เลือดมังกร...龙的传人 

เลือดมังกร...龙的传人 

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-27
Oleh:  W. ZiyenBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
19Bab
149Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

สายเลือดกษัตริย์ที่ต้องพลัดพรากจากราชบัลลังก์ไปโดยไม่รู้ตัว การกลับมาทวงบัลลังก์ และแก้แค้นให้บิดา ยี่สิบปียังไม่สายเกินไป ด้วยสายเลือดแห่งโอรสสวรรค์การฝึกฝนและถ่ายทอดพลังภายในจากอาจารย์ปู่ การได้กระบวนวิชาในตำนานที่หายสาบสูญไป และคู่รักที่คอยสนับสนุน ทำให้ช่วงเวลาของการทวงคืนมีแต่ความสนุกตื่นเต้น สถานการณ์พลิกผันได้ตลอดเวลา จอมยุทธในแผ่นดินทุกอันดับต่างเผยตัวออกมาประลอง กระบวนท่าที่พิสดารล้ำลึกมากมายตระการตา และยังมีบุคคลลึกลับที่จะค่อยๆเผยตัวออกมาสร้างความเร้าใจให้ได้อ่านกัน บทสรุปสุดท้ายของรัชทายาทหนุ่มจะทวงคืนได้หรือไม่ กว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคมาจนถึงจุดสูงสุดได้ต้องยากลำบากเพียงใด นางเอกเป็นใคร ช่วยพระเอกได้อย่างไรบ้าง มารดาของพระเอกเล่าเป็นเพียงสามัญชนธรรมดาแค่นั้นจริงหรือ ติดตามอ่านได้ในนิยายกำลังภายในสะท้านแผ่นดิน... เลือดมังกร ด้วยความคลาสสิคของสำนวนเขียนโบราณ หวังว่าจะเป็นที่ชื่นชอบของทุกท่าน

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 เสือซ่อนมังกรเร้น...

ในดินแดนห่างไกลจุดศูนย์กลางความเจริญราวหนึ่งพันสองร้อยลี้มาทางทิศอีสาน เทือกเขาสลับซับซ้อนที่สุดขอบแผ่นดินไร้ซึ่งผู้คน หมู่บ้านสุดท้ายที่มีคนใช้ชีวิตอยู่กลางหุบเขามีเพียงไม่กี่หลังคาเรือน ปลูกผักหญ้า หาของป่า ล่าสัตว์ ใช้ชีวิตสันโดษไม่ข้องเกี่ยวกับผู้คนภายนอก

ใครเล่าจะรู้ว่าอีกไม่กี่เพลาความเงียบสงบนี้จะเปลี่ยนไป วันคืนดีๆอาจจะไม่หลงเหลืออีกแล้ว...

ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งควบม้าเหยาะย่างฝ่าป่าดงมาพร้อมอาวุธครบมือ ประเมินจากอาภรณ์ที่สวมใส่แล้วน่าจะเดินทางรอนแรมมาเป็นเวลานานมิใช่น้อย เสบียงกรังที่หอบหิ้วกันมาก็ร่อยหรอจนไม่น่าจะเดินทางออกจากหุบเขาแห่งนี้ไปได้ง่ายนัก พวกมันฝ่าป่าดงพงไพรมาเพื่อสิ่งอันใด

ชายร่างเล็กผู้ขับม้าอยู่ตรงกลางขบวนยกมือขึ้นให้สัญญานหยุดการเคลื่อนไหว มันชี้มือไปที่ควันไฟเบื้องหน้า นั่งคือสิ่งที่บอกว่ามีคน... และนั่นอาจเป็นเป้าหมายของพวกมัน...

ความเงียบสงัดปกคลุมผืนป่า มันเงี่ยหูฟังเสียงจากทิศทางของควันไฟ มิมีสิ่งใดขยับเคลื่อนไหว มีเพียงเสียงลมพัดยอดไม้ไหวไปมา เสียงนกร้องแมลงบิน แลใบไม้แห้งกลิ้งตามสายลมบนพื้น กราว...กราว...

"หรือมันจะรู้ตัวว่าพวกเรามาถึงแล้ว จึงพากันเร้นกายซ่อนเสียหมด"

ชายร่างเล็กเอ่ยพึมพีมเบาๆ แล้วสะบัดมือสั่งให้กลุ่มคนแยกขบวนเป็นซ้ายขวา โอบล้อมเข้าค้นหาทั่วบริเวณ เป้าหมายคือตำแหน่งของควันไฟ... หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สุดแผ่นดินแห่งนี้ ที่ๆพยัคฆ์ร้ายซ่อนกายอยู่

กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดเว้นเพียงชายร่างเล็กผู้นั้นพากันสวมหน้ากากและใช้ผ้าคลุมศีรษะก่อนควบม้าเข้าไปในแมวป่าด้านข้างกระจายตัวออกไปเพื่อค้นหาเป้าหมายที่เขาต้องการ คำสั่งเด็ดขาดจากปากชายร่างเล็กเอ่ยเพียงเบาๆ แต่เด็ดขาดยิ่งนัก...

"จับตายทั้งหมด... เหลือเพียงสตรีผู้เดียวนั้นไว้"

.....

ฝูงนกแลสัตว์น้อยใหญ่แตกฮือจากแนวป่า บรรดาเหล่าชายฉกรรจ์ขับขี่ม้าลัดเลาะสอดส่องสายตาประดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองหาเหยื่อ ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาพวกมันไปได้ นกฝูงหนึ่งตกใจเสียงม้าพากันบินขึ้นจากพุ่มไม้ใหญ่ วี้ดดด... ฉึบๆๆๆๆ... นกทั้งฝูงราวสิบกว่าตัวถูกอาวุธซัดร่วงตกจากผืนฟ้าทั้งหมดในคราวเดียว...

"นกกระไรช่างบินขึ้นพร้อมกันผิดช่วงผิดเวลา พวกเจ้าไปตรวจดูที"

ชายร่างเล็กโบกมือให้องครักษ์ซ้ายขวาออกไปตรวจดูหลังจัดการนกฝูงนี้ด้วยอาวุธลับ... เข็มเงินน้อยไม่เคยพลาดเป้า...

สององครักษ์พิจารณานกทุกตัวแล้วกลับมารายงาน พร้อมยื่นสิ่งที่เจอจากนกตัวหนึ่งในฝูง เป็นเศษไหมทองแวววาวชิ้นเล็กๆที่ถูกผูกไว้ที่ข้อเท้านก

"เป็นเช่นนี้จริงๆ... พวกมันอยู่เบื้องหน้านี้เอง ต้องตามให้เจอโดยเร็วที่สุด ก่อนพวกมันจะหนีหายไปอีก"

สององครักษ์ซ้ายขวาควบม้าเร็วพุ่งตรงไปยังควันไฟเบื้องหน้า ส่วนชายร่างเล็กยกนกหวีดเป่าขึ้นให้อาณัติสัญญาน เสียงนั้นแหลมเล็กยาวหวีดดังสนั่นแสบแก้วหูนัก...

ไม่นานนัก... ในหุบเขาไกลออกไปราวยี่สิบลี้มีเสียงนกหวีดเช่นเดียวกันนี้ดังขึ้น และดังต่อกันไปเรื่อยๆเป็นพันลี้จนถึงเมืองหลวง ชั่วเวลาไม่กี่ชั่วยามข่าวสารการค้นพบพยัคฆ์ร้ายที่แอบซ่อนตัวอยู่ก็ถูกส่งถึงเบื้องบน

ชายร่างเล็กลูบหนวดเรียวยาวเหนือริมฝีปาก คิดประการหนึ่งอยู่ในใจสักชั่วประเดี๋ยว แล้วมันชักม้ากันหัวกลับควบม้าสุดฝีเท้าไปยังทิศตรงกันข้ามกับควันไฟ และ...ทิศที่ฝูงนกหันหน้าบินไป พลางรำพึงเบาๆ

"คิดหรือว่าจะตบตาเราได้ กลอุบายนี้...ข้าไม่ตกหลุมเจ้าซ้ำสองหรอก"

.....

ชายชราสองคนนั่งจิบชาหน้ากองไฟ ผู้หนึ่งเขี่ยไฟในกองให้ลุกโชนขึ้นแผดเผาน้ำในกาให้เดือดพล่าน ควันไฟลอยหนาขึ้นคละคุ้งไปสู่ท้องฟ้าเบื้องบนและเบื้องข้าง น่าประหลาดนักที่ชายชราผู้นั้นไม่รู้สึกรำคาญหรือระคายเคืองใดๆจากควันไฟเลย หากสังเกตให้ดี... ควันไฟเหล่านั้นมิได้สัมผัสผิวกายเขาแม้แต่น้อย มันไหลผ่านอ้อมกายเขาไปดั่งมีรังสีบางอย่างปกคลุมกายและผลักควันที่ลอยมาปะทะออก

ชายชราอีกผู้หนึ่งนั่งสับฟืนเป็นท่อนเล็กๆแล้วโยนส่งให้อีกคนนึงใช้สุมไฟ ฟืนท่อนใหญ่หนึ่งคนโอบถูกสับหนึ่งคราแตกเป็นท่อนเล็กสามสิบหกเสี่ยง ขนาดเท่ากันราววัดมาอย่างดีจากช่างผู้ชำนาญ ประการสำคัญ... ในมือเขานั้นไม่มีอาวุธมีคมใดๆอยู่เลย เพียงสับสันฝ่ามือเบาๆก็เกิดแรงอัดจนไม้ท่อนใหญ่แตกเป็นเสี่ยงๆได้ แล้วยังถูกส่งไปกองให้ชายชราอีกคนหนึ่งได้อย่างเหมาะเจาะพอดี

เหล่าชายฉกรรจ์บนหลังม้าหยุดมองเหตุการณ์นี้อยู่ครู่ใหญ่แล้ว อาวุธในมือพวกมันถูกกระชับแน่นมือขึ้นเตรียมพร้อม คำสั่งที่ได้รับมาคือให้เหลือไว้เพียงสตรีนางเดียว แต่เบื้องหน้านี้หามีสตรีไม่...

"สังหาร..."

คำสั่งจากองครักษ์ขวาผู้เป็นเสมือนรองหัวหน้าดังขึ้น บรรดาชายฉกรรจ์ควบม้าพุ่งทะยานเข้าใส่ชายชราหน้ากองไฟทั้งสองคน

"มอบชีวิตของเจ้ามาเสียดีๆ อย่าให้ต้องเปลืองแรงพวกข้าเลย"

สิบแปดนักฆ่าผ้าคลุมทมิฬ... กวัดแกว่งอาวุธสังหารที่มีอานุภาพร้ายแรงทั้งสิบแปดชนิดเข้าใส่ชายชราทั้งสอง ผู้เฒ่าที่เขี่ยไฟอยู่สะบัดมือขึ้น ฟืนติดไฟลุกโชนลอยตามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เมื่อกระตุกข้อมืออีกครั้งฟืนเหล่านั้นก็ลอยละลิ่วไปสู่เหล่าชายฉกรรจ์

พวกมันตวัดอาวุธปิดป้องโดยพลัน แต่กระนั้นยามท่อนไฟกระทบอาวุธก็ระเบิดแตกออกเป็นลูกไฟ บางนักฆ่าที่พลังวัตรไม่กล้าแข็งนักถึงกับกระเด็นตกจากหลังม้าทันที สององครักษ์ชักม้าขึ้นหน้ามาควบคุมด้วยการโบกผ้าคลุมสร้างกำแพงคลื่นพลัง สะบัดให้ท่อนฟืนตกลงพื้นดินเสียทั้งหมด

"เป็นบุญตาที่ได้เห็นพลังของเสือร้ายนี้อีกครั้ง แต่เสือชรายามนี้คงต้องยอมมอบศีรษะให้พวกข้านำกลับไปเสียแล้ว"

"เจ้าลืมเสือเฒ่าอีกคนหนึ่งตรงนี้ไปหรือ..."

ชายชราที่นั่งผ่าฟืนเอ่ยปากขึ้น พร้อมกับตบฝ่ามือลงพื้นสองครา คราแรกทอนไม้ฟืนทั้งหมดลอยขึ้นแตกเป็นชิ้นเล็กๆราวตะเกียบ คราที่สองชิ้นไม้เหล่านั้นพุ่งทะยานเร็วปานสายฟ้าฟาด แฝงพลังปราณทะลุทะลวงม่านพลังที่นักฆ่าสร้างเอาไว้

เก้าในสิบแปดนักฆ่าถูกเศษไม้ทะลวงทะลุคอหอยขาดใจตายตกจากหลังม้าทันที... อีกเจ็ดคนถึงจะปัดเศษไม้ออกได้แต่ข้อมือถึงกับสะท้านจนชาไปชั่วขณะ อีกสององครักษ์ถีบกายลอยขึ้นหลบเศษไม้พร้อมกับทะยานเข้าใส่ชายชราทั้งสอง

"ตายเสียเถิด... เจ้าเสือเฒ่า มังกรชรา "

สองชายชราลุกขึ้นยืนสะบัดฝ่ามือ ท่าร่างวิขาเสือมังกรซ้อนร่างที่เคยลือเลื่องทั่วยุทธภพปรากฏขึ้นอีกครั้ง ฝ่ามือทั้งสี่สะบัดขึ้นท้องฟ้า พลังปราณมหึมาแผ่ออกกดดันไปทั่วบริเวณ แรงอัดที่สองผู้เฒ่าบีบพลังรวมกันพุ่งเข้าใส่สององครักษ์ ซึ่งบัดนี้องครักษ์ขวาพุ่งออกหน้าสร้างเกราะระฆังทองกำบัง องครักษ์ซ้ายซ้อนหลังสร้างหอกพลังปราณเงินสองสายพร้อมทะลวงแทง สิ้นเสียง... ว๊าก... เพ้ย... พลันนั้น...

พลังปราณท่านผู้เฒ่าบดอัดระฆังทองแลองครักษ์ขวากลายเป็นผุยผงในฉับพลันทันที ก่อนที่จะปะทะกับองครักษ์ซ้าย พลังปราณหอกเงินสองสายก็ถูกซัดออกมาใส่ผู้เฒ่าทั้งสอง ด้วยความเร็วในชั่วพริบตาเดียว

องครักษ์ซ้ายสูญสลายไปในทันทีเช่นกัน ส่วนชายชราทั้งสองก็โดนหอกเงินซัดกระแทกจนลอยละลิ่วไปกระแทกต้นไม้ใหญ่เบื้องหลัง กระอักโลหิตออกมาเกินกว่าชามใหญ่

"เห็นทีพวกเราคงจะชราเกินไปเสียแล้วกระมัง"

"ไม่หรอก มันสองคนนั่นก็มีฝีมือมิใช่ชั่ว เพชรฆาตซ้ายขวาของหน่วยสังหารลับจากวังหลวง นับว่าเป็นสองในสิบผู้มีอันดับในยุทธภพยามนี้แล้ว"

ผู้เฒ่ามังกรเอ่ยกับผู้เฒ่าพยัคฆ์ที่ทรุดลงกับโคนไม้ใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ พลางเอ่ยต่อ...

"ใครจะไปคาดคิดว่าพวกมันไม่คิดห่วงชีวิต ใช่ท่าร่างแลกชีวิตยอมตาย หวังเพียงทำร้ายเราสองให้เจ็บหนักเพียงเท่านั้นก็พอ"

ผู้เฒ่าพยัคฆ์เอ่ยตอบ

"แล้วไอ้พวกอีกเจ็ดคนที่เหลือนั่น เราจะทำเช่นไรกับมัน พวกมันกำลังเดินเข้ามาหาแล้ว"

"เจ้ามีกำลังเหลือเท่าใด ข้าพอจะซัดพวกมันได้อีกสักสี่ห้าคน"

"เช่นนั้นก็เพียงพอแล้ว... ที่เหลือข้าจัดการเอง"

สองผู้เฒ่าเดินลมปราณอีกครั้ง โคจรพลังมารวมไว้ที่ฝ่ามือ รอเวลาที่มือสังหารทั้งเจ็ดคนที่เหลือเข้ามาในระยะที่พอเหมาะ...

ว๊ากกกก... เพ้ยยย...

สองผู้เฒ่าซัดพลังฝ่ามือออกไปยังมือสังหารทั้งเจ็ดที่เหลือ พวกมันพากันกระเด็นกระดอน บ้างก็ร่างแหลกเละ บ้างก็ฉีกเป็นชิ้นๆ มีบ้างที่บอบช้ำภายในไม่ขาดใจตายทันที ผู้เฒ่าทั้งสองถอนคืนท่าร่าง รวบรวมลมปราณ เดินลมหายใจเพื่อรักษาชีวิตตนเองทันที เสียงรำพึงเอ่ยขึ้นเบาๆ

"ถ้าไอ้คนหัวหน้าพวกมันอยู่ด้วย พวกเราคงไม่รอดเช่นนี้หรอก ดีที่เจ้าคาดการณ์แม่นยำ ถ่ายทอดพลังปราณแปดส่วนให้ศิษย์หลานคุ้มครองแม่นางผู้นั้นล่วงหน้าหนีไปตั้งแต่เมื่อรุ่งสาง ส่วนเราสองคนทำทีรอพวกมันที่นี่ แล้วยังปล่อยนกลวงทำลายเวลาพวกมันไปอีกมิใช่น้อย"

"หึๆๆ แม้ว่าหัวหน้ามันจะคาดเดาเหตุการณ์ได้ แต่ก็ช้ากว่าเราไปครึ่งก้าว ป่านนี้เจ้าศิษย์หลานนั่นคงพาแม่นางผู้นั้นไปถึงหน้าด่านแล้วกระมัง ขอให้มันพากันหลบหนีออกนอกด่านไปได้อย่างปลอดภัยเถิด..."

สองชายชราผู้เฒ่าพยัคฆ์ และผู้เฒ่ามังกร จอมคนอันดับสอง และอันดับสามในแผ่นดิน ผู้เร้นกายออกจากยุทธภพมาสิบกว่าปี เพียงเพื่อพาสตรีนางหนึ่งหลบหนีภัยมาแฝงตัวเป็นชาวบ้านป่าในหุบเขาห่างไกลผู้คน มิคาดว่าวันนี้... จะถูกพบเจอ แต่ก็ไม่เกินกว่าสิ่งที่ผู้เฒ่าทั้งสองเพียรเฝ้าระวังมาตลอด

กับดักกลไกที่ปากทางเข้าหุบเขาทำงานมาตั้งแต่เมื่อวันวาน ทั้งเหล่าสัตว์ที่ส่งเสียง โบยบิน แม้กระทั่งเสียงน้ำ เสียงลม ที่ผิดปกติไปจากกลไกที่ตั้งไว้ ทำให้ผ้เฒ่าทั้งคู่รู้ได้ทันทีว่ามีผู้คนเหยียบย่างเข้าสู่หุบเขานี้แล้ว แลยังสามารถประเมินได้ว่า..มากันเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีฝีมือกล้าแกร่งมิใช่น้อย

นำโดยอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน อรหันต์นอกอาราม... เจิ้งเจวี่ย... ศิษย์เส้าหลินที่เป็นหัวหน้าเหล่าองครักษ์หลวง รับพระบัญชาองค์ฮ่องเต้มาตามล่าหน่อเนื้อเชื้อไขของฮ่องเต้องค์ก่อนที่เคยอยู่ในครรภ์ของสตรีผู้นั้น...

.....

สิบเก้าปีที่แล้ว...

ถังไท้หวงตี้... ฮ่องเต้ชราผู้ที่ยังไม่มีรัชทายาทสืบบัลลังก์ ถูกอุปราชเยิ่นเต๋อส่งนางบำเรอเข้ามาลอบวางยาพิษยามปรนเปรอกามสวาท นางลอบใส่พิษไว้ในช่องคลอดคราวละน้อย ร่างกายขององค์ฮ่องเต้จึงค่อยๆทรุดโทรมลงมาเรื่อยๆ จวบจนถึงวันที่ขีดจำกัดของร่างกายมาถึง ทรงเรียกนางบำเรอผู้นั้นมาสั่งเสียครั้งสุดท้าย บัดนั้น..นางจึงได้รู้ว่าทรงทราบมาโดยตลอดว่านางกระทำการลอบวางยาพระองค์ แต่ไม่ทรงว่ากระไร ด้วยเห็นแก่ชีวิตที่จะถือกำเนิดมาในครรภ์ของนาง

องค์ฮ่องเต้ตรัสบอกให้นางรักษาตัวให้ดียามท่านไม่อยู่แล้ว ภัยถึงแก่ชีวิตจะมาถึงนางแน่นอน ทรงมีคำสั่งให้จอมยุทธเงาองครักษ์สองนายที่ขอเกษียณตัวไปด้วยความชราช่วยดูแลนาง พานางไปเร้นกายเพื่อดูแลรัชทายาทที่กำลังก่อกำเนิดขึ้นมาในครรภ์ของนาง หากใครล่วงรู้คงไม่พ้นความตาย...

"ยามนี้เราอ่อนแอ กำลังพลหลักก็อยู่กับมันผู้คิดคดทรยศเรา จำให้พวกเจ้าพานางผู้นี้ไปเร้นกายเพื่อรักษาเชื้อไขราชวงศ์เอาไว้ รอวันเวลาเพื่อกลับมาแก้แค้นแทนเรา และทวงเอาบัลลังก์คืน เวลานี้เราคงไม่สามารถต่อกรกับพวกมันได้ หวังเพียงพวกเจ้ารับปากตามที่เราขอไว้เพียงเท่านั้น..."

"น้อมรับพระบัญชา..."

สองผู้อาวุโสแห่งเหล่าองครักษ์กราบพระบาทถวายบังคมแล้วรีบพาสตรีนางนั้นเร้นกายหายจากแผ่นดินนี้ไปราวกับอากาศธาตุ

จวบจนยี่สิบปีผ่านไป... การพลิกแผ่นดินตามหานี้จึงสิ้นสุดลงเสียที

.....

เสียงนกหวีดที่ส่งต่อเป็นทอดๆจากหุบเขาลึกสุดแผ่นดิน ดังมาจนถึงหน่วยม้าเร็วหน้ากำแพงเมืองหลวง ข้อความลับถูกส่งขึ้นกราบบังคมทูล คำสั่งต่อมาคือ ฆ่าไม่ให้เหลือ... แล้วนำสตรีคนใหม่มาแทน

ม้าศึกพันธุ์ดีที่ชายร่างเล็กควบขี่มาหลายชั่วยามสะอึกลมหายใจ เหงื่อไหลเป็นสีแดงฉาน เป็นสัญญาณว่าใกล้ถึงเวลามรณะของมันแล้ว ชายร่างเล็กทะยานตัวจากหลังม้าขณะที่ควบผ่านที่ว่าการเมือง มันโยนถุงเงินพร้อมชูป้ายคำสั่งพิเศษ เหล่าทหารก้มคารวะ... มันก็ทะยานลงบนหลังม้าตัวใหม่พอดี แล้วควบขี่ต่อไป... พลางมองท้องฟ้าไปทางทิศที่คาดว่าสตรีผู้นั้นถูกพาหลบหนีไป

"หากคำนวนมิผิดพลาด อีกไม่กี่ชั่วยามคงตามพวกมันทัน"

.....

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
19 Bab
บทที่ 1 เสือซ่อนมังกรเร้น...
ในดินแดนห่างไกลจุดศูนย์กลางความเจริญราวหนึ่งพันสองร้อยลี้มาทางทิศอีสาน เทือกเขาสลับซับซ้อนที่สุดขอบแผ่นดินไร้ซึ่งผู้คน หมู่บ้านสุดท้ายที่มีคนใช้ชีวิตอยู่กลางหุบเขามีเพียงไม่กี่หลังคาเรือน ปลูกผักหญ้า หาของป่า ล่าสัตว์ ใช้ชีวิตสันโดษไม่ข้องเกี่ยวกับผู้คนภายนอก ใครเล่าจะรู้ว่าอีกไม่กี่เพลาความเงียบสงบนี้จะเปลี่ยนไป วันคืนดีๆอาจจะไม่หลงเหลืออีกแล้ว... ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งควบม้าเหยาะย่างฝ่าป่าดงมาพร้อมอาวุธครบมือ ประเมินจากอาภรณ์ที่สวมใส่แล้วน่าจะเดินทางรอนแรมมาเป็นเวลานานมิใช่น้อย เสบียงกรังที่หอบหิ้วกันมาก็ร่อยหรอจนไม่น่าจะเดินทางออกจากหุบเขาแห่งนี้ไปได้ง่ายนัก พวกมันฝ่าป่าดงพงไพรมาเพื่อสิ่งอันใด ชายร่างเล็กผู้ขับม้าอยู่ตรงกลางขบวนยกมือขึ้นให้สัญญานหยุดการเคลื่อนไหว มันชี้มือไปที่ควันไฟเบื้องหน้า นั่งคือสิ่งที่บอกว่ามีคน... และนั่นอาจเป็นเป้าหมายของพวกมัน... ความเงียบสงัดปกคลุมผืนป่า มันเงี่ยหูฟังเสียงจากทิศทางของควันไฟ มิมีสิ่งใดขยับเคลื่อนไหว มีเพียงเสียงลมพัดยอดไม้ไหวไปมา เสียงนกร้องแมลงบิน แลใบไม้แห้งกลิ้งตามสายลมบนพื้น กราว...กราว... "หรือมันจะรู้ตัวว่าพวกเรามาถึงแ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ประตูด่าน
รถม้าวิ่งไปเรื่อยๆไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไปนัก จากท่ามกลางป่าเขาอันแสนอึมครึมของเทือกเขาสูง ออกสู่ทุ่งกว้างตีนเขา มุ่งสู่ที่นาทุ่งเกษตรกรรมเพื่อตรงไปยังประตูด่านสู่นอกอาณาจักร คนที่นั่งมาภายในรถม้าบัดนี้ยังพูดคุยกันไม่หยุด นับตั้งแต่รุ่งสางฟ้ายังไม่ทันสว่างจนกระทั่งบ่ายคล้อย แสงอาทิตย์เริ่มลดลวต่ำกว่ายอดไม้แล้ว ภายในรถม้าที่คับแคบนั้น อวี้หลงนั่งขัดสมาธิอยู่ เขารู้สึกถึงไอร้อนอุ่นที่คอยปะทุขึ้นมาบริเวณท้องน้อยเป็นระยะๆ นึกว่าเป็นเพียงความหิว หรือการกินอะไรบนรถในยามเดินทางทำให้ท้องไส้ผิดสำแดง เขาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า... เห็นเพียงทิวเขาที่ถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว "ท่านเหนื่อยหรือไม่" เด็กหนุ่มวัยสิบแปดเอ่ยเสียงเบา ด้วยเห็นว่านางที่นั่งอยู่ตรงข้ามหลับตาด้วยท่าทางระโหยโรยแรง "ท่านอาขับรถม้ามาแทบไม่หยุดพักตั้งแต่รุ่งสาง ราวกับว่าหากช้าไปเพียงอึดใจเขาลูกใหญ่เบื้องหลังจะถล่มทับพวกเรากระนั้น" สตรีอายุราวสามสิบปลายยิ้มบางๆ มือที่เคยนิ่มนุ่มเริ่มหยาบหนาจากการทำงานในเรือนมาเกือบยี่สิบปี นางยกมือโบกเบาๆ "ข้าไม่เหนื่อยหรอกอวี้หลง... แต่ข้าเพียงแปลกใจ เจ้าไม่ถามข้าสักคำหรือว
Baca selengkapnya
บทที่ 3 เมืองนอกด่าน
เสียงหวีดหวิวของพายุหิมะที่พัดโหมกระหน่ำจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ท่านอากระชับบังเหียนรถม้าคันเก่าที่ดูซอมซ่อไร้ที่มา ซึ่งเป็นคนละคันกับที่ชายร่างเล็ก... เจิ้งเจวี่ย ไล่ตามทันตรงประตูด่านอย่างสิ้นเชิง เขานึกถึงจุดวิกฤตตรงสามแยกเชิงเขา การกลบเกลี่อนร่องรอยที่สามแยกนั้นหากทำได้ดี จนอีกฝ่ายหนึ่งตามไปผิดทาง แล้วพวกเขาสามารถขึ้นเขาได้ทันเวลา หิมะบนเขาจะช่วยกลบทุกอย่าง นั่นคือทางรอด... เขานึกย้อนไปถึงทางแยกเชิงเขาในป่าทึบที่ผ่านมา หากเจิ้งเจวี่ยเลือกตามรอยล้อรถบนถนนหลัก พวกนั้นคงพบรถม้าอีกคันหนึ่งที่บรรทุกครอบครัวบ่าวชราในหมู่บ้าน และน้องชายเขาที่เป็นผู้ขับรถม้า "คงตามกันทันที่ประตูด่าน หวังเพียงให้ยืดเวลาจนข้าพาสองคนนี้ขึ้นเขาเร้นกายพ้นไปได้ และขอให้ทุกคนปลอดภัย แม้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย" สายตาของท่านอาเหลือบมองซองหนังใหญ่ที่บรรจุคันศร และลูกศรสีทอง มือหนึ่งกุมบังเหียนม้ากระชับแน่น อีกมือหนึ่งลูบจี้ห้อยคอที่ทำจาก เขี้ยวหมาป่า และเขี้ยวสุนัขจิ้งจอกที่ปริแตก... เหมือนจะบอกเหตุว่า เจ้าของเขี้ยวนั้นคงไม่ปลอดภัยเสียแล้ว รถม้าเก่าซอมซ่อวิ่งฝ่าพายุหิมะบนหุบเขาหายไปในม่านหมอกขาวโพลน เห
Baca selengkapnya
บทที่ 4 มังกรซ่อนกาย
ค่ำคืนที่เงียบสงบในสวนหลังร้านค้าต้าจู๋ อาจารย์ปู่น้อยต้าสยุงนั่งอยู่เบื้องหน้าอวี้หลง บรรยากาศรอบตัวของทั้งสองคนหนักอึ้งด้วยการแผ่ออกมาของพลังภายในที่ต้าสยุงพยายามดึงมันออกมา เขากำลังหาวิธีควบคุม และเปิดผนึกจุดชีพจรที่ศิษย์พี่ทั้งสองคนปิดเอาไว้ "พลังแปดส่วนในกายเจ้าเปรียบเสมือนเขื่อนยักษ์ที่รอวันระเบิดออกมา แต่ข้ากลับไม่มีกุญแจเปิดประตูน้ำนั้น... ตำราแก้เคล็ดวิชาพันธนาการน้ำแข็งหยกที่จะใช้เปิดจุดชีพจรเจ้านั้น ข้าได้สูญเสียไปในการประลองเมื่อยี่สิบปีก่อน หากไร้ซึ่งตำราที่จะใช้ไขเคล็ดวิชาโดยละเอียด ข้าและเจ้าก็ทำได้เพียงเดินวนอยู่ในเขาวงกต ตอนนี้ข้าทำได้เพียงระบายพลังภายในบางส่วนของเจ้าเพื่อรักษาระดับของมันเอาไว้ หากเจ้าฝึกฝนวิชาอื่นๆ เพิ่มเติม ทำให้พลังภายในเจ้าเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อมันเพิ่มขึ้นโดยที่ร่างกายของเจ้ายังอ่อนแอเช่นนี้อยู่ ร่างเจ้าจะระเบิดเป็นผุยผงในเร็ววัน" อวี้หลงพยายามโคจรลมปราณ ฝึกฝนวิธีควบคุมพลังที่แฝงเร้นตามที่อาจารย์ปู่น้อยสอน แต่ทุกครั้งที่โคจรพลังพุ่งผ่านไปถึงจุดชีพจรสำคัญ มันจะกลับตีกลับจนเขาต้องกระอักเลือดออกมา "ข้าจะพยายามครับอาจารย์ปู่... ข้าต
Baca selengkapnya
บทที่ 5 เผยไอมังกร
หลังจากวันนั้น... อวี้หลงยังคงต้องพักรักษาตัวอยู่ในจวนอีกหลายเพลา ท่านอ๋องให้คนไปแจ้งข่าวแก่ต้าสยุงและมารดาของเขาว่ามิต้องกังวลใดๆ ในเรื่องของอวี้หลง เขาบาดเจ็บเพราะช่วยองค์หญิง ดังนั้นจวนอ๋องไป๋จะดูแลเขาให้ดีที่สุด ไม่กี่วันผ่านไป... อาการบาดแผลเริ่มหายดี กระดูกที่แตกร้าวก็ประสานตัวด้วยพลังปราณจากแพทย์และผู้เยี่ยมยุทธที่จวนอ๋องเชิญมาช่วยรักษา แต่มีสิ่งหนึ่งที่อวี้หลงไม่ล่วงรู้ คือทุกคืนในยามจื่อ (เที่ยงคืน) ท่านอ๋องไป๋จะลอบเข้ามาในห้องพัก เขาจ้องมองเด็กหนุ่มผู้นี้ด้วยความครุ่นคิด... ..... เมื่อยามสายวันนี้... ท่านอ๋องหยิบตำราเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งในลิ้นชักลับของโต๊ะทำงานออกมา... มันคือ คัมภีร์สยบภูผาน้ำแข็งส่วนสุดท้ายที่เขาชนะในการประลอง แล้วได้มันมาจากต้าสยุง... เมื่อสิบปีก่อน "ข้าเองไม่ได้ต้องการวิชานี้เพื่อชิงความเป็นหนึ่ง เพียงต้องการดับความอหังการของมันเท่านั้น ใครจะคิดว่าวันนี้ข้าต้องนำมันมาใช้เพื่อช่วยศิษย์หลานเจ้า นี่เพียงเพราะมันช่วยลูกสาวข้าไว้ดอก.. ต้าสยุงเอ๋ย" ท่านอ๋องไป๋เทียนซื่อพึมพำ พลางเปิดตำรายุทธโบราณศึกษาในส่วนท้ายเพื่อหาหนทางช่วยคน... อวี้หลงเ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ปะทะฝ่ามือ
หัวค่ำวันนั้น... เมืองกุยฮวาถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา อวี้หลงเดินออกจากร้านต้าจู๋เพื่อนำสินค้าไปส่งให้ลูกค้าที่อยู่อีกฝั่งของเมือง ท่ามกลางถนนที่เงียบสงัด เขาสังเกตเห็นชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมขนสัตว์สีดำสนิท ยืนนิ่งอยู่บนสันกลางของสะพานหินที่ทอดข้ามลำน้ำสายหลักของเมือง ชายผู้นั้นไม่ได้ขยับเขยื้อน แต่กระแสลมรอบตัวเขากลับหมุนวนผิดปกติจนใบไม้ไม่อาจร่วงหล่นเข้าใกล้ ชายชุดดำผู้นั้นคือ อูอิง ฉายาอินทรีทมิฬ... ยอดฝีมืออันดับสิบที่ได้รับคำสั่งให้มาแฝงตัวสืบข่าว แต่เขาพกพาความหยิ่งทนงในฐานะมือสังหารอันดับต้นๆ ของเจิ้งเจวี่ย เขาจึงมิได้เร้นกายปลอมตัว แต่ค่อยๆ เดินไปทั่วเมืองกุยฮวา เดินเงียบๆ มิจำเป็นต้องเอ่ยปากถามผู้ใด ด้วยสายตา ด้วยจมูก และประสาทสัมผัสของมัน มันรับรู้ได้ถึงสิ่งที่มันต้องตามหา... เมื่ออวี้หลงก้าวขึ้นสู่เชิงสะพาน อูอิงก็ลืมตาขึ้น ดวงตารียาวแววตาคมปลาบดุจสัตว์ล่าเหยื่อ มันจ้องเขม็งมาที่เด็กหนุ่ม "ในเมืองที่เต็มไปด้วยเศษสวะ กลับมีกลิ่นอายที่พิเศษไม่เหมือนคนธรรมดา หรือจะเป็นมัน..." อูอิงเอ่ยเสียงแหบพร่า "เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นผู้ใด ใยจึงมีพลังประหลาดที่ดูเหมือนเจ้าจะพยายามกด
Baca selengkapnya
บทที่ 7 พลังหยินบริสุทธิ์
ภายในลานฝึกลับหลังจวนท่านอ๋อง บรรยากาศหนักอึ้งด้วยไอปราณสองสายที่ขัดแย้งทว่าเกื้อหนุน ไป๋เทียนซื่อจ้องมองอวี้หลงที่นั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางกองฟืนที่ลุกโชนข้างหนึ่ง และน้ำแข็งที่เย็นจัดอีกข้างหนึ่ง โดยมีต้าสยุงยืนคุมเชิงเตรียมถ่ายเทปราณสายพละกำลังเข้าไป ไป๋เทียนซื่อเอ่ยเสียงกังวาน "พลังภายในของเจ้าเป็นดังลมพายุที่บ้าคลั่ง แต่ร่างกายของเจ้าบัดนี้เปรียบได้เพียงถุงหนังบางๆใบหนึ่ง หากข้าทะลวงชีพจรที่ปิดผนึกชั้นสุดท้ายให้เจ้าตอนนี้ ร่างของเจ้าจะพองระเบิดเป็นจุณภายในสามลมหายใจ" ต้าสยุงกล่าวพลางทาบฝ่ามือลงบนไหล่อวี้หลง "เจ้าต้องฝึกวิชาสยบภูผาน้ำแข็ง... ของข้าควบคู่ไปกับ ปราณมังกรฟ้า... ของท่านอ๋อง ข้าจะเคี่ยวกรำผิวหนังและกระดูกของเจ้าให้แกร่งดุจเหล็กกล้า ส่วนท่านอ๋องจะขัดเกลาเส้นชีพจรของเจ้าให้เหนียวแน่นดุจเส้นเอ็นมังกร" อวี้หลงกัดฟันกรอดรับความเจ็บปวดจากการที่พลังร้อนเย็นพุ่งเข้าจู่โจมร่างกายพร้อมกัน ร่างของเขาสั่นสะท้าน ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองแดงจางๆ นี่คือการเตรียมภาชนะเพื่อรองรับพลังส่วนที่กำลังจะตื่นขึ้นในไม่ช้า ..... ณ ตำหนักองครักษ์หลวงแห่งตงหยวน อินทรีทมิฬ...
Baca selengkapnya
บทที่ 8 สงคราม
ท่ามกลางเศษซากของเรือนศิลาที่เพิ่งผ่านพ้นศึกหนัก กลิ่นคาวเลือดมลายหายไปด้วยคนรับใช้พากันเร่งรีบชำระล้างทั้งคืน เหลือเพียงกลิ่นหอมกรุ่นของดอกหอมหมื่นลี้ที่เบ่งบานรับขวัญมังกรหนุ่ม ไป๋เทียนซื่อ ตัดสินใจในทันทีว่าไม่ควรปล่อยให้เกียรติของบุตรีต้องมัวหมอง และยังเพื่อผูกมัดอนาคตทั้งของอวี้หลงและไป๋เฟิ่งเอาไว้อย่างเป็นทางการ พิธีการแห่งสัญญารักจึงถูกจัดขึ้นในจวนของอ๋องฉงหยาง พิธีหมั้นถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในห้องโถงของจวนอ๋อง ไร้ซึ่งเสียงปี่กลองมโหรี มีเพียงจอกสุรามงคลและพยานไม่กี่คน ท่านแม่ของอวี้หลง ในชุดผ้าไหมเรียบแต่งดงามนั่งเคียงข้างต้าสยุง ฝั่งเจ้าสาวมีไป๋เทียนซื่อ และพระชายา พร้อมกับเลขาคนสนิท โดยมีเถ้าแก่จ้าว หัวหน้าใหญ่สมาคมพ่อค้าแห่งเมืองกุยฮวา ผู้เป็นมิตรแท้ของร้านต้าจู๋ มาร่วมเป็นพยานในฐานะคนกลางของเมือง อวี้หลงและไป๋เฟิ่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย แววตาของอวี้หลงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและรู้สึกผิดชอบ ขณะที่ไป๋เฟิ่งก้มหน้าเอียงอาย ใบหน้าแดงระเรื่อดุจผลท้อสุก นางแอบหยิกทุบอวี้หลง ไปหลายครั้ง "เรื่องนี้รุ้เพียงเราสองคน ใยเจ้าต้องป่าวประกาศ ให้พ่อข้า
Baca selengkapnya
บทที่ 9 พิชิตศัตรู
ท่ามกลางวิกฤตที่เมืองฉงหยางจวนเจียนล่มสลาย อวี้หลง ได้กระทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาไม่ได้พุ่งกลับไปที่จวน แต่ทะยานร่างขึ้นสู่เชิงเทินกำแพงเมืองเหนือประตูใหญ่ รัศมีปราณสีทองสว่างวาบขึ้นดุจดวงอาทิตย์ในยามราตรี เสียงกังวานของเขาแฝงด้วยราชันย์คำรามที่สั่นประสาทผู้คน "ทหารฉงหยางฟังคำข้า... ถอยหลังคือตาย รุกไปคือรอด จงจัดขบวนทัพภูผาโอบมังกร...รับศึก..." อำนาจแห่งสายเลือดราชาที่ไหลเวียนในกายทำให้น้ำเสียงของเขาแฝงด้วยประกาศิต ขวัญทหารมิอาจขัดศรัทธาได้ ทหารฉงหยางที่เคยระส่ำระสายกลับฮึดสู้ จัดตั้งโล่เหล็กรับมือทัพม้าทาร์คัน ขบวนทัพปกป้องเมืองแข็งแกร่งจนฝ่ายศัตรูเริ่มเสียขบวน ในแนวหลังของทัพทาร์คัน ร่างเล็กร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำอำพรางใบหน้าก้าวออกมาจากรถม้าศึกที่ปิดมิดชิด เจิ้งเจวี่ย... มันแค่นยิ้มอย่างเย็นชาเมื่อเห็นอวี้หลงแสดงฤทธิ์เดชอยู่บนกำแพง "สายเลือดมังกรมันช่างจองหองนัก... ในเมื่อเจ้าอยากเป็นราชา ข้าก็จะส่งเจ้าลงไปเป็นราชาในปรโลก!" เจิ้งเจวี่ยโบกมือส่งสัญญาณสั้นๆ ทันใดนั้นหน่วยมังกรทมิฬ... ทหารพิเศษหนึ่งพันนายที่เขาซุ่มฝึกไว้ในเงามืดก็เคลื่อนไหว พวกมันสวมเกราะเบาสีดำ
Baca selengkapnya
บทที่ 10 มังกรคืนถิ่น
ไป๋เทียนซื่อรัองบอกอวี้หลงว่าพลังสิบส่วนของเจ้ายามนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะสู้มันได้ อวี้หลงส่งเสียงเรียบบอกท่านอ๋อง "ข้ามิได้มีเพียงพลังแปดส่วนของอาจารย์ปู่ทั้งสองเท่านั้น ท่านอย่าลืมว่าถ้ายังมีพลังลึกลับแอบซ่อนอยู่ภายในอีกสายหนึ่ง บัดนี้มันตื่นแล้วเช่นกัน ไป๋เฟิ่งเป็นผู้ปลุกมัน..." อวี้หลงสะบัดกายตั้งกระบวนท่าพื้นฐาน รวมปราณทั้งหมดไว้ที่กําปั้น... คำพูดของอวี้หลงทำเอาไป๋เทียนซื่อถึงกับชะงักงัน แววตาที่เคยห่วงใยกลับกลายเป็นความเลื่อมใส เมื่อเขาตระหนักได้ว่า พลังสายที่สามที่แฝงเร้นอยู่นั้นมิใช่ปราณที่สืบทอดมาจากผู้อื่น แต่มันคือปราณแห่งราชันย์... ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยหยาดน้ำตา และความรักอันบริสุทธิ์ของไป๋เฟิ่งในคืนที่ธาตุไฟเข้าแทรก "ที่แท้... พลังที่ข้าสัมผัสได้ในคืนนั้น คือสิ่งที่รอคอยการหลอมรวมสินะ" ไป๋เทียนซื่อพึมพำพลางทะยานถอยออกมาเปิดทางให้มังกรหนุ่ม อวี้หลงยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางสมรภูมิที่พินาศ เขาไม่ใช้ท่าร่างพริ้วไหว ไม่ใช้กระบวนท่าวิจิตรพิสดาร แต่เขากลับย่อตัวลงเล็กน้อยในท่าม้าซึ่งเป็นพื้นฐานที่สุดของวิชายุทธ มือทั้งสองรวบเข้าหาลำตัวช้าๆ พลันนั้นพลั
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status