All Chapters of ทะลุมิติมาเป็น หญิงบ้า ณ ทุ่งแดง : Chapter 241 - Chapter 250

251 Chapters

บทที่ 241 หมากสีขุ่น

ศาลาริมสระน้ำเงียบสงัด แสงอาทิตย์ละมุนทาบทอลงบนผิวน้ำใส ทว่าเงาสะท้อนกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบประหนึ่งกระจกเงาบานยักษ์ที่รับได้เพียงแสงสว่าง แต่ไม่อาจโอบอุ้มความอบอุ่นไว้ได้บนโต๊ะหินอ่อน มีกระดานหมากซึ่งทำจากไม้ไผ่สานจัดวางไว้แล้ว กระดานหมากดูเรียบง่ายจนเรียกได้ว่าสมถะ ไม่มีลวดลาย และไม่ได้มีความพยายามจะปรุงแต่งให้ดูมีราคา เมื่ออ๋องจงเสียนก้าวเข้ามายังศาลาริมน้ำ เอ้อร์กัวก็ลุกขึ้นยืน ประสานมือค้อมกายอย่างนอบน้อม ไม่ต่ำต้อยและไม่ทะนง เป็นความสุภาพของบัณฑิตที่รู้ที่ทางของตน เขาไม่ได้กล่าวคำต้อนรับอันฟุ่มเฟือย เพียงผายมือไปยังโต๊ะหมากที่เตรียมไว้“เชิญท่านอ๋อง” เอ้อร์กัวเอ่ยสั้นๆ อ๋องจงเสียนนั่งลง เขาหยิบหมากตัวหนึ่งขึ้นมาและชะงักไปครู่หนึ่ง หมากในมือเย็นนวล น้ำหนักพอเหมาะ แต่สิ่งที่สะกิดความสนใจของเขาคือความใสอันแปลกประหลาดภายในตัวหมากกลมเกลี้ยง ไร้สีจนมองเห็นหยดน้ำกลิ้งไปมา เหมือนน้ำค้างในลูกแก้ว ทว่าสีของมันไม่ได้ขาวหรือดำ แต่เป็นสีขี้เถ้าสีอมเทามัวหมอง ลอยละล่องอยู่ในของเหลว เขาเหลือบมองหมากในถาดของเอ้อร์กัว ตัวหมากเหมือนกันทุกประการ ไม่มีฝ่ายขาว ฝ่ายดำ มีเพียงตัวหมากสีเดียวกันที่
Read more

บทที่ 242 อุทยานหลวง

“ข้าน้อยไม่ได้หวังให้หลิวหลีเพียงไม่กี่ชิ้นมาแก้ไขปัญหาทั้งหมด มันแค่ทำออกมาเพื่อให้สังคมสงบลงชั่วคราว ให้ชนชั้นสูงรู้สึกว่ามีสิ่งคู่ควรกับฐานะมาทดแทนดนตรีที่สูญเสีย เพียงหวังให้ไฟแค้นสงบลงก่อนก็เท่านั้น” เอ้อร์กัวเอ่ยทำลายความเงียบ ท่านอ๋องเข้าใจแล้วว่าเอ้อร์กัวไม่ได้สร้างหลิวหลีออกมาเพื่อให้ขุนนางและชนชั้นสูงหายโกรธ แต่แค่ทำให้สงบลง เขายังคงมีแผนอื่นอีก แผนระยะยาวที่จะทำให้กล่องดนตรีเป็นสิ่งถูกต้องในสังคม และชนชั้นสูงจะต้องยินดีให้ทุกฝ่ายได้ครอบครอง ในใจจงเสียนรู้สึกสะท้าน ชายหนุ่มตรงหน้าวางแผนอะไรไว้กันแน่“ย่อมได้ ข้าจะช่วยเจ้า แต่เจ้าต้องให้คำมั่นสามประการ หนึ่งคือไม่นำสิ่งประดิษฐ์แปลกประหลาดอื่นออกมาอีกโดยไม่บอกข้า สอง ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองในเมืองหลวงโดยตรง และสาม หากแผนของเจ้าล้มเหลว เจ้าต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” จงเสียนพูดหลังจากเงียบอยู่นาน“ได้ขอรับ ยังมีอีกอย่างคือ..ข้าน้อยอยากขอให้ท่านอ๋องช่วยดูแลรักษาจอกโอสถทิพย์ของเทพธิดาฉางเอ๋อไว้ชั่วคราว เพราะสถานการณ์เช่นนี้ มือที่อยู่เบื้องหลังคงไม่ยอมให้บ้านเมืองสงบลงโดยง่าย พวกเขาอาจทำทุกทางเพื่อทำลายหลิวหลีนี้แน่” เอ้อร
Read more

บทที่ 243 สิ่งวิเศษคู่บารมีจักรพรรดิ

เอ้อร์กัวเห็นว่าวาณิชซ่งเริ่มมือสั่น เขาจึงแตะไหล่อีกฝ่ายอย่างใจเย็น และเดินตามขันทีผู้นั้นไป ซ่งเหวินชางเหงื่อตก ทว่าในเมื่อบัณฑิตหลี่ไม่มีท่าทีตื่นตระหนก เขาจึงไม่มีทางเลือกได้แต่เดินตามไป“บัณฑิตหลี่ เราอาจถูกประหารโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงได้นะขอรับ” วาณิชอ้วนกระซิบระหว่างที่เดินตามเอ้อร์กัวไปใกล้ๆ“ท่านซ่งอย่าได้กังวล เรื่องนี้ข้าคาดไว้แล้ว ขอให้ท่านเพียงทำไปตามกำหนดการเดิมก็พอ” “..ท่านแน่ใจหรือ” เขายังคงไม่วางใจ“อย่ากระซิบกัน!” เสียงขันทีที่เดินนำหน้าตำหนิเอ้อร์กัวกับซ่งเหวินชางเดินเคียงกันไปทางหินอ่อนทอดยาวเข้าสู่อุทยานหลวง แผ่นหินสีขาวปูพื้น ราคาแพงกว่าอาหารหนึ่งมื้อของครอบครัวชาวนาเสียอีก หนึ่งบัณฑิตหนึ่งพ่อค้าคุกเข่าลงเมื่อถึงหน้าศาลาแปดเหลี่ยม ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ มีเสียงกระซิบกระซาบดังแผ่วจากกลุ่มขุนนางและสตรีสูงศักดิ์ ทั้งใคร่รู้ ทั้งระแวง “ถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี กระหม่อมซ่งเหวินผู้จงรักภักดี มีความอาจหาญเกินตัวขอถวายของวิเศษชิ้นหนึ่งซึ่งมิอาจประเมินค่าด้วยทองคำหรืออัญมณีใดในใต้หล้า สิ่งวิเศษซึ่งบังเกิดจากปัญญาและความอุตสาหะ ใต้ฝ่าพระบาทอันย
Read more

บทที่ 244 จอกโอสถทิพย์ของฉางเอ๋อ

สิ้นคำของเอ้อร์กัว อัครราชเลขาเจิ้ง เสนาบดีกรมพิธีการก็ก้าวออกมาจากมุมหนึ่งของอุทยานหลวง ในมือของเขาประคองบางสิ่งที่ใสราวกับก่อตัวมาจากสายลม ทันทีที่ของสิ่งนั้นต้องแสงอาทิตย์ มันก็สะท้อนเป็นประกายรุ้งเจ็ดสี ผู้คนในอุทยานหลวงพลันเงียบสนิท ต่างลืมหายใจไปชั่วขณะ อ๋องจงเสียนยืนมองภาพเหตุการณ์อันน่าเลื่อมใสจากสุดปลายอุทยาน เห็นเหล่าขุนนางต่างทำหน้าตื่นตะลึง เสนาบดีเฒ่าก็ประคองจอกแก้วอย่างเทิดทูนราวกับแบกรับชะตาฟ้าดินไว้ในมือความโกรธเกรี้ยวปนเย้ยหยันลุกโชนในทรวงอก ท่านอ๋องรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เมื่อหวนรำลึกถึงวันที่สิ่งวิเศษชิ้นนั้นถูกส่งมาถึงมือของเขาบัณฑิตหลี่หน้าซื่อผู้นั้นเพียงยัดจอกโอสถทิพย์ลงในก้อนหมั่นโถวอัคนีอุ่นๆ ฝากมากับนักพรตพเนจรอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับเป็นเพียงอาหารจำเป็นระหว่างทาง‘ฮึ สมบัติวิเศษคู่บารมีจักรพรรดิหรือ เจ้าคนปลิ้นปล้อน เจ้าจงใจทำให้คนทั้งราชสำนักกลายเป็นตัวตลก’ อ๋องจงเสียนถอนหายใจยาวพลางมองจอกหลิวหลีที่เพิ่งพ้นจากคราบหมั่นโถวมาไม่ถึงวันเมื่ออัครราชเลขาเจิ้งคุกเข่าลงเบื้องหน้าฮ่องเต้ สิ่งที่อยู่ในมือของไม่ใช่หีบไม้หรือพานทองคำ แต่มันคือพานหลิวหลีใ
Read more

บทที่ 245 ภรรยาของผู้อื่น

โอรสสวรรค์ยกจอกโอสถทิพย์ของเทพธิดาฉางเอ๋อขึ้นพินิจ เขามองดูแสงสะท้อนใสราวน้ำค้างยามรุ่งสาง ทว่าดวงตาของเขากลับเย็นเยียบลงช้าๆ คิดหาทางพิสูจน์ความจริง“สมุนไพรสินะ..ในเมื่อเจ้าบอกว่ากลิ่นนี้มาจากโรงหลอม เช่นนั้นสมุนไพรที่รุนแรงจนติดกายช่างหลอมหลิวหลี ย่อมอาจส่งผลต่อรสชาและชีวิตของผู้ดื่มได้ กงกง! รินชาใส่จอกวิเศษนี่เสีย ข้าอยากให้บัณฑิตหลี่ดื่มพิสูจน์ว่าโอสถทิพย์ของเขาไม่มีพิษร้ายเจือปน”“หากฝ่าบาททรงระแวง กระหม่อมยินดีดื่มพ่ะย่ะค่ะ” เอ้อร์กัวตอบรับทันที หวังเพียงให้เรื่องจบลงที่ตัวเขา “ช้าก่อน..คนเจ้าปัญญาเช่นเจ้า หากคิดลอบสังหารข้า ย่อมต้องกินยาแก้พิษรอไว้ก่อนแล้ว การให้เจ้าดื่มย่อมเปล่าประโยชน์ ท่านกงกง มีผู้ใดที่บัณฑิตหลี่ห่วงใยมากหรือไม่” จงเหยี่ยนแสร้งถาม “มี..มีลูกศิษย์..และฮูหยินของบัณฑิตหลี่พ่ะย่ะค่ะ ยามนี้นางรออยู่ในเรือนรับรองนอกอุทยาน” กงกงชราเหงื่อซึม เขาลอบมองไปรอบๆ คล้ายขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อสบตาอำมหิตของฮ่องเต้จึงจำต้องกราบทูล“ฝ่าบาท! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคนนอก โปรดละเว้นนางด้วย!” เอ้อร์กัวตัวสั่นสะท้าน มือที่ประสานอยู่บีบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ทว่าคำวิงวอนกลับ
Read more

บทที่ 246 ทางเดินหิน

เสียงฮือฮาในศาลาแปดเหลี่ยมยังไม่ทันจาง อ๋องจงเสียนก็ปรากฏกายจากทางเข้าอุทยาน ก้าวยาวของเขาไม่ต่างจากผู้ที่กลั้นโทสะไว้จนแทบแตกสลาย บุรุษผู้เคยยืนนิ่งราวสนเขียวท่ามกลางกองเลือดในวันเปลี่ยนราชบัลลังก์ บัดนี้กลับเร่งฝีเท้าเร็วจนชายเสื้อสะบัด“ฮ่องเต้ประกาศแต่งตั้งสตรีสามัญชนที่มีสามีแล้วขึ้นเป็นมารดาแผ่นดิน เป็นการทำลายกฎสวรรค์ พระองค์คิดจะตบหน้าบรรพชนตระกูลจงต่อหน้าธารกำนัลหรือ..” เสียงของอ๋องจงเสียนต่ำ หนัก และเฉียบคม เขาไม่ตะโกน ไม่โวยวาย แต่ทุกถ้อยคำที่หลุดออกมาราวกับค้อนเหล็กที่ฟาดใส่เสาหลักของแผ่นดิน“..ท่านอา ท่านมาตั้งแต่เมื่อไร” จงเหยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าอ๋องจงเสียนจะอยู่ที่นี่ด้วย แต่เมื่อฮ่องเต้ลองคิดดูแล้ว อัครราชเลขาเจิ้งก็เป็นขุนนางที่เข้าร่วมกับฝ่ายของอ๋องจงเสียน คงไม่แปลกที่ท่านอาของเขาจะรู้เรื่องการถวายจอกทิพย์ในวันนี้“อดีตฮ่องเต้จงเหวินเต๋อ ทรงทุ่มเททั้งชีวิตสร้างแคว้นจงหลินให้ยิ่งใหญ่ทัดเทียมแคว้นอื่น ฝ่าบาทจะทำลายลงเช่นนี้ไม่ได้ ทรงถอนรับสั่งด้วยพ่ะย่ะค่ะ” จงเสียนรับไม่ได้ที่จะเห็นกฎเกณฑ์และระเบียบสังคมที่เขาเพียรรักษา พังพินาศลงด้วยน้ำมือคนโง่ เขาเคยเชื่อ
Read more

บทที่ 247 สุสานแมลง

ความมืดมิดเข้าปกคลุมในยามห้าย[1] มีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารหกสิบนายที่วิ่งผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง เสียงเกราะเหล็กกระทบกันดังก้องไปตามตรอกซอกซอย ปลุกให้ชาวบ้านที่เพิ่งเข้านอนต้องสะดุ้งตื่นด้วยความพรั่นพรึง การเคลื่อนพลอย่างโจ่งแจ้งของทหารรักษาเมือง ไม่ต่างอะไรกับการประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ร้อยเกราะเดินราตรี ต้องมีปีศาจร้าย[2] ยามนี้กำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ชาวบ้านต่างดับไฟ ไม่มีผู้ใดกล้าลืมตาสอดรู้สอดเห็นในขณะเดียวกัน บนผิวน้ำที่สงบนิ่งของแม่น้ำสายเล็กซึ่งทอดตรงสู่จวนสกุลหลี่ เรือหลายลำลอยลอบเข้ามาอย่างเงียบงัน ด้านหลังสุดคือเรือสินค้าห้าลำ บรรทุกเหล็กกล้าหนักอึ้ง เหล็กกล้าที่จะใช้เป็นพยานวัตถุสำหรับข้อหากบฏจ้าวกัง ขุนนางกรมทหารระดับห้า ยืนอยู่บนเรือลำหน้าสุด สีหน้าแข็งกร้าว สายตากวาดมองทหารแปดสิบคนที่กระจายอยู่บนเรือและริมฝั่งน้ำอย่างรอบคอบ“ใต้เท้าขอรับ เหตุใดเราต้องใช้กำลังพลมากถึงสองร้อยนายเพื่อปราบตระกูลบัณฑิตจนๆ ที่ไม่มีปัญญาจ้างบ่าวไพร่ด้วยซ้ำ” ทหารหนุ่มคนสนิทยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ “..เจ้าคิดอย่างไร” จ้าวกังถาม“กองซุ่มสี่สิบคนล้อมทางหนี กองหลังอ
Read more

บทที่ 248 กบฏและม่านน้ำพุ

“โหดเหี้ยมยิ่งนัก เป็นบัณฑิตที่ไร้เมตตาต่อชีวิต คนเช่นนี้ไม่มีทางเป็นเซียน พวกเจ้าไม่ต้องกลัว” กำลังใจขอทหารนั้นสำคัญยิ่ง เพราะไม่มีผู้ใดเคยเห็นอะไรน่าขนลุกเช่นนี้มาก่อน จ้าวกังจำต้องปลอบเหล่าทหารสักคำหลายคนต่างเห็นด้วยกับพูดนั้น แต่เมื่อเห็นซากสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ตายเกลื่อน บางคนก็เริ่มคิดว่าหากไม่ใช่เซียน แล้วจะเป็นอะไรที่มีพลังอำนาจประหลาดเช่นนี้“หรือ..จะเป็นปีศาจ” พลทหารนายหนึ่งพึมพำ“ฮ๊ะ!” หลายคนต่างตกใจไปตามๆ กัน“อย่าได้กลัว ที่นี่เป็นเมืองหลวง มีพระราชอำนาจของโอรสสวรรค์คอยคุ้มครอง” จ้าวกังรีบตัดไฟแต่ต้นลม“แต่..ใต้ท้าว..” ทหารบางคนอยากเถียง ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าโอรสสวรรค์เป็นทรราช อาจจะเกิดเหตุเภทภัยเพราะแคว้นจงหลินถูกสวรรค์ลงโทษก็เป็นได้“หุบปาก..ข้าไม่เชื่อว่าจะฝ่าเข้าไปไม่ได้ ไปตรวจสอบให้ทั่ว มีคูน้ำบริเวณใดบ้างที่ไม่มีพิษ” จ้าวกังหันไปสั่งพลทหาร ยิ่งบรรยากาศตึงเครียดเท่าไร เขายิ่งต้องแสดงอำนาจเพื่อสยบความหวาดกลัวของลูกน้อง “ลองตรวจสอบคูน้ำทางด้านทิศตะวันออกดูก่อน ที่นั่นซากแมลงเบาบางกว่าที่อื่น พิษน่าจะเจือจางจนพอจะหาทางข้ามไปได้” “ขอรับ” นายทหารผู้ทำหน้าที่หมอรับคำสั่งด้
Read more

บทที่ 249 ดวงอาทิตย์สิบดวง

ทหารทุกลำดับชั้นชะงักกึก ต่างตกใจจนต้องหลับตาแน่น พลธนูที่กำลังขึ้นสายถึงกับปล่อยมืออย่างลืมตัว ทหารที่อยู่ใกล้ที่สุดต่างทรุดฮวบ ก้มหน้าหนีอย่างลนลาน “อ๊าก!!” “ตา!!..ตาข้าบอดแล้ว!” “ข้ามองไม่เห็น!”เสียงโวยวายดังขึ้น ต่างรู้สึกราวกับลูกตากำลังถูกเผา คล้ายความเจ็บแปลบวิ่งเข้าไปถึงกะโหลก แสงที่รุนแรงเกินกว่าสายตาคนจะรับไหวทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในดวงตา หลายคนแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเสียขวัญ พลางใช้มือปัดป่ายไปในอากาศอย่างคนบ้าคลั่ง ทหารเหล่านั้นต่างขวัญกระเจิง คิดว่านัยน์ตาถูกแสงอาทิตย์แผดเผาจนบอด ม่านน้ำพุที่เคยพุ่งตระหง่านตกลงมากระแทกผิวน้ำดังสนั่น ทว่าไม่มีผู้ใดใส่ใจ เพราะทั่วบริเวณสว่างจ้าขาวโพลนจนไร้ซึ่งเงาหัว ความมืดมิดถูกขับไล่จนหายไปสิ้น สายตาพร่ามัวเกินกว่าจะลืมตาขึ้นมองรอบด้านได้จ้าวกังตระหนกจนลืมหายใจ ยืนแข็งค้างหลับตาแน่น ลมหายใจขาดห้วง ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบคอเขาไว้ ในหัวของเขาผุดภาพคำเล่าลือหนึ่ง ข่าวลือเมื่อครั้งที่บัณฑิตหลี่ทำหน้าที่ผู้ตรวจการณ์พิเศษ ไปยุติสงครามกลางเมืองที่ชุ่ยโจว ยามนั้นผู้คนต่างโจษจันว่าบัณฑิตตัวลำพัง ไร้กอง
Read more

บทที่ 250 ต้องเด็ดที่หัว

เมื่อคมดาบเหวี่ยงแหวกอากาศลงมา เอ้อร์กัวหลับตาแน่น สติทั้งหมดหยุดนิ่ง ร่างกายแข็งทื่อรอรับความตายที่กำลังจะมาถึง แต่เขากลับรู้สึกถึงแรงลมเย็นวูบผ่านข้างแก้ม ราวกับความตายเดินเฉียดไปเพียงคืบเดียว เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างที่คาดไว้ สิ่งที่ตามมาคือเสียงโลหะปะทะกับบางอย่างที่หนักหน่วง ตามด้วยเสียงร้องสั้นๆ ของทหารนายนั้นที่ถูกกระชากตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เอ้อร์กัวสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงน้ำแตกกระจายดังมาจากคูน้ำ เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นดูด้วยความสับสน ภายใต้แสงจ้าขาวโพลน เขาเห็นเงาร่างสายหนึ่งเคลื่อนไหวว่องไวปานลมพัด ร่างเล็กของลิลี่กำลังจู่โจมเข้าจัดการทหารที่ข้ามฝั่งมาได้ทีละคน คนแล้วคนเล่าถูกนางเหวี่ยงทุ่มลงไปในคูน้ำที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ ราวกับทหารเหล่านั้นไร้น้ำหนักทหารที่ถูกเหวี่ยงออกไปยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างที่ตกในคูน้ำบิดเกร็งจนลมหายใจขาดห้วง ขณะที่บางคนโชคดีกว่า ถูกเหวี่ยงแรงเกินไปจนกระเด็นพ้นขอบคูน้ำ กลิ้งไปบนพื้นดินแห้ง แต่เพียงครู่เดียว ร่างนั้นก็กระตุก นิ้วมือหงิกงอ แขนขาชักเกร็งโดยไร้การควบคุม เหงื่อผุดเต็มใบหน้า ปากอ้าเหมือนจะร้อง แต่ไม่มีเสีย
Read more
PREV
1
...
212223242526
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status