Todos los capítulos de ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง : Capítulo 131 - Capítulo 140

207 Capítulos

บทที่ 131 ป่าสนอาถรรพ์

“ข้า..ข้าบอกแล้วว่าที่นี่เป็นรังของนางปีศาจงู! พวกเรา..ไปเผลอลบหลู่เจ้ามังกรหลานเจียง พวกเราอาจถูกคำสาป!” เผิงเผิงกรีดร้องออกมาสิ้นเสียงของเผิงเผิงทุกคนต่างยิ่งหวาดกลัว วิ่งเตลิดคนละทาง ทว่าสองคนที่เร็วที่สุดกลับล้มลงทันทีเพราะไม่รู้ว่าวิ่งเข้าไปจนกับอะไร พวกเขามองไม่เห็นแต่ล้มลงเสียงดังราววิ่งชนบางสิ่ง“ห้ามวิ่ง กลับมาที่นี่เดี๋ยวนี้ซะ!” หัวหน้าทหารตะโกนเสียงดัง เขาชูคบเพลิงสีแดงฉานขึ้นสูง ราวกับจะเป็นแสงนำทางให้ทุกคน ไม่นานทหารที่วิ่งเตลิดก็รีบกลับมารวมกลุ่มกัน “มีบางสิ่ง..” เผิงเผิงเอ่ยเสียงสั่น ใบหน้าแห้งเหี่ยวขาวซีด แม้ถือดาบในมือแต่ฝ่ามือกลับเต็มไปด้วยเหงื่อชื้น ไม่นานควันสีเทาก็ห่อล้อมพวกเขาไว้จนไม่มีใครกล้าขยับ ต่างรวมกลุ่มจับชายผ้าคลุมของหัวหน้าทหาร ทั้งควันทั้งความมืดทำให้วิสัยทัศน์แย่จนมองได้ไม่เกินสองจั้ง[1] พวกเขาจึงยืนกันอยู่เช่นนั้น ไม่กล้าเดินหน้าหรือถอยหลังเสียงดังของผึ้งบินเริ่มหายไป เสียงหนึ่งฟังคล้ายสายพิณสั่นเบาก็ปรากฏขึ้นอย่างไร้ที่มา มันเป็นเสียงที่ไม่ได้ยินแต่กลับรู้สึกเหมือนเสียงดังจนได้ยินชัดเจน ไม่ใช่เสียงที่หูได้ยิน แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่แทรกเข้ามาในอ
Leer más

บทที่ 132 สามีอัจฉริยะ

เอ้อร์กัวขมวดคิ้วเล็กน้อย คล้ายเพิ่งสังเกตเสียงพึมพำแผ่วเบาที่ลอยมาตามสายลม ฟังคล้ายเสียงอ้อนวอนภาวนา สั่นเทาและเจือความหวาดกลัว เขาวางกระบอกไม้ไผ่ลงข้างตัว ลูบผมนุ่มของของภรรยาแผ่วเบา“เมื่อคืน หลังจากเจ้าสลบไป มีพวกทหารของลัทธิไฟสวรรค์ตามเรามา คงตั้งใจจะจับเจ้ากลับไปลงโทษ ข้าจึงจับพวกเขาไว้” เขาอธิบาย และใช้คีบผักป่าอีกชิ้นมาป้อนภรรยา มืออีกข้างพลางลูบไล้แผ่นหลังบางของภรรยาอย่างอ่อนโยน“เจ้า จับไว้ได้ทั้งหมดเลยหรือ พวกเขาเป็นทหาร เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่” นางขมวดคิ้ว รู้สึกเป็นกังวล แม้จะเห็นแล้วว่าเขายังสบายดี ไม่มีสักแผล“ข้าไม่เป็นไร”“เจ้า..ทำได้อย่างไร”“ข้า..เอ่อ ข้าคำนวณด้วยกฎของเมอร์แซนน์[1] ดึงแผ่นมอร์โฟสตีลออกเป็นสายคล้ายกู่ฉิน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสองเซนติเมตร มัดล้อมต้นสนห้าหกต้น ความห่างของต้นสนแต่ละต้นประมาณสิบเมตร กักขังล้อมพวกมันไว้ และคอยดีดสายกู่ฉินเฉพาะนั่น ส่งคลื่นความถี่ต่ำ[2]ออกไปโจมตี” เขาอธิบายสิ่งที่เขาคำนวณมาแล้วอย่างดี “แม้พวกมันจะไม่ได้ยินโดยตรง แต่รู้สึกได้ ทำให้พวกมันหงุดหงิดสับสน ใจเต้นแรง เวียนหัวคลื่นไส้เนื่องจากถูกรบกวนหูชั้นใน อาจไม่ได้อันตรายมาก แต
Leer más

บทที่ 133 เข้าเมือง

“เมื่อวานก่อน นายยังร้องไห้ในอ้อมแขนฉันอยู่เลย วันนี้..ฉันก็พบว่าได้แต่งงานกับยอดมนุษย์งั้นเหรอ” นางพึมพำกระซิบกับตัวเอง “ฮะ” เขาส่งเสียงถามเพราะฟังไม่ชัดเจนลิลี่รู้สึกมาตลอดว่าตัวเองคือสายลมเหนือที่พัดผ่านปฐพีด้วยความเย็นชา เผด็จการและไม่ชอบอธิบายตัวเอง ครองตำแหน่งสูงสุดแต่เพียงผู้เดียวบนยอดเขาหิมะมาช้านานแต่แล้วจู่ ๆ ก็มีใครบางคนเดินขึ้นมาถึงจุดที่นางยืนโดยไม่ตั้งใจ ทั้งยังเป็นสามีของนาง เป็นฮอตเนิร์ดขี้แยที่มีสมองอัจฉริยะพอๆ กับคอมพิวเตอร์ รักและเชื่อฟังนางหมดใจอย่างซื่อตรง โง่งม ในเชิงความรู้สึกและความเท่าเทียมทางมันสมอง ลิลี่รู้สึกเหมือนเจอหยกเย็นที่ถูกหลอมด้วยแสงจันทร์เพียงชิ้นเดียวในใต้หล้า สิ่งล้ำค่าที่นางอาจได้พบเพียงครั้งเดียวในชีวิต“ลิลี่ หากเจ้าไม่ตำหนิข้าเรื่องแอบใส่ชุดของเจ้า..ข้ามีเรื่องจริงจังอยากคุยกับเจ้า” เขาเห็นว่านางไม่มีท่าทีโกรธเคืองจึงพูดออกไป “อืม ข้ายังโกรธได้อีกหรือ เพิ่งได้รางวัลมาขนาดนี้” นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเขาด้วยความชื่นชม“เอ่อ..เช่นนั้น คือว่าข้าคิดดูแล้ว ข้าอยากเข้าไปในเมืองชุ่ยโจวให้เร็วขึ้น อาจช่วยอะไรชาวบ้านได้มากกว่าการรอจนกว่าพวกเถี่ยจงชิ
Leer más

บทที่ 134 บัณฑิตหลี่รายงานตัว

ปลายยามซื่อ[1]ในเมืองชุ่ยโจว แสงแดดสาดส่องร้อนแรง ทว่าจวนเจ้าเมืองกลับคึกคักราวมีงานมงคล เพราะทหารเฝ้าประตูเพิ่งส่งข่าวเข้าไปว่าบุรุษนามหลี่เอ้อร์กัวมาถึงแล้วตอนได้รับรายงาน ท่านเจ้าเมืองเฉากั๋วจงถึงกับสะดุ้งโหยงลุกจากเก้าอี้ เตรียมตัวแต่งชุดขุนนางด้วยท่าทางร้อนรนเสียยิ่งกว่ายามออกว่าราชการ “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาเป็นใคร!” ท่านเจ้าเมืองตวาดพ่อบ้านที่ทำหน้ามึนงง พลางเร่งให้ภรรยาและบ่าวไพร่ทั้งจวนออกมายืนเรียงหน้ากระดานรอต้อนรับชายผู้นั้นเสียเดี๋ยวนี้คนในจวนต่างก็พึมพำกันเบาๆ ด้วยความสงสัย ตำแหน่งผู้ช่วยเสี้ยนเฉิง แม้จะเป็นขุนนาง แต่ก็ต่ำต้อยเกินกว่าจะให้จวนเจ้าเมืองเปิดหน้ารอต้อนรับเช่นนี้ “พวกเจ้าจะไปรู้อะไร” ทว่าเจ้าเมืองกลับยืนยันด้วยสีหน้ามั่นคงว่าต้องให้ขุนนางชั้นผู้น้อยที่ยังไม่ถูกจับ ภรรยา และบ่าวไพร่ในจวนของตนเองออกไปต้องรับบุรุษผู้นั้นบริเวณหน้าจวนเจ้าเมือง มีผู้คนราวสามสิบชีวิตยืนเรียงแถวเป็นระเบียบ ต่างสวมชุดเต็มยศงดงาม ราวกับกำลังรอรับขุนนางชั้นสูงจากเมืองหลวง เอ้อร์กัวซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึง พาร่างหญิงสาวที่หลับซบอยู่บนหลังเข้าสู่เขตเมือง พอเห็นกลุ่มคนแต่งกายโอ่อ่าจำน
Leer más

บทที่ 135 ปัญหาเล็กน้อย

“เรียกว่าแลกเปลี่ยนดีกว่าขอรับ ถึงเมืองชุ่ยโจวจะอ่อนแอ ก็ควรต้องมีหนทางปกป้องตัวเอง เมื่อก่อนที่นี่เป็นเพียงหมู่บ้านประมง ทว่าเมื่อนานเข้า เส้นทางเรือมาบรรจบ ชนเผ่าทั้งหลายก็หลั่งไหลเข้ามา ข้าจึงจดบันทึกทุกสิ่งเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการส่งภาษีหัวหน้าเผ่าใดตะกละ หัวหน้าเผ่าคนใดถือสัตย์ เผ่าใดชอบใช้เงิน เผ่าใดชอบส่งลูกชายมาเป็นทหาร เผ่าใดเชี่ยวชาญการค้า ข้ารู้ว่าเผ่าใดมีเกวียนกี่คัน เลี้ยงม้ากี่ตัว ลูกสาวของหัวหน้าชื่ออะไร เคยแต่งกับชนเผ่าใด และปัจจุบันค้าขายกับใคร ข้ารู้ทั้งหมด ต่อมาเมื่อเริ่มมีการค้าขายกับต่างแคว้น ข้าก็เริ่มจดบันทึกว่าแต่ละแคว้นมีสินค้าหลักอะไร ขาดอะไร ชอบต่อรองด้วยสิ่งใด ต่อรองกับแคว้นใหญ่ ให้พวกเขาเห็นเมืองชุ่ยโจวเป็นศูนย์กลางการค้า มากกว่าที่จะมองเป็นเป้าหมายของการรุกราน ข้าใช้ข้อมูลซื้อสันติ ใช้กระดาษและหมึกแทนดาบ”เอ้อร์กัวพยักหน้าช้าๆ อย่างชื่นชม “ข้าจะไปที่ห้องมรกต” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเจ้าเมืองเฉากั๋วจงถอนหายใจยาว สีหน้าหม่นหมองลงจนดูแก่ขึ้นไปอีกหลายปี เขายกมือขึ้นลูบหน้าผากราวกับพยายามคลายความปวดร้าวที่ซ่อนลึก“บัณฑิตหลี่ ข้าเข้าใจความร้อนใจของท่าน ทว่ายามนี้ส
Leer más

บทที่ 136 สิ้นเปลืองหม้อ

เช้าตรู่ของวันใหม่ สายลมพัดจากแม่น้ำหลานเจียงเข้าสู่ฝั่งไท่หยางเอื่อยเฉื่อย เสียงนกร้องดังแว่วเข้ามาในห้องโถงด้านในของจวนเจ้าเมืองเฉากั๋วจงนั่งอยู่หลังโต๊ะฉลุลาย หน้าต่างบานหนึ่งเปิดค้างรับแสงแดดอ่อน เขากำลังรินน้ำชาลงจอกอย่างเงียบงัน ท่ามกลางความสงบในยามเช้า เสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งร้อนก่อนจะปรากฏเงาร่างของพ่อบ้านชรา“เป็นอย่างไรบ้าง” เจ้าเมืองถามทันที เพราะเขาสั่งให้พ่อบ้านคอยจับตาสองสามีภรรยานั่นอย่างใกล้ชิด แม้เบื้องหน้าเขาจะแสร้งทำเป็นเจ้าเมืองผู้ซื่อสัตย์ จัดสรรเรือนใหญ่โตท้ายจวนให้ผู้ตรวจการณ์พิเศษเข้าอยู่อย่างเหมาะสม“เมื่อวาน บ่าวเดินตามบัณฑิตหลี่กับภรรยาไปที่ท้ายเมือง ใกล้กับบ่อลืมเลือน พวกเขานั่งขุดคราบขาวๆ รอบบ่อขอรับ เหมือนจะตั้งใจเก็บมันอย่างบรรจง ไม่มีท่าทีรังเกียจเลยสักนิดขอรับ”“คราบขาวสกปรกรอบบ่อสิ่งปฏิกูลของเมืองหรือ เอาไปทำสิ่งใดกัน” เจ้าเมืองขมวดคิ้วสงสัย “เมื่อคืนหลังจากเลยยามโฉ่ว[1] บ่าวได้ยินพวกเขาถกเถียงกันเล็กน้อยว่าใครจะเป็นคนใส่ชุด แต่สุดท้ายเด็กสาวตัวเล็กก็กระโดดข้ามกำแพงออกไปขอรับ บ่าวเห็นกับตา ทั้งว่องไวและเงียบงัน เป็นจอมยุทธ์ที่วรยุทธ
Leer más

บทที่ 137 อาวุธเคมีของบัณฑิต

ทหารทั้งสามสิบคนสะดุ้งเฮือก บางคนเผลอก้าวถอยไปหนึ่งก้าว ดวงตาจับจ้องประกายไฟที่ประหลาดนั้น ก่อนที่เอ้อร์กัวจะจุ่มปลายกระบอกไผ่ลงในอ่างน้ำข้างเท้าของเขา แต่เปลวไฟก็ยังพ่นไม่หยุด ราวกับมีวิญญาณแห่งเพลิงสิงอยู่ข้างใน เมื่อบัณฑิตหลี่ชูไฟขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง มันก็ยังไม่ดับ“นั่น! นั่นมัน..เทพอิ้งเยี่ยนของพวกไฟสวรรค์นี่!” ทหารผู้หนึ่งร้องขึ้นด้วยความตกใจ“ไม่ใช่ อาจจะคล้าย แต่สิ่งนี้คือ..ความรู้ ไม่ใช่เทพอันใด นี่คือ มิซูกะเคียว[1] เป็นคบเพลิงที่จะไม่ดับแม้จะโดนน้ำ และสีแดงในเปลวไฟก็แค่ผงพิษชนิดหนึ่งเท่านั้น ข้าไม่รู้ว่าเจ้าลัทธิไฟสวรรค์ได้ความรู้นี้มาจากที่ใด แต่มันไม่ใช่เทพองค์ใดแน่นอน ข้าอยากขอให้ทุกท่านตั้งมั่น และไม่จำเป็นต้องกลัว” เอ้อร์กัวรีบอธิบาย“ความรู้หรือ แค่นั้นหรือท่านบัณฑิต” “ท่านแน่ใจหรือว่ามันคือผงพิษ”“ข้าน้อยแน่ใจขอรับ มันต้องเป็นผงพิษแน่นอน หากมันคือเทพแห่งไฟ เช่นนั้นข้าจะสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาได้อย่างไร ขอเพียงมีความรู้สักหน่อย ย่อมต้องทำสร้างเทพจอมปลอมขึ้นมาได้แน่นอน” “ท่านบัณฑิต..ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!” ทหารคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาด้วยความเชิดชู ความบึ้งตึงก่อนหน้าเริ่มดีขึ
Leer más

บทที่ 138 สองริมฝั่ง

ณ ริมฝั่งไท่หยาง ในค่ำคืนมืดมิดท้องฟ้าครึ้มคล้ายฝนใกล้จะตก เรือห้าลำจอดเลียบริมตลิ่งใต้เงาต้นไผ่ ทหารสามสิบคนยืนรอในเรืออย่างเงียบงัน ด้านหลังเรือสองลำเต็มไปด้วยกระบอกไผ่ที่ถูกเชือกมัดเรียงกันมากกว่าร้อยกระบอกหลายคนใส่ชุดดำสะพายหน้าไม้ และตรวจความแน่นของลูกดอกที่มัดไว้เต็มหลัง สองคนแต่งตัวรุงรังราวแม่ไก่ ฟางแห้งและหญ้าสีทองพรางร่างกายจนแยกไม่ออกว่าเป็นคนหรือซากพุ่มไม้อีกสามคนใส่ชุดสีเทาควันไฟ อึมครึมเก่าขาดบ้าง เหมือนทหารลัทธิไฟสวรรค์ไม่มีผิด เพียงแต่ซ่อนผ้าแดงไว้ในอกเสื้อ มีหน้ากากไม้เก่าขัดเงาถูกแขวนไว้ที่ข้างเอวพร้อมถุงกระเพาะแกะเอ้อร์กัวยืนรีรออยู่บนท่าเรือขนาดเล็ก มือขวากำลังแกะเชือกผูกเรืออย่างเชื่องช้า คล้ายเขาพร้อมที่จะออกเดินทาง แต่สายตาคมกลับไม่ยอมละไปจากหญิงสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก เขาขมวดคิ้ว กัดฟันแน่น ราวกับอยากจะจดจำร่างภรรยาไว้ให้ได้ก่อนลาจากสักสองชั่วยามลิลี่ถือโคมไฟในมือ เพียงยืนข้างเจ้าเมืองเฉาอย่างสงบ ขณะที่เฉากั๋วจงสั่งให้พ่อบ้านขยับไปมาตรวจสอบความเรียบร้อยของเรือ เขาไม่แน่ใจว่าเรือมีปัญหาใดหรือไม่ เหตุใดบัณฑิตหลี่จึงไม่ยอมออกเรือสักทีหญิงสาวมุมปากกระต
Leer más

บทที่ 139 ศรัทธาปะทะกลศึก

“พวกสารเลว!”“พวกเจ้ากล้าลบหลู่ท่านเทพอิ้งเยี่ยนหรือ”“พวกปีศาจ! ข้าจะเอาเลือดของพวกเจ้ามาบูชาท่านเทพ”“ปีศาจสกปรกกลืนกินดวงไฟไปแล้ว!”“ข้าไม่เชื่อว่าท่านเทพจะทอดทิ้งพวกเรา อย่าไปกลัวมัน!”“ผู้ใดบังอาจลบหลู่เทพอิ้งเยี่ยน!”“จับมันไว้!”เสียงตะโกนโหวกเหวกของเหล่าทหารลัทธิไฟสวรรค์ดังขึ้นทั่วค่าย ต่างชักดาบออกมาชี้ตรงใส่ชายสวมหน้ากากทั้งสาม ท่ามกลางฝนที่เริ่มตกหนักลงมาราวกับจะสมรู้ร่วมคิดกับภัยลึกลับตรงหน้า “นี่คือการลงทัณฑ์ของมังกรหลานเจียง!!” ทว่าชายสวมหน้ากากทั้งสามกลับตะโกนก้องขึ้น ไม่หวั่นไหว ไม่หวั่นกลัว ไม่ได้ถอยแม้แต่ก้าวเดียวปัง! ทันใดนั้น ชายทั้งสามก็ขว้างก้อนฟางในมือกระแทกลงกับพื้นเสียงดัง เกิดระเบิดลั่นสะท้อนก้องราวอสนีบาต ควันสีขาวพวยพุ่งฟุ้งกระจายไปทั่วลานค่ายราวหมอกหนา ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว ทุกคนที่นั่นตกใจไม่ทันตั้งตัว“แค่ก..แค่ก แย่แล้ว มันมีพิษ!!” “กลิ่นอะไร แสบคอ..”“อ๊าก! ตาข้า..”ควันสีขาวไม่ได้เพียงบดบังทัศนวิสัย หากแต่แสบคอ แสบตา แสบจมูกราวกับควันพวกนั้นมีพิษอยู่จริงๆ ทหารหลายคนร้องและไอจนตัวงอ บางคนตาแดงก่ำจนน้ำตาไหลพราก เสียงสับสนโกลาหลดังไม่ขาดสา
Leer más

บทที่ 140 ห้องมรกต

เบื้องล่างท่าเรือซีกวง ลึกลงใต้ผืนน้ำสีนิล มีห้องหนึ่งเร้นกายอยู่ในความมืดมิดมาช้านาน ห้องซึ่งไม่มีผู้ใดในลัทธิไฟสวรรค์ล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของมัน ห้องมรกตใต้น้ำ สถานที่นี้เก็บรักษาความลับที่อาจเปลี่ยนแปลงทิศทางของสงครามทั้งหมดภายในห้องนั้น มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟเพียงดวงเดียว เปลวไฟนิ่งงันสะท้อนบนผนังห้องที่มืดวาวราวมณีดำ แววระยับด้วยเกล็ดถ่านที่ผสมอยู่ในเนื้อวัสดุกำแพง สูงขึ้นไปบนเพดาน มีการวางท่อดินเหนียวเพื่อระบายความชื้นออกไปสู่ด้านบนท่าเรือผนังทั้งสามชั้นถูกออกแบบอย่างวิจิตรโดยปรมาจารย์ด้านการควบคุมน้ำ ชั้นนอกสุดทำจากอิฐเผาแน่นหนา ใช้แผ่นทองแดงละลายประสานระหว่างก้อนอิฐ[1] ชั้นกลางกรุด้วยแผ่นตะกั่วผสมทองแดงเรียงเป็นเกล็ดปลาซ้อนกันสม่ำเสมอ ส่วนชั้นในสุดคือวัสดุพิเศษ อัดแน่นด้วยถ่านไม้สนหอม ปูนขาวบดผสมน้ำมันสน จนกลายเป็นแผ่นแข็งราวศิลา ทั้งกันความชื้น ทั้งคงทน มีกลิ่นหอมเย็นของไม้สนที่ซึมอยู่ในโครงสร้าง เพื่อดูดความชื้นที่อาจเกิดขึ้นในห้องใต้น้ำ[2]ตามมุมห้อง มีถุงผ้าแขวนอยู่ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบโมกและการบูรอ้อยอิ่งในอากาศ ไล่แมลงต่างๆ ไม่ให้เข้าใกล้หนังสือและบันทึกในห้องมรกต ตำร
Leer más
ANTERIOR
1
...
1213141516
...
21
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status