“ข้าเคยบอกแล้วมิใช่หรือมิให้ยิ้มเช่นนี้อีก”“หม่อมฉันยิ้มให้เพียงพระองค์เพคะ”สุดท้ายก็เป็นเขาที่ยอมอ่อนข้อให้นาง หยวนหรงหย่งหมิงอุ้มร่างบอบบางที่โตเกินวัยของนางแนบอกแล้วทะยานไปที่เรือนนอนของนาง พริบตาก็มาถึง เขาวางร่างบอบบางนั้นอย่างอ่อนโยนสบตาหวานที่แสนคิดถึงมาเกือบสามเดือน“เหตุใดคราวนี้จึงได้กลับมาเร็วกว่าทุกครั้ง”“มิดีหรือเพคะ”“จะดีกว่านี้ถ้าเจ้าจะมิกลับไปอีก”เยว่เอ๋อร์มิได้เอ่ยสิ่งใดทำเพียงยกยิ้มให้คนตรงหน้า เขาช่างสรรหาถ้อยเขามาลวงหลอกนางได้เสมอจริงๆ หยวนหรงหย่งหมิงถอนหายใจยาวรู้ดีว่านางมิมีทางยินยอมโดยง่ายเป็นแน่ แต่เอาเถิดตอนนี้นางก็ใกล้อายุครบสิบสี่ปีแล้ว รออีกปีกว่าๆ ก็คงมิเป็นไร แต่ถ้าถึงเวลานั้นต่อให้นางร้องขอเพียงใดเขาก็จะมิยินยอมให้นางห่างกายไปไหนอีก“ข้าให้เวลาเจ้าเล่นสนุกอีกเพียงปีเดียวเท่านั้น”เยว่เอ๋อร์รู้ดีว่าคนตรงหน้ามิได้พูดเล่น แต่นางเองก็ยินดีในข้อตกลงนี้เช่นกัน“สำนักศึกษาหลวงเมืองลี้ส่งหนังสือมาแจ้งเรื่องการฝึกภาคสนาม เพคะ”มือหนาที่กำลังบิดผ้าชุบน้ำชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่จะนำผ้ามาเช็ดใบหน้าให้นาง ใบหน้าคมมิได้แสดงความรู้สึกใด หากแต่แววตาครุ่นคิดนั้นทำให้
Read more