บททั้งหมดของ ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!: บทที่ 121 - บทที่ 129

129

ตอนที่ 52/2

เพียงปลายลิ้นร้อนถูกส่งไปทักทายเกสรของบุปผากลางกายตนเอง หวังลี่จูก็หลุดเสียงหวานครวญครางดังกระเส่านางทิ้งศีรษะลงไปบนพื้นเตียงอย่างมิอาจทนมองภาพวาบหวิวเสียดลึกล้ำที่จ้าวจวินหลางตั้งใจมอบความสุขให้แก่นางไปถึงฝั่งฝันไปก่อนเช่นนี้จ้าวจวินหลางกำลังดื่มด่ำกับรสชาติอันหวานล้ำจนหน้ามืดตาลายไปหมดจึงดูดกลืนทุกหยาดหยดที่ร่องรักคับแคบหลั่งรินออกมา“อะ…อื้อ!”สองมือน้อยขยำขยี้กำผ้าปูเตียงจนแทบขาด นางพยายามข่มอารมณ์หวามไหวอย่างสุดความสามารถแต่เมื่อนางคล้ายถูกจับโยนขึ้นไปบนสะพานสายรุ้งแล้วก็พุ่งดิ่งลงมายังพื้นเบื้องล่าง มันเสียวซ่านสะท้านทรวงอย่างยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดออกมาได้หมด“อ้ายเฟย…เป็นคนของข้าเถิดนะ”คนที่ผลักนางไปพบเจอความสุขระหว่างชายและหญิงเป็นครั้งแรก ยันกายขึ้นมากระซิบบอกที่ใบหูนวลเนียนก่อนจะกดจุมพิตลงไปมอบ ‘รสชาติ’ ของนางจากปากของเขาจนหญิงสาวเสียวซ่านวูบวาบร้อนไปถึงกลางกายอีกครั้ง ยิ่งพอความแข็งตึงนั้นถูกกรีดกรายผ่านรอยแยกแย้มของเนินนางสามเหลี่ยมกลางร่างความเสียวซ่านกลับยิ่งมากล้นจนนางต้องปล่อยเสียงร้องครวญราวกับเสียงของลูกแมวกำลังกระหายน้ำนมจึงดังลอดเรียวปากงดงามออกมาเป็นระยะ… เข
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 53 /1

ตอนที่53หญิงสาวกล่าวทุกคำช้าและชัดเจน บัดนี้นางเติบโตอาจเรียกได้ว่าเป็นสาวเต็มกาย เป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกกว้างมาไม่น้อย ดังนั้นจากที่เคยใช้สีขาวตัดสินว่าคือตัวแทนความดีแล้วสีดำคือตัวแทนความเลวมาโดยตลอด แต่พอได้ออกไปเปิดโลกกว้างท่องอยู่ในใต้หล้าจึงพบเจอประสบการณ์มากมายพอบัดนี้เมื่อนางได้ไปเผชิญโลกกว้างถึงสองปีจึงพบว่าที่แท้จริงแล้วคนเราไม่จำเป็นต้องมีสีขาวสะอาดหรือจะต้องดำมืดทะมึนเพียงสองด้านเท่านั้น แต่มันสามารถผสมผสาน ระหว่างสีดำกับขาวจนเป็นสีเทานั่นต่างหากจึงนับว่าเป็น ‘มนุษย์’ ปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป ในวันนี้นางจึงต้องขอบคุณฮ่องเต้และหลิวไทเฮาเสียอีกที่ให้โอกาสพวกนางได้ไปเติบโต ได้ไปเผชิญภัยต่าง ๆ จากใจจริงเสียด้วยซ้ำไป“สองปีนั้นหม่อมฉันไม่คิดโทษผู้ใด ตรงกันข้ามหม่อมฉันต้องขอบพระทัยฝ่าบาทกับเสด็จแม่อย่างยิ่งที่ปล่อยให้ลี่จูได้ไปพบเจอและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิต ซึ่งมันมีค่ามากกว่าเงินทองและทรัพย์สินล้ำค่ามากมายเหลือเกินเพคะ”นางเอ่ยทุกคำจากใจจริง ดวงตาคู่งามนั้นแน่วแน่จนจ้าวจวินหลางรับรู้ได้โดยไม่จำเป็นต้องพูดกันให้มากความอันใดอีก เพราะหลังจากที่เคยคิดว่าอาจจะเสียนางไปตลอดชีวิตก็ได้ส
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 53/2

“ท่านอ๋องเพคะ…”พอดึงสติกลับมาได้หวังลี่จูจึงอดจะรู้สึกผิดและละอายแก่ใจเสียมิได้ที่ตนเองงัดกลยุทธ์ ‘น้ำตาสังหาร’ มารังแกพระสวามีเช่นนี้ ครั้นนางเลือกที่จะมองข้ามบางนิสัยเสียของเขาไปบ้างก็เริ่มจะพบว่า ‘เจ้าสุนัขป่าจอมทึ่ม’ ของนางผู้นี้ก็นับว่าเขาเป็นพระสวามีที่ดีผู้หนึ่งเลยทีเดียว“เจ้าเรียบร้อยแล้วหรือ”คนที่ยืนชมจันทราที่เคลื่อนคล้อยไปทางทิศตะวันตกเกือบค่อนท้องฟ้าแล้วหันขวับกลับมาว่องไว ก่อนจะก้าวมาหานางไปพลางเอ่ยถามไปพลางด้วยใบหน้าและสายตาอ่อนโยนชวนใจเหลวเป็นน้ำเสียบัดนี้เลยทีเดียว“เพคะ”ก็เห็นอยู่ว่านางเดินออกมาตามเขากลับห้องนอนด้วยอาภรณ์เรียบร้อยมิดชิดเช่นนี้ ยังจะถามออกมาด้วยคำถามแสนทึ่มทื่อได้อยู่อีก แต่คิดอีกครั้งบางทีเขาอาจเพียงอยากหาเรื่องชวนนางพูดคุยลดบรรยากาศขวยเขินอึดอัดนี้จึงค่อยนึกด่าตนเองแทนว่าสมควรคิดกับอีกฝ่ายให้ดีเสียบ้าง เพราะชีวิต ‘คู่’ จะให้เพียงผู้หนึ่งผู้ใดปรับตัวแค่เพียงฝ่ายเดียวสุดท้ายย่อมนำพามาซึ่งความทุกข์ และต้นตอแห่งปัญหาชีวิตครอบครัวอีกมากมายย่อมติดตามมาเป็นขบวนสุดท้ายก็ทรมาน ครั้นจะหย่าขาดจากกันก็คงจะยากเช่นยุคที่นางตายจากมา…ยาพิษหยดเดียวสังหารปลาหมดแม
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 54 1/3

ตอนที่54และในรุ่งอรุณมาเยือนทั้งเป่ยหนิงอ๋องและเป่ยหนิงหวางเฟยล้วนต่างถูกปลุกให้ตื่นด้วย ‘คำสั่ง’ โดยตรงจากฮ่องเต้ให้ไปเข้าประชุมปรึกษาหารือกันถึงเรื่องที่หวังลี่จูได้ให้คำแนะนำกับฮ่องเต้โดยตรงไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าจ้าวจวินข่ายย่อมทบทวนจนแน่ใจแล้วว่า ‘แผน’ ที่น้องสะใภ้ชี้แนะนั้นให้ประโยชน์กับแผ่นดินโยวโจวมากกว่าเสียพอคิดตกเช่นนั้นคนที่ไม่ชอบรีรอจนเสียการใหญ่จึงเรียกขุนนางที่เกี่ยวข้องและวางใจได้เข้าประชุมเร่งด่วนตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่กระจ่างดีเช่นนี้“น้องสะใภ้ สวามีของเจ้าเขานอนตกหมอนหรือเหตุใด แม้แต่ข้าที่เป็นพี่ชายทั้งยังเป็นฮ่องเต้อีกด้วยจึงบังอาจทำหน้าทะมึนใส่มิไว้หน้าเช่นนี้?”จ้าวจวินข่ายฉวยโอกาสที่น้องชายนั้นกำลังหันไปพูดคุยกับอัครมหาเสนาบดีกู้เร่งสอบถามน้องสะใภ้อย่างระแวงเจ้าน้องชายตัวแสบ ว่ามันจะถือเอาความแค้นที่ตนเองคุยกันด้วยภาษาลับของอิงซื่อมาเล่นงานตนเองเพิ่มอีกกระทง ทั้งที่ความผิดเก่ายังไม่ทันได้ชดเชยเอาได้“เอ่อ…”หวังลี่จูจะกล้าตอบได้เช่นไรว่าสาเหตุที่สุนัขป่าโกรธฮ่องเต้ผู้เป็นพี่ชายนั้นเป็นด้วยเรื่องแสนน่าอับอายที่เขากำลังจะจับนางกินกลืนลงท้องเป็นของว่า
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 54 2/3

หวังลี่จูเปิดรอยยิ้มละมุนละไมแสนจะจริงใจให้กับผู้เป็นพี่ชายของพระสวามีก่อจะเอ่ยตอบออกไปถึงสาเหตุที่ตนเองเปลี่ยนไปจากอดีตราวกับนางเป็นผู้ใดอีกคนเช่นนี้“นั่นก็เพราะ ‘เวลา’ ในอดีตที่ฝ่าบาทมอบให้จึงทำให้หม่อมฉันเติบโตขึ้น มองเห็นความจริงมากขึ้น ดังนั้นความสุขที่แท้จริงย่อมเป็นสิ่งที่เจินเจินเลือกเอง นางเลือกเส้นทางชีวิตเองนั่นจึงเป็นความสุขอันแท้จริงเพคะ”เพราะถ้าหากนางตัดสินใจแทนหวังลี่เจินก็คงไม่ต่างจากหลิวไทเฮาหรือฮ่องเต้ที่ถึงไม่ได้บีบบังคับแต่เรียกได้ว่า ‘ยัดเยียด’ คงจะเหมาะสมกว่า ดังนั้นนางจึงขอเวลาให้น้องสาวนั้นเติบโตและเลือกเส้นทางชีวิตคู่ด้วยตนเองนั่นจึงหมายถึงว่านางรักน้องสาวจากใจจริง คนเราเติบโตขึ้นทุกวันหากนางไปคิดหรือตัดสินใจแทนน้องนั่นจึงเรียกว่ารักอย่างผิดเส้นทางถึงตนเองมิใช่บิดาและมารดา แต่ก็เป็นพี่สาวที่รักน้องสาว อดีตนางอาจเคยหลงผิดยึดติดไปบ้างเพราะอายุยังน้อย แต่พอได้เติบโตมองเห็นโลกกว้างมากกว่าในอดีตจึงเริ่มคิดได้ บัดนี้จึงไม่คิดตัดสินว่าหลิวไทเฮานั้นผิดแล้วตัวของนางถูก แต่กลับมองว่าถ้าจะผิดนางที่คิดแทนหวังลี่เจินเองย่อมผิดเช่นกัน…คนเราไม่จำเป็นต้องมีสีขาวหรือดำสนิท
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 54 3/3

จ้าวจวินหลางจับมือเรียวที่กำลังใช้ผ้าขัดผิวตรงแขนแกร่งของตนเองให้หยุดทุกสิ่งเพื่อจะได้ฟังเขาให้ชัดเจน อยากกล่าวเพียงครานี้หนึ่งครั้งจบสิ้นไร้ข้อกังขาต่อเรื่องหลวนจิ้งอวี่อีก“กับหลวนจิ้งอวี่มันคือ ‘แผน’ เท่านั้น หาได้มีเรื่องหัวใจมาผูกพัน แต่สำหรับเจ้า…ทั้งหัวใจทั้งชีวิตข้าที่เหลือจนสิ้นใจขอมอบให้หวังลี่จูเท่านั้น”ขณะที่เขากล่าววาจานั้น จ้าวจวินหลางก็ขยับให้มือเรียวไปทาบอยู่ในจุดที่ภายในมีหัวใจเต้นจังหวะมั่นคงพร้อมมืออีกข้างจับปลายคางเรียวให้อยู่ในระดับที่จะมองประสานสายตากับเขาได้พอดี…ตึก ๆ…หัวใจของหวังลี่จูเต้นระรัวเพราะความจริงจังนั้นนางสัมผัสมันได้ทั้งจากแววตาและน้ำเสียง“เช่นที่ข้าเคยบอกแก่เจ้าไปแล้ว สำหรับนางคือ ‘หน้าที่’ แต่กับเจ้านั้น ‘หัวใจ’ ถึงข้ามิใช่บุรุษที่ดีแต่อันใด หน้าที่กับหัวใจข้าแยกออกจากกันชัดเจน และจะไม่มีวันโกหกเด็ดขาด”จ้าวจวินหลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น แต่ก็ยังคงกล่าวออกมาด้วยความเนิบช้าไร้กิริยาล้อเล่นผิดไปจากปกตินิสัยของเขาไปจนสิ้น ท่านอ๋องหนุ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดของสกุลหลวนกับความเป็นมาที่เกี่ยวข้อง เขาเล่าช้า ๆ เล่าอย่างละเอียดจนหวังลี่จูที่ไม่ใ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 55 1/3

ตอนที่ 55สายลมยามค่ำพัดรวยรินหลังจากร่วมกินข้าวกับพี่สาวกับพี่เขยและพูดคุยจนเข้าใจในสิ่งที่พี่สาวช่วยเหลือตนเองเรียบร้อย หวังลี่เจินก็ขอเดินกลับตำหนักของตนเองแทนการนั่งรถม้า เพราะอยากคิดทบทวนถึงสิ่งที่พี่สาวแนะนำกับนางมา‘วันนี้เจ้ายังเยาว์ยิ่งนัก จงอย่าเพิ่งตัดสินใจอันใดเลยให้เวลากับตนเองอีกหน่อยเถิดนะเจินเจิน’หวังลี่เจินคิดไปถึงประโยคสุดท้ายพี่สาวที่เอ่ยตักเตือนเมื่อตนเองกล่าวไปว่าคงยากที่จะทำใจร่วมชีวิตกับบุรุษเจ้าเล่ห์ดังจิ้งจอกเก้าหางที่ส่งพี่สาวของตนเองไปลงสนามที่โอกาสรอดชีวิตมีเพียงสามในสิบส่วนไปได้ แต่พี่สาวของนางกลับกล่าวให้นาง ‘ให้โอกาสตนเองได้เลือก’ในวันที่เติบโตกว่านี้‘แต่เขาไม่สมควรได้รับโอกาสนั้นสักเพียงนิดเดียวนะพี่สาว’ นางจำได้ว่าตนเองแย้งไปเช่นนั้น แต่คนซึ่งเติบโตมาก่อนนางกลับแย้มยิ้มใจเย็นแล้วค่อย ๆ อธิบายจนนางพูดอันใดไปออกอีก‘พี่สาวมิเคยกล่าวว่าให้เจ้าไปให้โอกาสผู้อื่นแม้เพียงครึ่งคำ แต่ที่บอกนั้นล้วนให้เจ้าให้โอกาสตนเองต่างหากเด็กโง่’ นึกมาถึงประโยคนั้นหวังลี่เจินจึงค่อยได้คิดว่าทั้งสิ้นพี่สาวไม่เคยคิดน้อยเลยสักครั้งสำหรับอนาคตของนาง ตรงกันข้ามหวังลี่จูคิดและวา
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 55 2/3

‘ข้าซาบซึ้งกับความรักและอีกหลายสิ่งในชีวิตก็เพราะเสด็จแม่และพี่ใหญ่ เช่นนี้จึงไม่เคยหลงเหลือความโกรธเคืองหรือน้อยใจอีกแล้ว’นั่นคือสิ่งที่จ้าวจวินหลางเอ่ยกับเขาเมื่อถามกันอย่างตรงไปตรงมาระหว่างพี่น้องว่าอีกฝ่ายโกรธเคืองเขาหรือไม่ที่ทำเช่นนั้นลงไป เวลาและความทุกข์ช่างทำให้คนเราเติบโตได้จริงดังที่พระมารดาเคยกล่าวไว้จริงแท้ฝ่ายหวังลี่เจินถึงกับเสียกิริยาเพราะมิคาดว่าคนเช่นบุรุษตรงหน้าจะเอ่ยวาจาตรงไปตรงมาจนนางไปต่อไม่ถูกเช่นนี้จะร้ายกาจเข้าใส่เช่นที่ผ่านมานางย่อมมิกล้า แต่จะให้นางคิดดีทำดีกับอีกฝ่ายนั้นกลับลังเล จะทำอันใดก็ไม่ถูกแล้วจริง ๆ ในยามนี้ เรียกว่ายืนเป็นบื้อเป็นใบ้ไปครู่คงถูกต้องที่สุด“ฝ่าบาทมีสิ่งใดจะกล่าวกับหม่อมฉันหรือเพคะ?”พอตั้งสติได้หวังลี่เจินจึงได้เอ่ยถามออกไป เขามาดีนางจะร้ายกาจคืนกลับไปย่อมมิได้ สาวน้อยจึงต้องกล่าววาจานุ่มนวลและมีเหตุผลคืนกลับไป เช่นไรหวังลี่จูก็อบรมเด็กสาวมาดีถึงจะชิงชังหรือโกรธเคือง แต่ถ้าอีกฝ่ายมาดีด้วยนางย่อมต้องดีตอบสนองคืนกลับไปเช่นกัน“ไปคุยกันตรงนั้นเถิด” จ้าวจวินข่ายชี้มือไปทางศาลาทรงแปดเหลี่ยมริมบึงบัวในอุทยานหลวงแล้วออกเดินนำหน้าไปก่อน ซึ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 55 3/3

“หากไม่สะดวกใจจะตอบก็เพียงพยักหน้าหรือส่ายศีรษะก็พอลี่เจิน” เพราะนางดูลำบากใจอาจจะขัดเขินเขาจึงหาทางออกให้อีกฝ่าย ซึ่งคราวนี้จ้าวจวินข่ายนั้นคาดเดามิผิดไปเพราะหวังลี่เจินหนึ่งเขินอาย และสองกำลังสับสน กับสามนางตกใจที่ไม่ทันตั้งสติกลับถูกบุรุษสารภาพความในใจ นางไม่เป็นลมไปก็ดีเท่าใดแล้ว“ดะ...ได้เพคะ...อีกสามปีหม่อมฉันจะให้คำตอบแก่ฝ่าบาท แต่เวลาสามปีนี้หม่อมฉันจะขอ ‘ปลูกผักขายอยู่ท้ายจวนท่านอ๋อง’ รอให้ฝ่าบาทได้พิสูจน์ความจริงใจนะเพคะ”ในเมื่อเขากล้าจะสารภาพนางเองจะไม่ยอมเสียหน้าทำตนเป็นคนไร้คุณธรรมและใจคับแคบไม่เปิดใจ จึงรับปากออกไป นางเขินอายนั่นช่างมัน แต่เรื่องใดที่ตัดสินใจนางจะไม่ปิดปากจึงตอบไปชัดเจน“ข้าจะไม่ย่อท้อกับโอกาสที่เจ้ามอบให้”อ้อมแขนกำยำกอดรัดกายอรชรแน่นขึ้นอีกสองส่วน ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้หวังลี่จูถอนหายใจด้วยความโล่งใจอย่างน้อยสิ่งที่นางทำมาทั้งหมดก็ไม่เสียเปล่าแล้ว“สบายใจแล้วก็กลับไปนอนกันเถิด”จ้าวจวินหลางที่ตามใจภรรยายอมให้นางแอบตามมาดูผลงาน ครั้นเห็นภาพนั้นเช่นกันจึงเอ่ยชวนอีกฝ่ายกลับไปใช้ช่วงเวลาส่วนตัวด้วยกันสักครา เพราะทราบดีบัดนี้หวังลี่จูปลอดโปร่งโล่งใจแล้ว“ข
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
8910111213
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status