สายวันนั้น เมื่อช่างฝีมือทั้งยี่สิบคนมาถึง พวกเขาต่างยืนอึ้งมองดูเตาเผาหอคอยคู่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ถึงแม้จะจุดเตาแล้ว แต่มันไม่มีควันดำพวยพุ่ง ไม่มีเสียงคำรามของลมแรง มีเพียงกลิ่นไม้ฟืนจางๆ และไอความร้อนที่แผ่ออกมารอบๆ ดูสงบเงียบจนไม่น่าเชื่อเอ้อร์กัวเดินออกมาจากเรือนด้วยสภาพอ่อนแรง ทว่า ใบหน้าของเขาดูอิ่มเอิบมีความสุข แม้จะขอบตาคล้ำเล็กน้อย เขาหาวหวอดก่อนจะโค้งหลังให้นายช่างเหล่านั้นหลังจากการทักทายที่เต็มไปด้วยมารยาท เอ้อร์กัวก็พาชายฉกรรจ์ทุกนายไปช่วยกันขุดลำธารรอบตัวบ้านที่มีความกว้างมากกว่ายี่สิบหมู่ในขณะที่บุรุษนับสิบชีวิตกำลังง่วนอยู่กับการขุดดินลอกลำธาร กลิ่นหอมประหลาดที่ไม่มีผู้ใดเคยรู้จักก็เริ่มอบอวลออกมาจากช่องอบของเตาเผา กลิ่นหอมหวาน กลิ่นสุราอิงเถา[1] และกลิ่นบางอย่างที่ถูกอบจนสุกเกรียมหอมกรุ่นไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่คนที่กำลังขุดดินอยู่ยังต้องหยุดมือแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ “กลิ่นอะไร เหตุใดจึงหอมน่ากินถึงเพียงนี้” บางคนพึมพำ พลางจ้องมองไปที่หอคอยคู่แฝดเมื่อถึงยามเที่ยงที่ดวงตะวันแผดแสงจ้า พวกช่างฝีมือทั้งยี่สิบคนในสภาพเหงื่อโทรมกายจากการลอกลำธาร ต่างพากันมานั่งพักใต้ร่มไม้
Read more