جميع فصول : الفصل -الفصل 60

87 فصول

บทที่ 51 สตรีในใจคุณชายใหญ่

อี๋ลี่จือตื่นแต่ฟ้ายังไม่สางรีบแต่งตัวเดินเข้าไปสำรวจในห้องทำงานของคุณชายใหญ่ในเรือนสุขสงบ ด้วยความที่รับใช้กันมาตั้งแต่เยาว์วัยเขาก็พอจะเดานิสัยคุณชายได้ว่าหากมีความในใจสิ่งใดควรจะซ่อนไว้ในหมู่หนังสือพวกนั้น “ลี่จือ เจ้าต้องการสิ่งใดในห้องนี้?” อี๋โปหลัวที่สะกดรอยตามอี๋ลี่จือมาจากห้องนอนรู้สึกสงสัย ท่าทางของญาติผู้พี่ก็มิใช่ต้องการจะขโมยของเหมือนกำลังหาบางสิ่งอยู่ “เจ้ามาก็ดีแล้ว รีบมาช่วยข้าหาเร็วเข้า ก่อนคุณชายใหญ่จะตื่น” อี๋ลี่จือเดินเข้าไปใกล้แล้วบอกสิ่งที่ตนตามหา “อ้อ! เจ้าน่าจะบอกข้าก่อน ข้าจะได้ตื่นมาหาพร้อมเจ้า” สองพี่น้องช่วยกัน พลิกดูหนังสือและลิ้นชักจนทั่ว “โปหลัว เจ้าคิดว่าหากคุณชายมีสตรีในดวงใจควรจะเก็บสิ่งใดไว้เพื่อระลึกถึงนาง?” อี๋ลี่จือเคยคิดว่าคุณชายอาจจะมีจดหมายจึงเที่ยวค้นหาตามหนังสือและลิ้นชัก อี๋โปหลัวยืนนิ่งอยู่ครู่ สายตาปะทะภาพวาดที่แขวนอยู่ผนัง “ลี่จือ เจ้าดูสิ คุณชายใหญ่ฝีมือในการวาดภาพดีขนาดนี้ ท่านก็น่าจะวาดรูปนางเก็บไว้ดูจริงไหม?” อี๋ลี่จือหันไปผนัง เมื่อเห็นภาพวาดพระโพธิสั
اقرأ المزيد

บทที่ 52 ฤกษ์เกิดที่อันตราย

จินวั่งซูนั่งฟังนักเล่านิทานคนใหม่ที่เวียนมาภัตตาคารบึงหงส์เล่าแล้วถึงกับผงะ เห็นทีเรื่องร้ายจะไม่ได้เกิดขึ้นแต่กับตระกูลจีเสียแล้ว “ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน วันนี้ข้าจะเล่าเรื่องบุรุษที่เป็นภัยร้ายต่อแคว้นหมิง พวกเขาล้วนเกิดวันสถาปนาเมืองหมิง ตามที่โหราจารย์โบราณผู้หนึ่งได้ทำนายเอาไว้........” ครั้นฟังได้ถึงตอนที่นักเล่านิทานผู้นั้นเอ่ยถึงการกำจัดบุรุษเหล่านี้ จึงจะสามารถรักษาแคว้นหมิงให้อยู่รอดปลอดภัยได้ จินวั่งซูถึงกับสติแตกขว้างกาสุราไปที่โต๊ะนักเล่านิทาน โพล๊ะ! เพล้ง! “เจ้าหยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้ว เรื่องเช่นนี้มีเมื่อใดกัน?” เจ้านักเล่านิทานตัวร้ายลุกขึ้นชี้หน้าคุณชายจิน “คะ คุณชาย! ท่านจะมาทำร้ายข้าได้อย่างไรกัน เรื่องนี้ข้าเอามาจากตำราโบราณนะขอรับ” จินวั่งซูไม่ยอมแพ้ “ไหน? ตำราที่เจ้าว่าเอาออกมาให้ข้าดูหน่อย หากเจ้าไม่มีหลักฐานจริง ข้าจะกระทืบเจ้าเดี๋ยวนี้” “ทะ ท่านเป็นอันธพาลชัดๆ มารังแกคนเล่านิทานอย่างข้า” “เจ้าไม่มีใช่หรือไม่? เช่นนั้นหากข้าได้ยินเจ้าพูดเรื่องนี้อีก ข้าจ
اقرأ المزيد

บทที่ 53 ช่วยท่านพี่อีกครั้ง

ท่านหญิงจีเห็นภาพนั้นก็แปลกใจ ปานเหมยกุ้ยจึงเล่าสิ่งที่อี๋ลี่จือกับอี๋โปหลัวได้ยินคุณชายใหญ่คุยกับคุณชายจิน จนพวกเขาเข้าไปค้นหาหลักฐานแล้วเจอกับ ภาพนี้ “นี่คือสตรีในดวงใจคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ” “หา! แต่ว่านี่....” “คือท่านเอง” จีลี่อิงมองภาพนั้นอย่างแปลกใจ ดวงตาคู่นั้นคือดวงตาของนางไม่ผิดแน่ ชุดสีแดงที่นางชอบใส่พร้อมผ้าคลุมศีรษะสีแดงในยามออกจากจวนแล้วไม่ต้องการเผยโฉม วันนั้นนางเคยช่วยชีวิตเขาบนสะพานไท่หยาง ไม่คิดว่าเขาจะฝังใจจนถึงขั้นวาดภาพของนางซ่อนไว้ในมุมมืดห้องหนังสือ “ในเมื่อท่านพี่ มีนางอยู่ในใจมาตลอดเช่นนี้ ข้าก็ต้องช่วยให้ท่านพี่สมหวัง” ท่านหญิงจีสั่งให้สาวใช้ทั้งสองไปเอาชุดแดงก้นหีบของนางออกมา “ข้ามิได้สวมชุดนั้นนานแล้ว” เมื่อท่านหญิงแต่งกายในชุดแดงเรียบร้อย อี๋ลี่จือกับอี๋โปหลัวก็เดินมาที่เรือนของนาง ครั้นเห็นสตรีชุดแดงที่คาดใบหน้าเหมือนในภาพก็ตะลึง “พวกเจ้ามาพอดี วันนี้ท่านพี่บอกว่าจะไปที่ใดบ้าง?” “ข้าน้อยได้ยินว่า คุณชายเข้าวังหลวงแล้วจะเลยไปวังสามพยัคฆ์ขอรับ”
اقرأ المزيد

บทที่ 54 บาดเจ็บก็เพื่อสามี

ฟ่านหลี่เจี๋ยมานั่งเฝ้าข้างเตียงท่านหญิงจี นางนอนหลับตาพริ้ม เขากุมมือนางไว้แน่น ตั้งแต่พบนางบนสะพานไท่หยางวันนั้นเขาก็ไม่เคยลืมดวงตาคู่นี้ แม้จะรู้สึกคุ้นเคยในยามสบตากับฮูหยินของตน ทว่าเขายังต้องการความมั่นใจ ‘เป็นเจ้า! คนที่ข้าตามหามาตลอด อยู่ใกล้เพียงนี้ แม้สงสัยแต่กลับไม่รู้’ เขามองดูชุดแดงที่นางกำนัลถอดออกจากร่างนางมาพับไว้ข้างๆ ฟ่านหลี่เจี๋ยไม่ยอมให้พวกนางเอาออกไป ชุดที่เขาเห็นนางสวมใส่ครั้งแรก และครั้งนี้นางก็สวมมันมาอีกราวกับจงใจ “ท่านพี่! ข้ามาช่วยแล้ว!” เสียงอุทานแผ่วเบา เปลือกตายังปิดสนิท ใบหน้านางขาวซีด ริมฝีปากแห้งผาก เขารู้ว่านางเสียเลือดไปไม่น้อย “ดื่มน้ำก่อนเถอะนะ” เขารินน้ำชาใส่จอกมาจ่อที่ริมฝีปากนาง ท่านหญิงจีไม่ได้สติ ไม่มีอาการตอบรับ ชายหนุ่มสั่งให้นางกำนัลนำเอาถ้วยกับชามมาแล้วรินน้ำชาอุ่นๆ ใส่ถ้วย จากนั้นจึงประคองนางขึ้นป้อนน้ำชาทีละช้อน “พวกเจ้าออกไปเถิด ข้าจะดูแลฮูหยินเอง” เมื่อนางกำนัลออกไปหมดแล้ว เขาจึงค่อยๆ ขยับร่างนางเข้าด้านในเตียง แล้วปีนขึ้นไปนอนตะแคงข้างมองดูนาง
اقرأ المزيد

บทที่ 55 ความห่วงใยของท่านพี่

จิ่งอี้กับหลินข่ายเหมือนลิ้นกับฟัน ทั้งสองต่างไม่ชอบหน้ากันมาตั้งแต่แรก เมื่อหลินข่ายโอ้อวดความสามารถตน จิ่งอี้ก็แทบทนไม่ได้ “คนอย่างข้าจะทำไม? ข้าอยู่ในวังจีก็ฝึกอาวุธและปกป้องวังจากคนชั่วมามิใช่น้อย” “หึ! เทียบกับการออกศึกมิได้หรอก” จิ่งอี้ได้ฟังดังนั้นก็เลือดขึ้นหน้าหยิบกระบี่ขึ้นมา “เจ้าคิดว่าเจ้าเก่งเหนือผู้อื่นก็มาลองประดาบกับข้าสักหน่อยเป็นไร?” ไม่รอให้หลินข่ายปฏิเสธจิ่งอี้ก็กระโจนเข้าหาหลินข่ายทันที หลินข่ายยกกระบี่ที่ยังไม่ถอดฝักขึ้นรับ “เจ้ามันบ้าไปแล้ว!” มือปราบทั้งแปดที่นั่งอยู่ห่างออกไปเห็นองครักษ์ทั้งสองปะทะกันก็ยืนดูอย่างตื่นเต้น “เจ้าดูพวกเขาสิ ฝีมือร้ายกาจยิ่งนัก” “นี่มิใช่พวกเขาวิวาทกันหรอกหรือ?” อีกคนทำหน้าฉงน “ทำไมพวกเจ้าไม่คิดจะห้าม?” “ฝีมือพวกเราเท่านี้จะไปห้ามปรามพวกเขาได้อย่างไร? สู้อยู่ดูพวกเขาแสดงฝีมือให้พวกเราได้ยลมิดีกว่าหรือ?” ฟ่านหลี่เจี๋ยเดินผ่านมาเห็นองครักษ์ทั้งสองของตนปะทะกันก็ส่ายหน้า เขาพอจะรู้ว่าทั้งคู่ไม่ชอบหน้าอีกฝ่ายนัก “พวกเจ้าคอยดูด้วยก็แล้วกัน อย่า
اقرأ المزيد

บทที่ 56 บุกชิงตรามังกร

มือปราบผู้หนึ่งมุ่งไปแจ้งข่าวแก่ฟ่านหลี่เจี๋ยที่เรือนสามพยัคฆ์ เมื่อชายหนุ่มรู้ข่าวเขาก็รีบลุกขึ้นแต่งตัว ท่านหญิงจีลุกขึ้นนั่ง “น้องหญิงเจ้านอนพักไปเถอะ ยังบาดเจ็บอยู่ เดี๋ยวข้าจะไปดูท่านพ่อตาเอง” ชายหนุ่มแต่งตัวเสร็จองครักษ์กับมือปราบยืนรออยู่หน้าวังสามพยัคฆ์แล้ว สามีไม่รอให้นางโต้แย้ง ท่านหญิงจีคลำบาดแผลตนเอง นอกจากนางจะมีพลังมหาศาลเหนือคนทั่วไปแล้ว ร่างกายของนางในยามบาดเจ็บก็สามารถกลับเข้าที่ได้อย่างรวดเร็ว ยามนี้แผลที่ถูกแทงก็เหลืออาการเท่ามีดบาดมือ “เหมยกุ้ยไปเตรียมม้าให้ข้าที” “เจ้าค่ะ” ปานหวงหลานรีบหยิบเสื้อผ้ามาวางและหยิบกระบี่ออกมาส่งให้ท่านหญิง นางควบม้าออกไปพร้อมกับองครักษ์ที่พระชายาฟ่านซิ่วอิงจัดให้ อีกทั้งยังสั่งให้องครักษ์ลับของวังจีตามไปช่วยพี่ชายอีกหลายคน เปลวไฟที่โหมกระหน่ำทำให้ทั่วทั้งเมืองหลวงแตกตื่น แม้แต่ฮ่องเต้ที่รับทราบข่าวก็ยังสั่งการให้เร่งช่วยดับไฟที่วังจี ‘ยังไม่รู้ว่าตรามังกรคู่อยู่ที่ใด ต้องปกป้องวังจีเอาไว้ก่อน’ กุ้ยเฟยที่ร่วมเตียงกับฮ่องเต้ลุกขึ้นมานั่ง
اقرأ المزيد

บทที่ 57 ท่านพี่ต้องเดินทางด่วน

ฟ่านหลี่เจี๋ยถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าแต่เช้าตรู่เพียงลำพัง เขาหน้านิ่วคิ้วขมวดเดินครุ่นคิดไปตามทาง ท่านกงกงที่เฝ้าอยู่หน้าประตูห้องทรงพระอักษรพอเห็นรองเสนาบดีหนุ่มก็รีบทักทายและเชิญเข้าด้านใน ฮ่องเต้หมิงเฟยหลงนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของพระองค์ดูกังวล “ครั้งนี้มิใช่เรื่องเล็กเสียแล้วใต้เท้าฟ่าน เจิ้นมิไว้ใจผู้อื่น คงต้องให้เจ้าเป็นผู้ออกไปช่วยจัดการ” “พะยะค่ะ” “อ๋องเก้าเดินทางไปล่วงหน้าแล้ว เมื่อไปถึงที่นั่น เจ้าก็จงช่วยงานตามที่เขาบอกเถิด ระวังตัวให้มาก เจ้าก็เห็นแล้วว่าวังจีถูกบุกไปสองครั้ง หากพวกเขามิได้สิ่งที่ต้องการก็คงจะไม่รามือ” “พระองค์ก็มีประสงค์สิ่งนั้นด้วยมิใช่หรือพะยะค่ะ?” “ใช่! อยากให้เจ้าช่วยชิงมันมาให้เจิ้น แต่คราวนี้เห็นทีจะมีคนลงมือหลายฝ่าย ครั้งก่อนก็สำนักมืออสูร ครั้งนี้ก็นักฆ่าไร้สำนัก” ฟ่านหลี่เจี๋ยรู้มานานแล้วว่าฮ่องเต้พระองค์นี้ฉลาดยิ่งนักแต่ที่คาดไม่ถึงทุกความเคลื่อนไหวจะถึงหูพระองค์ทันทีที่เกิดเรื่อง เขาไม่อาจคะเนได้ว่าพระองค์วางสายสืบไว้ภายนอกมากน้อยเพียงใด เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากล
اقرأ المزيد

บทที่ 58 รถม้าของสองเรา

ระหว่างเดินทางเขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน เปิดม่านข้างรถม้ารับแสงสว่าง ท่านหญิงจีหยิบขนมเข้าปากไปก็คอยมองดูหน้าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า‘ท่านพี่ช่างใบหน้าที่งดงามเสียจริง มิน่า! อี๋เอ๋อร์ถึงงอแงไม่ค่อยอยากให้เขากลับไปเยือนที่วังจี’ฟ่านหลี่เจี๋ยอ่านไปก็ไม่อาจสงบนิ่ง เขารู้ว่านางจับจ้องใบหน้าตนจากด้านข้าง ชายหนุ่มรู้สึกร่างกายร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงหน้าท้องขาวเนียนนั่น ภาพที่ติดตาทำให้ใจสั่นและมือที่ถือหนังสือไหวระริกฟ่านหลี่เจี๋ยวางหนังสือแล้วดึงภรรยาเข้ามาใกล้ “น้องหญิง เจ้ามานั่งใกล้ๆ ข้าดีกว่ารถม้าโคลงเคลงถนนไปเมืองฉู่จิ้งไกลนักเจ้าอาจจะเมารถ” ท่านหญิงจีขยับเข้าไปใกล้สามีเขาจึงโอบเอวเล็กของภรรยา นางมิเคยเดินทางไกลขนาดนี้มาก่อน การนั่งรถม้าสำหรับนางยากลำบากกว่าการขี่ม้า ทว่าในเมื่อสามีต้องการให้เดินทางเช่นนี้นางก็ได้แต่ตามใจเขา ชายหนุ่มยิ้มกรุ่มกริ่มก้มลงมอง “แผลของเจ้าหายดีแล้วจริงนะ” “จริงเจ้าค่ะ” “เปิดให้ข้าดูอีกทีได้หรือไม่? ตอนที่อยู่ในห้องข้ามองไม่ถนัด” “เจ้าค่ะ” ท่านหญิงปลดผ้าคาดเอวตนเองออก เมื่อ
اقرأ المزيد

บทที่ 59 บัณฑิตผู้แสนเรียบร้อย

การเดินทางไปเมืองฉู่จิ้งต้องใช้เวลาร่วมสิบวัน เพิ่งผ่านคืนแรกไปท่านพี่ของนางก็เอาแต่รีดเค้นนางอยู่ทั้งคืน ตอนเช้าก็ต้องฝืนกายตื่นเพื่อแต่งตัวขึ้นมานั่งในรถม้า ท่านพี่ใช้หมอนกลมรองที่ตักแล้วจับนางนอน “เจ้าคงเพลียมาก นอนเสียเถิด” มือเรียวของเขาลูบไล้แขนนางอย่างมีความหมาย นางหลับตาพยักหน้า ง่วงจนไม่อาจจะตอบโต้สิ่งใด ตะแคงใบหน้าลงบนหมอนกลมปล่อยให้เขาวางมือลูบไล้ที่ต้นคอและแถวคางเบาๆ ฟ่านหลี่เจี๋ยชะโงกหน้าลงมาใกล้ปลายหู “คืนนี้ข้าจะทารุณเจ้าอีก น้องหญิง” แม้นางจะไม่ลืมตาแต่หูก็ได้ยินชัดแจ้งใบหน้าและใบหูจึงมีสีแดงลามไปทั่ว ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็หัวเราะหึๆ ออกมา เขาเม้มใบหูนางดูดดึงอย่างล้อเลียนเบาๆ นางยกมือขึ้นตบมือข้างหนึ่งของเขาที่พาดอยู่เอวสองสามที “เอาเถอะ ข้าจะปล่อยให้เจ้านอนไปก่อน” เขาหอมแก้มนางแรงๆ ก่อนจะพิงหลังกับผนังรถม้าหลับตางีบสักหน่อย คืนแรกระหว่างเขากับนางช่างหอมหวานเย้ายวนใจ เสียดายที่อยู่ระหว่างเดินทางไม่เช่นนั้นเขาอยากจะปิดห้องอยู่กับนางสักสามวันสามคืน ชายหนุ่มนึกถึงเรือนสุขสงบที่ห่างไกลผู้คนของตนเอง กลับจากเมืองฉู่จิ้งเขาจะปิด
اقرأ المزيد

บทที่ 60 ข่าวลือของท่านพี่

ปานหวงหลานมองหน้าญาติผู้พี่ “พี่เหมยกุ้ย มิใช่เจ้าหรอกหรือที่มีวรยุทธ์กล้าแข็งสู้กับบุรุษได้ทีละหลายคน” ปานเหมยกุ้ยหน้าร้อนผ่าว “ขะ เขาก็มีวรยุทธ์เช่นกัน ซ้ำเก่งกว่าข้าอีก” “อ้อ! มิน่า เขาดึงทีเดียวเจ้าก็ลงไปนั่งตักเขาเลย ไม่กล้าขัดขืนเลยด้วย” ปานหวงหลานยิ้มกริ่ม “ไม่คุยกับเจ้าแล้ว นอนพักดีกว่า” “อืม....เห็นทีข้าต้องไปถามพี่เขยหน่อยแล้วว่าเขามีวรยุทธ์ขั้นใดจึงเอาชนะท่านง่ายดายยิ่ง” คืนที่สองต้องพักที่ชายป่า สองสามีภรรยาจึงต้องนอนในรถม้า ปานเหมยกุ้ยขึ้นไปปูที่นอนให้ ฟ่านหลี่เจี๋ยนึกถึงคราที่ตนพาฮูหยินเดินทางไปเมืองเทียนคง คืนนั้นในรถม้าเขากับนางต่างคนต่างนอนแต่คืนนี้ในรถม้าคันเดิม เขาจะไม่ยอมพลาดโอกาสอันดีอีกอี๋ลี่จือกระซิบบอกให้จิ่งอี้สั่งมือปราบถอยไปตั้งกระโจมห่างรถม้าออกไปสักหน่อย จิ่งอี้ได้ยินก็ยิ้มออกมาแล้วทำตามคำแนะนำนั้น ฟ่านหลี่เจี๋ยยังคงทำหน้าตายแต่พอใจที่อี๋ลี่จือทำได้ถูกต้องจึงยื่นหนึ่งตำลึงให้เป็นรางวัล “เจ้าดูแลได้ดีมาก” “ท่านพี่เจ้าคะ มือปราบนอนห่างพวกเรามากไปหรือไม่? ข้าเกรงจ
اقرأ المزيد
السابق
1
...
456789
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status