เข้าสู่ระบบในความทรงจำวัยเด็กของนันท์นภัส การท่องเที่ยวไปในโลกกว้างคือสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง เพราะบิดาของเธอมักทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงาน วีรยุทธเลี้ยงดูลูกสาวด้วยวัตถุและเงินตราเพื่อชดเชยเวลาที่ขาดหายไป ซึ่งเอกดนัยเองก็รับรู้เรื่องนี้มาโดยตลอด
แต่ตอนนี้เด็กหญิงตัวน้อยที่เคยวิ่งเล่นเอาแต่ใจได้เติบโตเป็นสาวสะพรั่งที่มีความคิดอ่านลึกซึ้งเกินวัย ความเปลี่ยนแปลงนี้เองที่เริ่มสั่นคลอนหัวใจของเอกดนัยอย่างรุนแรง เขาพบว่าตนเองกำลังหลงรักหลานสาวของตัวเองเข้าอย่างจังจนต้องพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเอาไว้ เนเน่คือหลานสาวที่เขาควรจะปกป้อง มิใช่ครอบครอง เอกดนัยเฝ้าย้ำเตือนตัวเองซ้ำๆ เพื่อสลัดความคิดบ้าบอนั้นออกไป
“แล้วเย็นนี้ล่ะ... เนเน่อยากให้อาพาไปเดตที่ไหน...หืม์!!!” เสียงทุ้มถามย้ำอีกครั้ง ปลุกให้เด็กสาวออกจากภวังค์ความเศร้าที่นึกถึงบิดา เธอยิ้มกว้างอย่างร่าเริง เพราะความสุขที่สุดของเธอคือการได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้ชายที่เธอแอบรักมาเนิ่นนาน
“เนเน่อยากทานอาหารญี่ปุ่นค่ะ แล้วก็... ขอพ่วงดูหนังเพิ่มอีกสักเรื่องได้ไหมคะอาเอก”
“ตามใจหนูเลยครับ”
“ถ้าเป็นหนังผีสยองขวัญ... อาเอกจะกล้าดูกับเนเน่ไหมคะ” เธอแกล้งท้าทาย
“หึ..ทำไมเนเน่คิดว่าอาไม่กล้าดูหนังผีงั้นเหรอ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู
“งั้นก็ดีเลยค่ะ! เอาเป็นว่า...เย็นนี้เนเน่จะแต่งตัวสวยๆ รออาเอกนะคะ”
17.00 น. ณ ห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุง บรรยากาศการออกเดตของทั้งคู่เริ่มต้นได้อย่างรื่นรมย์และไร้ที่ติ เอกดนัยพาหลานสาวคนโปรดไปฉลองมื้อพิเศษด้วยการพาไปทานโอมากาเสะระดับพรีเมียม เขาตามใจเธอด้วยคอร์สที่ดีที่สุด ให้เธอได้ดื่มด่ำกับซูชิที่เชฟบรรจงปั้นและเสิร์ฟตรงหน้าทีละคำอย่างพิถีพิถัน
หลังจากอิ่มเอมกับรสชาติชั้นเลิศ เขาก็พาเธอตรงดิ่งไปยัง Enigma The Shadow Screen โรงภาพยนตร์ระดับเวิลด์คลาสที่สยามพารากอน เพื่อเลือกชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เป็นกระแสที่สุดในขณะนี้
แต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะแตะลงบนหน้าจอเพื่อเลือกที่นั่ง เสียงแหลมใสอันเป็นเอกลักษณ์ที่คุ้นหู ก็ดังขัดจังหวะขึ้นจากทางด้านหลัง!
“สวัสดีค่ะคุณเอก! แหม... บังเอิญจังเลยนะคะ วันนี้มาดูหนังเหรอคะ”
ชุติมา เลขาสาวสวยของพี่ชายที่ปัจจุบันควบตำแหน่งผู้ช่วยของเขา เดินตรงเข้ามาทักทายด้วยท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติจนเกินไป
“ครับ พอดีหลานสาวอยากดูหนังน่ะครับ แล้วคุณชุล่ะครับ... มาทำอะไร” เอกดนัยทักทายตามมารยาท
“ชุก็ว่าจะมาดูหนังเหมือนกันค่ะ แต่ดันมาช้าไปหน่อย ถ้ายังไง... ชุขอฝากคุณเอกช่วยจองที่นั่งข้างๆ เพิ่มเผื่อชุสักที่ได้ไหมคะ จะได้ไม่ต้องนั่งเหงาคนเดียว”
ชุติมาเอ่ยขอด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ทั้งที่ในใจเธอไม่ได้ตั้งใจจะมาดูหนังเลยสักนิด หญิงสาวแอบหลงรักเอกดนัยมานาน ยิ่งตอนนี้เขาขึ้นแท่นเป็นประธานใหญ่ที่ทั้งหล่อและรวยมหาศาล เธอก็ยิ่งอยากจะหาทางขยับฐานะจากเลขาฯ มาเป็นเมียประธานให้ได้
การกระทำที่จงใจแทรกกลางอย่างโจ่งแจ้งทำให้นันท์นภัสขบเม้มริมฝีปากด้วยความไม่พอใจ เธอเห็นตั้งแต่ตอนอยู่บนบันไดเลื่อนแล้วว่าผู้หญิงคนนี้วิ่งกระหืดกระหอบตามคุณอาของเธอมา แต่พอมาต่อหน้าเขากลับทำเป็นเนียนเหมือนเจอกันโดยบังเอิญ ช่างร้ายกาจนัก!
“อ๋อ ได้ครับ... ผมกำลังจะจองพอดี ว่าแต่คุณชุอยากดูเรื่องอะไรครับ” เอกดนัยถามด้วยความสุภาพตามนิสัย โดยไม่ทันสังเกตเห็นประกายไฟหึงในดวงตาของหลานสาว
“เรื่องเดียวกับคุณเอกเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องจองหลายรอบ... งั้นเดี๋ยวชุขอไปซื้อป๊อปคอร์นรอนะคะ เนเน่จ๋า หนูอยากได้อะไรฝากพี่ซื้อได้นะลูก” ชุติมาหันมาปั้นจิ้มปั้นเจ๋อใส่เด็กสาว แต่แววตาที่ส่งมานั้นดูเหยียดหยามและเย็นชาจนคนมองรู้สึกคันยุบยิบในใจ
“ไม่เอาค่ะ!” นันท์นภัสตอบเสียงแข็ง ใบหน้าสวยเรียบเฉยจนออกไปทางเย็นชา
ความสงบสุขของการเดตครั้งแรกดูเหมือนจะถูกรบกวนเสียแล้ว เมื่อศัตรูหัวใจรุ่นพี่เริ่มเปิดเกมรุกใส่คุณอาหนุ่มอย่างเต็มตัว!
“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะมีอะไรกับนุชแต่แรก... นุชต่างหากที่รู้อยู่แก่ใจว่าแอบวางยาพี่จนเรื่องมันเกิดขึ้น!”“ตลกแล้วค่ะ! นุชนอนอยู่ในห้องของตัวเองดีๆ แล้วพี่เอกก็เป็นฝ่ายบุกเข้ามาปล้ำนุช” ตรีนุชเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย“จะดูกล้องวงจรปิดก็ได้นะคะ และถ้าพี่เอกยังไม่ยอมรับผิดชอบ นุชเห็นทีจะต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณพ่อ!”“นุช!” เอกดนัยคำรามเรียกชื่อเธอ“พี่รู้ว่านุชเป็นฝ่ายเสียหาย แต่พี่รับผิดชอบนุชด้วยวิธีนั้นไม่ได้จริงๆ เพราะพี่มีคนรักอยู่แล้ว”“ใครกันคะ” หญิงสาวถามเสียงเยาะ“พี่กับเนเน่... เราคบกันมาพักใหญ่แล้ว”“ยัยเนเน่ หลานสาวแท้ๆ ของพี่เนี่ยนะ!” ตรีนุชหัวเราะร่าราวกับเจอเรื่องขบขันที่สุด“พี่เอก... พี่คิดอะไรอยู่ถึงได้เอาหลานสาวตัวเองทำเมีย พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”“เนเน่ไม่ใช่หลานสาวทางสายเลือดของพี่!” เอกดนัยแจงออกมาทีละประโยคด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แม่ของเธอตั้งท้องก่อนจะมาแต่งงานกับพี่ชายของพี่ และผลตรวจดีเอ็นเอก็ยืนยันชัดเจน... อีกอย่าง พินัยกรรมของพี่ชายระบุไว้ชัดว่าพี่ต้องแต่งงานกับเธอทันทีที่เธอเรียนจบ”“แล้วนุชล่ะ! พี่ก็ได้นุชไปแล้วเหมือนกันนะ!”“ถ้าจะให้พี่รับผิดชอบด้วยการแต่งงาน พี่ทำไ
หญิงสาวลืมตาขึ้นมองชายหนุ่มที่นอนทอดกายอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขา ตรีนุชลอบยิ้มออกมาด้วยความสะใจเมื่อเห็นว่าแผนการที่เธอทุ่มสุดตัวนั้นสำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม “พี่เอกต้องรับผิดชอบนุชนะคะ...” เธอกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของคนกำลังนิทรา เพียงแค่คิดว่าภาพฝันที่จะได้ครอบครองเอกดนัยในฐานะสามีกำลังจะเป็นจริง หัวใจเธอก็พองโตด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ชายหนุ่มผู้นี้ต้องเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์พรากเขาไปจากมือเธอได้ มือนุ่มแตะสัมผัสผิวเนื้อแกร่งอย่างแผ่วเบา เธอแนบศีรษะลงกับอกกว้างที่ยังคงทิ้งร่องรอยแห่งพายุสวาทไว้จางๆ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปคู่ในสภาพที่ชวนเข้าใจผิดบนเตียงนอนไว้เป็นหลักฐานสำคัญ ตรีนุชซบใบหน้าลงกับความอบอุ่นนั้นอย่างหลงใหล “ในที่สุด... พี่เอกก็ตกเป็นผัวของนุชจนได้” หญิงสาวพึมพำอย่างผู้ชนะก่อนจะหลับไปในอ้อมแขนที่เธอช่วงชิงมา เอกดนัยสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเวลาเย็นจัด แสงอาทิตย์ที่เริ่มลาลับขอบฟ้าสาดส่องเข้ามาในห้อง ยิ่งย้ำเตือนถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไป ชายหนุ่มรีบเขย่าร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวข้
เอกดนัยไม่รับฟังคำคัดค้านใดๆ อีกต่อไป เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อเชิ้ตที่พันธนาการกายออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการดันกางเกงที่ติดค้างอยู่ตรงหัวเข่าให้พ้นทางไปสู่ปลายเท้า ท่ามกลางอาการดิ้นรนของคนใต้ร่าง การขัดขืนนั้นเป็นเพียงการแสดงละครฉากใหญ่ เพราะในมุมมืดของห้อง... เลนส์กล้องวิดีโอที่เธอซ่อนไว้กำลังบันทึกทุกท่วงท่าและเสียงครางกระเส่า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือแบล็กเมล์ชายหนุ่มในวันที่เขาสิ้นสวาทลง!เมื่อเอกดนัยจัดการปลัดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่พันธนาการร่างกายออกได้สำเร็จ เขาก็ไม่รอช้าที่จะโถมกายเข้าหาความนุ่มละมุนเบื้องหน้า ตรีนุชแสร้งทำเป็นตื่นตระหนก เธอทั้งดิ้นรนและหวีดร้องแผ่วเบาเพื่อตบตาให้เขาเชื่อว่านี่คือสัมผัสแรกที่เธอไม่เคยพานพบจากชายใดมาก่อน“พี่จะรับผิดชอบนุชเอง... นุชจ๋า เป็นของพี่เอกนะครับ”เขากระซิบพร่ำรำพันด้วยสติสัมปชัญญะที่ริบหรี่เต็มทน ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึกเมื่อความงามหมดจดปรากฏแก่สายตาอย่างเต็มภาคภูมิ ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดเร่งเร้าให้หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนอกแทบระเบิด ความอัดอั้นทำให้เขาปรารถนาจะแทรกลึกเข้าไปในกายเธอให้รู้แล้วรู้รอดตรีนุชยังคงแส
เอกดนัยพยายามจะตะเกียกตะกายพาตัวเองไปยังห้องน้ำเพื่อใช้สายน้ำเย็นระงับความกำหนัดและจัดการตัวเอง ทว่าหญิงสาวกลับโถมตัวเข้ากอดรัดแผงอกกว้างเอาไว้แน่น มือนุ่มซุกซนลูบไล้ผ่านเชิ้ตที่เปียกชุ่มเหงื่อ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปกอบกุมความแข็งขืนกลางลำตัวผ่านกางเกงสแล็คอย่างถือวิสาสะ“พี่เอก... ให้นุชช่วยนะคะ นุชเต็มใจ... นุชเต็มใจเป็นของพี่นะคะ”“โอ๊ะ... อย่าครับ! คุณนุช... อย่า!” เอกดนัยร้องประท้วงเสียงหลง สองมือหนาพยายามคว้าหมับเข้าที่มือนุ่มเพื่อดึงออก ทว่าความร้อนรุ่มจากฤทธิ์ยาที่ชำแรกแทรกซึมไปทั่วทุกรูขุมขนกลับทำให้นิ้วมือของเขาไร้เรี่ยวแรง สัมผัสจงใจจากหญิงสาวที่บีบเฟ้นส่วนอ่อนไหวทำเอาเขาสะด้านไปทั้งร่างจนกรามปูดโปนด้วยความทรมาน“ให้นุชช่วยพี่เถอะค่ะ... นุชรักพี่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานุชไม่เคยลืมพี่เอกได้เลยแม้แต่วันเดียว” ตรีนุชไม่เปิดโอกาสให้เขาโต้แย้ง เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีดันร่างหนาให้หงายหลังลงไปบนเตียงนุ่ม ก่อนจะรีบจัดการปลดเข็มขัดและดึงรั้งกางเกงพร้อมชั้นในของเขาลงอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา ตัวตนมหึมาที่แข็งขึงจนตึงเครียดก็ดีดผึงออกมาท้าทายสายตา“คุณนุช... ปล่อยผมไว้ที่นี่เถอะ... ไม่ต้อง
ภายในรถตู้ส่วนบุคคลที่มืดสลัวและมีม่านกั้นปิดตายจากคนขับ สร้างพื้นที่อันเป็นส่วนตัวจนน่าหวาดหวั่น จู่ๆ สัมผัสนุ่มชื้นจากริมฝีปากบางก็กดลงที่แก้มสากของเขาแผ่วเบาแต่หนักแน่น เอกดนัยถึงกับหน้าเหวอ ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป“หอมมัดจำไว้ค่ะ... นุชยังชอบพี่เอกเหมือนเดิมนะคะ และชอบมาตั้งนานแล้วด้วย” เธอเปลี่ยนสรรพนามย้อนกลับไปใช้คำเรียกขานเหมือนตอนเด็กๆ เพื่อตอกย้ำว่าเวลาหลายปีที่อยู่เมืองนอก ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่เธอมีต่อพี่ชายคนนี้จางหายไปเลย“คุณนุช... เอ่อ... คือผม...” ชายหนุ่มพยายามจะปฏิเสธ ทว่าลิ้นกลับพันกันนัวเนีย“พี่เอกแวะไปที่คอนโดของนุชก่อนนะคะ คุณพ่อยังไปไม่ถึงที่นัดหมายหรอกค่ะ นุชขี้เกียจไปนั่งรอร้อนๆ ที่นั่น” เธอไม่พูดเปล่าแต่ขยับมือนุ่มมาเกาะกุมมือเขาไว้แน่น พลางส่งสายตาเว้าวอนที่ยากจะปฏิเสธ“เอ่อ...” เอกดนัยลังเลใจอย่างหนัก ในหัวมีใบหน้าของนันท์นภัสลอยเด่นขึ้นมาเตือนสติ“นะคะ... พี่เอก...ถือว่าไปนั่งพักจิบกาแฟเย็นๆ รอนุชสักครู่เดียวนะคะ”“ครับ ๆ ... ก็ได้ครับ”เขาตอบตกลงไปในที่สุดเพียงเพราะต้องการตัดรำคาญและกลัวว่าจะถูกจู่โจมไปมากกว่านี้บนรถ ทว่าในใจกลับว้าวุ่นจนหาทางออกไม่เจ
หลังจากพาหลานสาวไปส่งที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว เอกดนัยก็มุ่งหน้าสู่บริษัทด้วยความอิ่มเอมใจ ทว่าความหวานชื่นกลับถูกขัดจังหวะด้วยสายเรียกเข้าจากเลขาฯ คู่ใจ“คุณเอกขา คุณตรีนุชมาถึงแล้วค่ะ รอนานครู่ใหญ่แล้วนะคะ” เสียงของชุติมาดูจะเร่งเร้าผิดปกติ “คุณชุ ต้อนรับเธอไปก่อนนะครับ อีกไม่เกินห้านาทีผมถึง”ประธานหนุ่มรีบบึ่งรถเข้าสู่บริษัททันทีที่วางสาย เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องทำงานที่คุ้นเคย เขาก็พบกับร่างระหงของหญิงสาวที่นั่งรออยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ตรีนุชบุตรสาวคนสวยของนักธุรกิจใหญ่ในเครือข่ายพันธมิตร เธอมาในชุดเดรสรัดรูปโชว์สัดส่วนเว้าโค้งที่จงใจเน้นให้เห็นถึงความเซ็กซี่“สวัสดีครับคุณนุช” “อุ๊ย! สวัสดีค่ะคุณเอก”“ขอโทษที่ทำให้รอนานนะครับ พอดีติดธุระส่วนตัวนิดหน่อย วันนี้คุณพ่อไม่ได้มาด้วยหรือครับ” เอกดนัยกล่าวทักทายพลางเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานประจำตำแหน่ง “นุชนึกว่าคุณเอกจะลืมนัดของเราเสียแล้ว พอดีวันนี้คุณพ่อติดงานด่วนค่ะ เลยให้นุชมาจัดการแทนทั้งหมด” หญิงสาวลุกขึ้นยืนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แววตาที่มองเอกดนัยนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมและต้องการครอบครองอย่างปิดไม่มิด“เรื่องโครงการที่คุณพ่อคุณนุช







