เข้าสู่ระบบหนึ่งปีต่อมา...ชายกระโปรงพลีทสั้นกุดรั้งขึ้นจนเห็นเรียวขาขาวผ่องเมื่อเด็กสาวก้าวขึ้นนั่งบนเบาะหนังของรถยุโรปคันหรู ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานับตั้งแต่สูญเสียบิดา เอกดนัยทำหน้าที่ 'ผู้ปกครอง' ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาดูแลเอาใจใส่นันท์นภัสประดุจไข่ในหิน
หลานสาวในวันวานเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง เรือนผมดำขลับรับกับใบหน้าสวยรูปไข่ ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้น จมูกโด่งเชิดและริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อช่างน่ามองจนไม่อาจละสายตา แม้เนเน่จะมีความเอาแต่ใจอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเอกดนัยเลย เพราะความสดใสของเธอนั้นคือสิ่งที่ชุบชูใจเขาได้ดีที่สุด
แต่ปัญหาใหญ่ในตอนนี้... คือเสื้อนักศึกษาที่รัดติ้วจนเกินพิกัดต่างหาก
ชายหนุ่มแอบลอบมองเรียวขาสวยสล้างนั้นด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ โดยไม่รู้เลยว่าฝ่ายหลานสาวแอบลอบยิ้มในใจ เธอจงใจอ่อยให้คุณอามาดเนี๊ยบตบะแตก เพราะอยากรู้เหลือเกินว่าอาหนุ่มสุดฮอตที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นเกย์ จะนิ่งเฉยได้นานแค่ไหน
มือเรียวบางหยิบตุ๊กตาตัวน้อยมาวางปิดต้นขาตรงรอยผ่าของกระโปรงไว้อย่างมีจริต ทว่าสิ่งที่ไม่สามารถบดบังได้เลยคือทรวงอกอวบตึงที่เบียดดันจนกระดุมเสื้อนักศึกษาแทบปริหลุด เอกดนัยมองภาพนั้นแล้วต้องลอบกลืนน้ำลาย แผ่นอกกว้างร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
“เย็นนี้เลิกเรียนแล้ว... เราไปช้อปปิ้งกันไหม” เอกดนัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพยายามควบคุมอาการ
“ช้อปเหรอคะ อาเอกอยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”
“อาตั้งใจจะพาเนเน่ไปซื้อชุดนักศึกษาใหม่น่ะ... อาว่าชุดที่ใส่หมู่นี้มัน... ดูล่อแหลมเกินไปหน่อย”
“อาเอก!” เด็กสาวแกล้งทำเสียงขุ่น
“เนเน่ว่าชุดนี้ก็ปกติดีนะคะ เพื่อนๆ เขาก็ใส่กันแบบนี้ทั้งนั้น”
“อย่าดื้อสิเนเน่ ลองไปส่องกระจกดูสิ ว่ามันเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
“แสดงว่า... อาเอกก็แอบมองเนเน่ด้วยเหมือนกันใช่ไหมคะ” เธอแสร้งเอียงคอถามพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งเห็นใบหน้าคมเข้มของคุณอาเริ่มเปลี่ยนสีเธอยิ่งได้ใจ
“อาเอกขยายความหน่อยสิคะ ที่ว่าเห็นไปถึงไหนต่อไหนเนี่ย... จริงๆ แล้วอาเอกเห็นอะไรกันแน่”
“เฮ้อ!... โอเค อายอมรับว่ามอง แต่ที่เตือนเพราะความเป็นห่วงจริงๆ”
“เนเน่จะยอมใส่ชุดเฉิ่มๆ ที่อาเอกซื้อให้ก็ได้ค่ะ... แต่มีข้อแม้ว่าอาเอกต้องยอมให้เนเน่ไปอยู่ที่คอนโดด้วย” เธอรีบยื่นคำขาด เรื่องนี้เธอขอมาหลายครั้งแต่คุณอาก็ใจแข็งประดุจหินผา
“ทำไมล่ะ อยู่บ้านไม่สบายตรงไหน”
“ก็เนเน่เบื่อนี่คะ อยู่บ้านมีแต่ป้าสายกับป้าสุข คุยกับคนแก่น่าเบื่อจะตายไป”
เอกดนัยนิ่งคิด ขืนปล่อยให้นงนุชบุกไปหาหลานสาวที่มหาวิทยาลัยบ่อยๆ แบบนี้ สักวันเนเน่อาจจะใจอ่อนยอมไปอยู่กับทางนั้นซึ่งอันตรายกว่ามาก
“ก็ได้... จันทร์ถึงพฤหัสอาอนุญาตให้ไปอยู่ที่คอนโดได้ แต่ศุกร์กับเสาร์ต้องกลับมานอนบ้านนะ”
“ทำไมต้องมีเงื่อนไขเยอะจังคะ”
“อาเป็นห่วงชื่อเสียงของเนเน่ ใครเห็นเข้าจะมองไม่ดี” เขากลัวคำครหา และกลัวใจตัวเองที่อาจจะคุมไม่อยู่เมื่อต้องอยู่ใต้หลังคาเดียวกันกับหลานสาวช่างยั่ว
“แคร์คนอื่นทำไมคะ... เนเน่ไม่สนหรอก” เธอยื่นมือไปตรงหน้าเขา
“คีย์การ์ดล่ะคะ”
ก่อนที่เธอจะลงจากรถ เอกดนัยลดกระจกลงถามย้ำ
“แล้วถ้าวันไหนอามีประชุมดึกล่ะ เนเน่จะรอไหวเหรอ”
“ไหวสิคะ กลับดึกแค่ไหนเนเน่ก็จะรอ อาเอกสัญญากับเนเน่แล้วนะคะ ถ้าไม่ทำตามสัญญา... เนเน่จะหนีไปอยู่กับคุณแม่จริงๆ ด้วย”
เมื่อโดนไม้ตายเรื่องนงนุชเข้าเข้าไป เอกดนัยก็ไร้ทางสู้ เขาจำใจยื่นคีย์การ์ดคอนโดหรูให้หลานสาวไปพร้อมกับความรู้สึกหนักใจลึกๆ นันท์นภัสรับไปพร้อมรอยยิ้มของผู้ชนะ
“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะมีอะไรกับนุชแต่แรก... นุชต่างหากที่รู้อยู่แก่ใจว่าแอบวางยาพี่จนเรื่องมันเกิดขึ้น!”“ตลกแล้วค่ะ! นุชนอนอยู่ในห้องของตัวเองดีๆ แล้วพี่เอกก็เป็นฝ่ายบุกเข้ามาปล้ำนุช” ตรีนุชเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย“จะดูกล้องวงจรปิดก็ได้นะคะ และถ้าพี่เอกยังไม่ยอมรับผิดชอบ นุชเห็นทีจะต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณพ่อ!”“นุช!” เอกดนัยคำรามเรียกชื่อเธอ“พี่รู้ว่านุชเป็นฝ่ายเสียหาย แต่พี่รับผิดชอบนุชด้วยวิธีนั้นไม่ได้จริงๆ เพราะพี่มีคนรักอยู่แล้ว”“ใครกันคะ” หญิงสาวถามเสียงเยาะ“พี่กับเนเน่... เราคบกันมาพักใหญ่แล้ว”“ยัยเนเน่ หลานสาวแท้ๆ ของพี่เนี่ยนะ!” ตรีนุชหัวเราะร่าราวกับเจอเรื่องขบขันที่สุด“พี่เอก... พี่คิดอะไรอยู่ถึงได้เอาหลานสาวตัวเองทำเมีย พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”“เนเน่ไม่ใช่หลานสาวทางสายเลือดของพี่!” เอกดนัยแจงออกมาทีละประโยคด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แม่ของเธอตั้งท้องก่อนจะมาแต่งงานกับพี่ชายของพี่ และผลตรวจดีเอ็นเอก็ยืนยันชัดเจน... อีกอย่าง พินัยกรรมของพี่ชายระบุไว้ชัดว่าพี่ต้องแต่งงานกับเธอทันทีที่เธอเรียนจบ”“แล้วนุชล่ะ! พี่ก็ได้นุชไปแล้วเหมือนกันนะ!”“ถ้าจะให้พี่รับผิดชอบด้วยการแต่งงาน พี่ทำไ
หญิงสาวลืมตาขึ้นมองชายหนุ่มที่นอนทอดกายอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขา ตรีนุชลอบยิ้มออกมาด้วยความสะใจเมื่อเห็นว่าแผนการที่เธอทุ่มสุดตัวนั้นสำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม “พี่เอกต้องรับผิดชอบนุชนะคะ...” เธอกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของคนกำลังนิทรา เพียงแค่คิดว่าภาพฝันที่จะได้ครอบครองเอกดนัยในฐานะสามีกำลังจะเป็นจริง หัวใจเธอก็พองโตด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ชายหนุ่มผู้นี้ต้องเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์พรากเขาไปจากมือเธอได้ มือนุ่มแตะสัมผัสผิวเนื้อแกร่งอย่างแผ่วเบา เธอแนบศีรษะลงกับอกกว้างที่ยังคงทิ้งร่องรอยแห่งพายุสวาทไว้จางๆ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปคู่ในสภาพที่ชวนเข้าใจผิดบนเตียงนอนไว้เป็นหลักฐานสำคัญ ตรีนุชซบใบหน้าลงกับความอบอุ่นนั้นอย่างหลงใหล “ในที่สุด... พี่เอกก็ตกเป็นผัวของนุชจนได้” หญิงสาวพึมพำอย่างผู้ชนะก่อนจะหลับไปในอ้อมแขนที่เธอช่วงชิงมา เอกดนัยสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเวลาเย็นจัด แสงอาทิตย์ที่เริ่มลาลับขอบฟ้าสาดส่องเข้ามาในห้อง ยิ่งย้ำเตือนถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไป ชายหนุ่มรีบเขย่าร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวข้
เอกดนัยไม่รับฟังคำคัดค้านใดๆ อีกต่อไป เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อเชิ้ตที่พันธนาการกายออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการดันกางเกงที่ติดค้างอยู่ตรงหัวเข่าให้พ้นทางไปสู่ปลายเท้า ท่ามกลางอาการดิ้นรนของคนใต้ร่าง การขัดขืนนั้นเป็นเพียงการแสดงละครฉากใหญ่ เพราะในมุมมืดของห้อง... เลนส์กล้องวิดีโอที่เธอซ่อนไว้กำลังบันทึกทุกท่วงท่าและเสียงครางกระเส่า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือแบล็กเมล์ชายหนุ่มในวันที่เขาสิ้นสวาทลง!เมื่อเอกดนัยจัดการปลัดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่พันธนาการร่างกายออกได้สำเร็จ เขาก็ไม่รอช้าที่จะโถมกายเข้าหาความนุ่มละมุนเบื้องหน้า ตรีนุชแสร้งทำเป็นตื่นตระหนก เธอทั้งดิ้นรนและหวีดร้องแผ่วเบาเพื่อตบตาให้เขาเชื่อว่านี่คือสัมผัสแรกที่เธอไม่เคยพานพบจากชายใดมาก่อน“พี่จะรับผิดชอบนุชเอง... นุชจ๋า เป็นของพี่เอกนะครับ”เขากระซิบพร่ำรำพันด้วยสติสัมปชัญญะที่ริบหรี่เต็มทน ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึกเมื่อความงามหมดจดปรากฏแก่สายตาอย่างเต็มภาคภูมิ ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดเร่งเร้าให้หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนอกแทบระเบิด ความอัดอั้นทำให้เขาปรารถนาจะแทรกลึกเข้าไปในกายเธอให้รู้แล้วรู้รอดตรีนุชยังคงแส
เอกดนัยพยายามจะตะเกียกตะกายพาตัวเองไปยังห้องน้ำเพื่อใช้สายน้ำเย็นระงับความกำหนัดและจัดการตัวเอง ทว่าหญิงสาวกลับโถมตัวเข้ากอดรัดแผงอกกว้างเอาไว้แน่น มือนุ่มซุกซนลูบไล้ผ่านเชิ้ตที่เปียกชุ่มเหงื่อ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปกอบกุมความแข็งขืนกลางลำตัวผ่านกางเกงสแล็คอย่างถือวิสาสะ“พี่เอก... ให้นุชช่วยนะคะ นุชเต็มใจ... นุชเต็มใจเป็นของพี่นะคะ”“โอ๊ะ... อย่าครับ! คุณนุช... อย่า!” เอกดนัยร้องประท้วงเสียงหลง สองมือหนาพยายามคว้าหมับเข้าที่มือนุ่มเพื่อดึงออก ทว่าความร้อนรุ่มจากฤทธิ์ยาที่ชำแรกแทรกซึมไปทั่วทุกรูขุมขนกลับทำให้นิ้วมือของเขาไร้เรี่ยวแรง สัมผัสจงใจจากหญิงสาวที่บีบเฟ้นส่วนอ่อนไหวทำเอาเขาสะด้านไปทั้งร่างจนกรามปูดโปนด้วยความทรมาน“ให้นุชช่วยพี่เถอะค่ะ... นุชรักพี่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานุชไม่เคยลืมพี่เอกได้เลยแม้แต่วันเดียว” ตรีนุชไม่เปิดโอกาสให้เขาโต้แย้ง เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีดันร่างหนาให้หงายหลังลงไปบนเตียงนุ่ม ก่อนจะรีบจัดการปลดเข็มขัดและดึงรั้งกางเกงพร้อมชั้นในของเขาลงอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา ตัวตนมหึมาที่แข็งขึงจนตึงเครียดก็ดีดผึงออกมาท้าทายสายตา“คุณนุช... ปล่อยผมไว้ที่นี่เถอะ... ไม่ต้อง
ภายในรถตู้ส่วนบุคคลที่มืดสลัวและมีม่านกั้นปิดตายจากคนขับ สร้างพื้นที่อันเป็นส่วนตัวจนน่าหวาดหวั่น จู่ๆ สัมผัสนุ่มชื้นจากริมฝีปากบางก็กดลงที่แก้มสากของเขาแผ่วเบาแต่หนักแน่น เอกดนัยถึงกับหน้าเหวอ ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป“หอมมัดจำไว้ค่ะ... นุชยังชอบพี่เอกเหมือนเดิมนะคะ และชอบมาตั้งนานแล้วด้วย” เธอเปลี่ยนสรรพนามย้อนกลับไปใช้คำเรียกขานเหมือนตอนเด็กๆ เพื่อตอกย้ำว่าเวลาหลายปีที่อยู่เมืองนอก ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่เธอมีต่อพี่ชายคนนี้จางหายไปเลย“คุณนุช... เอ่อ... คือผม...” ชายหนุ่มพยายามจะปฏิเสธ ทว่าลิ้นกลับพันกันนัวเนีย“พี่เอกแวะไปที่คอนโดของนุชก่อนนะคะ คุณพ่อยังไปไม่ถึงที่นัดหมายหรอกค่ะ นุชขี้เกียจไปนั่งรอร้อนๆ ที่นั่น” เธอไม่พูดเปล่าแต่ขยับมือนุ่มมาเกาะกุมมือเขาไว้แน่น พลางส่งสายตาเว้าวอนที่ยากจะปฏิเสธ“เอ่อ...” เอกดนัยลังเลใจอย่างหนัก ในหัวมีใบหน้าของนันท์นภัสลอยเด่นขึ้นมาเตือนสติ“นะคะ... พี่เอก...ถือว่าไปนั่งพักจิบกาแฟเย็นๆ รอนุชสักครู่เดียวนะคะ”“ครับ ๆ ... ก็ได้ครับ”เขาตอบตกลงไปในที่สุดเพียงเพราะต้องการตัดรำคาญและกลัวว่าจะถูกจู่โจมไปมากกว่านี้บนรถ ทว่าในใจกลับว้าวุ่นจนหาทางออกไม่เจ
หลังจากพาหลานสาวไปส่งที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว เอกดนัยก็มุ่งหน้าสู่บริษัทด้วยความอิ่มเอมใจ ทว่าความหวานชื่นกลับถูกขัดจังหวะด้วยสายเรียกเข้าจากเลขาฯ คู่ใจ“คุณเอกขา คุณตรีนุชมาถึงแล้วค่ะ รอนานครู่ใหญ่แล้วนะคะ” เสียงของชุติมาดูจะเร่งเร้าผิดปกติ “คุณชุ ต้อนรับเธอไปก่อนนะครับ อีกไม่เกินห้านาทีผมถึง”ประธานหนุ่มรีบบึ่งรถเข้าสู่บริษัททันทีที่วางสาย เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องทำงานที่คุ้นเคย เขาก็พบกับร่างระหงของหญิงสาวที่นั่งรออยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ตรีนุชบุตรสาวคนสวยของนักธุรกิจใหญ่ในเครือข่ายพันธมิตร เธอมาในชุดเดรสรัดรูปโชว์สัดส่วนเว้าโค้งที่จงใจเน้นให้เห็นถึงความเซ็กซี่“สวัสดีครับคุณนุช” “อุ๊ย! สวัสดีค่ะคุณเอก”“ขอโทษที่ทำให้รอนานนะครับ พอดีติดธุระส่วนตัวนิดหน่อย วันนี้คุณพ่อไม่ได้มาด้วยหรือครับ” เอกดนัยกล่าวทักทายพลางเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานประจำตำแหน่ง “นุชนึกว่าคุณเอกจะลืมนัดของเราเสียแล้ว พอดีวันนี้คุณพ่อติดงานด่วนค่ะ เลยให้นุชมาจัดการแทนทั้งหมด” หญิงสาวลุกขึ้นยืนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แววตาที่มองเอกดนัยนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมและต้องการครอบครองอย่างปิดไม่มิด“เรื่องโครงการที่คุณพ่อคุณนุช







