All Chapters of หวนคำนึง: Chapter 91 - Chapter 100

123 Chapters

กำเนิด 2

“ท่านคิดจะทำอะไร หากท่านแตะต้องข้าแม้แต่ปลายเล็บข้าจะป่าวประกาศไปทั่วว่าท่านฆ่าสามีของข้าและให้ที่หลบซ่อนแก่นักโทษ” “อ้อ... มิใช่ว่าเจ้าป่าวประกาศไปแล้วหรอกหรือที่พูดมาทั้งหมดน่ะ” “นี่ท่าน...” “เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาด คิดว่าหากคนนอกรู้เรื่องของซือหงแล้วนางจะตกที่นั่งลำบาก และทำให้นางกับหยางจื่อถงต้องแยกจากกันและง่ายต่อการให้เจ้าไปยืนข้างกายหยางจื่อถง และเจ้าก็จะมีชีวิตที่สบายพร้อมลูกของเจ้า... แต่เการั่วซีเจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดจริง ๆ หรือ คิดว่าการปล่อยข่าวออกไปเช่นนั้นมันจะดังไปถึงเมืองหลวงหรือ” จิ้นอ๋องพูดถึงการกระทำที่ทำให้เขาโมโหยิ่งกว่าเรื่องใด นางสตรีแพศยานี่จงใจปล่อยข่าวเกี่ยวกับหยางจื่อถงและจ้าวซือหงให้คนในเมืองนี้รู้ แต่โชคดีที่กว่าครึ่งของคนที่นี่คือคนของเขาข่าวที่ว่านั่นจึงไม่ได้แพร่ออกไป แต่นั่นก็มากพอที่จะให้เขาไม่ปล่อยให้เการั่วซีอยู่รอดปลอดภัยอีกต่อไป “...” “ครึ่งเมืองนี้มีคนของข้าและหยางจื่อถง ฉะนั้นข่าวที่เจ้าว่าไม่มีทางดังไปถึงเมืองหลวง และอีกอย่างหนึ่งที่เจ้าควรจะรับรู้เอาไว้ไม่ใช่แค่ว่าจ้าวซือหงที่ทางการต้องการตัวเท่านั้น แต่หยางจื่อถงก็ด้วย.
Read more

เริ่มต้น 1

จ้าวซือหงนอนนิ่งอยู่บนเตียง เวลาอันยากลำบากผ่านพ้นไปแล้ว บัดนี้ใบหน้าเหนื่อยล้าประดับด้วยรอยยิ้ม นางทอดมองสามีที่ถกเถียงกับจิ้นอ๋องอย่างออกรสโดยที่ในอ้อมแขนของเขามีทารกที่เพิ่งเกิดอยู่ในนั้น เด็กคนนี้เกิดขึ้นในเวลาที่ทั้งนางและหยางจื่อถงลำบาก แต่เด็กคนนี้อยู่ท่ามกลางคนที่รักเขาจากใจจริง นี่อาจเพียงพอแล้วที่จะหล่อเลี้ยงให้เด็กคนนี้เติบโตขึ้นมาเป็นหลักใหญ่ในวันข้างหน้า “ออกไปห่าง ๆ หน่อยได้ไหม เกะกะอยู่ได้” “จะมาพูดแบบนี้ได้อย่างไร นี่ก็หลานข้า เจ้านั่นแหละส่งมาให้ข้าอุ้มบ้าง” “ไม่! เจ้าเข้ามาหาซือหงก่อนข้าด้วยซ้ำ ใช้ได้เสียที่ไหน นั่นภรรยาข้าเจ้ามีสิทธิ์อะไรเข้าไปนางก่อนข้า” “โธ่ ก็คนมันดีใจ เจ้าก็มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่นั่น ข้าเลยเข้ามาก่อน” “อ้าว ตื่นแล้วหรือ” หยางจื่อถงที่เห็นภรรยาตื่นจากการหลับไหนก็รีบสาวเท้าเข้าไปหาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะยื่นลูกชายให้นางได้เชยชม “อ้วนท้วน สมบูรณ์ดี” จ้าวซือหงยิ้มบาง นับว่าเด็กคนนี้มีความอดทนเกินใคร ในภาวะที่นางย่ำแย่ก็ยังเกิดมาอย่างแข็งแรง ร่างกายสมบูรณ์พร้อมจนนางโล่งใจ ก่อนหน้านี้แม้ไม่เคยพูดแต่ใช่ว่านางไม่เคยคิด สตรีตั้งครรภ์มีสักกี่คนกันที
Read more

เริ่มต้น 2

เพื่อชดเชยสิ่งที่ไม่เคยมี เขายอมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตไว้ที่ตัวเองอย่างไม่หวาดกลัว แต่บางทีอาจดูเหมือนจิ้นอ๋องกำลังเห็นแก่ตัวอยู่ก็ตาม... แต่คนอย่างจิ้นอ๋องมีหรือจะสนใจ นางเชื่อว่าเขาให้สิ่งที่ดีที่สุดให้ถงเกอได้ แต่ทว่าด้านความรู้สึกของเด็กน้อยนั้นนางเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน “เอาเถอะ อย่างไรข้าก็ไม่ทิ้งเขาแน่ หากไม่ไหวจริง ๆ ก็อาจจะพาตัวเขามาดูแลเอง หรือไม่ก็หาสตรีสักคนแต่งเข้าไปเป็นชายาในวังเฉิงกง” จ้าวซือหงหัวเราะมองหน้าสามีที่ให้ใช้อกแกร่งเป็นที่พักพิงแก่นาง “ท่านคิดว่าง่ายอย่างนั้นหรือหาสตรีให้จิ้นอ๋องน่ะ? ” หยางจื่อถงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะส่ายหน้า พลันเสียงหัวเราะขบขันของคนสองคนก็พลันประสานกันออกมา แต่ทว่าเสียงหัวเราะกลับต้องชะงักเมื่อเด็กน้อยที่นอนนิ่งอยู่นานส่งเสียงร้องไห้ออกมา “อ้าว เป็นอะไรไปหื้ม” หยางจื่อถงเย้าแหย่บุตรชาย ก่อนจะนึกถึงเรื่องสำคัญได้จึงช้อนตามองมารดาของบุตร “เรื่องชื่อน่ะข้าขอ...” “ไม่ได้ ประเดี๋ยวก็ได้ทะเลาะกันอีก ข้าตั้งให้น่ะดีแล้ว” จ้าวซือหงห้ามความคิดของสามีโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดจบ ประเดี๋ยวจิ้นอ๋องรู้ก็ทะเล
Read more

ถอนพิษ 1

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วยามเด็กน้อยแรกคลอดก็มีนามว่า ‘หยางเฉิง’ หยางจื่อถงและจิ้นอ๋องต่างนิ่งงัน หากฟังผิวเผินก็ไม่ต่างอะไรจากการนำแซ่เดิมของหยางจื่อถงมาเป็นนามให้แก่บุตรชาย แต่ทว่าจ้าวซือหงก็จับพู่กันและเขียนนามนั้นให้คนทั้งคู่ได้ดู ก่อนที่จะพากันออกจากห้วงภวังค์ที่จ้าวซือหงยากจะคาดคิด “หยางเฉิง ดี ตั้งได้ดี” จิ้นอ๋องที่ได้สติก็เอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม เขาเดินเข้ามาใกล้หลานของตน นี่ไม่ใช่หลานคนแรกของเขา พวกอ๋องในวังมีลูกมากมายจนเขาจำหลานที่มีไม่ไหว แต่ทว่าเขาเองก็ไม่คิดที่จะจำเด็กเหล่านั้นเช่นกัน ฉะนั้นแล้วหยางเฉิงจึงนับเป็นหลานคนแรกของเขา “เฉิงเกอ” จิ้นอ๋องเอ่ยนามของเด็กทารกน้อย มือข้างหนึ่งลูบแก้มกลมขาวอย่างเบามือ รอยยิ้มพลันชัดเจนกว่าเก่า และอาจจะนับว่าเป็นรอยยิ้มแรกที่จ้าวซือหงเห็นว่านั่นเป็นรอยยิ้มจริง ๆ ไม่ใช่การเสแสร้งเช่นจิ้นอ๋องมักกระทำ หยางเฉิงอาจมีมนต์ประหลาดที่ทำให้จิ้นอ๋องที่แสร้งตีหน้าจนเป็นนิจต้องถอดหน้ากากออก หรือไม่จิ้นอ๋องกำลังโหยหาอะไรบางอย่างอยู่ในใจ แต่ใครเล่าจะไปรู้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้ดีเท่าตัวจิ้นอ๋องเอง แต่หลังจากทราบนามของหลานชายหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วยามก็กล
Read more

ถอนพิษ 2

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วยามเด็กน้อยแรกคลอดก็มีนามว่า ‘หยางเฉิง’ หยางจื่อถงและจิ้นอ๋องต่างนิ่งงัน หากฟังผิวเผินก็ไม่ต่างอะไรจากการนำแซ่เดิมของหยางจื่อถงมาเป็นนามให้แก่บุตรชาย แต่ทว่าจ้าวซือหงก็จับพู่กันและเขียนนามนั้นให้คนทั้งคู่ได้ดู ก่อนที่จะพากันออกจากห้วงภวังค์ที่จ้าวซือหงยากจะคาดคิด“หยางเฉิง ดี ตั้งได้ดี” จิ้นอ๋องที่ได้สติก็เอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม เขาเดินเข้ามาใกล้หลานของตน นี่ไม่ใช่หลานคนแรกของเขา พวกอ๋องในวังมีลูกมากมายจนเขาจำหลานที่มีไม่ไหว แต่ทว่าเขาเองก็ไม่คิดที่จะจำเด็กเหล่านั้นเช่นกัน ฉะนั้นแล้วหยางเฉิงจึงนับเป็นหลานคนแรกของเขา“เฉิงเกอ” จิ้นอ๋องเอ่ยนามของเด็กทารกน้อย มือข้างหนึ่งลูบแก้มกลมขาวอย่างเบามือ รอยยิ้มพลันชัดเจนกว่าเก่า และอาจจะนับว่าเป็นรอยยิ้มแรกที่จ้าวซือหงเห็นว่านั่นเป็นรอยยิ้มจริง ๆ ไม่ใช่การเสแสร้งเช่นจิ้นอ๋องมักกระทำหยางเฉิงอาจมีมนต์ประหลาดที่ทำให้จิ้นอ๋องที่แสร้งตีหน้าจนเป็นนิจต้องถอดหน้ากากออก หรือไม่จิ้นอ๋องกำลังโหยหาอะไรบางอย่างอยู่ในใจ แต่ใครเล่าจะไปรู้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้ดีเท่าตัวจิ้นอ๋องเอง แต่หล
Read more

เหยื่อรายต่อไป 1

วังหลวง “เฉิงอี้ยังอยู่ที่วังไม่ออกไปไหนอย่างนั้นรึ” ไท่จื่อพูด ขณะที่มือข้างหนึ่งคลึงจองน้ำชาหัตถ์ไปมาอย่างใช้ความคิด เมื่อได้รับการรายงานจากขันทีคนสนิท “พ่ะย่ะค่ะ คนของเราที่จับตาจิ้นอ๋องกล่าวว่าจิ้นอ๋องยังค้าขายปกติ แต่มีบ้างที่จะร่ำสุราเพียงลำพังและหลับไป อาจเป็นเพราะเศร้าใจกับการสูญเสียหายทั้งสองก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ” “ฮึ คนอย่างเฉิงอี้เสียใจเป็นเสียที่ไหน นั่นอาจเป็นสิ่งที่เฉิงอี้ตบตาพวกเจ้าอยู่ก็เป็นได้” ดวงเนตรปรายมองขันทีที่ตัดสินของอย่างจิ้นอ๋องอย่างรวดเร็ว ผู้เป็นไท่จื่อทราบดีว่าคนอย่างจิ้นอ๋องไม่แสดงจุดอ่อนออกมาให้ใครเห็นง่าย ๆ ตั้งแต่ไหนแต่ไร เฉิงอี้คืออ๋องที่ยากจะต่อกรด้วยมากที่สุด กว่าจะกำจัดให้ออกจากวังหลวงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพึ่งบารมีของหวงไท่โฮวและอดีตแม่ทัพอย่างกู้เว่ยถิง แต่ทว่าเคราะห์กรรมในครั้งนั้นก็ไม่อาจทำให้เฉิงอี้ย่อยยับได้ มิหนำซ้ำยังพัดพาให้อ๋องผู้นั้นกลับกลายมาเป็นผู้มั่งคั่งอย่างน่าเหลือเชื่อ ฉะนั้นไท่จื่อไม่มีทางเชื่อในสิ่งที่เฉิงอี้ต้องการให้ทุกคนได้เห็นแน่ ๆ ไม่มีทาง.. “ออกเทียบเชิญท่านแม่ทัพใหญ่ เราประสงค์จะดื่มน้ำชาร่วมกับเขาในวันพรุ่งนี้” “พ่ะย
Read more

เหยื่อรายต่อไป 2

ขาคลุกคลีอยู่กับหยางจื่อถงมานานปี แค่ความเชื่อใจในคนของตนยังหามีไม่ เช่นนี้แล้วพระองค์กำลังคาดหวังอะไรกับบุรุษที่กำลังจะถูกโค่นด้วยฝีมืออดีตขุนพลในสังกัดของตัวเองด้วยเล่า นับว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ในเมื่อพระองค์หยิบยื่นทางรอดให้แก่เขาแล้ว แต่เขาไม่รับ เช่นนั้นต่อจากนี้คงช่วยไม่ได้หากเขาต้องออกศึกที่ร้างรามานานด้วยความโง่เขลาของตัวเอง “จากสงครามที่ทำให้หยางจื่อถงทำต้องสิ้นชีพให้เราเริ่มตั้งคำถามถึงกองทัพของต้าเซี่ย ใต้เท้าว่าแม่ทัพที่มีทหารเพียงสามแสนนาย จะสู้รบกับทหารของท่านที่มีถึงแปดแสนได้หรือไม่” หวงตี้ตรัสราวกับเป็นความสงสัยเล็ก ๆ ที่บังเกิดขึ้นจากความตายของขุนพลผู้เก่งกาจ หากแต่ความจริงพระองค์ต้องการทราบความทระนงตนและอคติที่มากล้นของอีกฝ่าย “แน่นอนว่าไม่มีทางเป็นไปได้” “อ้อ เช่นนั้นหากเกิดศึกที่ว่านั้นจริง ๆ ใต้เท้าจะตั้งรับอย่างไรในฐานะแม่ทัพผู้นำทัพ” “เรื่องนี้ก็ต้องหารือกับแม่ทัพทั้งหลายที่ประจำอยู่ในแต่ละทิศ ส่วนกระหม่อมก็ต้องปกป้องวังหลวงนี้ไว้อย่างดีที่สุด หากแต่ทหารเพียงสามแสนนายของศัตรูเกรงว่าจะพากันพ่ายแพ้สิบวันแรกแล้วกระมัง” “เช่นนี้เอง” หว
Read more

อดีตที่หวนคำนึง 1

“ไปทูลขอสมรสพระราชทานแล้วออกไปจากวังหลวงเสีย”จ้าวซือหงประดับรอยยิ้มไว้บนใบหน้า นางมิได้แสดงท่าทีตระหนก เพราะนั่นก็ไม่ได้ไกลจากความคิดของนางนัก และไม่แปลกอีกเช่นกันหากคนที่พูดเรื่องนี้ออกมานั้นเป็นจิ้นอ๋อง “จะให้ข้าแต่งกับผู้ใดเล่า... แม้แต่เขาผู้นั้นยังไม่อยากแต่งกับข้าเสียด้วยซ้ำ”“คนโง่อย่างไรเสียก็เป็นคนโง่อยู่วันยังค่ำ... โอกาสและทางเลือกสุดท้ายของเฉิงรุ่ยหมดลงแล้ว อีกอย่างข้าไม่อยากให้เจ้าแต่งกับเจ้านั่นตั้งแต่แรก มีคนที่ดีกว่าเจ้านั่นและดีพอที่ข้าจะวางใจให้ดูแลเจ้าได้”“ผู้ใดกัน? ”“หยางจื่อถง แม่ทัพหยางจื่อถง”“แม่ทัพหยาง...” จ้าวซือหงทวนความ ใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มพลันหายไปกลับกลายเป็นคร่ำเคร่ง นามของบุรุษผู้นี้มีใครบ้างในใต้หล้าไม่เคยได้ยิน “แล้วเขาจะยินดีหรือ บุรุษผู้นั้นน่ะจะก้มศีรษะรับสมรสพระราชทานหรือ เขาดื้อด้านเรื่องหอสุราจนยอมออกจากราชการ แล้วเรื่องนี้เขาจะยินยอมหรือ”“เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่หยางจื่อถง แต่อยู่เจ้าว่าวางใจที่จะฝากชีวิตไว้กับหยางจื่อถงหรือไม่”“...ข้าไม่เคยรู้ถึงชื่อเสียงของเขา เคยเห็นหน้าอยู่ไม่กี่ครา ท่านจะให้ข้าเชื่อมั่นในตัวเขาสักเท่าใด”“มากกว่าที่เจ
Read more

อดีตที่หวนคำนึง 2

“ซือหง”... การสนทนาในวันวานสลับกับเสียงเรียกชื่อที่ดังก้องในศีรษะจนพาให้รู้หนักอึ้งไปทั่วทั้งตัว จ้าวซือหงพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดผายจนอาภรณ์เปียกชุ่ม แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาได้ก็พบกับใบหน้าของสามีที่อยู่ไม่ไกลและนับเป็นสิ่งยึดเหนียวจิตใจที่เต็มไปด้วยความสับสนของนางในยามนี้ได้ ความทรงจำที่เลือนหายกลับมาแล้ว... ทุกอย่างระหว่างนางและหยางจื่อถงถูกเติมเต็มจนไม่มีสิ่งใดให้กังขา ทั้งตอนเริ่มต้นจนถึงตอนนี้ จ้าวซือหงพินิจใบหน้าของสามีที่มองนางด้วยความวิตกอย่างไม่อาจซ่อนเร้นได้มิด หยางจื่อถงไม่เอ่ยสิ่งใดแต่กลับจ้องมองนางราวกับกำลังรอฟังคำตอบบางอย่าง จ้าวซือหงทราบดีว่าหยางจื่อถงกำลังเฝ้ารอสิ่งใด ฉะนั้นรอยยิ้มบางจึงปรากฏขึ้นบนดวงหน้าที่เต็มไปด้วยความอิดโรย “เป็นอย่างไรบ้างใต้เท้า... เป็นอย่างไรบ้างท่านพี่” ดวงตาของหยางจื่อถงไหววูบ “สุดท้ายก็เกลี้ยกล่อมให้ข้าเรียกใต้เท้าว่าท่านพี่จนได้... เก่งจริง ๆ ท่านแม่ทัพหยาง” หยางจื่อถงรั้งร่างของภรรยาเข้ามากอดจนแนบแน่น นางกลับมาแล้ว จ้าวซือหงกลับมา
Read more

โหยหาอำนาจ 1

“ยังหาตัวนางไม่เจออีกหรือ” ไท่จื่อแห่งต้าเซี่ยไต่ถามคนที่มอบหมายให้ไปตามตัวจ้าวซือหง แต่จนป่านนี้ก็ยังไร้ความคืบหน้า สตรีนางเดียวแต่คนของไท่จื่อกลับหาตัวไม่เจอ ช่างเป็นเรื่องที่น่าระอาหรือไม่คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนางก็เก่งกาจจนไม่ทิ้งหลักฐานใดไว้ แล้วใครกันเล่าที่เก่งกาจเพียงนั้น “เราออกตามหาจนทั่วแต่ไร้วี่แวว มีความเป็นไปได้ที่นางอาจจะหนีไปยังแคว้นอื่น” “ไม่มีทาง จ้าวซือหงไม่ได้มีกำลังจะพาตัวเองหนีไปได้ไกลขนาดนั้นต่อให้มีคนช่วยก็ตาม ป่านนี้นางก็คงจะให้กำเนิดทายาทของหยางจื่อถงแล้วกระมัง... หากนางยังมีชีวิตอยู่น่ะนะ” “ไท่จื่อจะตรัสว่า...” “ยาพิษในตัวนางจะทำการตามล่านางเอง ต่อให้หยางจื่อถงลุกขึ้นมาจากหลุมก็อาจช่วยนางเอาไว้ได้ ถึงเวลาจบเรื่องนี้แล้วมาจัดการเสี้ยนหนามที่ตำใจข้ามานานเสียที” “ทูลไท่จื่อ หม่าซ่งซี อัครเสนาบดีมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” “หม่าซงซี...” นามของขุนนางที่หลงลืมไปเสียสนิททำให้ไท่จื่อกลับมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า การมาของอัครเสนาบดีผู้นี้ย่อมมีสิ่งใดแอบแฝงเป็นแน่ แต่จะแฝงประโยชน์หรือโทษนั้นก็อยากจะรู้เหมือนกัน “ให้เข้ามา” การปรากฏตัวของหม่าซงซีสร
Read more
PREV
1
...
8910111213
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status