All Chapters of ท่านหญิงจีจอมพลัง : Chapter 71 - Chapter 80

87 Chapters

บทที่ 71 ชินอ๋องตกหลุมพราง

ท่านอ๋องเก้าผุดลุกผุดนั่ง เมื่อมีผู้สาส์นส่งมาจากพิราบว่าชินอ๋องได้รับบาดเจ็บ ยามนี้ให้รองแม่ทัพฉินอี๋นั่วเป็นผู้คอยดูแลทัพ เคราะห์ดีที่ท่านชายจีหลุนอาสาออกแนวหน้าแล้วตีโต้ทัพของเมิ่งข่านแนวเหนือแตกพ่าย “ใต้เท้าฟ่าน เหตุใดเจ้าจึงช้านัก? เปิ่นหวางร้อนใจจะแย่แล้ว” “ขอประทานอภัยพะยะค่ะ” “เสบียงที่เมืองหลวงส่งมาครานี้ ท่านให้ผู้ใดคุมมา” “มือปราบเสิ่นพะยะค่ะ” “ดี! ข้ายิ่งเป็นห่วงว่าหากมิได้ใช้คนของเรา พวกมันอาจจะเสแสร้งว่าถูกปล้นเสบียงเข้าให้อีก” อ๋องเก้าขบกรามนูน ครั้งก่อนเสบียงไปไม่ถึงทะเลทรายเมื่อมีผู้ลอบโจมตีระหว่างทาง คราวนี้เขาได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้มาดูแลโดยตรง อีกทั้งยังส่งฟ่านหลี่เจี๋ยรองเสนาบดีที่ฮ่องเต้ไว้วางพระทัยมารออยู่เมืองฉู่จิ้งก็เพื่อหวังให้ร่วมมือกันในการช่วยเหลือทัพพยัคฆ์เหินของชินอ๋อง “นี่ข้าก็มิให้ผู้ใดส่งข่าวให้พระชายารู้ เกรงนางจะเป็นห่วงพี่ห้า” “หม่อมฉันก็เห็นสมควรเช่นนั้น” ฟ่านหลี่เจี๋ยเองก็พลอยวิตกกังวล ชินอ๋องเป็นน้องเขยของเขา ซำยังมีหลานๆ ที่ยังเด็กอีกสี่ชีวิตที่รอ
Read more

บทที่ 72 เจ้าเป็นคนของข้าแล้ว

“มีของเช่นนั้นด้วยหรือ?” นางเลิกคิ้วเล็กน้อย แสร้งหยิบจอกสุราก็เขามาทำทีจะรินให้ จินวั่งซูมองใบหน้างดงามของนางแล้วอมยิ้มเมื่อสังเกตเห็นนิ้วก้อยของนางแตะขอบจอกเบาๆ “ข้ามั่นใจว่ามี” เขารับจอกสุราจากมือนาง จงใจให้นิ้วทั้งสามของตนลูบโดนนิ้วของนางสายตานางดูลุ้นระทึกเมื่อเขาเทสุราเข้าปากจนหมดจอก ชั่วครู่ร่างของเขาก็โงนเงนล้มลง นางผุดลุกขึ้นยืนอมยิ้ม เดินเข้ามาประคองร่างหมดสติของเขาไปที่เตียงอย่างทุลักทุเล “เจ้าบ้านี่! หนักมิใช่เล่น”นางมิได้สังเกตว่าคุณชายจินผู้นี้มีเรือนร่างสูงกว่าบุรุษที่นางคุ้นเคย เมื่อเข้าประคองตัวเขาจึงได้รู้ว่า เรือนร่างข้างในของเขาแน่นแกร่งกว่าที่มองเห็น สมกับเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์ เมื่อนำเขานอนราบลงบนเตียงแล้ว นางแสยะยิ้ม “คิดจะมาบีบบังคับข้า เจ้าคงหวังเร็วไปเสียแล้ว”นางรีบค้นตัวเขาเพื่อหาห่อผ้าใส่เข็มพิษทอง ทว่ากลับหาไม่เจอ เมื่อนางลูบมือไปสาบเสื้อที่บริเวณหน้าอก พลันมือแขนทั้งสองของเขากลับรัดร่างนางไว้แน่น ชายหนุ่มดึงตัวนางให้ล้มลงบนตัวเขาก่อนจะพลิกร่างมาทับนางไว้ เขาอาศัยจังหวะที่นางตกใจประกบปากลงมาทาบริมฝีปากนาง ใช้ลิ้นดุนเปิดปากแล้วจูบอย
Read more

บทที่ 73 ท่านชายตีฝ่าวงล้อม

ถ้าหากอยากให้ข่าวใดเป็นที่รู้กันทั่วก็ให้บอกว่า ‘เรื่องนี้เป็นความลับ’ ไม่นานนักข่าวที่ว่าชินอ๋องได้รับบาดเจ็บสาหัสและกองทัพพยัคฆ์เหินถูกล้อมไว้ในทะเลทรายนานนับครึ่งเดือนก็ถูกส่งตรงถึงเมืองหลวง เสบียงอาหารที่ส่งไปถูกกักไว้รอที่อำเภอ น้ำไหลชานเมืองฉู่จิ้ง ฮ่องเต้ทรงมีพระบรมราชโองการให้เมืองฉู่จิ้งมอบทหารคุ้มกันเสบียงให้แก่ท่านอ๋องเก้าจำนวนห้าพันนาย แม้ท่านอ๋องสี่จะไม่ทรงพอพระทัยแต่ก็ขัดพระบรมราชโองการมิได้ ฟ่านหลี่เจี๋ยนำคนของตนออกเดินทางไปยังเมืองน้ำไหลเมื่อพบว่าชัยภูมิมีความเหมาะสมที่จะจัดเก็บเสบียงจึงส่งคนไปรายงานให้ท่านอ๋องเก้าทรงทราบ “ใต้เท้าฟ่านขอบใจอย่างยิ่งที่ท่านเป็นธุระเรื่องเสบียงให้ ท่านอ๋องสี่จับตาดูข้าตลอดเวลาจริงๆ” “มิเป็นไร พะยะค่ะ ยามนี้มือปราบเสิ่นจะอยู่ช่วยอารักขาพระองค์ ส่วนกระหม่อมจะหาทางนำเสบียงเข้าไปให้กับกองทัพให้สำเร็จส่วนหนึ่งก่อน” “เจ้ามีวิธีหรือ?” “พะยะค่ะ กระหม่อมจะนำทหารส่วนหนึ่งออกไปเตรียมการเดี๋ยวนี้ ขอให้ท่านอ๋องอนุญาตด้วย” ฟ่านหลี่เจี๋ยที่นอนปรึกษากับฮูหยินของตนเมื่อคืน
Read more

บทที่ 74 หลักฐานจากวังอ๋องสี่

หลินข่ายแจ้งเรื่องของน้องสาวตนให้ใต้เท้าฟ่านฟัง จากนั้นจึงได้รับคำสั่งให้ไปนำสามีภรรยาที่อุปการะน้องสาวของเขาส่งไปอยู่หมู่บ้านที่ห่างไกล หลินเยว่ยังคงมารอพี่ชายตามนัดทุกวัน นางเล่าความเปลี่ยนแปลงในวังท่านอ๋องสี่ให้พี่ชายทราบ หลังจากพี่ชายไปแล้ว พี่อี้ก็จะหิ้วขนมที่นางชอบมารอคุยต่อ “เจ้าเจอทหารที่ใส่ชุดแปลกๆ มาพบท่านอ๋องสี่หรือ?” “เจ้าค่ะ ช่วงนี้ข้าได้เจ้าไปรับใช้ในเรือนพระชายาเอกแล้ว เห็นนางพูดเรื่องค่ายนอกเมืองว่าต้องการเงินเพิ่ม” “พวกเขาเคยเขียนเอกสารใดหรือไม่?” “หากพวกทหารในชุดแปลกๆ มากันสองสามคน ท่านอ๋องสี่จะพาพวกเขาไปคุยกันในห้องอักษรที่เรือนใหญ่ ข้าเข้าไปไม่ได้” จิ่งอี้โคลงศีรษะ เขาให้คนไปคอยสังเกตที่หน้าประตูวังกลับมิเคยเจอคนลักษณะอย่างที่นางว่าเลยสักครั้ง “วังอ๋องสี่ยังมีทางเข้าทางอื่นอีกหรือไม่?” นางเคี้ยวขนมตุ้ยๆ สายตาก็ครุ่นคิด “จริงสิ! ข้าเคยได้ยินอาซื่อที่เรือนใหญ่พูดถึงประตูเล็กที่ติดกับเรือนข้างๆ” จิ่งอี้นึกเอะใจเรือนข้างๆ ที่นางเอ่ยถึงเป็นเรือนร้างที่ปิดตายนานแล้ว ‘หรือว่าพว
Read more

บทที่ 75 ปิดเมืองฉู่จิ้ง

หลังจากเสบียงถูกส่งเข้าไปถึงที่ตั้งทัพพยัคฆ์เหิน ท่านอ๋องเก้าและพระชายาหานซู่ลี่จึงเดินทางกลับเมืองหลวงพร้อมด้วยทหารที่เหลือ ฟ่านหลี่เจี๋ยจึงบอกข่าวแก่ฮูหยินน้อยว่าบัดนี้พวกเขาคงต้องเตรียมตัวกลับเมืองหลวง หลินเยว่ออกมารอพี่ชายด้านนอกกำแพงด้วยความร้อนรน ค่ำนั้นหลินข่ายจำต้องติดตามใต้เท้าฟ่านออกไปซุ่มดูค่ายทหารลึกลับอีกคราจึงมิได้ออกมาน้องสาวตน ทว่าจิ่งอี้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการฝึกดาบเล็กน้อย แสร้งนอนพักอยู่ในจวนกลับรีบร้อนออกมาหานาง “พี่อี้ เหตุใดพี่ใหญ่จึงไม่มาเล่า? วันนี้ข้าร้อนใจนัก” เห็นท่าทางแตกตื่นของนางแล้วเขายิ่งแปลกใจ “มีอันใดหรือ เจ้าจึงดูหน้าซีดเซียวถึงเพียงนั้น” “ข้าบังเอิญได้ช่วยนางกำนัลเรือนใหญ่เก็บผ้าห่มไปส่ง ขากลับได้ยินเสียงท่านอ๋องสี่กำลังพูดอยู่ จึงหยุดฟัง” “เรื่องใหญ่หรือ?” “พี่อี้ เรื่องนี้ใหญ่จริงๆ ท่านอ๋องสี่สั่งเคลื่อนพลทั้งหมดเข้าเมืองหลวงแล้ว ทั้งยังสั่งให้แม่ทัพเมืองฉู่จิ้งเตรียมตัวตามไปสมทบด้วย” จิ่งอี้ตกใจยิ่งกว่านาง “เช่นนั้นทัพฉู่จิ้งก็พร้อมจะทำการกบฏแล้ว”
Read more

บทที่ 76 คำทำนายบรรทัดที่สาม

เหยี่ยวของท่านอ๋องเก้ามาถึงวังหลวงในตอนสาย เมื่อฮ่องเต้ทรงแกะอ่านข้อความแล้วนิ่วหน้า “นี่เจ้าคิดจะชิงบัลลังก์เช่นนี้หรือ? ช่างเอิกเกริกยิ่งนัก” หมิงเฟยหลงนึกถึงตรามังกรคู่ที่หายไปจากวังจีเมื่อคราก่อน มองไปรอบๆ ตัวยามนี้ ผู้ที่ต้องระวังก็มีไม่มากนัก หากไม่สั่งสมบารมีมาจริงๆ มีหรือจะกล้าคิดล้มฮ่องเต้ เมืองฉู่จิ้งนั้น เขาจับตามองมาเนิ่นนานนักเพราะเศรษฐกิจของเมืองนี้ก้าวหน้ายิ่งกว่าทุกเมืองในแคว้นหมิง การเงินที่เกิดจากการค้าขายกับชนเผ่าชายแดนแพร่สะพัด ‘คงเพราะเหตุนี้เจ้าสี่จึงได้กล้าคิดจะสั่งสมกองทัพแข่งกับข้า ในเมื่อเจ้ากรีฑาทัพมาแล้ว ข้าเองก็คงต้องเตรียมการต้อนรับให้สมเกียรติ’ การเดินทางเร่งรัดทั้งวันทั้งคืนของท่านอ๋องเก้ากับพระชายาหานซู่ลี่ทำให้ทั้งคู่มาถึงในเวลาหกวัน แล้วรีบเข้าเฝ้าฮ่องเต้เป็นการเร่งด่วน ยามนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงมีข่าวลือว่าชินอ๋องติดอยู่ในทะเลทรายอาจจะพ่ายศึกในเร็ววัน “ท่านพี่ คนเล่านิทานเหล่านั้นดูท่าจะรู้เรื่องยิ่งกว่าท่านเสียอีก” ฮูหยินน้อยที่ยืนคล้องแขนใต้เท้าฟ่านฟังอยู่ด้านหลังยิ้มขำ พวกเขาแวะพักอำ
Read more

บทที่ 77 ขุนศึกตระกูลจี

เมื่อกองทัพของอ๋องสี่เคลื่อนมาโอบล้อมเมืองหลวง คนในเมืองหมิงล้วนแตกตื่นกับจำนวนทหารมหาศาล ประตูเมืองปิดสนิท ท่านอ๋องสี่ส่งคนของตนเองเข้ามาเจรจา ฮ่องเต้อ่านสาส์นของน้องชายแล้วปาลงพื้น “อ๋องสี่บังอาจมาก อาศัยช่วงที่ ชินอ๋องยกทัพไปติดกับดักเมิ่งข่านในทะเลทราย บังอาจเอาคนมาล้อมเมืองหลวง” “ฮ่องเต้โปรดทรงระงับอารมณ์ ยามนี้กองทัพนับแสนจากฉู่จิ้งได้ล้อมไว้หมดแล้ว เกรงว่าทหารจากค่ายพยัคฆ์เหินที่เหลือน้อยนิดและมือปราบในเมืองหลวงที่มียามนี้คงไม่พอจะต้านทาน” เฉินถิงฟงบุตรชายคนโตของเจ้าเมืองเฉินแห่งเมือง เทียนคงที่หนีรอดไป กลับกลายเป็นตัวแทนของท่านอ๋องสี่ในการเข้ามาเจรจากับฮ่องเต้ หมิงเฟยหลงหรี่ตาลง “บิดาของเจ้า เดิมทีเป็นเจ้าเมืองเทียนคงเพราะทุจริตกินเสบียงหลวงของราษฎรจึงถูกตัดสินโทษประหารชีวิต มิใช่ตัวเจ้าก็มีส่วนด้วยหรือ? ยังกล้ามาเจรจาแทนกบฏอีก” เฉินถิงฟงเสนอหน้าอย่างกล้าหาญ เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย “ครานั้นบิดาของกระหม่อมก็ได้เลือกแล้วว่าท่านอ๋องสี่คือผู้ที่เหมาะสมกับแผ่นดินนี้ ดังนั้นท่านพ่อจึงได้ให้กระหม่อมไปติดต่อกับท่านอ๋องสี่เร
Read more

บทที่ 78 ทัพใหญ่ถูกข่มขวัญ

ขุนศึกจีในชุดเกราะเต็มยศสวมหน้ากากปีศาจถือง้าวอันใหญ่บนหลังม้า ปรี่เข้าไปท่ามกลางหมู่ข้าศึกข้างหน้าอย่างไม่รีรอ ตวัดง้าวอย่างห้าวหาญ ฝ่ายกบฏเห็นดังนั้นก็ตะลึงอยู่ครู่ จากนั้นรองแม่ทัพที่ตระหง่านอยู่บนหลังม้าหน้าสุดก็ร้องสั่ง “ฆ่ามัน!” ทหารทั้งหลายดึงบังเหียนเข้ารุมล้อมขุนศึกที่บุกเดี่ยวมา คนหลายร้อยที่รุมอยู่กลับสู่แรงมหาศาลที่กวัดแกว่งง้าวนั้นไม่ได้ ขุนศึกจีหมุนง้าวเต็มแรงผู้ที่ใช้ทวนและง้าวเข้ามาปะทะต่างเซถลา ขุนศึกในหน้ากากปีศาจลุกขึ้นยืนบนหลังม้าแล้วกระโจนไปฟันผู้ที่รายล้อมอยู่เบื้องหน้า โดยการแตะเท้าเพียงเล็กน้อยบนไหล่ศัตรูจากม้าตัวนี้ไปตัวนั้น นายทหารคนแล้วคนเล่าร่วงลงจากหลังม้า วงล้อมด้านในแตกฮือ ขุนศึกปีศาจกระโจนกลับไปยังหลังม้าของต้นแล้วควบม้ากลับมายังกองทัพของตน เหล่ากบฏตื่นตระหนก ขุนศึกร่างบางเพียงคนเดียวกลับฆ่าทหารเชี่ยวชาญการรบบนหลังม้าได้เกือบสามร้อยคนไม่ถึงชั่วน้ำเดือด “หากพวกเจ้าแน่จริง จงส่งแม่ทัพออกมาต่อสู้กับขุนศึกของข้าตัวต่อตัว” ท่านอ๋องเก้ายืนบนเนินร้องท้าฝ่ายศัตรู ทหารเลวของฝ่ายกบฏต่างเร่งร
Read more

บทที่ 79 จำต้องประจันหน้า

แม้ฮ่องเต้จะยืนยันว่ากองทัพจากภาคใต้จะยาตราขึ้นมาช่วย ทว่ายามนี้เหล่ากบฏที่ตั้งทัพอยู่ต่อหน้ากลับมากมายเหลือคณนา ครบวันที่สามตามที่ท่านอ๋องสี่ลั่นวาจาไว้ เหล่าทหารสามหมื่นนายที่อยู่ในเมืองหลวงถูกปล่อยออกมายืนประจันหน้ากับกองกำลังศัตรู ส่วนประตูเมืองถูกท่านอ๋องเก้าสั่งให้ปิดสนิท “ใต้เท้าฟ่าน หากพวกข้าไม่สามารถต้านรับพวกเขาไว้ได้ เจ้ากับพระชายาคงต้องช่วงป้องกันเมืองให้เต็มกำลัง”พระชายาหานซู่ลี่กอดแขนพระสวามี “ท่านพี่ หม่อมฉันเชื่อมั่นว่าพวกเราต้องผ่านศึกครั้งนี้ไปได้เพคะ ท่านรักษาตัวให้ดี อย่าลืมว่าหม่อมฉันและลูกๆ รออยู่ด้านหลัง”“ข้าก็คงว่าชินอ๋องคงจะมาช่วยเราได้ทันเวลา” ท่านอ๋องเก้านึกถึงข้อความที่ได้รับตอบกลับ ยามนี้ทัพใหญ่ยกกลับมาจากทะเลทรายได้หลายวันแล้ว พวกเขาแจ้งว่ากำลังเร่งเดินทางเพื่อมาให้ทันการณ์ ธงสามเหลี่ยมยาวมีตัวอักษรเขียนพระนามท่านอ๋องสี่ปลิวไสวเป็นทาง เงาดำพรึบที่ปรากฏบนลานก่อนถึงกำแพงใหญ่ของเมืองหมิงสร้างความพรั่นพรึงให้กับทหารฝ่ายถูกรุกราน “พวกเจ้ามั่นใจหรือว่าจะมิยอมจำนนต่อข้า! ฮ่องเต้หมิงเจ้าช่างกล้านัก ยินยอมให้บ้านเม
Read more

บทที่ 80 ท่านหญิงจีสิ้นสติ

เสียงโห่ร้องกึกก้องของทหารทัพพยัคฆ์เหินทำให้ขวัญของกองทัพกบฏแตกกระเจิง ท่านหญิงจีกระโจนขึ้นบนหลังม้ามองหาแม่ทัพกัว นางปะทะกับขุนพลที่ใช้ทวนแล้วชิงอาวุธมาได้พร้อมกับแทงอีกฝ่ายสิ้นชีพบนหลังม้า นางกะน้ำหนักก่อนจะขว้างทวนด้วยกำลังอันเหนือธรรมดาพุ่งเสียบหน้าอกอีกฝ่าย “แม่ทัพกัวตายแล้ว! ท่านอ๋องสี่ตายแล้ว!” เสียงทหารทั้งรบทั้งโห่ร้องข่มขวัญข้าศึก ทัพกบฏด้านหลังระส่ำระส่าย เสียงแตรดังขึ้นอีกกองทัพใหญ่ของพยัคฆ์เหินปรากฏขึ้นบนเนินรายรอบ ธงสามเหลี่ยมสีแดงปลิวไสว “วางอาวุธ! แม่ทัพกัวตายแล้ว! ท่านอ๋องสี่ตายแล้ว!” ทหารหลายหมื่นด้านหลังเมื่อเห็นว่าผู้นำทัพของตนล้วนแต่สิ้นชีพไปแล้ว จึงหันไปยอมจำนน ส่วนทหารด้านหน้ายังคงต่อสู้จนสิ้นชีพ ชินอ๋องนั่งบนหลังม้าคุมทหารเรือนแสนยืนมองบนเนินไม่ไกลนัก “จีหลุนทำได้ดียิ่ง ต่อไปเขาจะเป็นแม่ทัพคนสำคัญของแคว้นหมิง” “ขอรับ ศึกครั้งนี้นับว่าเราสูญเสียน้อยก็เพราะมีท่านชายจี” นายกองเกามองสมรภูมิเบื้องหน้า “ข้าหวังว่านายกองซ่งคงจะรอดชีวิต” “เคราะห์ดีที่พวกเรามาทัน หากปล่อยให้ทัพกบฏบุกเข้า
Read more
PREV
1
...
456789
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status