บททั้งหมดของ คุณหนูสามตระกูลเจียงผู้ร้ายกาจกับระบบสุดโกง: บทที่ 31 - บทที่ 40

126

ตอนที่ 31 ก่อนอื่นต้องเริ่มจากหนึ่งแล้วค่อยเป็นค่อยไป [6]

ถึงในใจจะบ่นด้วยความรู้สึกน้อยใจแต่ก็ยอมทำตามเพราะเจียงตงหยางรู้ดีว่าน้องสามพยายามมากขนาดไหนเพื่อจะฟื้นฟูตระกูลให้กลับมารุ่งเรืองเหมือนเมื่อก่อน แม้จะเป็นก้าวแรกเล็ก ๆ แต่เขาก็เชื่อว่า ขอแค่พวกเขาสามคนช่วยเหลือกันสักวันตระกูลเจียงจะสามารถผงาดขึ้นมาเทียบเคียงสามตระกูลได้อีกครั้งให้สมกับที่ครั้งหนึ่งได้ชื่อว่า หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่เจียงตงหยางพยุงน้องสามขึ้นมาชั้นสอง วางอีกฝ่ายลงนั่งบนเตียง“อยากได้อะไรหรือไม่ พี่รองจะสั่งให้คนนำมาให้”เจียงรั่วอี้ฉีกยิ้มมองเจียงตงหยาง เท้ามือบนเตียง“ไม่อยากและข้าก็ไม่เป็นอะไรด้วย”“เจ้า ?! โกหกพี่ใหญ่และพี่รองสินะ”“โถ่ พี่รองถ้าข้าไม่พูดออกมาท่านก็ไม่เลิกโมโหข้าสักทีนะสิ ข้าแค่ไม่อยากให้ท่านโมโห”“หากเจ้าทำตัวดี ๆ มีหรือที่พี่รองจะโมโห”ปากพูดออกมาอย่างนั้นแต่กลับก้าวมาหย่อนตัวนั่งข้างกาย“นอนลงไปได้แล้วตาจะไม่ไหวอยู่แล้วยังจะฝืนตัวเองอยู่อีก”“ก็ข้าอยากจะมาให้เห็นกับตาว่าโอสถที่ข้าตั้งใจหลอมขายได้หรือไม่ ข้ากังวลกลัวว่าจะมีคนไม่ชอบ”คนพูดดวงตาเริ่มปรือปรอย เปลือกตาหนักขึ้นเรื่อย ๆ จริงอยู่ที่นางมั่นใจว่าโอสถจะต้องขายได้แน่ ๆ ทว่าลึก ๆ ในใจก็อดรู้สึกกั
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 32 ความต้องการอย่างล้นหลาม

“พี่ใหญ่ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?!”“พี่ใหญ่พูดว่าโอสถของเจ้าขายหมดแล้ว”“ขายหมดแล้ว ?”เจียงเฟยหยาพยักหน้าขึ้นลง“ทั้งหมดร้อยขวด ?”เขาพยักหน้าขึ้นลงอีกครั้งมุมปากเจียงรั่วอี้ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง“ขายหมดแล้ว โอสถของข้าขายหมดแล้ว!”คนดีใจกระโดดกอดเจียงตงหยาง“พี่รองโอสถข้าขายหมดแล้ว โอสถข้าขายออกทั้งหมด!”เจียงรั่วอี้เอ่ยยิ้ม ๆ กระโดดดีใจไม่หยุด สองมือกอดรัดพี่รองแน่น“อึก...พี่รองรู้แล้วว่าเจ้าดีใจแต่ปล่อยมือก่อนได้ไหม พี่รองหายใจไม่ออก”“อุ๊ย!”เจียงรั่วอี้ปล่อยมือ ยิ้มแห้งให้พี่รองแล้วหันมองพี่ใหญ่“แล้วผลตอบรับหลังจากนั้นเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ยังมีคนต้องการอีกหรือไม่ ข้าต้องหลอมโอสถเพิ่มอีกมากน้อยแค่ไหน”เจียงรั่วอี้รัวคำถามออกมาไม่หยุด น้ำเสียงสั่นน้อย ๆ เพราะตื่นเต้นตื่นเต้นมากจนมือที่ประสานกันชื้นไปด้วยเหงื่อ“น้องสามใจเย็น ๆ สูดหายใจเข้าลึกๆ”เจียงเฟยหยาเอ่ย“ข้าใจเย็นไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้พวกเรามีช่องทางหาเงินได้เยอะ ๆ แล้วนะเจ้าคะ ไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะไม่มีเงิน พอหาเงินได้มาก ๆ ข้าก็จะนำเงินทั้งหมดไปฟาดหน้าคนพวกนั้น ให้พวกมันไม่กล้ามาทำตัวกร่างกับพวกเราอีก!”นึกแล้
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 33 เมื่อโชคชะตาวนมาหาก็ถึงเวลากอบโกย

“ไม่อยากจะเชื่อว่าโอสถของข้าจะได้รับความนิยมมากขนาดนี้”เจียงรั่วอี้ที่ทำใจยอมรับยอดคำสั่งซื้อได้แล้ว นั่งเท้าคาง มืออีกข้างพลิกหน้ากระดาษไปมาอย่างเหม่อลอย“น้องสามไม่ต้องกดดันตนเองและไม่ต้องเร่งหลอมโอสถออกมาก็ได้ ค่อย ๆ ทำไปเท่าที่ไหว”เงยหน้ามองพี่ใหญ่“พี่ใหญ่หากข้าหลอมโอสถตามจำนวนนี้ได้เงินที่ได้พอจะจ่ายหนี้ทั้งหมดหรือไม่”“เพียงพอและยังมีเหลือสำหรับซ่อมแซมบูรณะตระกูล”“แต่ก็ไม่พอสำหรับฟื้นฟูตระกูลใช่ไหมเจ้าคะ”เจียงเฟยหยาพยักหน้า“ถึงโอสถดูดซับพลังปราณจะหายากและขายได้ราคาดีแต่ก็เป็นเพียงโอสถระดับหนึ่ง ราคาจึงไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับเงินที่จำเป็นสำหรับใช้ฟื้นฟูตระกูลแล้วคงต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งปีถึงจะหามาจุนเจือตระกูลได้เพียงพอ”หญิงสาวเลื้อยตัวลงบนโต๊ะหลังได้ยินคำพูดของเขาดูท่าหากต้องการฟื้นฟูตระกูลให้ได้โดยเร็วตนคงต้องรีบพัฒนาระดับความสามารถให้เก่งขึ้นโดยเร็วและการพัฒนาความสามารถก็ต้องใช้เงินแต่หากคิดจะนำเงินที่หาได้ทั้งหมดมาลงทุนกับตัวเองทั้งหมดก็คงจะไม่ได้อีกเพราะยังต้องเก็บส่วนหนึ่งไว้สำหรับซื้อพืชวิญญาณและเช่าห้องหลอมโอสถ นอกจากนี้ยังต้องแบ่งเงินอีกส่วนไปใช้บูรณะเรือนเก็บพืช
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 34 เมื่อใดถึงจะเหมาะสม

“คุณหนูมีคนมาขอพบเจ้าค่ะ”เสียงเรียกจากบ่าวรับใช้ทำให้ขาที่กำลังก้าวไปด้านหน้าหยุดชะงักเจียงรั่วอี้หันหลังมองอีกฝ่าย ท่าทางของบ่าวรับใช้เวลาอยู่กับนางตามลำพังเปลี่ยนไปมากแล้ว อาการหวาดกลัวทุกครั้งที่เห็นหน้าก็ลดน้อยลงไปมาก“ใครหรือ ?”“คุณชายไป๋เจ้าคะ”คุณชายไป๋ ทำไมชื่อนี้ถึงฟังดูคุ้น ๆ คงไม่ใช่ไป๋เดียวกับเจ้าของแผ่นป้ายใช่ไหม ?เจียงรั่วอี้คาดเดาพร้อมเดินตามการนำทางของบ่าวหญิง หญิงสาวหยิบแผ่นป้ายซึ่งพกติดตัวอยู่ตลอดขึ้นมาดูคงไม่ใช่...อาจจะเป็นไป๋อื่นก็ได้ในนิยายชายคนนี้ไม่ใช่คนที่จะไปมาหาสู่กับตระกูลเจียง เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีบทในนิยายเลยด้วยซ้ำแต่พอพูดถึงเขาแล้วตนคงต้องหาเวลาไปหาอีกฝ่ายสักครั้งจะได้ตอบแทนเรื่องในวันนั้นเสียที“ทางนี้เจ้าค่ะคุณหนู”บ่าวหญิงทำมือเชื้อเชิญให้นางเดินลอดช่องทางเดินเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวด้านหลังจวนตระกูลเจียงจะแบ่งออกเป็นด้วยกันทั้งหมดสามส่วนส่วนที่หนึ่งนับจากประตูใหญ่คือลานฝึกซ้อม ตรงกลางลานมีเรือนหลังหนึ่งตั้งอยู่ ไว้สำหรับเก็บอาวุธและอุปกรณ์สำหรับฝึกวิชา ฝั่งซ้ายและขาวจะเป็นเรือนไว้สำหรับให้บ่าวหรือศิษย์อยู่อาศัย ถัดขึ้นมาซึ่งเป็นส่วนที่สองจะเป็นที
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 35 เจ้ายังคงไม่ระวังตนเวลาอยู่กับข้าเสมอ

ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้างดงาม มองแววตาและบรรยากาศแสนคุ้นเคย“ในยามที่เจ้าแข็งแกร่งมากกว่านี้ กฎเกณฑ์ที่คอยยึดเหนี่ยวจะค่อย ๆ คลายออก”“หมายความว่าอย่างไร”เจียงรั่วอี้ไม่เข้าใจและอยากจะรู้ แต่สายตาหนักแน่นของเขาบอกนางว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาจริง ๆคนยอมอ่อนข้อให้ถอยหลังกลับไปนั่งที่เดิม ขยับปากเอื้อนเอ่ย“แล้วอีกนานไหมกว่าข้าจะได้รู้ความจริง”“อีกไม่นาน เพราะเส้นทางเริ่มเปิดออกแล้ว”เจียงรั่วอี้จ้องมองเขาก่อนจะยอมพยักหน้า“ก็ได้ข้าจะยอมเชื่อท่านและเฝ้ารอ”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเสียดายแฝงไปด้วยความอยากรู้“แล้วเรื่องที่ท่านอยากจะร้องขอข้าคืออะไรหรือ ?”“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมาก พอดีช่วงนี้ข้าได้ยินว่าตระกูลเจียงขายโอสถดูดซับพลังปราณ ไม่ทราบว่าข้าพอจะสั่งซื้อผ่านทางเจ้าได้หรือไม่ ?”คนฟังถึงกับไร้คำพูดไปชั่วขณะก่อนเอ่ยออกมาว่า“ท่านพูดออกมาได้อย่างไรว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ท่านรู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คำสั่งซื้อโอสถชนิดนี้มีมากมายแค่ไหน ลำพังรายการสั่งซื้อที่ยังไม่ได้จัดส่งก็มีไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นเม็ดแล้ว แต่ท่าน ท่านยังคิดทำเรื่องหน้าไม่อายอย่างการเข้าทางประตูหลัง! เช่นนี้ยังเรียกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกห
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 36 จากนี้ตระกูลไป๋และเจียงถือเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน!

“ไม่ใช่ตระกูลอื่นแต่เป็นตระกูลของเจ้า”คำพูดของเขาทำเจียงรั่วอี้มองอีกฝ่ายด้วยสายตาพิจารณา หากว่ากันตามนิสัยจริงที่นางเคยได้อ่านจากนิยาย ไป๋ซีห่าวไม่ใช่ตัวละครที่มีนิสัยชอบเข้าหาคนอื่น ชายหนุ่มมักจะถูกบรรยายเอาไว้ว่ามีนิสัยเย็นชา ห่างเหิน ถือตนเหนือผู้คนและไม่สนใจใคร ไม่มีบรรทัดใดกล่าวถึงความสัมพันธ์ของตระกูลไป๋และเจียง แม้ในยามตระกูลเจียงล่มสลายตระกูลไป๋ก็ไม่ถูกกล่าวถึง แล้วอะไรทำให้เขาคิดสานสัมพันธ์สองตระกูลการกระทำซึ่งผิดแผลกไปจากเนื้อเรื่องเดิมกระตุ้นเจียงรั่วอี้ให้หวนคิดไปถึงสิ่งที่เคยคิดเมื่อครั้งก่อน ความคิดที่ว่าโลกที่นางกำลังใช้ชีวิตอยู่นี้ไม่ใช่โลกในนิยายแต่เป็นโลกอีกใบที่มีเค้าโครงคล้ายกับนิยายที่นางเคยได้อ่านส่วนสาเหตุที่แท้จริงในการกระทำของไป๋ซีห่าวอาจจะเกี่ยวโยงถึงความทรงจำที่ขาดหายไปในวัยเด็ก และตนจะได้รู้ความจริงทั้งหมดเมื่อความทรงจำส่วนนั้นฟื้นคืนคนคิดมากมองเขาที่ยังคงมองมานิ่ง ๆ มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม“ในเมื่อคุณชายไป๋พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว ข้าคงไม่อาจปฏิเสธนอกจากพูดว่า ขอรบกวนบารมีของตระกูลไป๋คุ้มครองตระกูลเจียงเล็ก ๆ ของข้าชั่วคราว”ว่าพลางโค้งหัวให้เล็กน้อย“เหต
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 37 ทำสัญญาด้วยดี

คนฟังดวงตาวูบไหวเมื่อก่อนสองตระกูลก็ทำสัญญาร่วมกัน เพียงแต่หลังเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงคำสัญญาและไม่มีใครกล้าหยิบหยกขึ้นมาพูดอีกเลย ส่วนเขาในวัยเด็กที่ไม่อาจแบกรับความรู้สึกผิดนั้นไหวก็เอาแต่เก็บตัวและห่างเหินตระกูลเจียงไปในที่สุด ส่วนเรื่องสัญญาในวัยเยาว์ยามนี้ก็คงถูกลบหายออกจากความทรงจำพวกเขาจนหมดสิ้นแล้ว“ไปซีห่าว ?!...คุณชายไป๋...ท่านฟังข้าอยู่ไหม?”เจียงรั่วอี้โบกมือตรงหน้าเขา ชายคนนี้นิ่งคิดอะไรอยู่คนเดียว“ข้าฟังอยู่เจ้าพูดต่อสิ”เจียงรั่วอี้มองเขาแล้วกล่าวต่อ“ข้ากำลังพูดว่าท่านต้องการให้เขียนสัญญาเลยหรือไม่ หรือจะเอาไว้ก่อน แต่ข้าอยากจะเขียนตอนนี้เลยเพราะข้ากลัวว่าท่านจะเปลี่ยนใจทีหลัง”ไป๋ซีห่าวมองนางตลอดระยะเวลาที่พูดคุยกัน รอยยิ้มไม่เคยหายไปจากใบหน้าชายหนุ่ม“เขียนตอนนี้ก็ได้ข้าไม่ขัดข้อง”“ในเมื่อท่านเห็นด้วยข้าจะไปนำกระดาษและพู่กันมาเขียนสัญญา”ว่าแล้วก็ลุกขึ้น ทำทีเดินไปหยิบของในห้องทั้งที่ความจริงซื้อมาจากระบบเพราะในห้องไม่มีอะไรเลยแล้วเดินกลับออกมา“ให้ท่านเป็นคนเขียนส่วนข้าจะเป็นคนพูด”เพราะนางไม่ถนัดเขียนพู่กันอีกทั้งลายมือของเจ้าของร่างยัง...เอาเป็นไม่พูดถึง
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 38 ข้าขอเป็นเงินหนึ่งหมื่นตำลึงแล้วกันเจ้าค่ะ [1]

“พ่อได้ยินข่าวจากบ่าวรับใช้ว่าเมื่อสองวันก่อนคุณชายไป๋มาหาลูก ลูกพอจะบอกพ่อได้หรือไม่ว่าลูกกับคุณชายไป๋รู้จักกันได้อย่างไร”เจียงรั่วอี้เงยหน้ามองบิดา ไม่คิดว่าสาเหตุที่จู่ ๆ อีกฝ่ายเรียกพบจะเรียกมาเพื่อถามเรื่องไป๋ซีห่าว แถมการเรียกมาสอบถามในครั้งนี้ยังไม่ได้มีเพียงเขาแค่คนเดียว แต่ทว่ายังมีลู่ผิง พี่ชายทั้งสองและบรรดาผู้อาวุโสของตระกูล สายตาของพวกเขามองมาด้วยความรู้สึกแตกต่างกันไป แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เจียงรั่วอี้สนใจเท่าสายตาอยากรู้อยากเห็นของหยวนเจิ้นฝูหญิงสาวดึงสายตาซึ่งกวาดมองรอบห้องโถงกลับมา สองมือประสานกันตรงหน้ายกขึ้นเล็กน้อยโค้งศีรษะลง“ท่านพ่อ เพียงแค่คุณชายไป๋มาหาลูกถึงกับต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้เลยหรือเจ้าคะ?”เจียงเค่อหนิงชะงัก ก่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักใจ“พ่อเองก็ไม่ได้คิดจะทำเช่นนี้ แต่การเคลื่อนไหวของคุณชายไป๋เป็นเรื่องที่ควรระมัดระวัง”คราแรกที่ได้ยินการมาเยือนของคุณชายไป๋ เจียงเค่อหนิงยอมรับว่ารู้สึกประหลาดใจ ชายวัยกลางคนไม่เคยคาดคิดเลยว่าหลังบุตรสาวเปลี่ยนไปจะนำพาคุณชายไป๋มาถึงบ้านแต่ถึงกระนั้นเขาก็คิดว่าการมาเยือนในครั้งนี้คงเป็นเรื่องดีมากกว่าเรื่องร
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 39 ข้าขอเป็นเงินหนึ่งหมื่นตำลึงแล้วกันเจ้าค่ะ [2]

ได้ ! เจ้าจะเล่นอย่างนี้ใช่ไหม ในเมื่อเจ้าต้องการข้าก็จะทำตามความต้องการของเจ้า ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะเอาอะไรมาใช้ยืนยันว่าคำพูดของเจ้าคือความจริง!“ในเมื่อเจ้าบอกว่ามีหลักฐานก็แสดงมันออกมา หากหลักฐานชิ้นนั้นสามารถยืนยันความสัมพันธ์ของเจ้ากับคุณชายไป๋ได้จริง ไม่ว่าเจ้าจะพูดอะไรข้าจะยอมทำตาม!”“ผู้อาวุโสหยวนพูดแล้วนะเจ้าคะ กลับคำทีหลังไม่ได้แล้วนะ”เจียงรั่วอี้ฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาไร้ซึ่งความกังวล“รั่วอี้ลูกมั่นใจใช่ไหม”ถึงเขาจะมั่นใจว่าบุตรสาวไม่มีทางโกหก แต่ก็ไม่มั่นใจว่า ณ ตอนนี้นางจะมีหลักฐานมาแสดงจริง ๆคนถูกเอ่ยถามหันมองบิดายิ้ม ๆ “ท่านพ่อไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ หากข้าไม่มั่นใจคงไม่พูดมันออกมา”กล่าวจบเจียงรั่วอี้ก็หยิบป้ายหยกที่ชายหนุ่มให้ไว้ครั้งก่อนออกมาถือแสดงให้พวกเขาเห็นกันเต็ม ๆ ตา ก่อนหน้านี้นางคิดจะคืนป้ายให้เขาแต่ไป๋ซีห่าวกลับบอกให้นางเก็บไว้ เวลาเกิดเรื่องจะได้หยิบป้ายออกมาข่มขู่คนอื่นไม่คิดว่าจะได้นำมาใช้ประโยชน์เร็วขนาดนี้ แถมเขายังบอกกับนางอีกว่าแค่มีป้ายตระกูลไป๋ก็เปรียบเสมือนมีเขาอยู่ข้างกายคราแรกนางไม่เชื่อคำพูดเขาเท่าใดนักเพราะฟังดูเหลือเชื่อเกินไป แต่ตอนนี้เจียงรั
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 40 ประหลาดใจ

“มีความสุขขนาดนั้นเลย?”เจียงเฟยหยาเงยหน้าขึ้นจากงานเอ่ยถามน้องสามคนที่นอนเอื่อยอยู่ข้างโต๊ะทำงานเด้งตัวขึ้นนั่ง หันสายตามองเจียงเฟยหยา“มาก”ลากเสียงตอบกลับยาวก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกประโยค“พี่ใหญ่ไม่เห็นสีหน้าผู้อาวุโสคนนั้นหรือ ? ซีดอย่างกับไก่ต้มสุก”“ไก่ต้มสุก ?”“ก็ไก่ที่ถูกนำไปตุ๋นจนเปื่อยยุ่ยอย่างไรเล่าเจ้าค่ะ ไม่มีสีเลือดมีแค่สีซีด ๆ”นึกแล้วเจียงรั่วอี้ก็หลุดขำออกมา“ข้าละสะใจยิ่งนัก วัน ๆ คอยแต่จะหาเรื่องจิกกัดข้าวันนี้ถูกเอาคืนเสียบ้างคงสงบปากสงบคำไปได้หลายวัน”“ถึงผู้อาวุโสหยวนจะพูดแต่คำพูดไม่เข้าหู แต่ก็ยังถือว่าเป็นผู้อาวุโสของตระกูล เวลาพูดอะไรน้องสามก็ต้องระวังบ้างจะได้ไม่ถูกผู้อื่นนินทา”เจียงรั่วอี้มองแววตาเชิงสั่งสอนของเจียงเฟยหยา นางเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายไม่อยากให้ตนกลายเป็นเด็กนิสัยไม่ดีในสายตาคนนอกทั้งที่พึ่งจะทำให้คนอื่นมองตนในทิศทางที่ดีขึ้นมาแล้ว“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ต่อไปข้าจะระวังคำพูดและการกระทำ แต่ว่านะพี่ใหญ่บางทีข้าก็อดไม่ได้จริง ๆ เจอกันทีไรตาเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนั้นก็คอยแต่จะหาเรื่องมาทะเลาะกับข้า จิกกันข้าทุกที”“เช่นนั้นก็จงแข็งแกร่งขึ้น เมื่อใดที่ความสามารถของน้องสามเ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
13
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status