Todos os capítulos de นางหงส์เหนือบัลลังก์: Capítulo 151 - Capítulo 160

187 Capítulos

บทที่ 149 ความพินาศของกบฏ

"พะย่ะค่ะเสด็จแม่" อ๋องเจ็ดคลี่ยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น เสียงรองเท้าผ้าไหมหนักๆ กระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนไปทั่วห้องที่เงียบกริบ ท่ามกลางการเฉลิมฉลอง บาดแผลที่ซ่อนไว้เมื่อก้าวถึงขั้นสูงสุด อ๋องเจ็ดหมุนตัวกลับมามองลงไปยังเหล่าขุนนางที่หมอบอยู่แทบเท้า"ใครที่เคยสงสัยในตัวข้า ใครที่เคยภักดีต่อตงฟางเย่และนางพญาหงส์มู่หรงเสวี่ย จงดูให้ดี!" อ๋องเจ็ดตะโกนก้อง "ยามนี้พี่ชายของข้ากลายเป็นเพียงคนสติฟั่นเฟือนที่จำแม้แต่ชื่อตนเองไม่ได้ ส่วนมู่หรงเสวี่ย... ป่านนี้นางคงกลายเป็นศพที่ถูกหิมะฝังกลบอยู่นอกวังไปแล้ว แผ่นดินนี้คือของข้า! และข้าจะปกครองมันด้วยระเบียบใหม่ที่พวกเจ้าต้องยำเกรง!""ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี!" เสียงขุนนางกบฏโห่ร้องรับประดุจฝูงแร้งที่ได้กินซากศพเสนาบดีหวังที่แปรพักตร์อย่างสมบูรณ์ก้าวออกมา "ทูลฝ่าบาท... บัดนี้ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ขอเชิญพระองค์ทรงประทับบนบัลลังก์มังกร เพื่อรับมอบตราหยกแผ่นดินพะย่ะค่ะ!"อ๋องเจ็ดสูดลมหายใจเข้าลึก ความทะเยอทะยานที่สุมทรวงมาสิบปีบัดนี้กำลังจะบรรลุ
Ler mais

บทที่ 150 การเปิดตัวมังกร ความจริงที่มิอาจปฏิเสธ

ตงฟางเย่หันมามองมู่หรงเสวี่ย พระองค์ยื่นหัตถ์ไปกุมมือนางไว้แน่น "เสวี่ยเอ๋อร์... ขอบใจเจ้าที่ช่วยปลุกข้าจากฝันร้าย บัลลังก์นี้หากไม่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง มันก็เป็นเพียงเก้าอี้ไม้ที่หนาวเหน็บเท่านั้น"มู่หรงเสวี่ยยิ้มบางๆ แววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าทว่าสงบ "หม่อมฉันบอกแล้วเพคะ... ว่าหงส์และมังกรจะไม่มีวันพรากจากกัน ตราบใดที่แผ่นดินนี้ยังต้องการความยุติธรรม" ท้องฟ้าเหนือท้องพระโรงไท่เหอที่เคยสลัวลางด้วยหมอกควัน บัดนี้ถูกแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านประตูใหญ่ที่ถูกพังทลายลง กลิ่นหอมของเครื่องกำยานมงคลถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดและเขม่าไฟจากภายนอก อ๋องเจ็ด ตงฟางอวี้ ที่เพิ่งหย่อนกายลงนั่งบนบัลลังก์มังกรได้เพียงอึดใจเดียว แข็งค้างอยู่กับที่ประดุจถูกสาป ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความละโมบเบิกกว้างด้วยความสยดสยองเมื่อเห็นร่างของสตรีที่เขาคิดว่ากำจัดไปแล้วก้าวเดินเข้ามามู่หรงเสวี่ย มิได้ปรากฏตัวในอาภรณ์หงส์ที่อ่อนหวาน แต่กลับสวม ชุดเกราะเหล็กสีแดงเพลิง
Ler mais

บทที่ 151 การปะทะกลางประตูวัง คมดาบของหลิวซิง

บทลงเอยของกบฏ กฎมณเฑียรบาลที่ไร้ความเมตตาซูไท่เฮาทรุดกายลงร่ำไห้แทบเท้าตงฟางเย่ "เย่เอ๋อร์... แม่ผิดไปแล้ว... แม่ขอเพียงชีวิตอาเจ็ดไว้เถิด..."ตงฟางเย่หลับตาลงด้วยความปวดร้าว ก่อนจะลืมตาขึ้นมองมู่หรงเสวี่ยที่ยืนเคียงข้าง มู่หรงเสวี่ยกระชับดาบในมือ แววตาของนางบอกชัดเจนว่าไม่มีที่ว่างสำหรับการประนีประนอมอีกต่อไป"เสด็จแม่... ท่านขอชีวิตคนที่พร้อมจะขายแผ่นดินที่บรรพชนนับพันคนต้องตายเพื่อรักษามันไว้งั้นหรือ?" ตงฟางเย่เอ่ยเสียงเรียบ "กฎมณเฑียรบาลระบุว่า โทษขายชาติมีเพียงอย่างเดียว... คือประหารชีวิตและริบราชสกุลสามชั่วโคตร! ทหาร! คุมตัวตงฟางอวี้และหยางลู่เอ๋อร์ไปลานประหารในยามเที่ยงวันนี้! ส่วนพระพันปีหลวง... ให้เนรเทศไปอยู่ที่อารามหลวงทิศตะวันตก ห้ามก้าวเท้าออกจากอารามนั้นไปชั่วชีวิต!"อ๋องเจ็ดถูกทหารพยัคฆ์ขาวลากตัวออกไปทั้งที่ยังส่งเสียงร้องโหยหวนขอความเมตตา หยางลู่เอ๋อร์ที่ถูกมัดปากมัดคอเดินตามไปด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและความพ่ายแพ้ที่สาสม ฟ้าสางหลังพายุเมื่อความว
Ler mais

บทที่ 152 การปะทะ คมดาบแห่งความแค้น

ความสับสนของเหล่าทหารในขณะที่การสู้รบรุนแรงขึ้น ทหารองครักษ์บางส่วนเริ่มลังเล เมื่อเห็นสำเนา "สัญญาลับยกดินแดน" ที่มู่หรงเสวี่ยให้คนโปรยไว้ทั่วเมืองหลวงตกอยู่ตามพื้นดิน"นี่มัน... เรื่องจริงหรือ? ท่านอ๋องเจ็ดจะยกเมืองชิงหยวนให้เป่ยหรงจริงๆ หรือ?" ทหารหนุ่มคนหนึ่งในชุดเกราะดำเอ่ยเสียงสั่นขณะถือโล่ประจันหน้ากับทหารพยัคฆ์ขาว"เจ้าโง่เอ๋ย! มองดูตราประทับนั่นสิ!" ทหารพยัคฆ์ขาวตะโกนกลับพลางลดดาบลงเล็กน้อย "พวกเราสู้ที่ชายแดนจนเลือดท่วมเพื่อรักษาเมืองนั้นไว้ แต่อ๋องเจ็ดกลับยกให้ศัตรูเหมือนให้ขนม เจ้ายังจะสู้เพื่อมันอีกหรือ? วางอาวุธเสีย! แล้วกลับมาสู้เพื่อแผ่นดินที่แท้จริงกับพวกเรา!"ทหารเกราะดำหลายคนเริ่มสบตากันเอง ดาบในมือสั่นไหว "ข้า... ข้าไม่อยากเป็นคนขายชาติ""ใครวางอาวุธ ฮองเฮามู่หรงจะละเว้นโทษตาย!" เสียงประกาศของหลิวซิงดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่ทหารกบฏเริ่มทิ้งอาวุธลงพื้นทีละคนสองคนจนกลายเป็นความโกลาหลในกองทัพของอ๋องเจ็ด เด็ดปีกหงส์: มู่หรงเสวี่ยในวงล้อมภายในพระราชวังช
Ler mais

บทที่ 153 ความจริงที่กรีดหัวใจ บาดแผลจากอดีต

ทั้งคู่ดวลดาบกันอย่างดุเดือดกลางท้องพระโรง ท่วงท่าของอ๋องเจ็ดนั้นรวดเร็วและอำมหิตประดุจงูพิษที่จู่โจมไม่ให้ตั้งตัว ส่วนมู่หรงเสวี่ยกลับใช้เพลงดาบพยัคฆ์ขาวที่เน้นความหนักแน่นและเฉียบคม ทุกครั้งที่คมอาวุธปะทะกัน แรงกระแทกทำเอาแจกันหยกและเครื่องทรงมงคลรอบข้างแตกกระจาย"เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วงั้นหรือ?" อ๋องเจ็ดแสยะยิ้มพลางป้ายเลือดที่มุมปาก "เจ้ามันก็แค่ผู้หญิงโง่ๆ ที่ยอมสละทุกอย่างเพื่อผู้ชายที่ไม่ได้รักเจ้าจริง ตงฟางเย่ระแวงเจ้า และเขาก็จะระแวงเจ้าไปจนตาย!""ความรักของข้ากับฝ่าบาทมิใช่สิ่งที่คนอย่างเจ้าจะเข้าใจ!" มู่หรงเสวี่ยตวัดดาบกลับอย่างรวดเร็ว ฟันเข้าที่หัวไหล่ของอ๋องเจ็ดจนเกราะแตกกระจุย ความจริงที่กรีดหัวใจ บาดแผลจากอดีตอ๋องเจ็ดถอยกรูดไปพิงเสาตำหนัก เขาหอบหายใจหนักพลางหัวเราะเสียงแหลมอย่างคนเสียสติ "เจ้าปกป้องบัลลังก์นี้ด้วยชีวิต... แต่เจ้ารู้ไหมมู่หรงเสวี่ย? บัลลังก์ที่พ่อของเจ้าเทิดทูนนักหนา... มันคือสิ่งที่ฆ่าเขา!"มู่หรงเสวี่ยชะงักดาบ แววตาสั่นระริก "เจ้าหมายความว่าอย่างไร? พ่อของข้าตายในสนามรบที่ชายแดนเหนือเพ
Ler mais

บทที่ 154 เดิมพันด้วยลมหายใจ

มู่หรงเสวี่ยสบตาพระองค์ด้วยความเหนื่อยล้าที่แสนสาหัส "ฝ่าบาท... คนที่ฆ่าพ่อของหม่อมฉันคือเขา... ทุกอย่างมันจบลงแล้วเพคะ"ตงฟางเย่กอดนางไว้แน่นท่ามกลางความหนาวเหน็บของหิมะที่ปลิวเข้ามาทางประตูที่พังทลาย "ข้ารู้แล้ว... ข้าขอโทษที่ปล่อยให้เจ้าต้องแบกรับความลับที่เจ็บปวดนี้เพียงลำพัง ต่อจากนี้ไป... แผ่นดินนี้จะเป็นของเจ้า ของข้า และของตระกูลมู่หรงที่จะถูกจารึกไว้ในฐานะวีรบุรุษที่แท้จริงตลอดไป"ท้องพระโรงไท่เหอที่เคยนองไปด้วยเลือด บัดนี้ถูกแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาอีกครั้ง เป็นสัญญาณว่าราตรีที่มืดมิดที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว และความยุติธรรมที่มู่หรงเสวี่ยทวงคืนมาด้วยชีวิต... ได้กลับมาประทับอยู่คู่แผ่นดินอีกครั้ง กลิ่นคาวเลือดและเขม่าควันไฟยังคงอบอวลอยู่ในชั้นบรรยากาศของท้องพระโรงไท่เหอ แม้อ๋องเจ็ดจะสิ้นใจจมกองเลือดไปแล้ว แต่เพลิงแค้นที่ปะทุขึ้นในใจของกบฏที่เหลืออยู่กลับยังไม่ดับมอดลงท่ามกลางซากปรักหักพังของความทะเยอทะยาน หยางลู่เอ๋อร์ ในสภาพชุดกุ้ยเฟยที่ขาดวิ่น ผมเผ้า
Ler mais

บทที่ 155 ฟ้าหลังฝนแห่งแผ่นดินต้าตง

"ในเมื่อเจ้าอยากตายนิภาลัยนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!" มู่หรงเสวี่ยหมุนตัวกลับ ใช้ทักษะยุทธ์ชั้นสูงถีบร่างของหยางลู่เอ๋อร์ให้กระเด็นออกไปทางหน้าต่างท้องพระโรงที่แตกพัง พร้อมกับคว้าผ้าม่านผืนหนามาคลุมกายแล้วกระโดดหลบหลังเสาหินขนาดใหญ่ในวินาทีสุดท้าย"บึ้ม!!!"เสียงระเบิดดังสนั่นเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งพระราชวังหลวง แรงอัดมหาศาลทำให้เพดานท้องพระโรงบางส่วนพังทลายลงมา ฝุ่นควันและเปลวไฟพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า ร่างของหยางลู่เอ๋อร์ถูกแรงระเบิดฉีกทึ้งจมหายไปในเปลวเพลิงนอกหน้าต่าง ทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องสุดท้ายที่จางหายไปในสายลมหนาว การรอดพ้นจากนรก ปาฏิหาริย์แห่งความรักความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมท้องพระโรงที่พังพินาศ ตงฟางเย่สะบัดกายหลุดจากองครักษ์แล้ววิ่งฝ่ากองควันเข้าไปด้วยหัวใจที่แหลกสลาย "เสวี่ยเอ๋อร์! เสวี่ยเอ๋อร์! เจ้าอยู่ที่ไหน!"พระองค์ทรงใช้พระหัตถ์ขุดคุ้ยเศษอิเศษปูนอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งเห็นชายผ้าสีแดงเพลิงของชุดเกราะโผล่ออกมาจากใต้เศษผ้าม่านและกองหิน"เสวี่ยเอ๋อร์!" ตงฟางเย่
Ler mais

บทที่ 156 พระพันปีหลวงและการเนรเทศสู่สุสานหลวง

ณ ท้องพระโรง การพิจารณาคดีสุดท้ายภายในท้องพระโรงไท่เหอที่ถูกทำความสะอาดจนสะอาดตา ตงฟางเย่ ประทับบนบัลลังก์เคียงคู่กับ มู่หรงเสวี่ย เบื้องล่างคือเหล่าขุนนางที่เหลืออยู่ซึ่งพากันก้มหน้าด้วยความเกรงกลัว"วันนี้... ข้าไม่ได้มาเพื่อล้างแค้นเพียงอย่างเดียว" ตงฟางเย่รับสั่งน้ำเสียงกังวาน "แต่ข้ามาเพื่อล้างคราบโสมมที่เกาะกินราชสำนักนี้มานานเกินไป เสนาบดีหวัง และเหล่าขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมทั้งสิบสองคน... พวกเจ้าเห็นสัญญาลับที่อ๋องเจ็ดทำไว้กับเป่ยหรงแล้วใช่หรือไม่?""พะ... พะย่ะค่ะ" ขุนนางเหล่านั้นละล่ำละลัก "พวกกระหม่อมถูกลวงหลอก...""ลวงหลอกหรือความละโมบกันแน่!" มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืน ชุดเกราะสีแดงของนางสะท้อนแสงแดดดูน่าเกรงขาม "พวกท่านเป็นขุนนางอาวุโส แต่กลับยอมก้มหัวให้กบฏเพราะหวังในลาภยศที่ได้มาจากการขายชาติ พ่อของข้าสละชีพเพื่อป้องกันชายแดน แต่พวกท่านกลับพร้อมจะยกเมืองเหล่านั้นให้ศัตรูเพียงเพื่อให้ได้อำนาจในวังหลังกลับคืนมา!"นางสะบัดม้วนกระดาษรายชื่อขุนนางที่รับเงินสินบนจากอ๋องเจ็ดลงบนพื้น "ทุกคนที่มี
Ler mais

บทที่ 157 การเผชิญหน้ากับขุนนางเฒ่า

ข้างกายของพระองค์คือ มู่หรงเสวี่ย ในชุดฉลองพระองค์ฮองเฮาสีขาวปักดิ้นทองสง่างาม นางมิได้ถือดาบเช่นหลายวันที่ผ่านมา ทว่ารัศมีแห่งความเด็ดเดี่ยวในฐานะจอมทัพยังคงแผ่ซ่านออกมาจนขุนนางที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างมิกล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา การตื่นรู้ มังกรทวงคืนอำนาจ"สามเดือนที่ข้าตกอยู่ในม่านหมอกแห่งยาพิษ... ข้าได้เห็นสันดานที่แท้จริงของพวกเจ้าหลายคน" ตงฟางเย่เอ่ยน้ำเสียงเรียบแต่เย็นเยียบประดุจน้ำแข็ง "ในยามที่ข้าอ่อนแอ พวกเจ้าบางคนกลับรีบนำพานทองไปถวายอ๋องเจ็ด บางคนเพิกเฉยต่อการที่ลูกเมียข้าถูกข่มเหง และบางคน... ถึงขั้นร่วมลงนามขายแผ่นดินเพื่อแลกกับลาภยศจอมปลอม"ขุนนางกรมพิธีการและเสนาบดีบางส่วนสั่นสะท้านจนศีรษะกระแทกพื้น "ฝ่าบาท... พวกกระหม่อมถูกบังคับ! อ๋องเจ็ดใช้กำลังทหารข่มขู่พะย่ะค่ะ!"มู่หรงเสวี่ยแค่นยิ้มเย็น นางก้าวออกมาข้างหน้าพลางคลี่ม้วนรายชื่อที่หลิวซิงรวบรวมมาจากการตรวจค้นจวนกบฏ "ถูกบังคับงั้นหรือ? แล้วทองคำห้าพันตำลึงที่ถูกส่งไปที่จวนท่านเสนาบดีหลี่เมื่อเดือนก่อนเล่า? หรือโฉนดที่ดินในเมืองหน้าด่านที่ท่าน
Ler mais

บทที่ 158 เกียรติยศที่เหนือกว่ามงกุฎ

มู่หรงเสวี่ยยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขที่แท้จริงครั้งแรกในรอบปี "หม่อมฉันมิได้ต้องการอำนาจเพคะฝ่าบาท... หม่อมฉันเพียงต้องการเห็นท่านเป็นฮ่องเต้ที่โลกจารึก และเห็นหมิงเอ๋อร์เติบโตในแผ่นดินที่ยุติธรรม""เราจะทำมันไปด้วยกัน" ตงฟางเย่กระชับมือนางแน่น "มังกรและหงส์จะร่วมกันสร้างยุคทองที่ไม่มีใครกล้าสั่นคลอนอีกต่อไป"ภายนอกท้องพระโรง เสียงโห่ร้องยินดีของราษฎรดังแว่วมาตามสายลม พวกเขาต่างรับรู้แล้วว่า ยุคสมัยแห่งการโกงกินและการทรยศได้จบสิ้นลงแล้ว และรุ่งอรุณแห่งความรุ่งเรืองที่แท้จริงกำลังเริ่มต้นขึ้น ภายใต้การนำของคู่บัลลังก์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ท้องฟ้าเหนือวังหลวงในเช้าวันใหม่สะอาดสะอ้านประดุจกระจกเงาที่เพิ่งได้รับการชำระล้าง หิมะสุดท้ายของเหมันต์ละลายกลายเป็นหยดน้ำค้างพราวพรับบนยอดหลังคาสีทอง เสียงระฆังมงคลดังกังวานเป็นจังหวะที่เก้า ซึ่งเป็นตัวเลขแห่งอำนาจสูงสุดของจักรพรรดิ ทว่าในวันนี้ พิธีการที่กำลังจะเกิดขึ้นมิใช่การสถาปนาฮ่องเต้ใหม่ แต่เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์บทที่ไม่มีใครเคยจินตนาการถึงภายใ
Ler mais
ANTERIOR
1
...
141516171819
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status