All Chapters of ข้ากลายเป็นญาติผู้น้อง ของพระรองตัวร้าย: Chapter 1 - Chapter 10

73 Chapters

บทนำ

ฟางซิน นักแสดงหน้าใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตาอยู่ในตอนนี้ พอมีงานแสดงและงานโฆษณาหลายตัวพุ่งเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เธอแทบไม่มีเวลาหยุดพักหายใจวันนี้ก็เป็นเหมือนเคย เธอต้องเข้ากองถ่ายตั้งแต่เช้า วงการแสดงในประเทศจีน มีการแข่งขันที่สูงมาก หากหน้าตาและฝีมือการแสดงไม่ดีก็แทบจะไม่มีผู้ใดจดจำได้ กว่าที่เธอจะก้าวมาอยู่ในจุดนี้เลือดตาก็แทบกระเด็นหลังจากทำงานไม่ได้หยุดพักมาเกือบสองปี สุดสัปดาห์ที่จะถึงผู้จัดการก็นำข่าวดีมาบอก ว่าเธอจะได้มีเวลาพักถึงสองวัน สวรรค์!!! สองวัน แทบเป็นเรื่องเหลือเชื่อ“ฉันปิดเครื่องนะ อีกสองวันถึงจะเปิด” เธอโบกมือให้ผู้จัดการด้วยความยินดี“เปิดไว้สิ!!! ถ้ามีเรื่องด่วนฉันจะได้ตามเธอได้”“ไม่มีเรื่องด่วนหรอก ให้ฉันพักหน่อย ไปก่อน” เธอยิ้มอย่างสดใส วันหยุดพักที่แสนมีค่า ก็สมควรไปทำเรื่องที่สนใจสักทีฟางซิน ชื่นชอบเรื่องเครื่องหอม กำยาน เธอติดต่ออาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ไว้หลายคน หากมีเวลาว่าง แม้เพียงสามชั่วโมงหรือครึ่งวัน เธอก็มักจะไปขอคำชี้แนะอยู่เสมอ และเมื่อไม่กี่วันก่อน อาจารย์หลาง ก็โทรมายั่วน้ำลายเธออาจารย์หลาง ได้ตำราโบราณมาหนึ่งเล่ม เนื้อหาทั้งหมดเขียนถึง
last updateLast Updated : 2026-01-22
Read more

เลิกเสแสร้งได้แล้ว

ฟางซินหันไปมองหน้าทุกคนอย่างตื่นตกใจ หญิงชราถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก ไม่ยอมพูดอะไรสักคำ เด็กหญิงที่นางเห็นเป็นคนแรกดูท่าจะร้อนใจและหวาดกลัว เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ไม่ยอมพูดออกมา ได้แต่กัดปากเอาไว้แน่น“หึ ต่อให้นางไม่ยอมรับก็ต้องลากนางไปจวนหลี่” เสียงเย็นหน้าประตูห้อง ทำให้ฟางซินขนลุกไปทั้งตัว ยังไม่ทันได้เห็นหน้า นางก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่พูดทั้งโกรธแค้นและรังเกียจเป็นอย่างมาก“จื้อเออร์ เจ้ายังไม่ถามญาติผู้น้องของเจ้าสักคำว่านางได้ทำหรือไม่ จะลากนางไปจวนหลี่ให้ได้เลยหรือ” หญิงชราหันไปมองที่หน้าประตูอย่างไม่พอใจ“ท่านแม่ ท่านให้ท้ายนางจนร้ายกาจเช่นนี้ ต่อไปจะเข้าหน้าตระกูลหลี่ได้อย่างไรเจ้าคะ”ฟางซินเม้มปากแน่น ใบหน้าของนางซีดขาว มองไปทางคนนั้นพูดทีคนนี้พูดทีอย่างไม่เข้าใจ คำพูดที่ใช้ดูเหมือนนางจะอยู่ในกองถ่ายยุคโบราณ แต่ว่า...นางมาตอนไหน หรือว่าผู้จัดการอุ้มมาตอนที่นางหลับ“เอ่อ...เรื่องอะไรเจ้าคะ” นางไม่รู้ว่าควรถามเป็นภาษาไหนดี จึงใช้คำพูดตามพวกเขาดูเหมือนทุกคนจะเข้าใจไม่เหมือนฟางซิน นางอยากจะถามว่าตอนนี้เล่นเรื่องไหนอยู่ แต่สีหน้าของแต่ละคนที่แสดงออกมา ทั้งบุรุษที่อยู่ด้านนอกตอนนี้
last updateLast Updated : 2026-01-22
Read more

ผ่านความตายมา นิสัยจึงเปลี่ยน

ฟางซินอดจะส่ายหน้าให้กับความคิดของสตรีในยุคนี้ไม่ได้ เพียงมาถึงในวันแรกเนื้อเรื่องที่รู้มาก็ไม่เป็นเช่นเดิมแล้ว ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ความจริงที่ต้องเผชิญกับเนื้อเรื่องในนิยายจะต่างกันมากน้อยเพียงใด“พรุ่งนี้ ข้าต้องไปตระกูลหลี่หรือไม่”“คุณชายใหญ่คงไม่ใจดำลากคุณหนูไปทั้งที่ยังไม่หายดีหรอกเจ้าค่ะ” ดูเหมือนเสี่ยวชิงเองก็ไม่มั่นใจ ฟางซินยิ่งก็ไม่อยากเชื่อในคำพูดของเสี่ยวชิง นางคิดว่าซูเหยี่ยนจื้อต้องลากนางไปแน่“มีเจ้าที่ติดตามข้ามาผู้เดียวหรือ” ในห้องนอกจากเสี่ยวชิง ฟางซินก็ไม่เห็นผู้ใด“มีแม่นมเหยาอีกคนเจ้าค่ะ ตั้งแต่คุณหนูตกน้ำ แม่นมก็เป็นลมไปเช่นกัน ยิ่งรู้ว่าคุณหนูไม่ได้สติถึงสองวัน แม่นมก็ล้มป่วยเจ้าค่ะ คุณหนู...ท่านตัดใจจากคุณชายใหญ่ซูเถิดเจ้าค่ะ”“อืม...ไม่ต้องให้เจ้าบอก ข้าก็ไม่คิดจะข้องเกี่ยวกับเขาแล้ว”“คุณหนูพูดจริงหรือเจ้าคะ” เสี่ยวชิงกับแม่นมเหยา อ้อนวอนให้ฟางซินเปลี่ยนใจอยู่หลายหน แต่นางดื้อรั้นเกิน ทั้งยังปักใจหลงใหลในรูปโฉมที่หล่อเหลาของซูเหยี่ยนจื้อ“จริงอาจจะเป็นเพราะ...ผ่านความตายแล้วมามั้ง ข้าถึงได้รู้ว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร” อยู่ให้ห่างพระรองเลือดเย็นผู้นี้ไว้เป็นดีท
last updateLast Updated : 2026-01-22
Read more

มาขอโทษตระกูลหลี่

ภายในรถม้า ฟางซินนั่งพิงผนังหลับตาพักอย่างเหนื่อยล้า จินซื่อดูมองนางนิ่งก่อนจะเอ่ยพูดออกมา“ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะบังคับเจ้าออกมาทั้งที่ยังไม่หายดี แต่ตัวเจ้าก่อเรื่องเอาไว้ไม่เล็กเลย ตระกูลหลี่ไม่ใช่ตระกูลที่พวกเราจะหาเรื่องได้ เจ้าเข้าใจหรือไม่”“เข้าใจเจ้าค่ะ เป็นข้าที่ก่อนเรื่องให้ทุกคนต้องวุ่นวายไปด้วย ต้องขออภัยท่านป้าสะใภ้ด้วยเจ้าค่ะ” ฟางซินคุกเข่าลงโน้มตัวขออภัยออกมาจากใจจริงจินซื่อเห็นเช่นนั้นก็เม้มปากแน่น เดิมที่นางคิดว่าฟางซินจะโวยวายหรือโต้เถียงออกมาสักหลายคำ แต่นางกลับรับผิดทันที ช่างชวนให้คนตื่นตระหนกไม่น้อยเลยสิ่งที่ทั้งสองพูดคุยกันภายในรถม้า ซูเหยี่ยนจื้อที่ขี่ม้าอยู่ด้านข้างย่อมได้ยิน เขาแค่นเสียงออกมาเบาๆ อย่างไม่เชื่อในคำพูดของฟางซิน ไม่รู้ว่านางจะก่อเรื่องใดที่ตระกูลหลี่อีก คงต้องจับตาดูเอาไว้ให้ดีรถม้าจอดลงหน้าตระกูลหลี่ จินซื่อส่งเทียบเข้าพบมาแล้ว สาวใช้จึงนำทางไปที่เรือนหลักทันที ภายในห้องโถงฮูหยินหลี่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน ด้านข้างขนาบไปด้วย หลี่หลิวอวี้และหลี่เต๋อซิ่ว พี่ชายของหลี่หลิวอวี้ ที่วันนั้นอยู่ในเหตุการณ์ด้วยสีหน้าของแต่ละคนล้วนไม่ค่อยหน้ามองเท่าใ
last updateLast Updated : 2026-01-22
Read more

ทำไมถึงไม่พากลับไปด้วย

ย้อนไปเมื่อตอนซูยวนยังไม่แต่งจินซื่อเป็นภรรยา เขากับเถียนเฉิงนับว่าเป็นสหายร่วมเรียนกัน มักจะออกไปเที่ยวเล่นล่าสัตว์ ประชันบทกลอนกับคุณชายผู้อื่นในเมืองหลวงพวกเขาร่วมกลุ่มไปล่าสัตว์ที่ป่านอกเมือง ระหว่างทางที่กลับพบเจอโจรป่าเข้า องครักษ์ที่พาไปของแต่ละจวนต่างก็เข้าต่อสู้กันสุดชีวิต คุณชายทั้งหมดต่างก็ร่ำเรียนวรยุทธ์มาเช่นกัน จึงได้เข้าร่วมต่อสู้ด้วย ซูยวนที่กำลังพลาดพลั้งได้เถียนเฉิงช่วยรับดาบเอาไว้แทน ยังดีที่บาดแผลไม่เข้าจุดสำคัญแต่ก็ทำให้ต้องรักษาตัวอยู่หลายเดือนนับจากนั้นทั้งสองก็กลายเป็นสหายรักกัน จนเถียนเฉิงแต่ง กงซีหว่าน ญาติผู้น้องฝั่งมารดาของซูยวนไปเป็นภรรยา ความสัมพันธ์จึงยิ่งแน่นหนาขึ้นอีก พอเกิดเรื่องกับเถียนเฉิงและภรรยา เขาจึงเห็นด้วยกับมารดาที่จะรับเถียนฟางซินเข้ามาดูแลในจวน“มิใช่ว่านางเสแสร้งอีกเล่า” ซูหมิงเยว่เบ้ปากอย่างไม่เชื่อ“ไปดูก็รู้” ซูเหยี่ยนจื้อกดยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชาเมื่อครู่เขาและท่านแม่ถูกท่านพ่อเรียกมาตำหนิ เรื่องที่ไม่ออกหน้าปกป้องฟางซินที่ตระกูลหลี่สักนิด ความสัมพันธ์ของท่านพ่อกับเถียนเฉิงเขารู้ดี แต่จะให้เอ็นดูฟางซินที่เป็นตัวก่อเรื่องอยู่หลายหนท
last updateLast Updated : 2026-01-24
Read more

ข้ารวยเพียงนี้เลยหรือ

ฟางซินนางเพียงแค่วาดรูปออกมาให้เสี่ยวชิงและสาวใช้ช่วยปักลาย นางลองทำแล้วในยามที่เบื่อไม่มีอะไรทำ ใบไม้หนึ่งใบนางยังปักออกมาบิดเบี้ยวน่าเกลียดจึงได้ล้มเลิกไปหมิงม่านถูกพี่สาวทั้งสองกลั่นแกล้ง แต่นางก็หาได้หงุดหงิดไม่ ด้วยได้ของที่ต้องการแล้ว อีกอย่างลูกหมูน้อยสามตัวที่ปักอยู่บนถุงเหอเปานางก็ไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน ของแปลกตาเช่นนี้เอาไปอวดผู้อื่นได้ดี“ของพี่หญิงเยว่ เป็นเจ้าแมวอ้วนขี้เกียจ มิใช่ว่าท่านก็เป็นเหมือนลายปักหรือ” มือเล็กป้อมของหมิงม่านปิดปากหัวเราะอย่างชอบใจที่ได้เอาคืนพี่สาว“เหอะ ม่านเออร์รู้จักเอาคืนผู้อื่นแล้ว ต่อไปข้าไม่แบ่งขนมให้เจ้ากินแน่” หมิงเยว่จิ้มจมูกน้องสาวคนเล็กอย่างเอ็นดูเสียงพูดคุยหัวเราะของสตรีทั้งสามดังไปจนถึงห้องตำราของซูเหยี่ยนจื้อที่อยู่ข้างริมสวนดอกไม้ ยามนี้บุรุษทั้งสามคนกำลังยืนมองมาทางที่สตรีทั้งสามนั่งอยู่หลี่เต๋อซิ่วกับคุณชายหาน หานตงฉาง บุตรชายของกั๋วกงคู่หมั้นของหมิงเยว่ มาพูดคุยเรื่องตำรากับซูเหยี่ยนจื้อ“ข้าได้ยินว่าหลังจากญาติผู้น้องของเจ้ากลับมาจากจวนข้า นางก็ล้มป่วยเพิ่งจะหายดีจริงหรือ” หลี่เต๋อซิ่วยังไม่ละสายตาไปจากฟางซิน ที่ยิ้มแย้มพูดคุ
last updateLast Updated : 2026-01-24
Read more

ไม่รู้ว่าผู้ใดปากเก่งกว่ากัน

ฟางซินถึงกับหัวคิ้วกระตุก แต่นางไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะโต้เถียงกับเขาได้ คนไม่ชอบหน้ากันอธิบายอย่างไรก็ไม่ชอบหน้าเช่นเดิม“หากเป็นการรบกวนญาติผู้พี่เกินไป ข้าจะคิดหาหนทางเองเจ้าค่ะ” นางก้มหัวให้เขา แล้วเดินเบี่ยงออกไปอีกทาง“หึ คงอยากให้ท่านย่าตำหนิข้าที่รับปากแล้วใช่หรือไม่ แผนการของเจ้าช่างล้ำลึกนัก”ฟางซินอดจะถอนหายใจออกมาไม่ได้ ก่อนจะเงยหน้าเพื่อสบตากับเขา สายตาที่ว่างเปล่าและแฝงความไม่พอใจอยู่สองส่วนทำให้ซูเหยี่ยนจื้อต้องพิจารณามองนางใหม่“เดิมทีข้าเองก็อยากจะไปเสาะหาอาจารย์หญิงมาสอนด้วยตัวเอง แต่ท่านย่าเห็นว่าท่านมีความรู้กว้างขวางคงจะพอรู้จักอาจารย์หญิงอยู่บ้าง ข้าเองก็รู้ตัวดีว่าท่านรังเกียจข้า หากท่านไม่ต้องการช่วยเหลือเหตุใดถึงไม่พูดกับท่านย่าตรงๆ เล่า มาถากถางข้าเช่นนี้ดูจะใจแคบไปสักหน่อยกระมัง”ซูเหยี่ยนจื้อขยับตัวเข้ามาบีบต้นแขนของนางเอาไว้แน่น ฟางซินแม้จะเจ็บปวดราวแต่นางก็ไม่แสดงออกมาเลยสักนิด“ปากเจ้าเก่งถึงเพียงนี้ ข้าว่าอาจารย์หญิงคงไม่จำเป็นสำหรับเจ้าแล้วกระมัง รู้ตัวก็ดีว่าข้ารังเกียจเจ้า ต่อไปอย่าได้ยุ่งวุ่นวายกับข้าอีก” เขาดันตัวนางออกจนเกือบล้ม เสี่ยวชิงกระวนกระวาย
last updateLast Updated : 2026-01-25
Read more

ให้ญาติผู้พี่เจ้าพาไป

บุตรีที่เกิดจากลูกอนุอีกสามคนเป็นคนของบ้านรอง ทั้งหมด แต่ละคนล้วนแต่เรียบร้อย พูดน้อย แทบจะไม่กล้าสนทนากับบุตรีที่เกิดจากฮูหยินเอกเลย หมิงเยว่จึงกระซิบบอกฟางซิน ถึงความร้ายกาจหลางซื่อที่สยบเรือนหลังของสามีไม่ให้วุ่นวายได้“เป็นเรื่องที่น่าลำบากใจจริงๆ ที่ต้องใช้สามีร่วมกับสตรีอื่น ทั้งยังต้องเลี้ยงดูบุตรที่เกิดจากผู้หญิงอื่นด้วย” นางพึมพำออกมาเบาๆ“ความคิดของเจ้าประหลาดนัก ทั่วถึงเมืองหลวงมีถึงห้าจวนหรือเปล่าก็ไม่รู้ที่จะไม่รับอนุ ดูอย่างท่านพ่อข้า ถึงแม้จะไม่มีบุตรที่เกิดจากอนุมากวนใจท่านแม่ แต่อย่างน้อยก็มีอนุอยู่ถึงสองคนในเรือน”“แล้วต่อไปสามีของพี่หญิงก็ต้องมีอนุงั้นหรือ”“อืม เป็นเรื่องที่สตรีอย่างพวกเราจะต้องเตรียมใจเอาไว้“เช่นนั้นข้าไม่ออกเรือนเสียยังจะดีกว่า”“หึหึ มิใช่เมื่อก่อนเจ้าพูดกับพี่ใหญ่หรือ ว่าหากเขาเลือกเจ้าเป็นฮูหยิน ทรัพย์สินที่เจ้ามีพอให้เขาเลี้ยงดูอนุมากถึงยี่สิบคนก็ยังไหว”ใบหน้าฟางซินบิดเบี้ยวอย่างไม่น่ามอง เจ้าของร่างมีความคิดเช่นนี้ได้อย่างไร มิใช่ว่าบิดาของเจ้าของร่างไม่มีอนุในเรือนหลังหรือ เหตุใดนางไม่เอาตามเยี่ยงอย่างมารดาของนางบ้าง“เรื่องเก่าข้าจำไม่ได
last updateLast Updated : 2026-01-25
Read more

ข้าเข้าถูกห้องหรือไม่

ฟางซินหลับตาปล่อยให้เสี่ยวชิงและสาวใช้ช่วยกันล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำผมให้นาง ราวกับเป็นตุ๊กตาผ้า กว่าจะแต่งตัวเสร็จ ฟางซินก็ไม่เหลือเวลาที่จะกินอาหารแล้ว เสี่ยวชิงต้องเตรียมขนมไปให้นางกินรองท้องในรถม้าแทนนั่งเกี้ยวมาถึงหน้าประตูจวน ฟางซินขานเรียก ญาติผู้พี่ หนึ่งคำ ก็ลากขาที่หนักอึ้งขึ้นไปนั่งบนรถม้าแล้วฟุบหลับไปทันที“คุณหนูของเจ้านางเป็นอันใด” ซูเหยี่ยนจื้ออดที่จะถามไม่ได้“เอ่อ...เมื่อคืนคุณหนูตรวจสอบบัญชีร้านค้ากว่าจะได้นอนก็ยามอิ๋น (03.00-04.59น.) แล้วเจ้าค่ะ”ซูเหยี่ยนจื้อมิได้เอ่ยพูดสิ่งอีก เพียงปรายตามองไปที่หน้าต่างรถม้า ผ้าม่านที่ปลิวตามแรงลมทำให้เห็นฟางซินฟุบหลับอยู่ภายในรถม้าไปแล้ว เขาจึงได้ออกเดินทาง“คุณหนูถึงแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงไม่กล้าบอกว่ารถม้าจอดอยู่ครู่หนึ่งแล้ว อีกอย่างซูเหยี่ยนจื้อก็เข้าไปพูดคุยกับหลงจู๊ในร้านก่อนหน้าฟางซินแล้วด้วย“อืม” เสี่ยวชิงเข้ามาช่วยจัดเสื้อผ้าและผมที่ยุ่งเล็กน้อยให้ฟางซิน พอนางสวมหมวกคลุมหน้าเรียบร้อยแล้ว ถึงได้เดินเข้าไปในร้านร้านแรกที่มาถึงเป็นร้านเครื่องประทินโฉม พอรู้ว่าซูเหยี่ยนจื้ออยู่ภายในร้านแล้ว ฟางซินจึงเดินดูสินค้าภายในร้
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more

อย่าได้ทำตัวไร้มารยาท

ฟางซินสั่งอาหารทุกอย่างที่มีอยู่ในร้านโดยไม่สนใจสายตาของสองพี่น้องหลี่ที่มองมาที่นางอย่างแปลกใจ ในเมืองหลวงน้อยคนนักที่จะรู้ว่าเหลาอาหารแห่งนี้เป็นของฟางซิน“คุณหนูเถียนเจ้าหิวมากนักหรือ” หลี่เต๋อซิ่วอดที่จะถามออกมาไม่ได้“เจ้าค่ะ” นางอมยิ้มออกมาเล็กน้อยสามคนที่อยู่ภายในห้องรับรองต่างพูดคุยกันอย่างสนิทสนมมีเพียงฟางซินที่นั่งนิ่งไม่พูดจา ที่นางไม่ตอบโต้เป็นเพราะนางไม่มีแรงจะอ้าปากแล้วพออาหารขึ้นตั้งโต๊ะ ฟางซินทำได้เพียงแค่จ้องมอง ต้องรอให้ซูเหยี่ยนจื้อหยิบตะเกียบเสียก่อน เหมือนเขาต้องการจะกลั่นแกล้งนาง ที่เมื่อครู่หักหน้าหญิงคนรัก ผ่านไปเกือบจิบถ้วยชาซูเหยี่ยนจื้อก็ดูเหมือนไม่คิดจะหยิบตะเกียบจริงๆ“ญาติผู้พี่” นางเงยหน้าขึ้นมาเรียกเขา แล้วเหลือบไปมองที่อาหาร เพื่อบอกให้เขารู้ว่านางหิวมากเพียงใด“เจ้าหิวก็กินก่อนได้เลย”“เจ้าค่ะ”ฟางซินหมดความอดทนที่จะมีมารยาทกับคนพวกนี้แล้ว นางหยิบตะเกียบขึ้นมาพุ้ยข้าวกินโดยไม่สนใจสายตาของคนทั้งสามที่จ้องมองมา นางชิมอาหารจนครบทุกจาน เพื่อให้รู้รสชาติว่ามีสิ่งใดต้องปรับปรุงหรือไม่ท่าทางการกินอาหารของฟางซินที่ดูน่าเอร็ดอร่อยทำให้หลี่เต๋อซิ่วขยับตะเกีย
last updateLast Updated : 2026-01-26
Read more
PREV
123456
...
8
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status