Se connecter“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เวนิตาตอบเสียงอ่อน แม้จะรู้ว่าเขากำลังพูดจาประชดประชันเธออยู่ก็ตาม ว่าแล้วฝ่ามือหนาก็ควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ซุกอยู่ภายใต้ผ้าห่มขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไปในไลน์ เพื่อให้หมวดภัทรส่งที่อยู่มาให้เวนิตาตามที่เขาบอกกับเธอ ขณะที่แขนอีกข้างยังคงโอบอุ้มเรือนร่างบอบบางที่นอนทาบอยู่บนลำตัวเอาไว้ไม่ห่าง โดยที่อีกฝ่ายไม่กล้าขยับเขยื่อนไปไหน ได้แต่กระชับผ้าห่มผืนหนาไว้กับมือเพื่อปกปิดเรือนกายเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้อย่างแนบแน่นจากนั้นไม่ถึงห้านาที หมวดภัทรก็ส่งสถานที่ตั้งคอนโดของผู้หมวดนลินมาให้ตามคำขอของร่างกำยำที่อยู่เบื้องล่างมายังแอปพลิเคชันไลน์ใบหน้าเรียวอันหล่อเหลาคลี่ยิ้มให้กับเรือนร่างบางที่อยู่ตรงหน้า พลางลูบที่ศีรษะเล็กของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความเอ็นดู“ทีนี้ ก็ไม่มีอะไรจะถามผมแล้วใช่ไหมครับ ผู้กองวีนัส” พูดพร้อมกับผุดร่างลุกขึ้นมาจุมพิตที่เรียวปากสวยงามของเธออย่างฉวยโอกาส ร่างเล็กถึงกับแน่นิ่ง หน้าเหวอ! เพราะทำอะไรไม่ถูก ได้แต่หลับตาพริ้มลงอย่างเขินอาย“นี่เป็นเวลาของเราแล้วนะครับ หวังว่าคุณจะไม่พูดถึงคนอื่นอีก” ใบหน้าเรียวอันหล่อเหลาพูดพร้อมกับเผยยิ้มออ
“ตีสามแล้วเนี่ยนะครับ มีอะไรสำคัญจะถามผม… ไหนว่ามาซิ” ฝ่ามือแกร่งเชยปลายคางมนที่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มขึ้นมามองอย่างถนัดตา พร้อมกับจรดปลายจมูกโด่งลงบนหน้าผากเนียนจนแนบชิดติดกัน ขณะที่เอ่ยถามและรอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย“เอ่อคือ… คุณพอจะรู้จักคอนโดของผู้หมวดนลินบ้างไหมคะ หรือว่าบ้านของเธอก็ได้” สายตาหวานช้อนขึ้นแล้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง คนตัวโตกว่าหลับตาพริ้มลงเหมือนไม่อยากตอบคำถามนี้ จึงพลิกเรือนกายหันกลับไปนอนในท่าปกติแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูราบเรียบ“นี่คุณถามถึงคนอื่นในพื้นที่ของเราได้ยังไงครับ เวลาแบบนี้ควรจะมีแค่เรื่องของเราไม่ใช่เหรอ นี่คุณจะให้ผมตอบว่ายังไงครับ… หืม ไหนลองบอกมาซิ” เขาถามพลางชำเลืองสายตาคมกลับมามองร่างบอบบางที่กำลังรอคอยคำตอบ“ก็แค่ตอบว่ารู้ หรือไม่รู้เท่านั้นก็พอค่ะ” เวนิตาเอ่ยปากบอกกับคนตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา สายตาคมกริบจ้องมาที่เธอแล้วเหยียดแขนออกเพื่อดึงร่างนุ่มให้ขึ้นมาอยู่บนลำตัวอันแข็งแกร่งของเขาแทน ก่อนจะกระซิบแผ่วเบาที่ห้างใบหูของเธอ“คอนโดของหมวดนลิน คุณควรจะถามหมวดภัทร ไม่ก็หมู่จิน หรือจ่าเทพ แทนที่จะมาถามผมนะ ที่รัก!” พูดจบเขาก็คลายมือออกจากเรือนร่างบางของเธ
เขาจึงค่อย ๆ ขยับร่างกายเบา ๆ โดยที่มือแกร่งจับที่สะโพกน้อย ๆ ผลักดันให้เธอหลอมรวมในตัวเขามากขึ้นกว่าเดิมเพื่อช่วยให้เธอสามารถโยกตัวเข้าหาเขาได้อย่างสะดวกสบาย และเพิ่มระดับความเร็ว แรงและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามความปรารถนาของเขา ในขณะที่หญิงสาวได้แต่ส่งเสียงครวญครางออกมาตามความรู้สึกที่ได้รับอย่างลืมอาย โดยที่ไม่สามารถปิดบังซ่อนเร้นความรู้สึกนั้นเอาไว้ได้“อะอ๊ะอ๊ะอะ!” ความสยิวแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของทั้งสอง จนกระทั่งเธอเผลอสะดุ้งยกมือขึ้นป่ายปัดเกาะกุม ขยุ้มเรียวแขนแข็งแรงของคนเบื้องหน้า พร้อมกับลมหายใจติดขัด เหนื่อยหอบ ที่ค่อย ๆ แผ่วลงเรื่อยๆ ตามจังหวะของคนเบื้องบนที่ค่อย ๆ ผ่อนแรงลงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจวนเจียนจะถึงฝั่ง เมื่อแรงประสานของทั้งคู่ ส่งผลให้ร่างกายของเขาและเธอสั่นเกร็งสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่าความเสียวซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วทั้งร่างกาย ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่สามารถที่จะยืดเยื้อจุดสิ้นสุดต่อไปได้อีก จากนั้นทะเลหมอกสีขาวโพนจึงค่อย ๆ เข้าปกคลุมอยู่เต็มท่วมท้นบนเส้นทางรักของคนทั้งสองหยั่งลึกจนเอ่อทะลักออกมาด้านนอกเมื่อทั้งเขาและเธอปลดปล่อยพลังที่รุ่มร้อนของเปลวเพลิงพิษรักแห่งความ
ท่อนแขนอันแข็งแกร่งของฐานัตถ์จัดแจงวางเรือนร่างบอบบางที่ปราศจากเครื่องนุ่มห่มปิดบังร่างกายลงบนเตียงนอนหนานุ่มขนาดใหญ่ภายใต้แสงแห่งดาวที่พร่างพราวอย่างอ่อนโยน สายตาคมของเขาเป็นประกายลุกโชนดุจแสงไฟสีเพลิงที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้มอดไหม้เป็นจุณในพริบตา แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่เขาและเธอก็ยังไม่คุ้นชินจนคลายความกังวล และความกดดันเมื่อเรือนร่างเปลือยเปล่าอยู่เบื้องหน้าซึ่งกันและกัน ความตื่นเต้น และความกดดันจึงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มีเพียงลมหายใจอุ่น ๆ ส่งผ่านกันอย่างแผ่วเบา และเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังโครมครามอยู่นับครั้งไม่ถ้วนหยาดเหงื่อที่พรั่งพรูออกมาเป็นเม็ดพราวอยู่ทั่วร่างกายของทั้งคู่ทำให้รับรู้ได้ถึงความร้อนระอุ ที่แผ่ซ่านไปทั่วตัว แม้อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศจะเย็นลงแค่ไหนก็ตาม แต่ภายในร่างกายกลับกำลังแผดเผาจนมอดไหม้“คุณโอเคใช่ไหม แค่คุณพูดว่าไม่ ผมจะหยุดทันที” เสียงทุ้มนุ่มไพเราะเอ่ยปากบอกกับเธอ“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ฉันโอเค คุณทำ...อย่างที่คุณอยากจะทำเถอะนะคะ” เธอตอบเสียงแผ่วเบาไม่รู้ว่าพูดแบบนี้ มันจะดีกว่าการบอกไปตรง ๆ ว่าเธอเองก็ปรารถนาในสิ่งที่เขากำลังจะหยิบยื่น
“คุณรู้อะไรไหม ว่าคุณทำให้ผมแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว อยู่ต่อกับผมที่นี่เถอะนะเว” เสียงนุ่มไพเราะของชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคมคาย กำลังกล่าวกับเธอตรงหน้า เวนิตาได้แต่จ้องหน้าเขา และมันยากเย็นนักที่เธอจะปฏิเสธช่วงเวลานี้ได้“ทำไมคะ ทำไมคุณถึงอยากให้ฉันอยู่กับคุณนัก…ทั้ง ๆ ที่ สถานะของเราไม่ได้ชัดเจนเลย คุณทำเหมือนกับว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงที่ยอมนอนกับคุณ...แค่นั้น” เธอพูด พลางน้ำตาคลอเบ้า เขาส่ายหน้าไปมาอย่างปฏิเสธพร้อมขยับตัวเข้าไปใกล้ ๆ เรือนร่างบางของคนที่อยู่ตรงหน้า“คุณไม่รู้จริง ๆ เหรอ ว่าผมรู้สึกกับคุณยังไงหืม...มองตาผมสิเว แล้วอย่าดูถูกตัวเองแบบนี้อีก ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงแบบนั้นเลย มองตาผมแล้วบอกผมสิว่าคุณไม่รู้จริง ๆ ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณกันแน่” เสียงทุ้มนุ่มอันแสนไพเราะของเขาเอ่ยก้องอยู่ในโสตประสาทหูของเธอ เวนิตาได้แต่นั่งนิ่งและสับสน เขาจ้องมองดวงตาคู่สวยของเธออย่างชัดเจน หวังเพื่อให้เธอได้เห็นตัวเองอยู่ในแววตาคู่นี้ของเขาบ้างก็เท่านั้น“ในนี้มีแต่คุณอยู่เต็มไปหมด แค่คุณคนเดียวเท่านั้น คุณไม่เห็นบ้างเลยหรือไง ผมหลงใหลคุณเหลือเกิน ผมไม่อยากจะทำอะไรมากไปกว่าจูบคุณอีกแล้ว” ชายห
"ผมชอบคุณนะวีนัส ชอบคุณมากที่สุด ชอบกว่าดวงดาวที่ผมพูดถึงซะอีก" ไม่พูดเปล่า ใบหน้าเรียวหล่อเหลาค่อย ๆ โน้มลงจรดปลายจมูกโด่งสันคมลงบนศีรษะน้อย ๆ ของเธออย่างนุ่มนวล และแผ่วเบาโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว และยังคงหลับสนิทก่อนที่ร่างสูงของฐานัตถ์จะลุกพรวดขึ้นจากเตียงนอนพร้อมกับสไลด์โทรศัพท์มือถือกดเบอร์โทรออกไปยังลูกทีมคนสนิท“หมู่ นี่ผมเองนะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายปลายสาย“ครับหัวหน้า” เสียงของหมู่จินกล่าวตอบรับ“คืนนี้ผมอยากให้เวนิตาค้างกับผมที่นี่” เขาบอกถึงความต้องการของตัวเองกับหมู่จิน ลูกน้องคนสนิท ในขณะที่อีกฝ่ายก็เห็นด้วยจึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย“ผมเองก็คิดว่าผู้กองวีนัสควรจะอยู่กับหัวหน้า เพราะว่าตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ถ้าจะกลับมาที่เซฟเฮ้าส์ผมกลัวว่าจะเกิดอันตราย ให้ผู้กองอยู่กับหัวหน้าดีแล้วครับ"“ขอบใจมากนะหมู่ที่เข้าใจผม”“ยินดีครับหัวหน้า เรื่องนี้จะมีแค่หัวหน้า ผม จ่าเทพ และหมวดภัทรเท่านั้นที่รู้ครับ”“ขอบใจหมู่” พูดจบมือแกร่งก็กดวางสายไป แล้วเดินกลับมาหาร่างเล็กที่นอนหลับอยู่ เขานั่งลงบนเตียงนอนข้างตัวเธอ แล้วเอื้อมมือไปสัมผัสกับปอยผมเส้นเล็กที่นุ่มสลวยอย่างหลงเสน่ห์ใบหน้าเรียวค่อย ๆ โน
"คุณ! " เวนิตาเอ่ยเสียงแผ่ว เขาหันไปเห็นเธอในสภาพที่ไม่น่ามองนัก ทั้งเนื้อตัวสะบักสะบอมเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ และเลือดที่ไหลออกมาจากบริเวณศีรษะ รวมทั้งบนเรียวปากบางของเธอก่อนจะผละออกจากคนร้ายหวอออ...เสียงหวอจากรถของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายรู้ตัว แล้วรีบช่วยกันพยุงร่างของพวกมันเองที่สะบักสะบอมไม่แพ้กัน
“ไม่ทราบว่าคุณ มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ”“นั่งก่อนสิครับ” ร่างสูงของผู้กองฐานัตถ์หันกลับมาแล้วนั่งลงที่โต๊ะม้าหินอ่อน ร่างระหงนั่งลงในฝั่งตรงกันข้าม เริ่มรู้สึกหวั่นวิตก เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายที่เรียกมานั้นจะพูดกับเธอว่าอะไร และเธอก็ได้แต่ภาวนาให้ไม่ใช่การปฏิเสธเรื่องเมื่อตอนเที่ยงเท่านั้นก็พอ
คำสั่งคุ้มครองพยานแจ้งให้ผู้กองฐานัตถ์นำทีมหมวดภัทร และหมู่จิน พาร่างของเวนิตาที่ยังนอนไม่ได้สติมายังเซฟเฮ้าส์ เป็นบ้านพักขนาดใหญ่สองชั้นล้อมรอบด้วยภูเขา มีกระจกกันกระสุนคุ้มกันอย่างแน่นหนา และมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางตามมาคุ้มกันอีกสี่ถึงห้านายร่างบอบบางของเวนิตาถูกนำมาพักรักษาตัว ซึ่งทางหน
“ขอโทษครับ พอดีผมติดเล่นไปหน่อย จริงๆ หัวหน้าเอง ก็ยังไม่ได้ตกลงคบกับใครใหม่ไม่ใช่เหรอครับ ถ้าจะให้ชัวร์ๆ ก็ลองถามใจตัวเอง ว่าระหว่างสาวหน้าหวานอย่างหมวดนลิน กับสาวเซอร์ หวานซ่อนเปรี้ยวอย่างคุณเวนิตา งานนี้วินๆ ทั้งคู่ อยู่ที่หัวหน้าแล้วหละครับ ว่าจะชอบแบบไหน” หมู่จินบอกขณะที่หันมาจ้องหน้า ใบหน้าเร







