All Chapters of ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย: Chapter 21 - Chapter 30

73 Chapters

เจ้าตะกละเพียงนี้เชียว

บทเพลงของฟางซินมิใช่ท่วงทำนองที่อ่อนหวาน แต่นางเล่นเพลงที่สนุกสนานครึกครื้นแทน ฟางซินสนใจเพียงแต่ผีผาที่อยู่ในมือ นางจึงไม่รู้ว่ายามนี้ทุกคนตกตะลึงไม่น้อย ท่วงทำนองที่แปลกหู ราวกับกำลังปลุกวิญญาณเหล่านักรบกล้าในสนามรบให้ลุกขึ้นมาร่วมต่อสู้หากฟางซินได้รู้ความคิดของผู้อื่นนางจะต้องหัวเราะจนท้องแข็ง เพลงที่นางเล่นเป็นบทเพลงในยุคของนาง จังหวะของมันเร้าใจ สนุกสนาน อยากจะชวนให้คนที่ฟังลุกขึ้นมาเต้นก็เท่านั้น ไม่ได้อยากจะปลุกใจให้คนออกมาสู้รบเสียหน่อยด้านฟังบุรุษก็ตั้งใจฟังกันอย่างยิ่ง บุตรหลานท่านแม่ทัพต่างเหมือนมีแรงฮึกเหิมออกจะออกรบยึดดินแดนเสียเดี๋ยวนี้ บุรุษเจ้าสำราญบางคนถึงกับขยับตัวตามท่วงทำนองเพลงอย่างสนุกสนานซูเหยี่ยนจื้อหรี่ตามองมาทางลานแสดงอย่างครุ่นคิด ดูเหมือนเขายังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับนางอีกไม่น้อยเลยยามที่เสียงพิณผีผาหยุดลง บางคนถึงกับถอนหายใจด้วยความเสียดายออกมา ฟางซินเพิ่งจะมีโอกาสได้เงยหน้าขึ้นมามองทุกคน สีหน้าของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด บางคนมองนางอย่างประหลาดที่เลือกเล่นเพลงอันใดไม่รู้ บางคนก็มองนางอย่างชื่นชมในความสามารถ“หม่อมฉันด้อยฝีมือ ขอฮองเฮาได้โปรดเมตตา
Read more

เจ้าอยากได้สามีกำพร้า?

ฟางซินได้แต่อมยิ้ม ความคิดของสตรีโบราณมักเห็นสามีเป็นแผ่นฟ้า ต้องเชื่อฟังสามีถึงจะเรียกได้ว่าเป็นสตรีที่ดีพร้อม นางจะเปลี่ยนความคิดที่ถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เกิดของพวกนางก็คงเป็นไปได้ยาก นางจึงไม่พูดอะไรต่อคำพูดของฟางซินที่คุยเล่นในเรือนของนาง ไปถึงหูของซูเหยี่ยนจื้ออย่างรวดเร็ว นับวันความคิดของนางเริ่มประหลาดจนไม่รู้ว่าต่อไปจะมีความคิดไปทิศทางใดแล้ว ยังจะคิดหาสามีกำพร้าอีก เขาฟังแล้วก็นึกโมโห อยากจะไปถามนางว่าเอาความคิดประหลาดมาจากผู้ใดในคืนนั้น ซูเหยี่ยนจื้อที่ไม่ได้พบหน้ามาหลายวันก็โผล่มาที่ห้องนอนของฟางซิน นางยังไม่ได้เข้านอน ต้องร่างแบบชุดและลายปักถุงเหอเปา“ญาติผู้พี่มีอันใดหรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ยถามโดยไม่หันไปมอง คงมีเพียงคนเดียวที่ลอบเข้ามาทางหน้าต่างห้องนางเช่นนี้“ที่เจ้าพูดกับเยว่เออร์ เจ้าไปเอาความคิดเช่นนี้มาจากที่ใด”“หื้ม...ข้าคุยหลายเรื่องเลย ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องใด” นางเลื่อนกองสมุดบัญชีตรงหน้าให้ออกห่าง เพื่อจะได้พูดคุยกับเขาได้สะดวกใบหน้าของซูเหยี่ยนจื้อแข็งค้างทันที บนตัวของฟางซินยามนี้นางสวมเพียงเสื้อตัวบางที่เตรียมจะเข้านอน“ไปสวมเสื้อคลุม”“เอ๊ะ...อ้อ เจ้าค่ะ” ฟางซิน
Read more

ตั้งแต่เมื่อใดที่เจ้าเปลี่ยนไป

ยามนี้ซูเหยี่ยนจื้อทำตัวเหมือนบุรุษเจ้าสำราญ หยอกล้อสตรีให้ลุ่มหลง หากเป็นเถียนฟางซินคนเดิม นางคงได้ตกหลุมพรางเขาจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วต่อไปก็คงเขี่ยนางทิ้ง ด้วยมีหลี่หลิวอวี้อยู่ในใจทั้งคน เป็นธรรมดาที่ฟางซินนางจะต้องระแวงการกระทำของเขา“ข้าเคยพูดหรือ” เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างยียวน“เหอะ ผู้ใดก็มองออก ปล่อยข้าได้แล้ว” เขาผลักตัวเขาออกอย่างยากลำบาก“ซินซิน ข้าทำถึงเพียงนี้แล้ว เจ้ายังไม่รู้หรือว่าข้าคิดเช่นใด” หากไม่เผยให้นางรู้ ปล่อยให้นางคิดเอง นางคงต้องรีบหาบุรุษอื่นมาหมั้นหมายแน่“รู้” เห็นนางพยักหน้าซูเหยี่ยนจื้อก็ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ “ท่านขอบคุณหนูหลี่ คงคิดแค้นข้าถึงได้ปั่นหัวข้าใช่หรือไม่” รอยยิ้มของซูเหยี่ยนจื้อหายไปทันที เขาแค่นเสียงหัวเราะเย็นออกมา ก่อนจะต้นคอของนางไว้อีกครั้งจุมพิตครั้งนี้ของซูเหยี่ยนจื้อเร่าร้อนจนหัวสมองของฟางซินขาวโพลน มารู้สึกตัวอีกทีร่างของนางก็ถูกช้อนตัวขึ้นเสียแล้ว ฟางซินเกือบจะกรีดร้องออกมา ดีที่ซูเหยี่ยนจื้อกระซิบขู่นางเอาไว้เสียก่อน“หากอยากให้ผู้อื่นเห็น เจ้าก็ร้องดังๆ”“ท่านจะทำอันใด” นางทั้งระแวงทั้งหวาดกลัว“ทำให้เจ้ารู้อย่างไรเล่า ว่าข้าคิดเช่นใด”
Read more

นางใจกล้ากว่าเจ้าอีก

ฟางซินเกือบจะเสียสติแล้ว เรื่องในคืนนี้ทำให้นางอกสั่นขวัญแขวนยิ่งนัก คำสารภาพรักที่ทำให้นางไม่ทันได้ตั้งตัว คำพูดที่เหมือนรู้ว่าวิญญาณในร่างของนางไม่ใช่เถียนฟางซิน อาจจะเป็นที่ก่อนหน้านี้นางลงมือทำอะไรแปลกประหลาดมากมาย ทั้งนิสัยที่เปลี่ยนไปไม่น้อย ผู้ใดพบเห็นย่อมจะต้องสงสัย หลังจากนี้นางควรอยู่นิ่งๆ ไปก่อน ห้ามแสดงความฉลาดออกมาอีกรุ่งเช้าฟางซินตื่นขึ้นมาพร้อมใต้ตาที่ดำคล้ำ จนเสี่ยวชิงอดที่จะตกใจไม่ได้“คุณหนูบ่าวเตือนท่านแล้วอย่าโหมร่างแบบจนดึก ท่านก็ไม่เชื่อบ่าว ประเดี๋ยวไปที่เรือนหลัก บ่าวจะรายงานฮูหยินผู้เฒ่าให้ช่วยห้ามคุณหนู”“ได้ๆ ต่อไปข้าจะไม่ทำงานจนดึกแล้ว เสี่ยวชิง เมื่อก่อนข้าเป็นเช่นใด หมายถึงนิสัยของข้า ร้ายกาจมากหรือไม่ มีคนบอกว่าข้านิสัยเปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก”เสี่ยวชิงถอนหายใจออกมา นางยอมรับในใจเช่นกัน ว่าคุณหนูของตนเปลี่ยนไปมากจริงๆ แต่เป็นเช่นตอนนี้ดีเสียกว่า“เมื่อก่อนคุณหนูออกจะ...ดื้อรั้นเล็กน้อยเจ้าค่ะ”“เอาตามตรง ข้าไม่ลงโทษเจ้าหรอก”“ท่านดื้อรั้นมากเจ้าค่ะ ไม่ฟังคำห้ามของผู้ใด แต่ไม่เคยลงมือทุบตีบ่าวไพร่ พอถูกตระกูลซูรับมาดูแล ในตอนแรกคุณหนูยังโวยวายเรื่องการตาย
Read more

นางเหมือนลาโง่

หมิงเยว่เห็นว่าฟางซินนางไม่ได้ออกมาเดินเล่นหลายวันแล้ว จึงได้ชวนกันมานั่งพูดคุยกันที่ศาลา หมิงม่านเองก็ตามมาด้วยเช่นกันระหว่างที่เดินเข้ามาในสวนดอกไม้ด้านหลังจวน ทั้งสามก็ได้เห็นจินเฟิงจูที่ควรจะต้องอยู่ที่เรือนพักเพื่อเก็บข้าวของ ยามนี้นางกำลังยืนพูดคุยกับซูเหยี่ยนจื้อ ทั้งยังมีท่าทางเขินอายอย่างเห็นได้ชัด“ข้าคิดว่านางจะตัดใจจากพี่ใหญ่แล้วเสียอีก” เมื่อหลายปีก่อนที่ทั้งสองพบเจอกัน เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจินเฟิงจูจะปักใจถึงเพียงนี้ฟางซินเพียงแค่มองไม่กี่อึดใจแล้วหันหน้าไปทางอื่น ซูเหยี่ยนจื้อและจินเฟิงจูก็เห็นทั้งสามคนแล้ว ไม่รู้ว่าทั้งสองพูดคุยสิ่งใดกัน ถึงได้เดินมาที่ศาลาที่ทั้งสามเพิ่งจะเดินเข้าไปนั่ง“พวกเจ้าก็มาเดินเล่นเช่นกันหรือ” จินเฟิงจูเอ่ยถามทั้งสามด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าหลังจากแยกตัวที่เรือนหลัก นางก็เดินตาม ซูเหยี่ยนจื้อมาเพื่อพูดคุยกัน เพิ่งจะเอ่ยถามความเป็นอยู่ที่ผ่านมาของเขาได้เพียงไม่กี่ประโยค ทั้งสามก็เดินเข้ามาขัดเสียแล้ว“อืม...ซินซินนางไม่ได้ออกจากเรือนหลายวัน ข้ากลัวว่านางจะเบื่อ จึงชวนนางมารับลม” หมิงเยว่เอ่ยตอบตามตรงจินเฟิงจู มองประเมินฟ
Read more

คนอื่นได้ ทำไมข้าไม่ได้

ด้านโต๊ะฝั่งบุรุษ จินเหล่ยหยิบพัดของตนขึ้นมาโบกพัดด้วยท่วงท่าสง่างาม ราวกับจะอวดให้คนอื่นได้เห็นปลอกใส่ด้ามพัดที่ตนได้มาจากฟางซิน“พี่เหล่ย ปลอกด้ามพัดของท่านงดงามไม่น้อย หากให้ข้าเดา พี่หญิงซินคงให้ท่านมากระมัง” ซูเหยี่ยนรุ่ยเอ่ยถามออกมา เมื่อเช้าตอนที่คนตระกูลจินมาถึง เขาก็ไปสำนักศึกษาแล้ว จึงไม่รู้ว่าปลอกด้ามพัดเป็นของที่ฟางซินมอบให้“ใช่แล้ว ญาติผู้น้องเถียนนางมอบให้เป็นของขวัญพบหน้า เพียงมองก็รู้เลยหรือว่านางเป็นผู้ทำ”“ลวดลายปักเป็นแบบเฉพาะที่มีเพียงนางเท่านั้นที่ร่างแบบออกมา”“อืม...มากความสามารถจริงๆ งดงามไม่น้อย ไม่รู้ว่าต้องเปลืองความคิดอ่านไปมากเพียงใด” จินเหล่ยลูบคล้ำอย่างพอใจ“น้องหญิงซินมักเลือกลวดลายให้สอดคล้องกับตัวบุคคล นางคงไม่รู้ว่าท่านมีนิสัยใจคอเช่นใด จึงเลือกลายกิ่งต้นหลิวลู่ลม แต่ว่า...ของพวกข้า” ซูเหยี่ยนหวงมันเขี้ยวกับท่าทางโอ้อวดของเขา จึงอดที่จะถากถางไม่ได้ ทั้งยังส่งสายตาให้ซูเหยี่ยนรุ่ย ยกพัดของตนขึ้นมาด้วยจินเหล่ยเห็นด้ามพัดของทั้งคู่ลวดลายแปลกตาอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน พอก้มมองของตนเองก็อดที่จะเห็นด้วยกับคำพูดของซูเหยี่ยนหวงไม่ได้ เดิมทีคิดว่าตนจะได้เ
Read more

เจ้าเข้าห้องตำราของญาติผู้พี่ได้อย่างไร

คนร้อนตัวเช่นซูเหยี่ยนจื้อย่อมจะตกใจไม่น้อย แต่เขาเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์และเก็บสีหน้าได้ดี จึงไม่ได้แสดงออกมาให้ฟางซินได้จับผิด“ข้าจะกล้าว่าเจ้าหรือ” เขากุมมือนางเอาไว้แน่น“อย่างไรข้าก็จำไม่ได้ หากมีเรื่องที่ต้องการพูดเพียงเท่านี้ ข้าขอตัว ไปหยิบตำราที่จะให้มาให้ข้าด้วย”“อืม” ซูเหยี่ยนจื้อรู้ดีว่าไม่ควรรั้งให้นางอยู่ต่อนานเกินกว่านี้ จึงหยิบตำรามัวๆ มาส่งให้นาง แล้วเดินไปส่งที่หน้าประตูฟางซินเดินกลับเรือนพัก จินเฟิงจูก็โผล่เข้ามาขวางทางนางเอาไว้“เจ้าเข้าไปทำอันใดที่ห้องตำราของญาติผู้พี่”“หืม...ญาติผู้พี่ให้ข้ายืมตำรา” นางชูตำราในมือให้จินเฟิงจูเห็นมือของจินเฟิงจูไวไม่น้อย นางคว้าตำราในมือของฟางซินไปเปิดพลิกดูว่ามีสิ่งใดซ่อนเอาไว้หรือไม่ แต่ก็ไม่พบสิ่งที่น่าสงสัยถึงได้ยอมคืนตำราให้ฟางซิน“เหตุใดเจ้าเข้าได้ แต่ข้าเข้าไม่ได้” แววตาของนางเผยรังสีสังหารออกมาอย่างไม่ปิดบัง“เจ้าก็ไปถามญาติผู้พี่เสียเอง ข้าจะรู้ได้อย่างไร เจ้าเข้าไปทำอันใดเล่า ส่วนข้าเพียงหยิบยืมตำรา”จินเฟิงจูเบิกตากว้างด้วยความตกใจ คิดว่าฟางซินนางคงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่ห้องตำราแล้ว ใบหน้าของนางจึงแดงระเรื่อเกิดจากค
Read more

หากนางได้ฟังอาจจะจำเรื่องเก่าได้

ซูเหยี่ยนจื้อขึ้นหลังม้าออกเดินทางไปเรียบร้อยแล้ว คนภายในจวนตระกูลซูต่างก็แยกย้ายกันกลับเรือน ฟางซินอยู่ในอารมณ์หดหู่เพียงไม่นาน นางก็เริ่มต้นจัดการเรื่องงานของนางต่อ ร้านเครื่องหอมตอนนี้แม้กิจการขายถุงเหอเปาที่ใส่เครื่องหอมจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่เครื่องหอมไม่ได้ออกกลิ่นใหม่มานานแล้ว นางจึงคิดที่จะทำกลิ่นเครื่องหอมขึ้นมาเอง“เสี่ยวชิง ข้าจำได้ว่า...ท่านแม่ของข้านางชื่นชอบเครื่องหอมใช่หรือไม่ เช่นนั้น นางมีตำราเกี่ยวกับเครื่องหอมหรือไม่” ตำราที่ฟางซินหาซื้อมาเกี่ยวกับเครื่องหอม ไม่มีสิ่งใดที่น่าสนใจเลย“มีเจ้าค่ะ บ่าวจะให้สาวใช้ไปยกหีบใส่ตำราของฮูหยินมาให้นะเจ้าคะ”“ข้าไปเองดีกว่า” จะให้จนไปจนมาก็เห็นจะเหนื่อยสาวใช้เกินไป ฟางซินจึงเดินไปที่ห้องเก็บของพร้อมเสี่ยวชิงยังดีที่เสี่ยวชิงชี้หีบที่ใส่ตำราของมารดาเจ้าของร่างออกมาได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องเสียเวลาค้นหา ฟางซินเปิดตำราแต่ละเล่มออกดูอย่างละเอียด ยามนี้นางอ่านตัวอักษรในยุคโบราณได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว จึงเสียเวลาหาอยู่ไม่นานก็ได้ออกมาสองสามเล่มดวงตาคู่งาม เหลือบไปเห็นตำราที่คุ้นตาอยู่ด้านล่างสุดของก้นหีบ นางจึงยืมขึ้นมาดูอย่างสนใจ เมื
Read more

จะให้พวกเราตายไปพร้อมนางหรือ

ฟางซิน เห็นสาวใช้อีกคนที่ติดตามมาด้วยหายไป นางคิดเอาไว้แล้วว่าต้องไปตามผู้ใดมาช่วยแน่นอน พอเห็นกลุ่มคนเดินมาจากที่ไกลๆ อย่างเร่งรีบ ฟางซินจึงยอมให้จินเฟิงจูเอ่ยพูดเรื่องขับไล่ตนออกมา“ทะ ท่านน้า” นางเอ่ยเรียกเสียงสั่นจินซื่อไม่ได้สนใจจินเฟิงจูที่ยืนตัวสั่นอยู่ แต่เดินมาหาฟางซินแทน “ซินซิน เจ้าอย่าได้ฟังคำเหลวไหลของนาง ตระกูลซูไม่มีผู้ใดคิดว่าเจ้าเป็นตัวซวยเช่นที่นางว่า เสี่ยวชิงพาคุณหนูของเจ้ากลับเรือนไปพักก่อน เรื่องในวันนี้อย่าได้ให้ถึงหูของฮูหยินผู้เฒ่าและนายท่านเด็ดขาด ส่วนเจ้าตามข้ามา” นางมองจินเฟิงจูอย่างตำหนิ ก่อนจะเดินนำหน้ากลับไปทางเรือนพักของตนจินซื่อย่อมต้องสั่งบ่าวไพร่ให้ปิดเรื่องที่เกิดขึ้นให้มิด หากถึงหูแม่สามีและสามีของนาง นางคงได้ถูกตำหนิเป็นแน่ ต่อให้สิ่งที่นางพูดออกมากับแม่นม จะเป็นเพียงการตัดพ้อที่บุตรชายต้องเดินทางไปเสี่ยงอันตราย แต่ไม่ได้คิดเป็นอื่น นางเองก็อยากให้ซูเหยี่ยนจื้อหาหลักฐานเจอก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ไป เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องร้ายกับฟางซินและตระกูลซูฟางซินเห็นจินซื่อพากลุ่มคนหายลับตาไปแล้ว นางถึงได้เดินกลับเรือน“ไม่ต้องตามข้ามา ข้าอยากอยู่ผู้เดียว” นางห้า
Read more

ขอย้ายออก เพื่อให้ทุกคนรอด

ฟางซินกะพริบตาเรียกสติให้กลับเข้าที่ ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าของฮูหยินผู้เฒ่า“ท่านยาย ท่านลุงทั้งสอง ท่านป้าสะใภ้ ข้ารู้ดีว่าที่ผ่านมาทุกคนล้วนแต่ดูแลข้าเป็นอย่างดี ในเมื่อยามนี้ตัวข้าเป็นภัยร้ายที่จะทำให้พวกท่านต้องเดือดร้อน ข้าขอกลับไปอยู่ที่จวนของท่านแม่ในเมืองหลวงเจ้าค่ะ หวังว่าท่านยายจะเมตตาข้า” นางโขกศีรษะให้ฮูหยินผู้เฒ่า“ซินซิน เจ้าไม่ต้องทำเช่นนี้ ข้ามิได้อยากให้เจ้าออกไปจากจวน เพียงแต่...”ฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ทันพูดจบ ฟางซินก็ขัดขึ้นมาก่อน “ข้ารู้ดีเจ้าค่ะ แต่หากข้ายังอยู่มิใช่ว่าทุกคนจะต้องกังวลข่มตาหลับไม่ลงหรือเจ้าคะ จวนของท่านแม่ ก็มิได้อยู่ห่างจากจวนตระกูลซูนัก ข้ายังมาแสดงความกตัญญูต่อท่านได้บ่อยครั้ง” นางเงยหน้ายิ้มสบตากับฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อไม่ให้เขากังวล ตัวนางไม่ได้โกรธแค้นตระกูลซู ด้วยรู้ดีว่าทุกคนต้องการมีชีวิตรอดถึงได้แสดงด้านที่เห็นแก่ตัวออกมา นางเองก็มาอยู่ในจวนนานพอแล้ว สมควรที่จะต้องออกไปยืนด้วยขาของตนเองภายในห้องโถงเกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง หลางซื่ออยากแสดงความเห็นว่านางเห็นด้วยกับฟางซิน แต่จำต้องเงียบปากเมื่อเห็นสายตาของสามี ซูยวนมองฟางซินแล้วถอนหายใจออกมา ต
Read more
PREV
1234568
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status