรมชั่วนิรันดร์!”นางคำรามพร้อมกับกระแทกไม้เท้าลงบนอากาศ ทันใดนั้น “คลื่นแสงจันทร์สีคราม” ก็พุ่งทะยานออกมาจากยอดไม้เท้า มันมิใช่เพียงลำแสงธรรมดา แต่เป็นมวลพลังงานขนาดมหึมาที่กวาดล้างทุกสิ่งในวิถีพุ่งชนให้กลายเป็นธุลีในพริบตา เสียงของมันดังกึกก้องประดุจเสียงฉีกขาดของแผ่นฟ้า“สิงขร! หลบเร็ว!” วายุตะโกนสุดเสียงพลางพุ่งตัวหลบออกไปด้านข้างด้วยความเร็วแสงแต่สิงขรไม่ได้พุ่งหลบออกด้านข้าง เขาหลับตาลงดิ่งเข้าสู่สมาธิขั้นสูง บริกรรมคาถาหัวใจพระพิรุณสลับกับอาคมธาตุดินรวบยอด“ยะ ธา พุท โม นะ... มุดพสุธาอาถรรพ์!” รอยสักยันต์รูปพญานาคที่พันรอบสีข้างของเขากลายเป็นสีเขียวมรกตเข้มสว่างวาบ เขาตัดสินใจใช้ท่า “นาคาดำดิน” ซึ่งเป็นวิชาลี้ลับที่ใช้การบิดเบือนธาตุน้ำให้กลายเป็นม่านพรางต
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-26
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 17: มาลิน... บุปผาที่ผุพังในหุบเขาไร้ชื่อ

สายลมที่เคยพัดหอบเอาความเย็นเยือกจากอารามจันทรประภาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นลมแห้งแล้งที่แฝงไปด้วยกลิ่นไหม้ของสนิมเหล็กและกลิ่นของซากศพ สิงขรและวายุก้าวเดินพ้นจากเขตแดนมนตราจันทราเข้าสู่ “หุบเขาไร้ชื่อ” ซึ่งเปรียบเสมือนสุสานกั้นกลางก่อนจะถึงเขตทุ่งกัลปพฤกษ์เลือด ท้องฟ้าเบื้องบนมิได้เป็นสีน้ำเงินครามอีกต่อไป แต่มันขุ่นมัวด้วยเมฆหมอกสีแสดจัดราวกับท้องฟ้ากำลังหลั่งเลือดลงมาประชโลมแผ่นดินม้าศึกวารินพยศส่งเสียงร้องกระสับกระส่าย กีบเท้าที่เคยย่ำบนน้ำได้อย่างแผ่วเบาบัดนี้ต้องย่ำลงบนโคลนเลนสีแดงข้นที่ดูราวกับเลือดที่ตกตะกอน สิงขรสังเกตเห็นต้นไม้รอบข้างที่มีรูปร่างบิดเบี้ยว กิ่งก้านของมันพองออกเป็นตุ่มปมสีชมพูเข้มและมีละอองเกสรสีชาดร่วงหล่นลงมาตลอดเวลา ละอองเหล่านั้นมิได้ให้ความสดชื่น แต่กลับทำให้ผิวหนังของนักรบหนุ่มรู้สึกแสบร้อนราวกับถูกเข็มเล็มนับพันเล่มทิ่มแทง“หยุดก่อน สิงขร...” วายุกระซิบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ดวงตาสีโปร่งแสงของเขาจ้องเขม็งไปที่ใต้ต้นลีลาวดีใหญ่ที่ดูเหี่ยวเฉาแต่กลับมีเถาวัลย์สีแดงพันธนาการไว้หนาแน่น “ที่นั่น... มีบางอย่างที่เปี่ยมไปด้วย ‘ความทุกข์ทน’ อย่างที่ข้าไม่เคยสัมผัสมา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-26
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 18: ครรภ์อสุรกาย และปราการเถาวัลย์โลหิต

สิงขรก้าวย่างเข้าสู่ปากถ้ำที่ดูราวกับปากของอสุรกายขนาดยักษ์ที่อ้าค้างไว้ ความมืดมิดภายในมิได้ให้ความรู้สึกสงบเหมือนถ้ำทั่วไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยไอความร้อนที่ระอุออกมาพร้อมกับกลิ่นฉุนกึกของสปอร์กัลปพฤกษ์เลือดที่ลอยฟุ้งดุจละอองหิมะสีแดงผนังถ้ำที่ควรจะเป็นหินศิลาแลงกลับถูกปกคลุมด้วยชั้นเนื้อเยื่อเหนียวหนืดสีชมพูเข้มที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะราวกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ใต้พิภพ“ระวังฝีเท้าด้วย สิงขร...” วายุกระซิบผ่านจิตจางๆ ร่างกึ่งโปร่งแสงของเขามัวหมองลงเมื่อต้องสัมผัสกับไอพิษเข้มข้น “พื้นถ้ำนี้ไม่ใช่ดินธรรมดา แต่มันคือ ‘ซากบุญ’ ที่ถูกย่อยสลายจนกลายเป็นอาหารของโรคร้าย อย่าให้ผิวหนังของเจ้าสัมผัสกับน้ำหนองสีม่วงที่ไหลอยู่ตามร่องหินเด็ดขาด”สิงขรนำผ้าขึ้นมามัดปิดจมูกและปากไว้แน่น เขาหยดน้ำค้างแสงจันทร์ลงบนใบดาบเหล็กน้ำพี้ แสงสีเขียวมรกตที่แผ่ออกมาช่วยขับไล่หมอกสีแดงรอบตัวให้จางลงพอที่จะมองเห็นทางเดินสลัวๆ ยิ่งเขาเดินลึกเข้าไป เสียงหัวใจของเขาดูเหมือนจะเต้นสอดประสานไปกับเสียงชีพจรของถ้ำอย่างน่าประหลาดทันใดนั้น เพดานถ้ำเบื้องบนก็ขยับไหว!“เถาวัลย์กินคน” เส้นสายสีแดงสดขนาดเท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-27
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status