Alle Kapitel von เลือดมังกร...龙的传人 : Kapitel 11 – Kapitel 19

19 Kapitel

บทที่ 11 ดอกบัวแดง

หลังพ้นจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่กรมการเมือง ทั้งสามเดินเลี่ยงเข้าสู่ตรอกที่ขนานไปกับถนนสายหลักเพื่อมุ่งหน้าไปยังย่านที่พักราคาถูกเพื่อไม่ให้เป็นที่จับตามอง แสงอาทิตย์อัสดงอาบไล้หลังคาวังหลวงจนกลายเป็นสีแดงดั่งโลหิต ความหรูหราเบื้องหน้าค่อยๆ เลือนหายกลายเป็นความทรุดโทรมของย่านคนยากไร้ที่ถูกลืมทิ้งไว้เบื้องหลังความมั่งคั่ง "เมืองหลวงนี่แปลกจริง..." ไป๋เฟิ่งพึมพำขณะมองดูชาวบ้านที่นั่งหลบมุมแววตาเลื่อนลอยไร้จุดหมาย "ตึกรามสูงใหญ่ แต่หัวใจผู้คนกลับแลดูหวาดหวั่น" ทันใดนั้น... ที่หัวมุมถนนอันมืดสลัว ชายชราสติเลอะเลือนในชุดผ้าป่านขาดวิ่นพุ่งพรวดออกมาชนเข้ากับอวี้หลงอย่างจัง ชายชราผู้นั้นล้มลงกองกับพื้นพร้อมกับห่อผ้าเก่าๆ ที่หลุดกระจายออก สิ่งที่ร่วงหล่นออกมาไม่ใช่ทรัพย์สินมีค่า แต่เป็นเศษกระดาษเหลืองกรอบและม้วนคัมภีร์ที่ดูเหมือนขยะ "ของๆ ข้า ใครก็เอาไปไม่ได้... พญามังกรยังไม่ตาย... เขายังซ่อนอยู่ในบ่อศิลา" ชายชราพร่ำเพ้อละล่ำละลัก แววตาที่ขุ่นมัวฉายแววตื่นตระหนก มันรีบกวาดข้าวของเหล่านั้นกลับเข้าห่อผ้า ลวี่อิงหวู่รีบเข้าไปช่วยพยุง แต่ชายชรากลับตัวสั่นงันงก สายตาของ
Mehr lesen

บทที่ 12 ความลับใต้พื้นพิภพ

ท่ามกลางความมืดมิดในย่านคนยากไร้ อวี้หลงทรุดกายลงนั่งกลางห้องไม้เก่าคร่ำคร่า มือข้างหนึ่งประคองถ้วยยาที่ไป๋เฟิ่งเพิ่งบดเสร็จ กลิ่นสมุนไพรขมปนกับกลิ่นความตายแผ่ออกมาจนสัมผัสได้ "ยาหยดนี้จะหยุดลมหายใจ และชีพจรหัวใจเจ้าชั่วคราว เจ้าต้องระวัง... หากถูกพลังปราณกระแทกเข้าที่จุด 'ชี่ไห่' ในระหว่างที่เจ้ายังไม่ตื่น อวัยวะภายในจะแหลกสลาย ลมหายใจะดับสิ้นไปจริงๆ" ไป๋เฟิ่งเอ่ยเสียงสั่น อวี้หลงจ้องตานางแล้วพยักหน้าก่อนจะกระดกยาลงคอทั้งจอกในคราเดียว เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างกายของเขาก็เริ่มเย็นลง เส้นชีพจรที่เคยไหลเวียนค่อยๆ นิ่งสงบจนหยุดนิ่ง ผิวพรรณซีดเผือดดุจคนตายไปแล้วหลายวัน ลวี่อิงหวู่รีบย้อมสีหน้าตนเองด้วยเขม่าและโคลน แสร้งทำเป็นขอทานเด็กที่หวาดกลัวพลางทรุดตัวลงกระศืบข้างร่างอวี้หลง "พวกมันมาแล้ว!" เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าเกราะดังใกล้เข้ามา พร้อมกับแสงคบไฟที่สาดส่องเข้ามาในซอกแคบ "เฮ้ย! มีใครอยู่ตรงนี้หรือไม่" เสียงร้องถามดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหน่วยนกฮูกหน้ากากเหล็กสามนาย "พี่ชายข้า! พี่ชายข้าตายแล้ว!" ลงี่อิงหวู่กรีดร้องเสียงหลงพลางเขย่าร่างอวี้หล
Mehr lesen

บทที่ 13 แปดโลกันตร์สังหาร

ท่ามกลางฝุ่นควันคละคลุ้งและรัศมีปราณที่กดดันหนักอึ้ง อวี้หลงจ้องมองบุคคลในชุดม่วงเบื้องหน้าด้วยความระแวดระวัง ในใจของเขาพลันนึกถึงชื่อ แปดโลกันตร์สังหาร ที่ท่านอ๋องไป๋เคยเตือนไว้ แต่เมื่อเขาสังเกตเห็นสัญลักษณ์รูปดอกบัวที่ปักด้วยดิ้นไหมสีดำสนิทบนปกเสื้อของคู่ต่อสู้ เขากลับขมวดคิ้วด้วยความสับสน "เจ้าคือคนของดอกบัวแดง... แต่เหตุใดเจ้าจึงสวมหน้ากากนกฮูกและใช้วิชาสูบปราณอันชั่วร้ายนี้..." อวี้หลงถามเสียงกร้าว "หรือว่าบันทึกร้อยปีที่ข้าเพิ่งอ่านมาเป็นเพียงเรื่องลวงโลก และพวกเจ้าก็คือมารร้ายไม่ต่างจากฮ่องเต้ทรราช" เนตรอสุราหัวเราะเสียงต่ำดุจเสียงหินบด "ฮ่าๆๆ เจ้าเด็กโง่งม เจ้าแยกไม่ออกแม้กระทั่ง แปดโลกันตร์ของวังหลวง กับบัวแดงแปดกลีบของพวกเรางั้นรึ ช่างน่าเวทนาสายเลือดมังกรนักที่หูเบาถึงปานนี้" ความจริงที่อวี้หลงไม่เคยรู้คือ ในโลกใต้ดินของตงหยวนมีการชิงอำนาจกันอย่างเงียบๆ บัวแดงแปดกลีบ คือตำแหน่งแปดองครักษ์เงาของพรรคดอกบัวแดง ซึ่งตั้งชื่อล้อไปกับขั้วอำนาจของวังหลวงเพื่อใช้ในการแทรกซึมและบ่อนทำลาย บุคคลตรงหน้าอวี้หลง มิใช่เนตรอสุราจากแปดโลกันตร์ของฮ่องเต้ แต่เขาคือบ
Mehr lesen

บทที่ 14 การต่อยตีบนแท่นพิธี

ภายใต้แสงตะเกียงที่เริ่มริบหรี่ ก่อนเข้านอน... อวี้หลงวางกริชดอกบัวลงพลางขมวดคิ้วแน่น ครุ่นคิดบางสิ่งที่มันยังคิดมิตก "เยิ่นเต๋อไม่ได้แข็งแกร่งด้วยตัวคนเดียว มันยังมี แหวนสยบมังกรที่ถอดมาจากนิ้วมือพ่อข้า แหวนนั่นคุมพลังหนึ่งสามส่วนของแผ่นดิน เพื่อรักษาสมดุลเอาไว้... ปฐมกษัตริย์จึงแบ่งแยกสิ่งที่ใช้ควบคุมพลังออกเป็นสามสิ่ง นอกจากแวนนั่นแบ้ว ก็เป็นปราณแห่งโลหิตมังกร ซึ่งมันใช้เลือดของข้าที่เป็นสายโลหิตบริสุทธ์เป็นตัวเติมเต็ม" ไป๋เฟิ่งมองดูอวี้หลงด้วยความกังวล "ในเมื่อท่านคือผู้ถือครองสายเลือดมังกรบริสุทธิ์ หนึ่งในสามการควบคุมพลังนั้น ความแข็งแกร่งของท่านจึงกลายเป็นดาบสองคม ยิ่งท่านเก่งกล้านั่นก็ยิ่งมีอันตราย... แล้วอีกหนึ่งในสามเล่าพี่อวี้หลง มันคือสิ่งใดที่เราต้องเร่งหา เพื่อสยบอำนาจที่เหลือให้ได้" อวี้หลงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงถ้อยคำปริศนาของราชครูที่ถูกลืม อันทิ้งท้ายไว้ในบันทึกขาดวิ่นผืนนั้น... ปราณมังกรครองฟ้า แหวนโลหิตครองดิน ใจประชาครองใต้หล้า "ข้ามีปราณมังกรจากสายเลือดบริสุทธิ์ ส่วนที่มันมีคือแหวนโลหิต... แหวนสยบมังกรที่ถอดจากพ่อข้าไป เยิ่นเต๋อมันถึง
Mehr lesen

บทที่ 15 ชัยชนะเบื้องต้น

สถานการณ์บีบคั้นถึงขีดสุด อวี้หลงถูกกดดันจนแผ่นหลังติดขอบแท่นพิธี โลหิตจากบาดแผลที่ไหลซึมออกมาเริ่มทำให้สติของเขาพร่าเลือน ปราณระฆังทองครอบสวรรค์... ของเยิ่นเต๋อนั้นแข็งแกร่งเกินไป มันมิใช่แค่กำแพงปราณ แต่มันคือการนำพลังจากชีวิตราษฎรทั้งเมืองมาสร้างเป็นเกราะ ทุกครั้งที่อวี้หลงซัดฝ่ามือใส่ เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังทำร้ายคนบริสุทธิ์เสียเอง "มันไม่ได้ผลหรอก..." ขุนพลไร้ชีพคำรามพลางง้างดาบยักษ์ขึ้นเหนือหัว รังสีดาบสีม่วงดำกดทับจนแทบขยับกายไม่ได้ "ต่อให้เจ้ามีเลือดมังกรเข้มข้นเพียงใด เจ้าก็ไม่มีทางทำลายศรัทธาที่องค์ฮ่องเต้เยิ่นเต๋อสร้างขึ้นมานับสิบปีนี้ได้" เข่าอวี้หลงทรุดลงข้างหนึ่ง ปลายดาบของแปดโลกันตร์จ่ออยู่ที่จุดตายรอบทิศทาง เยิ่นเต๋อที่นั่งอยู่บนแท่นสูงค่อยๆ หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง แหวนที่นิ้วของมันเรืองแสงสีโลหิตจนดูน่ากลัว มันส่งเสียงเย้ยหยัน "ข้าบอกเจ้าแล้ว... ความแข็งแกร่งของข้าคือความอมตะที่เจ้ามิอาจจินตนาการ ยอมสละเลือดมังกรของเจ้ามาซะดีๆ แล้วข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าไปอยู่กับพ่อเจ้าในนรก" ในจังหวะที่ดาบของขุนพลไร้ชีพกำลังจะสับลงมานั้นเอง อวี้หลงกลับหลับตาลง.
Mehr lesen

บทที่ 16 เทพมารกับเทพมังกร

บรรยากาศรอบกายบัดนี้ไม่ต่างจากแดนมิคสัญญี ป่าที่เคยเขียวขจีกลับกลายเป็นสีดำมะเมื่อม ต้นไม้สูงใหญ่ยืนต้นตายซาก กิ่งก้านหงิกงอราวกับมือปีศาจที่พยายามจะฉุดรั้งผู้บุกรุก ไอหมอกพิษสีม่วงเข้มปกคลุมหนาตาจนมองเห็นได้ไม่เกินห้าก้าว และในความเงียบงันที่ชวนขนลุกนั้นเอง แสงไฟสีเขียวดุจวิญญาณหลงทางก็วาบขึ้นจากความมืด "เจ้ามาไกลเกินไปแล้ว อวี้หลง..." เงาร่างสามสายปรากฏขึ้นขวางทางเดินแคบๆ ที่มุ่งสู่หุบเขา พวกมันคือแปดโลกันตร์ ที่ยังหลงเหลืออยู่ และเป็นพวกที่จงรักภักดีต่อเจิ้งเจวี่ยเยี่ยงสุนัขรับใช้ นำโดย เนตรอสุรา ที่บัดนี้ดวงตามีโลหิตไหลซึม และ ดัชนีปลิดวิญญาณ ที่ปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทจากการอัดปราณพิษเกินขีดจำกัด พวกมันรู้ดีว่าไม่อาจเอาชนะอวี้หลงที่มีพลังมังกรตื่นรู้ได้ แต่จุดประสงค์เดียวของพวกมันในวันนี้คือ ยื้อเวลาให้เจิ้งเจวี่ยขัดเกลาปราณเหนือฟ้าได้สำเร็จ "ท่านหัวหน้าเจิ้งสั่งไว้... ต่อให้พวกข้าต้องกลายเป็นผุยผงให้ป่าศพแห่งนี้ ก็จะไม่ยอมให้เจ้าก้าวข้ามแนวหินนี้ไปได้" พวกมันไม่ได้พุ่งเข้าปะทะตรงๆ แต่กลับใช้ค่ายกลโลหิตดับตะวัน เชื่อมต่อปราณของทั้งสามคนเข้ากับไอหมอกพิษในป่า ท
Mehr lesen

บทที่ 17 ครองบัลลังก์

สมรภูมิหุบเขาพันศพสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เมื่อสองขั้วพลังที่เหนือมนุษย์เข้าปะทะกันอย่างรุนแรง แสงสีทองของมังกรสวรรค์และรังสีสีดำมหากาฬของสะเก็ดดาวตกพุ่งเข้าห้ำหั่นกันจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว มวลอากาศระเบิดแตกออกเป็นระยะๆ เจิ้งเจวี่ยในร่างเล็กแต่หนักอึ้งดุจดาวตก พุ่งตัวเข้าหาอวี้หลงด้วยความเร็วที่เหนือกว่าประสาทสัมผัสจะรับรู้ได้ทัน ในกระบวนท่าที่หนึ่งถึงกระบวนท่าที่ห้า เจิ้งเจวี่ยไม่ต้องใช้เพลงดาบ มันใช้เพียงพลังหมัดเปล่าๆ ที่อัดแน่นด้วยมวลสารมหาศาลพุ่งเข้าใส่หน้าอกอวี้หลง ทุกหมัดที่ชกออกมาเกิดคลื่นกระแทกสุญญากาศ อวี้หลงต้องใช้ปราณกระบี่สีทองต้านรับ แต่แรงปะทะนั้นหนักหน่วงจนกระอักเลือดออกมาทุกคราที่รับแรงกระแทกของหมัดเจิ้งเจวี่ย ในกระบวนท่าที่หกถึงกระบวนท่าที่สิบ เจิ้งเจวี่ยเตะเท้าใส่ช่วงล่างของอวี้หลงด้วยความเร็วสูง ร่างอวี้หลงปลิวไปกระแทกผนังหินจนพังทลาย เจิ้งเจวี่ยทะยานตามไปใช้นิ้วแกร่งดุจเหล็กปัดปราณกระบี่แจนแตกร้าว อวี้หลงเพลี่ยงพล้ำอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายของเขายังปรับตัวเข้ากับปราณทองคำได้ไม่เต็มที่ แต่ยามนั้นเจิ้งเจวี่ยคือเครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์แบบไปเสียแล้ว อี
Mehr lesen

บทที่ 7.5 หยินหยางประสานรัก

ณ วันนั้น ท่ามกลางวิกฤตในห้องฝึกลับ เพดานที่เริ่มถล่มทลายลงมา กายของอวี้หลงที่กำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ผิวหนังเริ่มปริแตกด้วยพลังเย็นสุดขั้วจากบัวหิมะพันปี ปะทะเข้ากับพลังร้อนมหาศาลจากหลินจือแดง และปราณมังกรฟ้าที่ซ่อนเร้นในกาย ทั้งหมดรวมเข้าเป็นพายุคลั่งที่หมุนวนอยู่ในจุดตันเถียนอย่างไม่อาจหาทางออก "อิงหวู่... เจ้าออกไปตามท่านพ่อเร็วเข้า ข้าจะเป็นคนสะกดลมปราณให้เขาเอง..." ไป๋เฟิ่งตะโกนสั่งลวี่อิงหวู่ทั้งน้ำตา นางรู้ดีแก่ใจว่ากว่าความช่วยเหลือจะมาถึง ร่างกายของอวี้หลงคงแตกสลายไปก่อนแล้ว ลวี่อิงหวู่รีบใช้วิชาตัวเบาทะยานออกไป ทิ้งให้ไป๋เฟิ่งอยู่กับอวี้หลงที่บัดนี้สติหลุดลอยไปในห้วงแห่งความทรมาน ไป๋เฟิ่งถลาเข้ากอดร่างที่ร้อนดั่งไฟสลับเย็นดั่งน้ำแข็งนั้นไว้แน่น นางระลึกถึงบันทึกลับในห้องยาของท่านพ่อที่เคยอ่านผ่านตา... ...หากขั้วปราณหยินและหยางขัดแย้งกันจนถึงที่สุด มีเพียงทางเดียวคือการใช้กายาบริสุทธิ์เป็นสะพานเชื่อมเพื่อถ่ายเทหยินและหยางส่วนเกินเพื่อปรับสมดุล... "อวี้หลง... หากนี่เป็นทางเดียวที่จะรักษาชีวิตเจ้าไว้ได้ ข้าก็ยินดีจะสละมัน" นางตัดสินใจปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจ
Mehr lesen

บทพิเศษ ความเดิมภาคที่แล้ว

เมื่อ 17 ปีก่อน เยิ่นเต๋อ...ทรราชผู้ทะเยอทะยาน ได้วางแผนลอบสังหารฮ่องเต้องค์ก่อน (บิดาของอวี้หลง) เพื่อชิง แหวนสยบเทพมังกร และอำนาจการปกครอง โดยใช้ มารดาของอวี้หลง เป็นหมากในการลอบวางยาพิษ มารดาของอี้หลงซึ่งกำลังอุ้มท้องอวี้หลงอยู่ได้รับการช่วยเหลือจากยอดฝีมือฝ่ายในพาหลบหนีไปกบดานในหุบเขาลึกห่างไกลผู้คน อวี้หลงถือกำเนิดที่นั่นและฝึกวิชาจากอาจารย์ปู่สองท่านซึ่งเป็นอดีตองครักษ์ และยอดฝีมืออันดับสองและสามของแผ่นดิน โดยมียอดฝีมือ และอดีตข้าราชบริพารตามมาคอยดูแลเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขานั้น.....อวี้หลงเติบโตขึ้นโดยไม่ได้ล่วงรู้สิ่งใดเลย จนกระทั่งวันหนึ่งเขาถูกอาจารย์ปู่สั่งให้หนีออกจากหุบเขาข้ามพรมแดนออกไปนอกด่าน ที่ซึ่งอำนาจมืดของฮ่องเต้ทรราชจะตามไปทำอันตรายได้ยาก ที่เมืองกุยฮวานั้นเขาได้พบกับ ไป๋เฟิ่งบุตรีอ๋องไป๋เทียนซื่ออดีตอันดับหนึ่งของแผ่นดิน ผู้ซึ่งถอนตัวจากยุทธภพมาครองรักกับบุตรีอ๋องเแห่งอาณาจักรนอกด่านและได้ครองเมืองเล็กไนอกด่านเมืองหนึ่งใกล้ๆเมืองกุยฮวา ลวี่อิงหวู่ลูกพี่ลูกน้องของไป๋เฟิ่งเป็นจอมยุทธ์สาวปราดเปรียวที่ถูกชะตาอวี้หลงตั้งแต่แรกพบ แต่ไม่อาจสู้ชะตาฟ้าของไป๋เฟิ่งก
Mehr lesen
ZURÜCK
12
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status