“ค่อยๆ ลุกนะครับ ไม่ต้องรีบร้อน” ร่างสูงที่จับไหล่นุ่มอยู่พูดด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่นุ่มนวลเวนิตาทำหน้านิ่งๆ อดคิดไม่ได้ว่า คงเป็นเพราะเธอกลับมาป่วย เขาถึงได้มีท่าทีที่อ่อนโยนกับเธออีกครั้งเหมือนในวันแรกๆ'รู้แบบนี้ เธอคงอยากที่จะแกล้งป่วยซะให้นานๆ กว่านี้'อยู่ๆ เสียงกระเพาะน้อยๆ ของเธอมันก็ร้องโครกครากออกมาแบบไม่ไว้หน้าเอาเสียเลย คนตรงหน้าได้ยินพยายามเก็บอาการไม่ส่งเสียงหัวเราะ“มื้อเช้า...ตอนบ่ายสองโมง” เขาพูดแกมประชดประชัน แพขนตายาวกะพริบไหวขึ้นลงปริบๆ ไม่อยากที่จะต่อความจึงได้แต่นั่งนิ่ง“คุณทานเองไหวไหม” เขาถามพร้อมกับมองหน้าที่ดูอ่อนเพลียของคนที่พึ่งจะฟื้นขึ้นมา“มือก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ” เธอตอบกลับออกไปอย่างห้วนๆ เขาชำเลืองสายตามองแล้วก็เผยยิ้มออกมาเล็กๆ อย่างโล่งใจ เพราะได้เห็นฝีปากกล้าของคนที่นั่งอยู่ที่เตียง ก็เริ่มหายห่วง เพราะอาการคงจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด ถึงได้เริ่มต่อปากต่อคำขึ้นมาได้อีก“ถ้างั้นคุณก็ทานข้าว จะได้ทานยา แล้วก็...ค่อยๆ รับประทานนะครับ ไม่ต้องรีบ” เขากล่าวหลังจากที่ได้ยินเสียงกระเพาะร้องเตือนความหิวของเวนิตา ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากแล้วเดินกลับออกไปจากห้อง
Read more