All Chapters of หวนคำนึง: Chapter 81 - Chapter 90

123 Chapters

จากเพื่อพบ 2

“ฮูหยินขอรับ รีบไปที่ทางลับเถิดขอรับ ไฟกำลังลามมาถึงเรือนหลักแล้ว”จ้าวซือหงลืมตามองคนสนิทของสามี “แล้วซ่งจื่อรุ่ยกับหลินหรานเล่า”“อยู่ที่อุโมงค์ลับใต้จวนแล้วขอรับ”จ้าวซือหงพยักหน้ารับ หวางมู่เข้ามาประคองนางและพาไปยังอุโมงค์ลับที่ว่านั่น อุโมงค์ที่นางเองก็เพิ่งจะทราบว่ามีอยู่เมื่อไม่นานมานี้จากเจ้าของที่แท้จริงของจวนอย่างหวงตี้...‘จ้าวซือหง... บัดนี้จะต้องไม่มีนามของหยางจื่อถงอีกต่อไป’ สุรเสียงของโอรสสวรรค์ชัดเจนจนจ้าวซือหงไม่อาจกล่าวสิ่งใดออกมา จากนั้นหวงตี้ก็รับสั่งให้ขันทีไปตามหมอหลวงมาโดยด่วน จนบัดนี้เหลือเพียงแต่นางและหวงตี้ที่ยังคงเงียบงันไม่มีผู้ใดเอ่ยสิ่งใดออกมา จนกระทั่งผู้เป็นโอรสสวรรค์ตรัสด้วยสุรเสียงที่เบาแสนเบาแต่ทว่านางกลับได้ยินทุกอย่างด้วยความชัดเจน‘ทราบแล้วใช่หรือไม่’‘ฝ่าบาท...’ จ้าวซือหงมองพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม บุรุษที่นอนแน่นิ่งอยู่นี่มิใช่หยางจื่อถง บุรุษผู้นี้แม้มีบาดแผลเต็มตัวแต่ก็นับว่ายังน้อยกว่าสามีของนางที่อยู่ในกองทัพมาตั้งแต่อายุสิบห้าป
Read more

จากเพื่อพบ 3

“รอดไปได้! ใครมาช่วยนาง! แล้วเหตุใดพวกเจ้าจึงจับนางไว้ไม่ได้!” สุรเสียงที่เต็มไปด้วยความเดือดดาลต่อว่าคนของตนเองด้วยความเคร่งเครียด ในขณะที่ชมความมอดไหม้ของจวนแม่ทัพแต่กลับได้ยินรายงานว่านางหนีรอดจากกองเพลิงไปได้ บัดนั้นไท่จื่อก็มิอาจกั้นโทสะเอาไว้ได้“มีกลุ่มคนแต่งกายมิดชิดมาช่วยนางหนีออกไปขอรับ เราสู้กับพวกนั้นอยู่นานจึงเปิดช่องให้จ้าวซือหงหนีไป…” คนพลาดยอมรับด้วยน้ำเสียงอ่อยก่อนจะถูกถีบจนล้มคะมำด้วยฝีมือของไท่จื่อ“ข้าเลยถามว่าใครมาช่วยนางเจ้าโง่! ออกตามหานางให้ทั่ว ติดป้ายประกาศตามหานาง บอกว่านางเป็นนักโทษฐานฉ้อโกงราชสำนัก ตามตัวเจ้ากรมอาญามาพบข้า”ทหารทั้งหลายกระจายตัวทำตามที่ไท่จื่อของแคว้นสั่ง ส่วนผู้ที่ออกคำสั่งก็จ้องมองเปลวเพลิงด้วยความแค้นใจ เขามาที่นี่ถึงสองครั้งเพื่อปลิดชีพจ้าวซือหง แต่กลับต้องล้มเหลวทุกครั้งไป แต่เอาเถิดสตรีตัวคนเดียวจะต่อกรอะไรกับผู้เป็นไท่จื่อเช่นตนกันก็อยากจะรู้เช่นกันดวงเนตรที่มองเปลวเพลิงโหมกระหน่ำพลันแข็งกร้าวขึ้นอีกหนเมื่อฉุกคิดบางสิ่งใด “...ไปวังเฉิงกง ข้าจะต้องไปวังเฉิงกง&rdq
Read more

จากเพื่อพบ 4

“หายหัวไปไหนมา! ”“ก็เจ้านั่นมันให้คนจับตาดูข้า นี่ต้องปลอมตัวขี่ม้าวนรอบเมืองกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีใครตามา”“ชักช้ายืดยาด นี่ถ้าข้าไม่ไปจัดการเรื่องที่จวนเห็นทีจะพากันพังไม่เป็นท่า”“เฮอะ! เจ้าก็เก่งกาจเหลือเกิน เกือบจะโดนคนพวกนั้นจับไปแล้วไม่ใช่หรือไง แล้วยังจะมีหน้ามาว่าข้า”“แล้วนี่ซ่งจื่อรุ่ยไปไหน ไยนางจึงไม่ได้สติเสียที”“เจ้านั่นแหละที่ยังไม่ได้สติ! ตั้งสติหน่อย นี่เจ้าจะกังวลเรื่องเมียตัวเองแล้วมาพาลลงที่พวกข้าได้อย่างไร หายหัวไปเป็นเดือนโผล่มาทียามคับขันมันน่าให้จ้าวซือหงจัดการเจ้าเสียให้หายปากดี”“ได้! งั้นเจ้าทำให้นางฟื้นเสียสิ ข้าจะยอมให้นางจัดการ! ”เสียงโต้เถียงกันไปมาดังขึ้นไม่หยุดจนสตรีที่หลับใหลด้วยยาสลบเริ่มได้สติ เปลือกตาเริ่มเปิดรับแสง สติที่เลือนหายค่อย ๆ กลับมาอยู่กับร่องกับรอย ก่อนจะเพ่งพินิจไปยังเสียงทะเลาะที่น่ารำคาญ...จ้าวซือหงเพ่งพินิจบุรุษที่ยืนหันหลังให้แก่นาง... พลันดวงตาก็คลอไปด้วยน้ำตา...เจอเสียที เจอกันเสียที...“
Read more

จากเพื่อพบ 5

เขามิได้หวังสูงว่าจะเป็นใหญ่ในราชสำนัก เพียงแต่ต้องการปกป้องครอบครัวของตนให้อยู่เป็นสุขได้ก็เท่านั้น แต่เขาจะถามหาความเป็นสุขได้อย่างไรในเมื่ออดีตที่ผ่านมาชีวิตของเขาไม่เคยสงบสุข ยิ่งหลบหนียิ่งถูกไล่ล่า ในเมื่อการหลบหลีกไม่ใช่ทางออก การประจันหน้าก็เป็นทางออกสุดท้ายในยามนี้ก็เช่นกันหยางจื่อถงเข้ากองทัพเพื่อจะแก้แค้นคนที่แย่งชิงทุกอย่างไปจากตน แต่บัดนี้เหตุผลที่ว่านั่นไม่สำคัญเท่าเขาต้องมีอำนาจให้มากพอที่จะปกป้องครอบครัวของตนได้ ในเมื่อไม่อาจลบชาติกำเนิดที่แท้จริงได้ ก็ต้องเปิดเผยและทำให้ผู้คนยอมรับ...ซึ่งการยอมรับที่ว่านั่นอาจจะหมายถึงกำจัดคนที่ไม่ยอมรับออกไป... และนั่นคือหนทางเดียวที่หวงไท่โฮ่วและไท่จื่อบีบให้เขาต้องเลือก“ที่นี่คือที่ไหน” เมื่อตั้งสติได้จ้าวซือหงก็เอ่ยถาม สภาพโดยรอบเหมือนบ้านธรรมดาแม้ไม่ได้ใหญ่โตเท่าจวนแม่ทัพแต่ก็ใช่ว่าจะคับแคบ ซ้ำยังมีของใช้ครบครัน“เมืองเจิ้งโจว บ้านของจางต๋า... เคยเห็นเขาอยู่มิใช่หรือ ก่อนหน้านี้พวกเจ้ายังเคยสนทนากันหลายครั้งเชียว”จ้าวซือหงนิ่วหน้านางไปสนิทกับบุรุษที่อีกฝ่ายเอ่ยชื่อขึ้นมาตอนไหน
Read more

จากเพื่อพบ 6

“หวงตี้พระราชทานให้ก่อนจะออกจากประตูเมือง ตอนนั้นเจ้าก็มองดูอยู่มิใช่หรือ คงจะเห็นกระมังว่าหวงตี้พระราชทานบางอย่างให้แก่ข้า”“มิอันตรายไปหน่อยหรือ นำกองกำลังให้ท่านถึงสามแสนนาย เท่ากับว่าต่อให้ท่านคิดกบฏพลิกฟ้าเปลี่ยนแผ่นดินก็ยังทำได้”“เดิมพันครั้งนี้จึงสูงเทียมฟ้าอย่างไรเล่า ทหารสามแสนนายคิดว่ามากก็มาก แต่ทว่าคนที่คุมกำลังพลนี้เป็นถึงหวงตี้ฉะนั้นจึงดูน้อยไปในพริบตา แม่ทัพใหญ่มีทหารในมือถึงแปดแสนนาย ซ้ำยังเป็นอดีตลูกน้องของกู้เว่ยถิงอดีตแม่ทัพใหญ่คนก่อน ที่หวงตี้ไม่โปรดเสียเท่าไร ดังนั้นทหารสามแสนนายอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ก็ไร้ค่า จึงผลักภาระทหารเหล่านั้นมาที่ข้าแทน.... ข้าที่เป็นดั่งเทพสงคราม”จ้าวซือหงเข้าใจได้ในทันที นายทหารสามแสนหากจะคิดสู้กันมีหรือจะสู้ทหารแปดแสนนายได้ แต่หากทหารทั้งหมดอยู่ในมือของแม่ทัพไร้พ่ายเล่าจะเป็นอย่างไร... ไม่แปลกหากหวงตี้จะวางเดิมพันครั้งนี้ไว้สูงเทียมฟ้าอย่างที่หยางจื่อถงกล่าว“ท่านทราบเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อใด เมื่อใดที่ท่านทราบว่าหวงตี้ต้องการให้ท่านช่วยเหลือ และเราอาจจะต้องพึ่งพาหวงตี้ใน
Read more

ท่านพี่ 1

“ไหน ๆ ข้าขอดูหน่อย... ทำไมผอมแห้งเช่นนี้เล่า เงินทองไม่พอใช้หรือ ไยเจ้าตัวเล็กนี่ถึงได้ผอมนัก” “เด็กเพิ่งจะเกิดได้ไม่กี่เดือนเองเจ้าค่ะ” “งั้นรึ เช่นนี้หลานข้าก็ต้องออกมาผอมเช่นนี้น่ะหรือ” “อาจจะไม่ก็ได้เจ้าค่ะ เสี่ยวถงกินน้อย วัน ๆ เอาแต่ร้องไห้” “อ้าว” เสียงถกเถียงกันเรียกให้สองสามีภรรยาที่ตื่นจากห้วงนิทราเดินตามเสียงนั้น ก่อนจะเห็นภาพของจิ้นอ๋องก้ม ๆ เงย ๆ มองห่อผ้าที่สตรีนางหนึ่งอุ้มเอาไว้ หากให้เดานี่คงเป็นลูกเมียของจางต๋าที่หยางจื่อถงบอกกล่าวกับนางก่อนหน้านี้ จ้าวซือหงลอบขบขันให้กับท่าทีประหลาดของจิ้นอ๋อง นางก็เพิ่งจะทราบว่าเขาชอบเด็กเล็ก ๆ แบบนี้ด้วย “อ้าวมาพอดี นี่ ๆ มาดูเร็วเสี่ยวถงตัวเล็กนิดเดียวเอง ลูกเจ้าออกมาจะตัวเล็กแบบเสี่ยวถงไหม” จิ้นอ๋องไม่พูดเปล่า เขาเดินเข้ามาลากหยางจื่อถงให้ไปดูเด็กน้อยที่อายุได้ไม่กี่เดือน “จะไปรู้ได้อย่างไรยังไม่เกิดเลย” หยางจื่อถงแย้ง “ถ้าออกมาตัวเล็กต้องให้กินเยอะ ๆ ให้เขาแข็งแรง” “แล้วเจ้ามายุ่งอะไรกับลูกของข้า” “ลูกเจ้าก็หลานข้า เหตุใดจึงยุ่งไม่ได้ หากเจ้าเลี้ยงเขาไม่ดีข้าจะได้พาไปเลี้ยงเอง” “อย่ามายุ่ง! ” จ้าวซือหงโคลงศีรษะ เดิน
Read more

ท่านพี่ 2

“จิ้นอ๋องกล่าวสิ่งใดข้าหรือจะรังแกฮูหยิน จิ้นอ๋องใส่ร้ายข้ามากไปกระมัง สตรีอ่อนแออย่างข้าจะทำสิ่งใดนางได้” “ถือเสียว่าข้าเตือนเจ้าก็แล้วกัน หากเจ้าทำเรื่องใดที่ไม่ควรอีกข้าก็ไม่ปล่อยเจ้าไว้เหมือนกัน อย่าลืมว่าข้ารับปากว่าจะดูแลลูกของจางต๋า ไม่ใช่เจ้า” จิ้นอ๋องสืบเท้าเข้าไปใกล้สตรีที่แสร้งตีหน้าฉงน “ฉะนั้น... ชีวิตของเจ้าไม่ได้มีค่ากับข้าจนไม่กล้าแตะต้อง ข้าปล่อยเจ้าให้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไม่ต้องลำบากเพราะข้าถือคำสัตย์สัญญา แต่คนอย่างข้าก็ตระบัดสัตย์ได้เช่นกัน... ข้าไม่ใช่คนดี เจ้าน่าจะรู้ดีแก่ใจเพราะสามีเจ้าต้องตายก็เพราะข้าเการั่วซี” จิ้นอ๋องยังคงประดับรอยยิ้มไว้ใบบนใบหน้า มีหรือที่เขาจะดูนางแพศยานี่ไม่ออก สายตาที่นางมองไปที่หยางจื่อถงนั้นลึกล้ำปานใดไยเขาจะดูไม่ออก ท่าทีแสร้งเจียมตัวนั่นไม่ได้แนบเนียนเสียด้วยซ้ำ ไหนจะคำพูดที่ต่อให้โง่เขลาก็เดาได้ไม่อยากว่านางต้องการจะสื่อถึงสิ่งใด แล้วมีหรือที่จ้าวซือหงจะไม่เข้าใจความนัยที่นางต้องการจะสื่อออกมา หากมีชีวิตที่ดีแล้วยังโลภมาก เขาก็มีวิธีกำจัดคนโลภมากเช่นกัน จิ้นอ๋องถือคติว่าตนไม่ใช่พระโพธิสัตว์ ที่ต้องทำดีโปรดสัตว์โลก ค
Read more

ล่มหัวจมท้าย 1

ในบ้านหลังเล็กที่ห่างไกลคลาคล่ำไปด้วยผู้คนนับชีวิต ทั้งจากคนที่จิ้นอ๋องสั่งการให้มาอยู่ดูความเรียบร้อยอยู่ก่อนแล้ว ทั้งทหารที่หยางจื่อถงนำติดตามด้วยหลังจากแบ่งกำลังออกเป็นสองฝ่าย ไหนจะคนที่มาใหม่อย่างจ้าวซือหง และคนติดตามอีกสามคนที่ร่วมหัวจมท้ายด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ หวางมู่ยังคงติดตามนางเป็นเงาเช่นเดิม เพียงแต่ท่าทีดูโล่งใจเมื่อได้ทราบว่านายท่านของตนนั้นยังคงสบายใจ และสบายกาย ความเคร่งขรึมก่อนหน้าจึงค่อย ๆ ลดลง หยางจื่อถง จิ้นอ๋อง และหวางมู่มักสนทนากันอยู่นานสองนานถึงเรื่องต่าง ๆ โดยที่จ้าวซือหงไม่ได้นึกอย่างรู้เช่นกัน เพราะหากเรื่องไหนที่นางควรรู้คนเหล่านั้นจะบอกให้นางได้รู้เอง ดั่งเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า นางไม่ได้ถือโทษที่จิ้นอ๋อง และหยางจื่อถงโป้ปด นางทราบดีว่าพวกเขาล้วนทำด้วยความจำเป็น และหากมัวแต่คิดเล็กคิดน้อยนางคงไม่ได้มานั่งสบายใจเช่นในตอนนี้ ต่อมาหลินหราน คนสนิทที่นางก็เพิ่งทราบเมื่อไม่กี่ชั่วยามมานี้ว่าเป็นคนของจิ้นอ๋องตั้งแต่ต้น... นั่นเลยตอบคำถามว่าเหตุใดจิ้นอ๋องจึงรู้ความเคลื่อนไหวของจวนท่านแม่ทัพอยู่ตลอดเวลา แต่จิ้นอ๋องไม่ได้บอกสิ่งใดกับหลินหรานไปมากกว่าจับตาด
Read more

ล่มหัวจมท้าย 2

ในบ้านหลังเล็กที่ห่างไกลคลาคล่ำไปด้วยผู้คนนับชีวิต ทั้งจากคนที่จิ้นอ๋องสั่งการให้มาอยู่ดูความเรียบร้อยอยู่ก่อนแล้ว ทั้งทหารที่หยางจื่อถงนำติดตามด้วยหลังจากแบ่งกำลังออกเป็นสองฝ่าย ไหนจะคนที่มาใหม่อย่างจ้าวซือหง และคนติดตามอีกสามคนที่ร่วมหัวจมท้ายด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ หวางมู่ยังคงติดตามนางเป็นเงาเช่นเดิม เพียงแต่ท่าทีดูโล่งใจเมื่อได้ทราบว่านายท่านของตนนั้นยังคงสบายใจ และสบายกาย ความเคร่งขรึมก่อนหน้าจึงค่อย ๆ ลดลง หยางจื่อถง จิ้นอ๋อง และหวางมู่มักสนทนากันอยู่นานสองนานถึงเรื่องต่าง ๆ โดยที่จ้าวซือหงไม่ได้นึกอย่างรู้เช่นกัน เพราะหากเรื่องไหนที่นางควรรู้คนเหล่านั้นจะบอกให้นางได้รู้เอง ดั่งเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า นางไม่ได้ถือโทษที่จิ้นอ๋อง และหยางจื่อถงโป้ปด นางทราบดีว่าพวกเขาล้วนทำด้วยความจำเป็น และหากมัวแต่คิดเล็กคิดน้อยนางคงไม่ได้มานั่งสบายใจเช่นในตอนนี้ ต่อมาหลินหราน คนสนิทที่นางก็เพิ่งทราบเมื่อไม่กี่ชั่วยามมานี้ว่าเป็นคนของจิ้นอ๋องตั้งแต่ต้น... นั่นเลยตอบคำถามว่าเหตุใดจิ้นอ๋องจึงรู้ความเคลื่อนไหวของจวนท่านแม่ทัพอยู่ตลอดเวลา แต่จิ้นอ๋องไม่ได้บอกสิ่งใดกับหลินหรานไ
Read more

กำเนิด 1

กลับมาถึงบ้านพักหยางจื่อถงก็ถกเถียงกับจิ้นอ๋องเกี่ยวกับการตระเตรียมของใช้ หยางจื่อถงกล่าวว่าสิ่งที่จิ้นอ๋องสรรหามานั้นมากเกินไป เขามิได้คิดจะอยู่ที่นี่ตลอดไป ไยจึงเตรียมของราวกับว่านี่จะเป็นบ้านที่เขาอาศัยอยู่จนจะจบชีวิตด้วยเล่า แน่นอนว่าจ้าวซือหงเห็นด้วยกับสามี แต่จิ้นอ๋องก็เอ่ยแย้งขึ้นมาแทบจะทันทีเช่นกัน ว่าของใช้เหล่านี้ล้วนจำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิด เด็กเล็ก ๆ จำต้องใส่ใจให้มาก จะให้ใช้ของตามมีตามเกิดได้อย่างไรในเมื่อตนนั้นมั่งคั่งจนจัดหาทุกอย่างให้แก่เขาได้ อีกทั้งยังต่อว่าหยางจื่อถงอีกยกใหญ่ว่าตระหนี่จนเกินไป บุตรของตนเองแท้ ๆ ไยต้องมากระเบียดกระเสียรเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ เช่นนี้แล้วจ้าวซือหงแหละหยางจื่อถงจะทำสิ่งใดได้นอกจากส่ายหน้าและนั่งมองจิ้นอ๋องที่ดูจะ ‘เอ็นดู’ หลานที่ยังไม่เกิดคนนี้เสียเหลือเกิน จ้าวซือหงมีปากเสียงกับอดีตเจ้าของบ้านอย่างเการั่วซีอยู่บ้าง หรือหากจะกล่าวให้ถูกแม่นางเกาผู้นั้นเป็นฝ่ายมีปากมีเสียงกับนางเสียมากกว่า นางพูดแค่หนึ่งคำแม่นางคนนั้นก็ตอบกลับมาเสียสิบคำ อีกทั้งเต็มไปด้วยการเสียดสีและประชดประชันจนจ้าวซือหงได้แต่ถอนหายใจ แน่นอนว่าการตั้งคร
Read more
PREV
1
...
7891011
...
13
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status