All Chapters of จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา: Chapter 31 - Chapter 40

75 Chapters

31.ใต้เงาไม้ ณ ริมธาร

ท่ามกลางทัศนียภาพอันเงียบสงบของป่ากว้าง ท้องฟ้าครามสดใสเบื้องบนถูกบดบังด้วยเรือนยอดไม้หนาทึบ แสงแดดรำไรทอประกายระยิบระยับลงกระทบผิวน้ำในลำธารสายเล็กที่ไหลรินอย่างอ้อยอิ่ง หลังพุ่มไม้เขียวขจีที่ซ่อนเร้นจากสายตาผู้คน สองร่างหนุ่มฉกรรจ์กำลังพัวพันกันด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับมอดฉีอันฉีใช้ฝ่ามือเรียวเล็กลดแรงปะทะโดยการดันไหล่หนาของท่านพี่ชุนเอาไว้ พลางหอบหายใจถี่กระชั้น "ช้าก่อน...""เจ้ามีอะไรจะพูด?" สุรเสียงทุ้มต่ำถามขึ้นด้วยลมหายใจหอบพร่า ขณะที่เขากำลังทอดกายอยู่เหนือร่างของหนุ่มน้อยผู้มีนัยน์ตาหวานเยิ้ม"เวลาเช่นนี้ ไฉนท่านยังเอาเปรียบข้า" หนุ่มน้อยท้วงถามพลางปรือตามอง"ข้าเอาเปรียบเจ้าอย่างไร?" ชายหนุ่มผู้ยังอยู่ในอาภรณ์ครบถ้วนชะงักงัน หยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างไว้ชั่วคราว"ท่านดูสิ เสื้อผ้าของข้าล้วนถูกถอดออกจนสิ้น... แต่ท่านกลับยังสวมใส่มันครบถ้วน" เมื่อได้รับคำอธิบาย องค์ชายอิ้งเยว่ในคราบทหารยามหนุ่มก็ยกยิ้มมุมปากเพียงบางเบา ก่อนจะเร่งรีบปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนออกโดยมีฉีอันฉีคอยช่วยเหลือด้วยแรงปรารถนาที่สอดประสานไม่นานนัก ผืนป่าแห่งนี้ก็กลายเป็นวิมานดิน สองร่างเปลือยเปล่าทอดกายลงบนก
Read more

32.พี่ชายคนงามกับรัชทายาทเจ้าสำราญ

เจ้าของเสียงตอบรับเมื่อครู่ก้าวออกมาจากพุ่มไม้ข้างทาง ในมือถือคันธนูเอาไว้ เขาเป็นบุรุษร่างสูงสง่า สวมอาภรณ์สีดำแซมแดงตัดขอบ งามสง่าจนบ่งบอกฐานะได้เป็นอย่างดีหากมิใช่คนในราชนิกูลแล้ว จะเป็นผู้ใดได้อีกหากแต่มิได้มีเขาเพียงผู้เดียว ยังมีชายฉกรรจ์อีกห้าหกคนตามออกมา แม้สวมชุดดำเรียบง่าย แต่ก็ดูออกว่าเป็นทหารจากวังหลวงไม่ผิดแน่ฉีเจียลี่ “ข้ากับท่านไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง ไฉนท่านจึงคิดเอาชีวิตข้า!” หากต้องตาย อย่างน้อยเขาควรรู้เหตุผลก่อนสิ“เจ้าออกมาก่อนสิ แล้วข้าจะบอกเจ้า”ฉีเจียลี่ครุ่นคิด.. ที่กำบังนี้เป็นเพียงพุ่มหญ้าแห้ง มันช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี มิสู้เผชิญหน้า ทำใจดีสู้เสือจะดีกว่า “ว่าอย่างไร เจ้าจะออกมาดีๆ หรือให้คนของข้าไปลากเจ้าออกมา…”บุรุษร่างบางยอมคลานออกมาจากที่กำบังช้าๆ เขาอยู่ในท่าคลานสี่ขาคล้ายสุนัขค้างไว้ ฉเจียลี่ฉีกยิ้มไปก่อน หวังเปิดทางรอดให้ตนเอง“นี่ๆ พวกท่านๆ .. มองข้าให้ดีสิ ข้าไม่เหมือนศัตรูของพวกท่านสักนิด แฮ่ๆ” แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษหญ้าแห้งบนตัวอย่างลวกๆองครักษ์ต้าเหนิงประสานมือคารวะ “บุรุษผู้นี้ มิใช่คนเผ่าเฉวียนหรง พ่ะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทโจวเจี้ยนกั
Read more

33.เจ้าชายอิ้งเยว่บอกความจริงแบบอ้อมๆ

หลังจากลงเล่นน้ำในลำธารหลังอุทยานจนเหนื่อย องค์ชายอิ้งเยว่พาฉีอันฉีเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางสายหนึ่ง ซึ่งเป็นทางลัดเชื่อมระหว่างตำหนักส่วนพระองค์กับตำหนักร้าง เส้นทางนี้เคยรกชัฏและเงียบเหงา ทว่าบัดนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับคนละสถานที่ ฉีอันฉีเดินเคียงข้างท่านพี่ชุนของเขาอย่างอารมณ์ดี สองมือเกาะแขนอีกฝ่ายไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใช้เวลาไม่นาน ก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน ตัวตำหนักทาด้วยสีขาวสะอาดตา รูปทรงถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยการผสมผสานศิลปะจีนและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว งดงามแปลกตาจนฉีอันฉีถึงกับตะลึง“ที่นี่คือที่ใดกัน?” “ตำหนักส่วนพระองค์ขององค์ชายอิ้งเยว่”เขาตอบตามตรง ความจริงอิ้งเยว่อยากบอกความลับนี้แก่ฉีอันฉีนานแล้ว แต่เกรงว่าหนุ่มน้อยจะรับไม่ได้ จึงเลือกวิธีบอกอ้อมๆ พร้อมกับคอยสังเกตปฏิกิริยาของคนข้างกาย“ห๊า!” “เจ้าว่าที่นี่งดงามหรือไม่?” “ดะ...เดี๋ยวก่อนสิ! เวลานี้ใช่เวลามาถามว่าที่นี่งามหรือไม่เรอะ! ท่านรีบบอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไม!” “เจ้ากลัวรึ?” “ไม่ให้ข้ากลัวได้อย่างไร! หากองค์ชายอิ้งเยว่ประทับอยู่ข้างใน ท่านกับข้า! มิหั
Read more

34.แผนเข้าหาน้องชายสหาย

ยามสนทยามาเยือน แสงสีส้มรำไรอาบไล้เทือกเขาสูงและผืนป่าสนอันกว้างใหญ่ ฝูงอาชาห้อตะบึงฝ่าลมหนาวมาได้ระยะหนึ่ง องค์รัชทายาทโจวเจี้ยนกั๋วออกแรงรั้งบังเหียนเมื่อสายตาปะทะเข้ากับโรงเตี๊ยมริมทางที่นี่คือเขตชายแดนรอยต่อระหว่างเมืองเฮ่าจินและแคว้นเจิ้ง เขาจำได้ว่าเจ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้คือ แม่นางหลิ่วหลงฟ่ง สตรีผู้มีเบื้องหลังไม่ธรรมดา นางเป็นถึงบุตรสาวคนโตของท่านชิงต้าฟูขั้นแปด หลิ่วหม่อเวิน ในเมื่อผ่านทางมาแล้ว องค์รัชทายาทจึงทรงปรารถนาทักทายพันธมิตรเพื่อกระชับสัมพันธไมตรีสักหน่อย “หยุด!” สิ้นเสียงผู้นำขบวน ทหารองครักษ์ทั้งหกต่างรั้งบังเหียนชะลอม้าโดยพร้อมเพรียง รวมถึงม้าสีน้ำตาลไหม้ของฉีเจียลี่ หยุดลงเช่นกัน ทุกคนลงจากหลังม้า องค์รัชทายาทขยับเข้าหาคุณชายฉีเจียลี่ เปรยว่า “หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ท้องไส้ก็มิอาจปล่อยให้ว่างเว้นได้ คุณชายฉี... เราพักที่นี่ หาอะไรรองท้องสักหน่อยเถิด” “พ่ะย่ะค่ะ” ฉีเจียลี่เห็นพ้องตามนั้น เหล่าองครักษ์และต้าเหนิงต่างจูงม้าไปพักพิงใต้ร่มไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามโรงเตี๊ยมองค์รัชทายาทนำเข้าไปด้านในเป็นคนแรก ตามด้วยฉีเจียลี่…ทันใดนั้น หญิงหม้ายเจ้าเสน่ห์นามหลิ่วหลงฟ
Read more

35.ความลับใต้เงาจันทร์

ณ อาณาบริเวณตำหนักไฉ่หงยามไฮ่... ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาอย่างสลัว ร่างทหารองครักษ์หวังเหล่ยเร้นกายอยู่ในเงามืดใต้ต้นฮวงหัวหลี่ข้างตำหนักส่วนพระองค์มาเนิ่นนาน สายตาของเขาจับจ้องทุกการกระทำของคนทั้งสองอย่างมิอาจวางตา ทว่าความจริงที่ปรากฏเบื้องหน้านั้น กลับเป็นสิ่งที่เขายากจะยอมรับได้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างองค์ชายอิ้งเยว่กับฉีอันฉี มิใช่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ทว่าองค์ชายรองผู้สูงศักดิ์กลับทุ่มเทรักหมดหัวใจให้แก่เด็กหนุ่มบ้านนอกผู้นี้อย่างไม่ลืมหูลืมตา ทั้งที่ข้างกายยังมีชายาเยี่ยนฟางประทับอยู่ทั้งคนแต่ไหนแต่ไรมา องค์ชายอิ้งเยว่ทรงมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้ไร้หัวใจ ไม่เคยสนพระทัยในความรักหรือกามารมณ์ ทรงเมินเฉยต่อสนมนางในนับสิบราวกับพวกนางเป็นเพียงธาตุอากาศ มิเคยเรียกหาผู้ใดให้มาอุ่นเตียงในยามค่ำคืน ทว่าเหตุใดกับเด็กหนุ่มผู้เย้ายวนคนนี้ องค์ชายถึงยอมลดตัวลงไปเกลือกกลั้วครั้งแล้วครั้งเล่าหากว่ากันตามจริง ความรักระหว่างบุรุษมิใช่เรื่องแปลกใหม่ที่มีในใต้หล้า หวังเหล่ยเองก็มิใช่ผู้มีจิตใจคับแคบ ทว่าในแง่ของเหตุผล องค์ชายไม่ควรรับฉีอันฉีไว้ในสถานะเช่นนี้ ประการสำคัญ... เขาคือน้องชาย
Read more

36.ความจริงเปิดเผย

ฉีเยี่ยนฟางและเสี่ยวซินถูกนางกำนัลล็อกตัวไว้ในท่าคุกเข่าตัวตรง ทว่าความเจ็บปวดที่หน้าผากกลับไม่อาจเทียบได้กับความเหน็บหนาวในใจ ของเหลวอุ่นเหนียวที่ไหลรินลงมาตามร่องแก้มคือโลหิตสีแดงฉานที่เริ่มหยดลงบนพื้นหิน“เห็นไหมเล่า... พวกเจ้าบาดเจ็บเสียแล้ว ซินอี๋ เหม่ยลี่ รีบไปหายามาใส่แผลให้ลูกสะใภ้ข้าเร็วเข้า”“ไม่ต้องลำบากเพคะ... แผลเพียงเท่านี้ หม่อมฉันทนได้” เยี่ยนฟางตอบเสียงสั่น“เจ้านี่นะ... เช่นนั้นก็ลุกขึ้นเถิด จะได้คุยกันต่อ ใช่ว่าข้าตั้งใจมาเอาความกับตระกูลฉีของเจ้าเสียหน่อย”เยี่ยนฟางพยุงกายลุกขึ้นนั่งบนม้าหินอย่างเสียไม่ได้ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความระแวง หากแต่อัครมเหสีทรงล่วงรู้ความลับเรื่องอันอันเสียแล้ว นางจะทำอย่างไรได้? ยิ่งคิดก็ยิ่งห่วงน้องชาย หากเจ้าเด็กดื้อรั้นยังไม่ยอมจากไป อาศัยเพียงบารมีท่านพ่ออาจคุ้มครองชีวิตเขาไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง ยิ่งสามีอย่างองค์ชายอิ้งเยว่ที่มึนตึงต่อกัน ซ้ำยังเคยตราหน้านางว่าวางยาปลุกกำหนัดเพื่อล่อลวงเขา... ความหวังที่จะพึ่งพิงเขานั้นริบหรี่เหลือเกิน“ข้ามาวันนี้ นอกจากจะไม่เอาผิดน้องชายเจ้าแล้ว ยังมีเรื่องหนึ่งที่ข้าร้อนใจจนต้องมาเตือนเจ้าให้รู้ตัว”“นอ
Read more

37.ฉีเยี่ยนฟางตักเตือนน้องชาย

หลังจากอันฉีก้าวเท้าเข้ามาภายใน บุรุษร่างเล็กในอาภรณ์สตรีก็กวาดตามองไปทั่วห้องทันที ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ พี่หญิงมีสภาพทรุดโทรมยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ใบหน้าที่เคยงดงามล่มเมืองบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด เส้นผมยาวสลวยที่เคยเกล้าไว้อย่างประณีตถูกปล่อยสยายยุ่งเหยิงถึงเอว ขณะที่ร่างบอบบางนั่งเอนกายพิงหมอนใบใหญ่อยู่บนเตียงอย่างอ่อนแรงเสี่ยวซินรีบดึงผ้าแพรขึ้นคลุมช่วงล่างให้นางอย่างมิดชิด ก่อนจะถอยลงไปนั่งที่พื้น กุมมือผู้เป็นนายไว้แน่นพลันเงยหน้ามองเจ้านายน้อยด้วยสายตาที่มีความหวัง ในมุมหนึ่งของห้อง องครักษ์หวังเหล่ยยืนสงบนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง เขาเอี้ยวตัวกลับมามองผู้มาใหม่ด้วยสายตาคมปลาบดุจพยัคฆ์ สายตาคู่นั้นจับจ้องน้องชายของพระชายานิ่งงันจนยากจะคาดเดาความหมายว่าเขากำลังคิดอ่านสิ่งใดอยู่ร่างสูงในเครื่องแบบทหารก้าวเดินสวนออกไปเงียบๆ หลังจากสังเกตการณ์จนพอใจ โดยไม่ปริปากพูดแม้แต่ครึ่งคำ อันฉีรีบเบี่ยงกายหลีกทางให้ด้วยสัญชาตญาณ“อันอัน... เจ้ามาแล้วหรือ” เสียงสั่นพร่าของพี่หญิงเอ่ยเรียกเขาเป็นคนแรก“พี่หญิง ข้ามาแล้ว!” อันฉีถลาเข้าไปหาคนเจ็บบนเตียง สวมกอดนางไว้เต็มอ้อมแขน ฉีเ
Read more

38.จับนายน้อยอันฉีมาแต่งสวย

เทียนจื่อ “อิ้งเยว่..เจ้าเองใช่ว่าไม่รู้ เวลานี้บ้านเมืองปั่นป่วนยิ่งนัก เจ้าเมืองล้วนกระด้างกระเดื่อง พละกำลังทหารหกกองทัพของเราเพียงลำพังไม่อาจต้านศึกรอบทิศได้... มีเพียงฉีห่าวหราน พ่อตาของเจ้าที่ยังภักดีต่อข้า! ทั้งอาสาคุมด่านหน้าให้พวกเรา เจ้าเข้าใจความหมายของพ่อหรือไม่?”“เช่นนั้น เสด็จพ่อ ทรงมีประสงค์ให้ลูก...”“เจ้าจงปฏิบัติกับฉีเยี่ยนฟางให้ดี ในฐานะสามีภรรยา เจ้าควรรับนางมาอยู่ที่ตำหนักของเจ้า อีกทั้ง ร่วมหอกับนางเสียให้เป็นเรื่องเป็นราว... ถือเสียว่า เป็นการแลกเปลี่ยน หากเจ้าทำได้… เรื่องอื่นของเจ้า... พ่อจะไม่ก้าวก่ายแม้แต่น้อย”ต่อหน้าพระพักตร์ องค์ชายอิ้งเยว่ถึงกับเข่าทรุด แววตาเต็มไปด้วยความหนักใจ ความอึดอัดภายในเอ่อล้น จนเผลอแสดงออกทางสีหน้า ไร้ซึ่งหนทางหาเหตุผลมาโต้แย้ง องค์จักรพรรดิทรงล่วงรู้ถึงความในใจได้โดยไม่ต้องเอ่ยคำ“เพียงแต่เรื่องนี้ ลูก...” “เจ้าคิดจะปฏิเสธรึ!” สุรเสียงทรงอำนาจเข้มขึ้นหลายส่วน เป็นการข่มขวัญและสั่งการในทีว่าห้ามมีคำคัดค้านใดๆ “หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ พ่ะเจ้าค่ะ” อิ้งเยว่รีบรีบก้มหน้า ซ่อนเร้นกระแสความรู้สึกไว้ บุตรชายคนที่สองของเทียนจื่อผู้นี้
Read more

39.เตรียมเรือนหอ

หวังเหล่ยองครักษ์หนุ่มชายตามองอันฉี ที่ยืนเกาะแกะอยู่ข้างกายเสี่ยวซินแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาทางพระชายาซึ่งนั่งรอฟังความอย่างตั้งใจบนม้าหิน เขาโน้มตัวลงทูลรายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “กระหม่อม เกรงว่าพระชายาจะเตรียมองค์ไม่ทันการณ์ จึงเร่งมาส่งข่าวแต่เนิ่นๆ พ่ะย่ะค่ะ”“ท่านมาแจ้งเอาป่านนี้ ยังกล้าเรียกกว่าเนิ่นๆ อีกหรือ!” อันฉีโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด “หากอยากบอกแต่เนิ่นๆ ไฉนไม่มาเสียตั้งแต่วันก่อนเล่า!”“อันอัน ไม่เอาน่า... เจ้าอย่าเสียมารยาทสิ”เมื่อถูกปราม อันฉีจึงได้แต่นิ่งงันก้มหน้างุด เขาแน่ใจว่าองครักษ์ผู้นี้รู้ความลับหมดแล้ว ทั้งเรื่องที่เขาเป็นบุรุษหาใช่สตรี และเรื่องความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับพี่หญิง ทว่าในเมื่ออีกฝ่ายมิได้เอาความ ย่อมเดาได้ไม่ยากว่าหากมิใช่เพราะเห็นแก่หน้าพี่หญิงของตนแล้ว จะเป็นเพราะเหตุใดได้อีกถึงกระนั้น อันฉีก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจ สายตาของหวังเหล่ยที่เหลือบมองมาถึงสามครานั้นแฝงความนัยแปลกๆ ราวกับไม่ชอบขี้หน้าเขา... แต่ด้วยเหตุผลกลใดกันเล่า เขาเผลอไปทำอะไรให้ทหารหน้าเหม็นผู้นี้เคืองใจตอนไหน?ฉีเยี่ยนฟาง ลุกขึ้นยืนพลางค้อมศีรษะประสานมือคารวะ “ท่านองครักษ์...”อีกฝ
Read more

40.อันฉีล่วงรู้ถึงสถานะที่แท้จริงขององค์ชายอิ้งเยว่

“มาแล้วเจ้าค่ะนายน้อย! นั่นอย่างไรเจ้าคะ... องค์ชายอิ้งเยว่”ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีแดงมงคลย่างกรายขึ้นบันไดมาอย่างองอาจ สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องตรงมาที่ฉีอันฉีเพียงผู้เดียว…ส่วนอันฉีที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นได้แต่แหงนหน้าสบตาค้างอยู่อย่างนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบหลุดจากอก ก่อนจะพลันวูบโหวงคล้ายดิ่งลงสู่เหวลึกเหตุใดจึงเป็นคนผู้นี้ไปได้... คนตรงหน้าที่แสนคุ้นตา คุ้นเสียจนหัวใจสั่นสะท้าน นั่นมิใช่ท่านพี่ชุนของเขาหรอกหรือ? ไฉนเพียงชั่วข้ามคืน ชายสามัญชนกลับกลายเป็นขัตติยาผู้สูงศักดิ์ไปเสียได้!นายน้อยแห่งสกุลฉีตกตะลึงจนหน้ามืดตาลาย ภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนแทบจะลมจับ เขาตั้งตัวรับความจริงนี้ไม่ทัน แม้อีกฝ่ายจะมายืนอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด แต่อันฉีก็ยังไม่อยากปักใจเชื่อ... นี่คือเรื่องจริง หรือเป็นเพียงกลลวงอันแสนร้ายกาจกันแน่!ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นผิดจังหวะจนแทบจะระเบิดออกมา ดวงตารีเรียวเบิกกว้างจ้องมองผู้มาใหม่เขม็ง ร่างสูงสง่าหยุดยืนนิ่ง ตีสีหน้าเรียบเฉยไร้วาจา ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกันอยู่นานเนิ่น คนหนึ่งยืนตระหง่าน อีกคนแหงนเงยมองคอตั้งประสานสายตาไม่มีใครยอมหลบ ราวกับอยากจะพิสูจน์ให้แ
Read more
PREV
1234568
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status