บททั้งหมดของ ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง : บทที่ 111 - บทที่ 120

273

บทที่ 111 แนวคิดใหม่

เถี่ยจงชิ่งคุกเข่ากลางพื้นบ้านอย่างหมดสิ้นหนทาง แม้สายฝนจะโปรยลงจากชายคาไม่ขาดสาย แต่กลับไม่เย็นเฉียบเท่าหัวใจของเขา “ท่านหมอ! ข้าขอร้องท่านเถิด! โปรดช่วยบิดาข้าด้วย” เขาคุกเข่าลงต่อหน้าของหวู่รุ่ยอัน หายใจหอบสะอื้น หวู่รุ่ยอันมองต่ำลงมาที่เขา สีหน้าราบเรียบราวกับสายลมเย็นที่พัดผ่านในฤดูเหมันต์ เขาสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ ก่อนจะก้าวไปพินิจบาดแผลของเถี่ยซานอย่างเฉยเมยอีกครั้ง “แผลหนักถึงเพียงนี้ หากคิดจะช่วย เกรงว่าจะเป็นเพียงการยืดความทุกข์ทรมานให้ยาวนานขึ้นเท่านั้น” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์เถี่ยจงชิ่งตัวสั่นน้ำตาไหลพราก เขายกมือขึ้นประสานแล้วโขกศีรษะกับพื้นเสียงดัง“ข้าขอร้อง! ต่อให้ต้องใช้ทรัพย์สินทั้งตระกูลมาแลก ข้าก็ยินดี ได้โปรดช่วยชีวิตบิดาของข้าด้วย!”“ทรัพย์สินของเจ้า ซื้อชีวิตคนตายกลับมาได้หรือ” หวู่รุ่ยอันทอดถอนใจยาว กล่าวอย่างสุภาพทว่าไร้ความเห็นใจ นัยน์ตายังคงนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำที่ไร้ระลอกคลื่นเถี่ยจงชิ่งหน้าซีดเผือดลงอย่างสิ้นหวังลิลี่เอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อของเอ้อร์กัวเบา ๆ คล้ายออกคำสั่งให้เขาตามนางเข้าไปในห้องนอน เอ้อร์กัวลังเล ก่อนจะยอมเดินตามเข้าไปในห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 112 นางเสือ

เมื่อการผ่าตัดอันยาวนานสิ้นสุดลง เม็ดฝนเริ่มโปรยปรายเบาบางลงมาก บรรยากาศภายในเรือนเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจของสองบุรุษที่นั่งพิงฝา เหงื่อยังไม่แห้งจากขมับ เศษผ้าที่ย้อมด้วยโลหิตถูกวางกองอยู่มุมห้อง อวลกลิ่นเลือดเจือยาสมุนไพรเอ้อร์กัวเอนกายพิงผนัง ฝ่ามือของเขามีคราบเลือดบางๆ แต่ดวงตาคล้ายเหม่อลอย ริมฝีปากสีซีดเพราะความเหนื่อยล้า ข้างกายมีคุณชายหวู่รุ่ยอันนั่งเหน็ดเหนื่อยไม่ต่างกัน“บัณฑิตหลี่ ท่านมีแผลที่คอหรือ” เสียงของหวู่รุ่ยอันเอ่ยขึ้น ขณะยื่นหน้าเข้ามาดูใกล้ ๆ คิ้วขมวดเล็กน้อย เอ้อร์กัวสะดุ้งเฮือก หันหน้าหนีทันที มือรีบยกสาบเสื้อขึ้นปิดรอยแดงคล้ายรอยช้ำที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมาเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้ เอ้อร์กัวรีบร้อนใส่เสื้อผ้าจึงไม่ได้ปิดให้มิดชิด“มะ..ไม่มีอะไร..” เขาโกหกเสียงแหบ พลางไอกลบเกลื่อน ใบหูเห่อร้อนขึ้นมาจนเห็นได้ชัด “ไม่มีหรือ” หวู่รุ่ยอันเลิกคิ้ว มองอีกฝ่ายด้วยแววตาสงสัย “...” เอ้อร์กัวหน้าแดงจัดจนน่าขบขันเขาพยายามรักษาสีหน้าเรียบเฉยราวบัณฑิตที่น่าเคารพนับถือ แต่ตาที่หลบเลี่ยงกลับทำให้ดูน่าสงสัยยิ่งกว่าเดิม เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก คิดถึงช่วงเวลาที่ถูกภรรยา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 113 เฒ่าจันทราแกล้ง

ไม่นานหลังจากนั้น พวกช่างไม้ก็ได้สร้างบ้านของเถี่ยจงชิ่งเสร็จสิ้นเรียบร้อย ทุกคนต่างพากันชื่นชมในวิธีการต่อบ้านที่ใช้หมุดและเดือยตามที่เอ้อร์กัวสอน จนแทบไม่อาจเชื่อสายตาในความประณีต และมั่นคงไร้ที่ติ แน่นอนว่าลิลี่ไม่ยอมให้ช่างไม้พวกนั้นถ่ายหนักถ่ายเบาไปเรื่อย เอ้อร์กัวจึงต้องสอนให้พวกเขาสร้างห้องน้ำด้วยเช้าวันนี้เอ้อร์กัวได้ทำเครื่องบอกเวลาขนาดพกพาเสร็จแล้ว จึงนำมามอบให้แก่หวู่รุ่ยอัน ทางหนึ่งเพราะได้ให้สัญญาไว้แล้ว อีกทางหนึ่งก็เพราะลิลี่เริ่มทนความเรื่องมากเจ้ากี้เจ้าการของคุณชายหวู่อีกไม่ไหวเขาไม่ยอมกลับไปโรงเตี๊ยม แต่ก็ยังคงทำตัวเป็นคุณชายสูงศักดิ์ ทำให้เอ้อร์กัวต้องคอยดูแลราวทาสรับใช้ ลิลี่ไม่ชอบ นางอยากรีบไล่คุณชายน่ารำคาญและไร้ความเกรงใจผู้นั้นออกจากบ้านเร็วๆ“ข้ายังนึกว่าเหตุใดท่านชอบเล่นทราย ที่แท้ก็ใช้ทรายหลอมทำสิ่งนี้หรอกหรือ” หวู่รุ่ยอันรู้สึกตื่นเต้นมาก เมื่อได้เห็นนาฬิกาพกพาขนาดเล็กกว่าฝ่ามือเล็กน้อย ทั้งยังมีแผ่นกระจกใสปิดเป็นหน้าปัดนาฬิกาอีกด้วย ทุกสิ่งล้วนอัศจรรย์ราวกับไม่มีอยู่จริง แต่กลับเป็นความจริงที่เขาถือไว้ในมือ “นี่เป็นวิธีดูแลรักษาเครื่องบอกเวลาขอรับ” เอ้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 114 ธุรกิจและข่าวร้าย

ประตูแง้มออก เผยให้เห็นเด็กสาวตัวเล็กในเสื้อผ้าสีสด นางดูจะรีบร้อนมาจนยังหอบหายใจอยู่“ซานเอ๋อร์” เอ้อร์กัวเอ่ยทัก “อ..เอ่อ..พี่ลิลี่อยู่หรือไม่เจ้าคะ” ซานเอ๋อร์ถามเบาๆ ดวงตากลมโตมองต่ำ คล้ายจ้องปลายเท้าตัวเองตลอดเวลา“อยู่..” เขาเอียงตัวเปิดทางให้เด็กสาวเข้าบ้าน “ข้าจะออกไปคุยกับนางข้างนอกเอง” ลิลี่เดินตบไหล่ของสามีเบาๆ ก่อนจะออกไปที่ลานหน้าบ้านพร้อมเด็กสาว ทิ้งเอ้อร์กัวให้ยืนอยู่ในบ้านลำพัง เขาได้แต่ถอนใจหนักหน่วง“ว่ามาเถิด” ลิลี่เอ่ยถามธุระของซานเอ๋อร์ ระหว่างที่พวกเขาเดินมายืนใต้เครื่องทอผ้าขนาดใหญ่ “ข้า..เอ่อ..พ่อของข้าเก็บต้นป่านป่ามาได้มากทีเดียวเจ้าค่ะ แม้ช่วงนี้ฝนจะตกบ่อย แต่เขาก็ใช้เตาอบจนเส้นด้ายแห้งหมดแล้ว..ข้าเลยอยากถามว่าจะเปิดเครื่องทอได้หรือยังเจ้าคะ ลูกค้าหลายคนก็เริ่มสั่งผ้าป่านป่ามากขึ้น ผ้าที่เก็บไว้ก็เริ่มหมดแล้วเจ้าค่ะ” ซานเอ๋อร์พูดพลางม้วนชายเสื้อเล่นด้วยความประหม่า “อืม เจ้าว่างเมื่อใดก็มาเถิด” ลิลี่พยักหน้าก่อนหน้านี้ ลิลี่ได้จ้างซานเอ๋อร์มาคอยดูแลเครื่องทอผ้า เวลาที่นางหลอมแร่เงินจะได้ไม่เป็นที่สงสัย อย่างน้อยนางก็อ้างว่ามีธุรกิจส่วนตัว การมีเงินก้อน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 115 เปิดประตู

เมื่อไฟในเตาถูกจุดขึ้น แสงสีฟ้าอ่อนจากโคมไฟกระจกที่ฝังอยู่บนผนังส่องสว่างไปทั่วห้อง เสียงไม้ถูกไฟเผาจนแตก ดังแทรกผ่านในความเงียบ โต๊ะไม้ไผ่กลางห้องเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษเรียงกันอย่างเรียบร้อย ปากกาหมึกซึมด้ามไผ่วางเรียงเคียงข้างกันสองด้าม ปลายปากกาแต่ละด้ามคมจนสะท้อนแสงอ่อนจากโคมไฟกระจก“ก่อนที่ข้าจะสอน ข้าอยากให้เจ้าลืมทุกสิ่งที่เจ้าเคยรู้มา โยนทุกความเชื่อของเจ้าทิ้งให้หมด จากนี้เจ้าจะเริ่มเรียนใหม่ตั้งแต่ต้น จงอย่าถือสิ่งใดว่าเป็นจริง เพียงเพราะผู้คนพูดเช่นนั้นมาแต่โบราณ เจ้าต้องเรียนรู้ใหม่ ด้วยตา ด้วยสมอง และด้วยความกล้าที่จะสงสัยทุกสิ่ง” หญิงสาวพูดออกมาพร้อมกับมองตาสามีด้วยความจริงจัง แววตานิ่งสงบ ไม่ใช่การสั่ง ไม่ใช่การอ้อนวอน แต่เป็นการชี้นำ“..ได้” แม้จะตอบตกลง แต่เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะไม่เข้าใจ แต่เพราะประหลาดใจ เขาร่ำเรียนตำรามามากมาย จะให้ลืมทั้งหมดอย่างนั้นหรือ ช่างไร้เหตุผลสิ้นดีเอ้อร์กัวนั่งอยู่ตรงข้ามหญิงสาว ขณะลิลี่หยิบปากกาขึ้นมาเขียนบางสิ่งลงในกระดาษแผ่นใหม่ที่ขาวสะอาด หมึกสีน้ำเงินเข้มลากเป็นรูปร่างเรียบง่าย ไม่ใช่ตัวอักษร ทว่าเขาไม่เคยเห็นในตำราที่ใดมาก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 116 ออกเดินทาง

ยามเช้า แสงสีชาดแตะแต้มขอบฟ้าเหนือหมู่บ้านทุ่งแดง อ่อนช้อยแผ่วเบาราวกับภาพวาด ลิลี่ขยับตัวงัวเงียใต้ผ้าห่ม ร่างเล็กเบียดเข้าใกล้ไออุ่นข้างกาย เอ้อร์กัวกระชับอ้อมแขน โอบนางแนบอกแน่น สูดลมหายใจลึกอย่างเคยชิน กลิ่นหอมจางๆ คล้ายแตงกวาอ่อนของหญิงสาวลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ทว่าก่อนที่พวกเขาจะทันได้ลืมตา เสียงจ้อกแจ้กนอกหน้าต่างก็ดังแทรกขึ้น เสียงฝีเท้าสัตว์ลากรถ เสียงล้อไม้บดดิน และเสียงพูดคุยประปรายยามเช้าดังเข้ามาในห้องจนพวกเขานอนไม่ได้เมื่อคืนพวกเขานั่งเรียนกันจนดึกดื่น เกินเลยยามโฉ่ว[1]ไปไกล พอรุ่งเช้า ทั้งสองจึงฝืนลืมตาแทบไม่ขึ้น ร่างกายอ่อนล้าใต้แสงสีชาดอ่อนของยามเช้าเสียงวุ่นวายจากนอกเรือนกลับไม่ปรานีใดๆ ดังแทรกเข้ามาอย่างไม่รู้จักเกรงใจ คล้ายโลกภายนอกไม่มีเวลาให้การพักผ่อน พวกเขาจำต้องลุกขึ้น ทั้งที่ยังอยากซุกตัวใต้ผ้าห่มอีกสักครู่ ใต้ตาของทั้งคู่คล้ำจางเหมือนรอยหมึกบนกระดาษที่ยังไม่แห้ง เอ้อร์กัวคว้าเสื้อคลุมแล้วรีบก้าวออกไปยังลานหน้าเรือน เพื่อดูขบวนเดินทางที่เขามอบหมายให้เถี่ยจงชิ่งจัดเตรียมไว้ ส่วนลิลี่เดินเข้าห้องน้ำเงียบๆ จัดแจงล้างหน้า อาบน้ำ ทั้งที่อากาศยามเช้าหนาวเย็นจนป
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 117 ห้องเรียนใต้ผืนฟ้า

เอ้อร์กัวยกมือขึ้นอย่างเผลอไผล เอื้อมไปแตะไอหมอกเหล่านั้น ความเย็นของละอองน้ำเฉียดผ่านปลายนิ้วของเขา รู้สึกถึงพลังที่แฝงไว้ซึ่งเขาไม่อาจเข้าใจ ขณะที่ยังเกาะอยู่บนหลังของภรรยาช่วงระยะเวลาสั้นๆ เขามองเห็นเสี้ยวหนึ่งของกลไกเส้นด้ายใต้ชุดเอจิสสูทเคลื่อนไหวไปมาบนคอของภรรยา คล้ายธารน้ำไหลตามใจนางสั่ง เหมือนมันมีชีวิต มีสติรับรู้ สามารถปรับสมดุลให้ทุกก้าวย่างของนางเบาดั่งขนนกไร้น้ำหนัก และยามที่นางเร่งความเร็วขึ้น ก็ราวเทพธิดาผู้เดินอยู่ในม่านเมฆา ลอยตัวเหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติ “นี่มันผ้าทอสวรรค์หรืออย่างไร”“ข้าบอกแล้วว่าเป็นเทคโนโลยี ไม่ใช่เซียนหรือของวิเศษจากสวรรค์ เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นจากการเรียนรู้” “อะไรคือเทคโนโลยี..” เขาถามอย่างอยากรู้“เจ้าเชื่อเรื่องเทพเซียนหรือไม่”“ข้า..” เขาไม่อาจตอบว่าเขาไม่เชื่อ ยามที่เรียนธรรมะกับตาเฒ่าซางปิง เขาไม่เคยเชื่อเรื่องเทพเซียน เขาเชื่อในเหตุและผล ทว่าหากเขาอยากสอบเป็นบัณฑิตให้ได้ เขาก็ต้องเชื่อว่าเทพเซียนมีจริง ไม่เช่นนั้นก็อาจเป็นการปฏิเสธการมีอยู่ของโอรสสวรรค์“ตอบตามที่เจ้าคิด จำได้หรือไม่ว่าข้าบอกให้ลืมทุกสิ่งที่เจ้าเคยเรียนรู้มา” ลิลี่พูดร
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 118 ฝึกยุทธ์และพลังงานจลน์

คืนนั้น พวกเขานอนกลางป่าใต้แสงดาว เอ้อร์กัวยังคงเป็นบุรุษผู้รักการร่ำเรียนอย่างเคร่งครัด เขาตั้งใจฟังทุกถ้อยคำที่ลิลี่กล่าว มีคำถามไม่ขาดปาก ราวนักศึกษาผู้เพิ่งพบคัมภีร์ฟ้าดิน กระทั่งล่วงเข้ายามจื่อ[1] เขาจึงเพิ่งรู้ตัวว่ายังไม่ได้ชื่นชมเรือนร่างของภรรยา ไม่มีแม้แต่แต่เวลาลอบชายตามองอย่างที่เคยเฝ้าฝัน เพราะเขามัวแต่ตื่นเต้นกับความรู้ใหม่จนลืมไปเสียสิ้นว่าตนกำลังอยู่ตามลำพังกับนางท่ามกลางป่าลึก ความใคร่ที่เคยคุกรุ่นกลับถูกแทนที่ด้วยไฟแห่งความรู้เสียสิ้นเช้าวันต่อมา ฟ้าสางเป็นสีเทา ลมเย็นยะเยือกพัดผ่าน แทรกด้วยไอฝนโปรยปราย เอ้อร์กัวเพิ่งลืมตาตื่น เขาก็ถูกภรรยาลากให้ไปยืนตรงใต้ต้นสนที่มีใบหนาแน่น เดิมทีเขาคิดว่านางเป็นห่วงเขา กลัวว่าเขาจะเปียกฝน ทว่าความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น นางสั่งให้เขาทำท่าทางน่าอับอายแทน ชี้ให้เขาย่อเข่าลง ชูแขนขึ้น ทำท่าทางแปลกประหลาด มองเขาด้วยแววตาเฉียบขาดดุจอาจารย์ฝึกยุทธ์ กลางไอชื้นของยามเช้า ความปรานีหรือความเห็นใจนั้น คล้ายไม่เคยมีอยู่ในใจของนาง“ถ่างขาออกให้เท่าช่วงไหล่ งอเข่าและย่อตัวลง” ลิลี่สั่งเอ้อร์กัวทำตามอย่างมึนงง ขาเขาแยกออกเล็กน้อย เข่าทั้งสองค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 119 ลูกหมาน้อย

สองวันต่อมา ลิลี่ยังคงแบกสามีไว้บนหลัง กระโจนข้ามยอดไม้และผืนฟ้า บ้างหยุดพักใต้เงาร่มไม้ บ้างเช่าโรงเตี๊ยมตามหมู่บ้านเล็กๆ บ้างนอนห้องเก็บฟืนของชาวนา ลมพัดกลิ่นร้อนชื้นและดอกไม้ป่าคละเคล้า เป็นสัญญาณว่าพวกเขาใกล้ถึงแดนใต้ สำหรับบุรุษผู้มีหัวใจดั่งฟองคลื่นที่เพิ่งรู้จักมหาสมุทรกว้างใหญ่ เอ้อร์กัวเฝ้าศึกษาอย่างมุ่งมั่นในทุกวันที่พวกเขาลอยเหนือม่านฟ้า ผ่านผืนป่าและข้ามแนวเขา ทั้งสองไม่ได้เพียงแค่เคลื่อนไปข้างหน้า แต่เหมือนเวลาถูกห้วงแห่งปัญญากลืนกิน เขาไม่ได้เอ่ยถามว่านางรู้ทุกสิ่งได้อย่างไร เพราะเขามั่นใจว่าวันหนึ่งนางจะบอกเขาเองลิลี่ทำเหมือนเป็นอาจารย์ใจร้าย เพราะทุกครั้งที่เขาไม่เข้าใจ นางจะขมวดคิ้ว แล้วข้ามบทเรียนนั้นไป ไม่ใส่ใจอธิบาย นางเรียนรู้เร็วมาแต่ไหนแต่ไร จึงไม่เคยเข้าใจว่าเหตุใดผู้อื่นมักเข้าใจยากนักทว่าเอ้อร์กัวไม่เคยโกรธ เขาตั้งใจฟังเสมอ ปกติแล้วเขาจะตามทันบทเรียน แต่เขามักหยุดชะงักทุกครั้งเมื่อลิลี่พูดถึงเรื่องของนามธรรมและปรัชญาที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ด้วยตรรกะและเหตุผล เหมือนพยายามหาค่าคงที่ไหลเลื่อน ไม่เป็นสมการ ไม่เป็นรูปทรง เขาเรียนรู้รวดเร็วในทุกศาสตร์ที่มีตัวเลขรองร
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 120 ออกซิโตซิน (NC)

เขานั่งรอข้างกระท่อม ขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะผูกเป็นปม กระวนกระวายใจจนเท้ากระดิกไม่หยุด ผ่านไปยังไม่ถึงยี่สิบนาที ร่างเล็กก็กระโดดลงมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ลิลี่แบกผ้าห่มนวมสี่ผืนใหญ่ไว้บนหลังเหมือนหาบฟาง นางเงื้อมือโยนกองผ้าห่มเข้าไปในกระท่อมอย่างไม่ไยดี หยิบกระเป๋าใส่เครื่องอาบน้ำ ก่อนจะหันมาจ้องชายหนุ่มที่ยังคงทำหน้าบูดบึ้งราวลูกหมาหลงทางเอ้อร์กัวสะบัดหน้าหนี ไม่ยอมแม้แต่จะเหลือบตามอง ทั้งที่เมื่อครู่เขาแทบจะนับใบไม้ร่วงรอเงาของนางกลับมา ลิลี่ถอนหายใจหนักหน่วง ราวลมหายใจของคนที่ต้องแบกดวงจันทร์ไว้บนบ่า นางไม่ถนัดจะง้อผู้ใด ไม่ชอบอธิบายอะไรให้มากความ แต่คนตรงหน้าคือฮอตเนิร์ดผู้ทำอาหารอร่อยให้นางทุกมื้อ จะปล่อยให้เขางอนไปจนถึงพรุ่งนี้ก็คงไม่ได้ นางจึงก้าวเข้าไปหา ก้มลงจับแขนแล้วเหวี่ยงร่างสูงใหญ่ของเขาขึ้นหลังในคราวเดียว“เหวอ!!” เอ้อร์กัวร้องเสียงหลง “เลิกทำหน้าบูดเหมือนลูกหมาน้อยใจ และเงียบปากเหมือนนางเงือกน้อยสักที ข้าอึดอัด” นางกล่าวอย่างเยือกเย็น แล้วพาพวกเขากระโจนขึ้นสู่เวหา เงาร่างสองคนลอยลิบไปกับท้องฟ้ายามเย็นที่แสงสุดท้ายของวันใกล้ลาลับสายน้ำเล็กใสราวกระจกไหลเอื่อยผ่านโขดหินสี
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1011121314
...
28
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status