جميع فصول : الفصل -الفصل 40

87 فصول

บทที่ 31 ดูนางอาละวาด

จินวั่งซูที่ควบม้าตามหลังมือปราบขบวนใหญ่มาติดๆ มิได้นึกเป็นห่วงท่านหญิงจีมากเท่าใดนัก “ขอเพียงนางได้สติขึ้นมา ข้ายังไม่แน่ใจเลยว่าผู้ใดจะกลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายกันแน่” เฟิ่งหู่หันไปมองหน้าคุณชายใหญ่ “นางโดนรมยานะขอรับคุณชาย” “อืม...เราต้องเร่งไปช่วยให้นางตื่น ว่าแต่จะไปยังไงจึงจะไปทันนางเล่า?” “คุณชายข้ามีแผนที่ทางลัด” “เจ้าได้แผนที่นี้มาได้อย่างไร?” เฟิ่งหู่เล่าถึงตอนที่พวกเขาเข้าไปในเรือนรักษา ยามนั้นบนโต๊ะใกล้เตียงมี แผนที่นี้วางอยู่ “ข้าจึงฉวยมาเก็บเอาไว้” “เจ้าขโมยของผู้อื่น เหตุใดจึงฟังดูดีเช่นนั้นไปได้?” จินวั่งซูส่ายหน้าเล็กน้อย เห็นทีเจ้าองครักษ์ผู้นี้คงจะซึมซับความสามารถดีๆ จากเขาไปไม่น้อย คุณชายจินกางแผนที่ไล่นิ้วปราดไปตามแนวภูเขา “เราต้องไปให้เร็วกว่าขบวนมือปราบ” “คุณชายท่านไม่รอบอกใต้เท้าฟ่านก่อนหรือขอรับ” “ไม่ทันแล้ว! ช้าไม่ได้แม้แต่นิดเดียว” จินวั่งซูควบม้าถือคบเพลิงนำหน้าเฟิ่งหู่ไปตามเส้นทางเล็กๆ คดเคี้ยว ไม่ถึงครึ่งเค่อพวกเขาทั้งสองก็มอ
اقرأ المزيد

บทที่ 32 ค่ายโจรพังพินาศ

เฟิ่งหู่ที่นั่งชมอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่มองเห็นสายเพลิงที่กระโจนไปตามหลังคาเรือนอย่างตื่นเต้น แสงไฟสว่างเจิดจ้าทำให้เห็นร่างของฮูหยินจีที่คว้าได้ง้าวใหญ่ขึ้นมาควงทะลวงฟันเหล่าโจรที่รุมล้อมนางอย่างคล่องแคล่ว นางใช้ง้าวสะกิดร่างของคนที่โดนฟันเหวี่ยงเข้าใส่พวกที่กรูเข้าหานางคล้ายคนใช้นิ้วเขี่ยเบาๆ เท่านั้น“นี่ฮูหยินเป็นช้างมาเกิดหรือไร?” เฟิ่งหู่ยังจำตอนที่ตนฝึกง้าวได้ว่าทั้งหนักและควงยากแค่ไหน ทว่าฮูหยินจีที่เป็นสตรีรูปร่างบอบบางกลับควงได้ง่ายดายและรวดเร็ว นางกระโดดขึ้นเหวี่ยงง้าวเป็นวงกลมคราวเดียว ฟันได้ถึงสิบคนร่างโจรที่ล้มระเนระนาดเต็มลานนั้นแทบจะหมดค่าย ยามนี้พวกมันเลิกสนใจที่จะดับไฟแล้ว ปล่อยให้เรือนถูกเพลิงโหมกระหน่ำ หากแต่กลับมาช่วยกันรุมฆ่าสตรีบอบบางที่ควงง้าวอย่างเอาเป็นเอาตายเตียวหมินยืนตะลึงเมื่อเห็นฮูหยินที่คล้ายเด็กสาวตัวน้อยใช้ง้าวออกเพลงยุทธ์อย่างโหดเหี้ยม ดวงตากลมโตของนางฉายแววสังหาร“เข้ามาสิ! เจ้ามิใช่หรือที่อยากจะเป็นสามีคนต่อไปของข้า” นางแสยะยิ้ม กระโจนเข้าใส่กลุ่มคนด้านซ้ายจนแตกฮือ ไม่ว่าจะรุมด้วยดาบ ทวน หรือง้าว พวกมันล้วนไม่อาจสู้พลังและวรยุทธ์ของนางได้“เจ้ามันนางปี
اقرأ المزيد

บทที่ 33 ขุดคุ้ยหาเบื้องหลัง

ท่านผู้ตรวจการฟ่านสั่งให้ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนก่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าจะได้ประชุมแบ่งงานกันอีกครั้ง ฟ่านหลี่เจี๋ยกลับมายังห้องนอน ก้มลงมองท่านหญิงจีที่นอนหลับตาพริ้ม ‘ไหนนางบอกว่าหิว นี่ยังไม่ตื่นมากินอีก?’ เขาเพิ่งได้สังเกตใบหน้านางอย่างละเอียดเป็นครั้งแรก คิ้วโค้งงามสองข้างราวกับวาดไว้ เปลือกตาใหญ่ขนตาหนาเป็นแพ จมูกน้อยๆ ของนางโด่งเชิด ริมฝีปากบางหยักรั้งสีผลอิงเถา เขานึกถึงยามนางสบตา ดวงตากลมโตคู่นั้นดูจริงจังและคาดคั้น จะว่านางเป็นคนซื่อก็ไม่ใช่ นอกจากวิทยายุทธ์อันร้ายกาจที่เขาเคยเห็นแล้ว ฟ่านหลี่เจี๋ยคิดว่านางมีความลับหลายอย่างที่เขายังไม่รู้ หน้าที่ของเขาในยามนี้คือการดูแลตนเองในฐานะของสามีที่ดี และคอยจับตามองดูว่านางคิดจะทำสิ่งใดกับเขากันแน่ เบื้องหลังการแต่งงานที่ท่านฝู่กั๋วกงรู้เห็นเป็นใจคงมิใช่การชื่นชอบในตัวเขาหรือความเหมาะสมของต้นตระกูลเขา ฟ่านหลี่เจี๋ยรู้สึกว่าตระกูลจีมีจุดประสงค์อื่นแฝงมาด้วย รุ่งสางเมื่อฟ่านหลี่เจี๋ยลืมตาตื่น มองเห็นโต๊ะเก้าอี้อยู่นอกม่านมุ้งสีขาวเบาบาง ‘เฮ้อ! ดีที่เมื่อคืนข้ามิได้ฝันว่ากอดนางอีก’ เขานอนกอดอก
اقرأ المزيد

บทที่ 34 พวกเจ้าต้องสารภาพ

หลังกรงขังใต้ดินมีเสียงคนพูดคุยดังมาเป็นระยะ “เอ้า! หยุดพูดกันได้แล้ว ได้เวลากินข้าว” มือปราบในชุดสีแดงเลือดหมูยื่นชามต้มโปะผัดผักเข้าไปทีละห้อง อีกส่วนหนึ่งก็ตรวจตราความเรียบร้อย เมื่อพวกเขาแจกชามข้าวเรียบร้อยมือปราบสี่คนก็กลับไปนั่งจิบน้ำชาเฝ้าที่โต๊ะใกล้บันไดส่วนที่เหลือก็กลับขึ้นไปด้านบน คุกใต้ดินที่นี่มีช่องแสงขนาดเล็กเล็ดลอดเข้ามา ใกล้จะพลบค่ำแล้ว โจรภูเขาต่างหยิบชามข้าวขึ้นมาตักกินอย่างโหยหิว พวกเขาเป็นแค่โจรลิ่วล้อที่หมายเข้ามารับจ้างปล้นฆ่าหวังเงินไม่กี่ตำลึง หลังจากค่ายใหญ่แตกจึงมารู้ภายหลังว่านอกจากพวกตนที่โดนจับมาแล้ว คนที่เหลือล้วนตายไปหมด ได้ยินพวกมือปราบคุยกันว่าพวกเขาอาจจะถูกจับไปทำงานก่อสร้างกำแพงแคว้นที่ชายแดน คิดไปแล้วก็ยังดีกว่าถูกประหาร “อ๊าก! เอื๊อก!” เจ้าอ้วนที่ตักข้าวกินอย่างมูมมามคนแรกเอามือกุมลำคอ อาเจียนเอาเลือดเป็นลิ่มออกมา “ข้าวมียาพิษ!” นักโทษอีกหลายห้องร้องออกมาเมื่อเห็นสหายร่วมห้องขังทำตาเหลือกและอาเจียนจนเลือดและน้ำลายฟูมปาก มือปราบที่เฝ้าโต๊ะด้านล่างรีบวิ่งเข้ามาดู “ไอ
اقرأ المزيد

บทที่ 35 คุ้มครองนางให้ดี

ฟ่านหลี่เจี๋ยนั่งคุยกับหัวหน้าฝ่ายชันสูตรศพ เขาต้องกลับไปเขียนรายงานเพิ่มเติม พร้อมสั่งการให้มือปราบติดประกาศให้ญาติของผู้ตายมารับศพหากเกินกำหนดเวลาก็นำไปฝังที่ป่าช้านอกเมืองเอาไว้ก่อน มือปราบผู้หนึ่งขึ้นมาเรียนให้ใต้เท้าผู้ตรวจการทราบว่า เตียวหมินรองหัวหน้าค่ายโจรภูเขายอมสารภาพและซัดทอดถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังแล้ว “ดี! ถ้าเขายอมพูดเราจะได้จัดการกับต้นต้นปัญหาเสียที” เมื่อมองเห็นฮูหยินตัวน้อยของตนเดินเข้ามาในห้องใต้เท้าฟ่านจึงนึกขึ้นได้ “ฮูหยินเจ้านั่งรอที่ห้องนี้ก่อนเดี๋ยวข้าจะพากลับจวน คุกใต้ดินอับชื้นนักเจ้าอย่าลงไปอีกเลย ข้ามีเรื่องต้องไปซักไซ้นักโทษพวกนั้นอีกเล็กน้อย” ท่านหญิงจีเดินเข้ามาใกล้สามีทำตาปริบๆ “เจ้าค่ะ” เมื่อใต้เท้าฟ่านลงไปห้องใต้ดิน มือปราบเสิ่นก็จัดการให้นักโทษประทับลายนิ้วมือและลงชื่อเป็นหลักฐานการสารภาพผิดแล้ว เสิ่นเวยหลงเดินเข้ามาใกล้สหาย “คนที่ลงมือฆ่าโจรน่าเป็นเฉินเฟิง อย่างที่เราคาดไว้ เฉินถิงฟงคือผู้ไปติดต่อกับหัวหน้าโจร” “ให้คนไปจับคนสนิทเจ้าเมืองเฉินมาสอบเค้นเดี๋
اقرأ المزيد

บทที่ 36 ให้ข้าป้อนท่านเอง

มือปราบในเมืองเทียนคงส่วนหนึ่งติดตามเฉินเฟิงหนีออกไปนอกเมืองจึงถูกปิดประกาศในฐานะนักโทษ พวกเขาคือคนที่ใช้เงินทองติดสินบนเพื่อจะได้เข้ามาเป็นมือปราบ เมื่อเจ้าเมืองเฉินถูกจับจึงถูกเฉินเฟิงข่มขู่ว่าพวกเขาเองจะต้องถูกสอบสวนและกลายเป็นนักโทษเช่นกัน ด้วยความจำใจพวกเขาจึงต้องติดตามหัวหน้ามือปราบเฉินออกนอกเมืองเพื่อหวังไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าเมืองฉู่จิ้ง นับว่าเฉินเฟิงเองก็คาดการณ์ได้แม่นยำ หลังจากที่มือปราบเสิ่นรู้แน่ว่าบุตรคนโตของเจ้าเมืองเฉินส่งครอบครัวหนีภัยไปแคว้นผิง ส่วนตัวเขาและบุตรคนรองหนีออกจากเมืองไปพร้อมกัน เขาก็แบ่งมือปราบออกเป็นสองส่วน กลุ่มแรกคุ้มครองนักโทษทั้งหมดเข้าเมืองหลวง ส่วนที่สองรอคุ้มครองความปลอดภัยให้ท่านผู้ตรวจการฟ่าน “เวยหลง เจ้าคุมขบวนนักโทษกลับเมืองหลวงไปก่อนเถิด เจ้าเหลือคนคุ้มกันข้าไว้ก็พอ ข้าจะอยู่รอให้เจ้าเมืองคนใหม่เดินทางมาถึงจึงจะกลับเมืองหลวง” “ได้! ข้าจะนำหนังสือจากเจ้าไปถวายฮ่องเต้ด้วยตนเอง” เฉินเฟิงพร้อมพรรคพวกดักรอที่สะพานไม้ที่อยู่ห่างจากประตูเมืองไปสิบลี้ เมื่อมองไปเห็นเฉินเจี้ยนหลินท่านพ่อข
اقرأ المزيد

บทที่ 37 สามีทำให้ใจสั่น

ฟ่านหลี่เจี๋ยมิได้ปล่อยผมขณะแช่น้ำเพราะหากเสียเวลาในการสระผมกว่าเขาจะได้นอนก็คงอีกนาน ดังนั้นเมื่อเขายืนขึ้น แผ่นหลัง บั้นท้ายและท่อนขาเรียวยาวของเขาจึงปรากฏอยู่ใกล้และเห็นได้เต็มตา ท่านหญิงจีใต้เต้นตึกตักแรงราวกลองศึกบนกำแพงเมืองจนถึงกับต้องปล่อยมือที่ปิดตาตนเองลงมากุมหัวใจ ‘ข้าจะตายไหมนี่? เหตุใดหัวใจจึงเต้นเร็วปานนี้?’ ครั้นเขาหยิบเอาผ้ามาเช็ดเนื้อเช็ดตัวท่านหญิงจีจึงปล่อยผ้ามุ้งลงเพราะเกรงเขาจะหันมาเห็น ชายหนุ่มสวมชุดนอนเรียบร้อยก็เปิดมุ้งเข้าไปนอนเคียงข้างนาง กลิ่นจ้าวเจี่ยวจากตัวเขาอบอวลรบกวนจิตใจของนางยิ่งนัก จีลี่อิงนอนหันหน้าเข้าผนังด้านใน ไม่นานนักลมหายใจของเขาก็เริ่มผ่อนลงและเบาบางอย่างสม่ำเสมอ ตื่นมาคราวนี้เป็นท่านหญิงจีกลายเป็นผู้นอนไม่หลับ นางครุ่นคิดถึงความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาระหว่างตนกับฟ่านหลี่เจี๋ยและข้อตกลงที่ได้ทำกันไว้ว่าจะอยู่ด้วยกันเพียงแต่ในนาม นึกถึงครั้งแรกที่นางแอบไปดูเขา รูปร่างสง่างามใบหน้าหล่อเหลาจนแทบจะงดงาม คืนแรกที่ได้ร่วมเตียง จวบจนวันที่เขาขี่ม้าบุกไปช่วยนางที่ค่ายโจรใหญ่และค่ายโจรบนภูเขา เขายิงธน
اقرأ المزيد

บทที่ 38 กำจัดผู้รบกวนสามี

เย็นนั้นฮูหยินจีเข้าไปควบคุมพ่อครัวทำอาหารเลี้ยงเหล่าขุนนางในนามผู้ตรวจการฟ่านหลังการประชุม นางรีบกลับห้องนอนไปอาบน้ำเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อออมแรงไว้ใช้ที่น้ำตก สามีของนางเร่งพูดคุยธุระให้เสร็จเพราะอยากจะเข้านอนพร้อมภรรยา เขาทำจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นเจ้าเจี่ยวจากผมนางที่เพิ่งสระใหม่ จีลี่อิงนอนหลับตาพริ้มด้วยความเหนื่อยอ่อน‘เมื่อวานเจ้าไม่หลับไม่นอน แต่วันนี้กลับนอนกรนตั้งแต่หัวค่ำเทียว’คราใดที่ออกจากจวนเพื่อมิให้ผิดสังเกตจำต้องนอนร่วมเตียง ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดที่ตนเองฝันว่าได้กอดนางอยู่บ่อยๆ ครั้นลืมตาตื่นก็เห็นนางนอนอยู่ใกล้ๆ เขาต้องอดทนข่มใจ ใช่ว่าเขาจะไม่มีความต้องการตามธรรมชาติ ภรรยาที่แต่งงานมาอย่างถูกต้องตามประเพณีนอนแทบจะแนบชิดถึงเพียงนี้ ทว่ากลับแตะต้องไม่ได้ช่างทรมานยิ่ง เมื่อวานตอนลืมตาตื่นเห็นนางนอนจ้องมองเขาตาแป๋วอยู่ เขานึกอยากกอดและประทับจูบริมฝีปากหยักรั้งนั้น ใบหน้าของนางนับวันยิ่งรู้สึกน่ารักมากขึ้น เขาเร่งทำงานก็เพราะจะได้รีบกลับเมืองหลวง หากนอนร่วมเตียงกับนางเช่นนี้อีกไม่นานเขาก็คงทนไม่ไหว ฟ่านหลี่เจี๋ยนอนหันหลังให้ภรรยาพยายามหลั
اقرأ المزيد

บทที่ 39 สามีข้าดุมาก

เสียงฝีเท้าม้าหลายสิบตัววิ่งขึ้นมาบนเขาจนถึงหน้าผา “น้องหญิง! น้องหญิง!” เสียงสามีที่ดังลั่นทำเอาฮูหยินน้อยชะงักเท้าที่คิดจะไล่ตามพวกมันไป นางโยนกระบี่ลงพื้นยืนนิ่ง ฟ่านหลี่เจี๋ยเห็นนางยืนอยู่พร้อมด้วยจินวั่งซู เฟิ่งหู่ และจิ่งอี้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก“ดีจริงที่พวกเจ้ามาช่วยฮูหยินน้อยด้วย”เหล่ามือปราบที่เขานำมาด้วยไล่ล่าตามพวกโจรที่เหลือไป เหลือเพียงฟ่านหลี่เจี๋ย หลินข่าย กับมือปราบอีกสองคนอยู่บนหลังม้า “ท่านพี่! ท่านมาได้อย่างไรกัน?” ดวงตากลมโตของนางกระพริบตาถี่ๆ ‘ข้าอุตส่าห์วางแผนเสียดิบดีมิให้ท่านต้องลำบากยังจะมีคนไปตามท่านมาอีก’ “ก็รีบตามมาช่วยเจ้าน่ะสิ เหตุใดจึงออกจากจวนมาโดยไม่บอกข้า?” น้ำเสียงของใต้เท้าฟ่านเจือความโมโหไว้เต็มเปี่ยม จีลี่อิงเพิ่งเคยเห็นสามีผู้ใจเย็นดุจน้ำแข็งโกรธนางเป็นครั้งแรกก็รู้สึกหวั่นใจ “กลับจวนกับข้าเดี๋ยวนี้!” เขายื่นมือมาตรงหน้านาง ท่านหญิงจีไม่กล้าอิดเอือน เขาดึงนางขึ้นนั่งด้านหน้าในอ้อมกอด “พวกเจ้าจัดการศพกับตามจับนักโทษที่เหลือให้เรียบร้อยแล้วไปรายงานข้าด้วย ข้าจะไปรอที่จวน” ฟ่านหลี่เจี๋ยหันไปสั่งมือปราบทั้งสองแล้
اقرأ المزيد

บทที่ 40 สัญญาเฝ้าหนึ่งคืน

จินวั่งซูเห็นว่าพรุ่งนี้ก็จะเดินทางจากเมืองเทียนคงแล้วจึงชวนเฟิ่งหู่ออกไปเหลาสุราเพื่อดื่มฉลองกันสักหน่อย พวกเขาเดินชมเมืองอย่างรื่นรมย์ไปจนถึงร้านใหญ่ริมแม่น้ำ “เสี่ยวเอ้อ เอาเหล้าแพงที่สุดมาสองไห” จินวั่งซูเลื่อนไหเหล้าให้องครักษ์ประจำตัว เขานึกเสียดายที่ผ่านมาไม่เคยคิดอยากนำเอาองครักษ์ผู้นี้ติดตามไปด้วย เพิ่งมาคิดได้เมื่อครั้งก่อนที่ไปแคว้นจิน และได้เห็นประโยชน์ “เฟิ่งหู่วันนี้เจ้าดื่มให้เต็มที่ ฉลองการผจญภัยที่แสนสนุกอีกครั้งหนึ่งของข้า” “คุณชาย เชิญดื่มขอรับ!” พอชนชามเหล้ากันไปหลายชาม กลับปรากฏสตรีงดงามในชุดสีฟ้าที่โต๊ะริมน้ำถัดไป ครั้นยกชามเหล้าอีกครั้ง จินวั่งซูกลับรู้สึกปวดหัวและตาพร่า “โอ๊ย!” เขายกมือกุมศีรษะกดไว้แน่นหวังให้อาการหายไป “คุณชายใหญ่ ท่านเป็นอันใด?” “เขาเป็นของข้าน่ะสิ!” สตรีนางนั้นลุกขึ้นมายืนใกล้ น้ำเสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย พลันเฟิ่งหู่ก็เริ่มปวดศีรษะและตาพร่าพรายเช่นกัน ร่างของเขาล้มลงสร้างความตกใจให้คนในร้าน จินวั่งซูเงยหน้ามองเห็นนางถึงกั
اقرأ المزيد
السابق
1234569
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status