Tous les chapitres de : Chapitre 1 - Chapitre 10

13

1.ขบวนแห่ยิ่งใหญ่

“พวกเขามากันแล้ว!” อากุ้ย ทาสรับใช้ในจวนของท่านเจ้าแคว้นฉี ใช้มือป้องปากตะโกนลั่นด้วยสีหน้าตื่นเต้น หากแต่แฝงไว้ด้วยความยินดีอย่างยิ่งยวด ทาสรับใช้คนอื่น ๆ ที่ทำงานอยู่ก็ชะงักมือหยุดงานตรงหน้าแทบจะทันที อาเหว่ย ถึงกับโยนกระบุงเกลือที่แบกไว้บนบ่าทิ้งไปอย่างลืมตัว ส่วนอาเฉียง วางไม้กวาดในมือพิงไว้กับต้นท้อใกล้ ๆ จากนั้นทั้งหมดก็รีบสาวเท้ากรูกันเข้ามายืนข้างกายเจ้าคนแหกปากด้วยความอยากรู้อยากเห็นสิ่งที่พวกเขาได้เห็นตรงหน้าประตูจวนนั้นคือ กลุ่มคนในเครื่องแบบทหารกำลังแบกเกี้ยวสีแดงหลังใหญ่มุ่งตรงมายังจวน บุรุษและสตรีรวมกันเกินกว่าห้าสิบชีวิต จัดแบ่งเป็นสองแถวซ้ายขวาอย่างเป็นระเบียบ นำหน้าด้วยเหล่าทหาร ตามด้วยเหล่านางกำนัล และที่ขาดไม่ได้คือเหล่านักดนตรีที่กำลังประโคมมโหรีสร้างความครึกครื้นเอิกเกริกมาตลอดทางเมื่อขบวนแห่ดังกล่าวมาหยุดสนิทหน้าประตูจวนตระกูลฉี แปดบุรุษร่างบึกบึน ผู้ทำหน้าที่แบกเกี้ยวเจ้าสาวหลังใหญ่อันว่างเปล่าไว้บนบ่า ต่างค่อย ๆ ประคองเกี้ยวสีแดงนั้นวางลงพื้นโดยพร้อมเพรียงกันอย่างระมัดระวัง เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแม้แต่น้อยอากุ้ย ทำหน้าระรื่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื้นตัน:
last updateDernière mise à jour : 2026-02-19
Read More

2.วีรกรรมของเจ้านายน้อย

ในเวลาเดียวกัน ณ อีกมุมหนึ่งของจวนตระกูลฉี หลังกำแพงพุ่มไม้หนาทึบปรากฏความเคลื่อนไหวบางอย่าง ดวงตาดำขลับสุกสกาวทว่าแฝงแววซุกซนสองคู่กำลังจดจ้องผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งไม้นั้น เป้าหมายคือกลุ่มขบวนนางกำนัลและเหล่าองครักษ์ที่เพิ่งก้าวเข้ามาภายในจวนตระกูฉีเจ้าของดวงตาทั้งสองคู่เห็นพ่อบ้านหลี่เดินนำนางกำนัลนับสิบออกมาจากเรือนใหญ่เพื่อรับรองแขกเหรื่อ ระหว่างรอว่าที่พระชายาแต่งองค์ทรงเครื่องเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินยังไม่เสร็จดี นางกำนัลสี่นางเดินนำหน้า ประคองถาดทองเหลืองบรรจุชุดน้ำชาอย่างระมัดระวัง ส่วนที่เหลือถือถาดผลไม้และของว่างติดตามมาติดๆ ท่วงท่าการก้าวเดินเยื้องย่างอวดทรวดทรงองค์เอวที่บิดไหวไปมาภายใต้อาภรณ์งดงามนั้น ช่างดูน่ามองยิ่งนักเมื่อมาหยุดอยู่เบื้องหน้าผู้คุ้มกันขบวนทั้งหก พ่อบ้านหลี่ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม เหล่าดรุณีต่างยอบกายทำความเคารพ ก่อนจะทยอยวางของว่างลงบนโต๊ะไม้จื่อถานทรงโบราณ แขกผู้มาเยือนทั้งหกล้วนดูสง่าผ่าเผยสมกับตำแหน่งชิงต้าฟู ในชุดเครื่องแบบทหารชั้นสูง พวกเขานั่งพักผ่อนอิริยาบถอยู่บนศาลาพักร้อนตามคำเชิญทว่าหลังพุ่มไม้นั้น อาถิง อยู่ในท่าหมอบคลานราบไปกับพื้นเพื่อ
last updateDernière mise à jour : 2026-02-19
Read More

3.นายน้อยท่านกำลังล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?

เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป คนที่ถูกบังคับให้ทำเรื่องยากเริ่มมีสีหน้าย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ความหนักอกหนักใจถาโถมจนแทบอยากจะร้องไห้ ไม่รู้ว่าควรจัดการเช่นไรดี ทว่าในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างคนถูกข่มขู่ เมื่อนางกำนัลนางหนึ่งเดินแยกตัวออกมาจากกลุ่มด้วยใบหน้าซีดเซียว ร่างบอบบางเดินโซซัดโซเซมาทางพุ่มไม้ที่อาถิงซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความกลัดกลุ้มไร้ทางออก จู่ๆ ร่างของแม่นางคนงามก็ทรุดฮวบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นดินอาถิงกะพริบตาปริบๆ ชะเง้อคอออกไปดูด้วยความตื่นตระหนก “เกิดอะไรขึ้นน่ะ!” เขาตกใจไม่น้อย ไม่รู้ว่านางเป็นลมหรือสิ้นใจไปแล้ว แต่ชั่วพริบตานั้นความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว... ‘นี่มันส้มหล่นใส่มือข้าชัดๆ!’ อาศัยจังหวะปลอดคน เขารีบพุ่งตัวเข้าไปหาดรุณีนางนั้น ก่อนยื่นมือหยิบกลีบดอกท้อที่ร่วงหล่นบนแก้มขาวซีดออกให้นาง แล้วใช้นิ้วชี้อังที่ปลายจมูก ‘ยังไม่ตาย... โอว์ สวรรค์ ท่านเมตตาข้าแล้ว ขอบคุณท่าน อาถิงขอบคุณท่านจริงๆ’ เมื่อแน่ใจว่านางเพียงแค่หมดสติ เขาจึงยกมือไหว้ปลกๆ ‘พี่สาว ได้โปรดยกโทษให้อาถิงด้วย’ ก่อนจะรีบแบกร่างไร้สติขึ้นบ่า พาเข้าไปหลังพุ่มหญ้าเหมาที่ขึ้นรกชันอาถิงวางร่างนางกำนัลลงอย่างเบาม
last updateDernière mise à jour : 2026-02-19
Read More

4.นายน้อยฉีอันฉีปลอมเป็นสตรี

ส่วนฮูหยินนั้น เมื่อเห็นคนเป็นสามีเสียอาการปานนี้ นางจึงขยับขึ้นหน้าเป็นฝ่ายพูดเสียเอง “อาฟาง เจ้าจงจำไว้ให้ดี เจ้าน่ะ แต่งงานแล้ว ตอนเจ้าอยู่ในตำหนักไฉ่หง เจ้าจงทำตัวให้เหมาะสมตามขนบธรรมเนียมประเพณีในวังหลวง อย่าทำสิ่งใดให้องค์ชายสอง สามีของเจ้าต้องขายหน้าเป็นอันขาด หมั่นเอาใจใส่ดูแลเขาให้ดี อย่าได้มีสิ่งใดผิดพลาด ห้ามเจ้าบกพร่องในหน้าที่พระชายาของเจ้า ทีนี้เจ้าจำได้แล้วใช่หรือไม่?”“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะจดจำคำพูดของท่านเอาไว้ไม่ลืมแน่เจ้าค่ะ”ร่างสูงใหญ่หมุนกายมาเผชิญหน้ากับบุตรสาวอีกครั้ง แข็งใจกล่าวสอนสั่งนาง “อาฟาง เดิมทีเจ้าไม่ได้รักสามีของเจ้า จะดีจะชั่วถึงอย่างไรองค์ชายสอง เขาก็เป็นสามีเจ้า นับจากนี้ไปเจ้าต้องใช้ชีวิตร่วมกับเขา เจ้าจงจำไว้ให้ดี ความซื่อสัตย์เท่านั้นที่จะนำพาชีวิตคู่ของพวกเจ้าให้คงอยู่ตลอดไป อย่าได้หลงลืมคำสอนของพ่อ ห้ามเจ้านอกใจสามีของเจ้าเป็นอันขาด สตรีออกเรือนแล้วหากมีใจให้ชายอื่น ชีวิตจะตกต่ำอย่างคาดไม่ถึงเชียวล่ะ เจ้าเข้าใจข้อนี้ใช่หรือไม่?”“ท่านพ่อ ข้าจะไม่ลืมคำสอนของท่านเจ้าค่ะ”“เช่นนั้น เจ้าไปเถอะ”“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าขอลา”ฉีเยี่ยนฟางยอบกายคาร
last updateDernière mise à jour : 2026-02-19
Read More

5.การปลอมตัวในขบวนเจ้าสาว

ใต้ท้องนภาสีครามยามเหมันต์ สายลมพัดโชยมาปะทะร่างผู้คนในขบวนเจ้าสาวให้รู้สึกหนาวเหน็บจับใจไม่น้อย ท่านชิงต้าฟูนามจางเหว่ย ผู้ปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันขบวน ออกแรงชักบังเหียนบังคับม้าให้เดินเยาะๆ อย่างอย่างเชื่องช้า เขาสำรวจตรวจตราความเรียบร้อยอยู่ข้างแถว ดวงตาคมกริบของเขาเหลือบมองไปยังนางกำนัลที่เดินอยู่ท้ายสุด สายตาที่จับจ้องราวกำลังจับผิด ทำให้อีกฝ่ายอดรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไม่ได้ แต่พอบุรุษผู้เป็นท่านชิงต้าฟูละสายตาไปทางอื่น คนที่มีชนักปักหลังถึงกับผ่อนลมหายใจออกมาทางปากอย่างโล่งอก ฉีอันฉีเอามือแตะตรงหน้าอกข้างซ้ายเพื่อตรวจดูว่าหัวใจเขายังเต้นเป็นปกติอยู่หรือไม่นับเป็นโชคดีที่บุตรชายคนเล็กของเจ้าแคว้นฉีมีใบหน้าละม้ายคล้ายมารดาถึงหกส่วน เป็นบุรุษรูปงามอย่างเหลือเชื่อ ทั้งยังมีฝีมือของอาถิงที่ช่วยจัดแต่งทรงผมให้ การแต่งกายเป็นสตรีจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉีอันฉีเลย อีกทั้งเขายังมีรูปร่างเล็กกว่าบุรุษทั่วไป ผิวพรรณของเจ้านายน้อยนั้นขาวผ่องเป็นยองใย ยิ่งกว่าสตรีบางคนเสียอีก ยามอยู่ในอาภรณ์ชุดนางกำนัลเช่นนี้จึงไม่มีผู้ใดจับได้ว่าเป็นบุรุษปลอมตัวมา ทั้งการสนทนาระหว่างฉีอันฉีกับพี่สาวผู้นั้นก็จบลงด้วยด
last updateDernière mise à jour : 2026-02-20
Read More

6.เผชิญหน้าหลังพงอ้อ

คนที่มาคือ องครักษ์หวังเหล่ยนั่นเอง เขายกดาบคมๆ ในมือชี้ตรงไปยังร่างเล็กที่กำลังนั่งคุดคู้อยู่หลังกอต้นอ้อสูงท่วมหัวหวังเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน “เจ้าเป็นใคร? มาทำลับๆ ล่อๆ เช่นนี้ด้วยเหตุอันใด? แล้วเจ้าเป็นนางกำนัลในสังกัดของใครกันแน่?”ฉีอันฉีปากสั่นระริก “ข้า ข้า มา เอ่อ.. มา...” เพียงเห็นอาวุธในมืออีกฝ่ายชี้ตรงมายังตนก็ตกใจจนลืมคำพูดที่เตรียมมาจนหมดสิ้น กลายเป็นพูดติดๆ ขัดๆองครักษ์หวังเหล่ยตวาดซ้ำ “เจ้ามีอะไรจะพูดก็รีบพูดออกมา! ก่อนที่เจ้าจะหมดโอกาส!”คนที่กำลังถูกคุกคามพยายามใช้สติเค้นหาทางแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วนเพื่อให้รอดพ้นจากคมดาบ “คะคือ... คือข้า...”“พูด!”คุณชายน้อยตระกูลฉีตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าหวาดเสียวเช่นนี้มาก่อน ชายผู้นี้รูปร่างสูงใหญ่ ดวงตาดุดันน่าเกรงขามยิ่งนัก อีกทั้งกระบี่ในมือก็เป็นของจริง เขาควรยกเรื่องใดมากล่าวอ้างดีเล่า ความจริงที่ว่าเขาหาได้เป็นทาสหรือนางกำนัลในสังกัดผู้ใดไม่ แต่มีฐานะสูงส่งเป็นถึงน้องชายของพระชายาเยี่ยนฟางเชียวนะ! ทว่าเรื่องนี้พูดไม่ได้เด็ดขาด ถ้าขืนพูดออกไปตรงๆ มีหวังความผิดฐานปลอมตัวเป็นสตรีเข้ามาในวังจะถูกเปิด
last updateDernière mise à jour : 2026-02-21
Read More

7.องค์ชายอิ้งเยว่ยังคงรักษาพรหมจรรย์ไว้ได้

องค์ชายอิ้งเยว่รับสั่งอย่างเข้าใจ “สถานที่กว้างใหญ่เช่นนี้ ผู้มาใหม่ย่อมไม่คุ้นชิน นางพลัดหลงก็เป็นเรื่องธรรมดา... อาเหล่ย”“พ่ะย่ะค่ะ”“เจ้าแน่ใจหรือ..มิใช่ว่า นางถูกอัครมเหสี ส่งนางเข้ามาสอดแนมข้า”“ดูจากลักษณะเซ่อซ่าของนาง ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ”“อืม เช่นนั้นก็ช่างเถอะ... นางเป็นคนของผู้ใดรึ?”หวังเหล่ยรีบประสานมือ แล้วกล่าว “ทูลองค์ชาย กระหม่อมสะเพร่าเรื่องสำคัญเช่นนี้ ขอองค์ชายทรงลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“ช่างเถอะๆ เป็นเพียงแม่นางน้อย แค่ไล่ไปก็พอ”“กระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”มือหนาวางจอกกระเบื้องลงบนโต๊ะไม้จื่อถานแกะสลักลายกิเลน แล้วจับพวยการินชาอีกครั้ง “อาเหล่ย”“พ่ะย่ะค่ะ”“ชายาของข้า ฉีเยี่ยนฟาง ตอนนี้นางเป็นเช่นไรบ้าง? ข้าได้ยินว่าสุขภาพนางมิสู้ดีนัก”นับตั้งแต่วันส่งตัวเข้าหอ หลังจากเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวองค์ชายอิ้งเยว่กลับไม่สนพิธีดื่มเหล้ามงคลร่วมกับนาง หากแต่เลือกแยกมาอยู่ในตำหนักนี้มาตลอด ทั้งไม่เคยคิดแตะต้องร่างกายชายาแม้แต่ปลายก้อย มิใช่ว่านางไม่งดงาม เพียงแต่ความรู้สึกปรารถนาเช่นบุรุษพึงมีต่อสตรีนั้น สำหรับองค์ชายอิ้งเยว่ กลับไม่มีให้ฉีเยี่ยนฟางแม้แต่น้อย ลึกๆ ในใจเขา ใช่ว่
last updateDernière mise à jour : 2026-02-22
Read More

8.ความชิงชังในวังหลวง

เมื่อเรื่องราวล่วงรู้ถึงเทียนจื่อ พระองค์ทรงมีพระบัญชาเด็ดขาด สั่งให้นางทาสในวังหลวงผู้มีรูปร่างแข็งแรงถึงสามคน ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าสนมกุ้ยเฟยไว้อย่างเข้มงวด มิให้พระนางทำร้ายทารกในครรภ์ได้สำเร็จ จนกว่าจะครบกำหนดคลอดจึงจะแยกทารกออกมาเลี้ยงดูต่างหาก เทียนจื่อทรงกำชับนักหนาว่า หากทารกเป็นอันตราย ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องโทษประหารไม่เว้นแม้แต่คนเดียวในที่สุด วันที่องค์ชายอิ้งเยว่ลืมตาดูโลกก็มาถึง เขาได้รับการดูแลจากแม่นมทั้งสามที่ได้รับพระบัญชาให้อารักขาเขามาโดยตลอด ส่วนมารดานั้นแม้คลอดเขาออกมาแล้ว ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่จะโอบอุ้มลูกชายเฉกเช่นแม่คนอื่น แม้องค์ชายน้อยจะร้องไห้ฟูมฟายปานจะขาดใจที่มารดาไม่รัก ทว่าเขาก็เกิดความกังขาอยู่บ้าง เหตุผลอันใดมารดารังเกียจตนถึงเพียงนี้ ครั้นเติบโตจนรู้ความ องค์ชายอิ้งเยว่จึงได้ทราบความจริงจากแม่นมทั้งสามถึงที่มาที่ไป ว่าเหตุใดพระสนมกุ้ยเฟยจึงชิงชังเทียนจื่อ และเกลียดชังบุตรชายอย่างเขา สุดท้ายองค์ชายก็เข้าอกเข้าใจพระมารดาเป็นอย่างดี แม้มารดาจะเกลียดชัง แต่เขาไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนั้นต่อนางเลยปีนั้น องค์ชายอิ้งเยว่จำได้ว่าเทียนจื่อทรงเศร้าโศกเพียงใด เมื่อ
last updateDernière mise à jour : 2026-02-23
Read More

9.ตำหนักร้างกับชายหนุ่มลึกลับ

องค์ชายอิ้งเยว่ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามก็มาถึงอาณาเขตของตำหนักเย็น สถานที่ซึ่งเคยจองจำมารดาของเขาเมื่อสิบปีก่อน ความทรงจำอันเจ็บปวดมิเคยเลือนหายไปจากใจเลย แม้เวลาล่วงเลยมาป่านนี้ ร่างสูงในชุดทหารยามมุดผ่านรั้วลวดหนามเข้าไปทันทีที่มาถึง ภายในบริเวณ มีต้นหญ้าแห้งกรังขึ้นสูงจนทึบหนา เขาชักกระบี่ออกมา ก่อนออกแรงฟันสิ่งกรีดขวางเพื่อเปิดทาง จากนั้นก้าวเดินอีกไม่ไกล เขาเก็บกระบี่เข้าฝักตามเดิม ก้มตัวลอดกิ่งไม้ใหญ่ หลบเลี่ยงเถาวัลย์พันเกี่ยวรกรุงรัง ฝ่าเท้าเหยียบย่ำบนถนนเล็กแคบซึ่งแทบมองไม่เห็นพื้นคอนกรีต เนื่องจากกาลเวลาที่ผันผ่านไปนานนับปี ร่างสูงก้าวเดินอย่างมั่นคงไม่ไกลนัก เขาก็เห็นสิ่งปลูกสร้างเก่าอายุหลายสิบปีตั้งตระหง่านตรงหน้า ผนังปูนเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำเกาะหนาเป็นคราบเขียวดำจนน่าขนลุก ดวงตาสีดำขลับดุจเดือนมืดในยามรัตติกาลจับจ้องไปยังประตูเหล็กกล้าบานใหญ่ สนิมกัดกร่อนจนไม่เหลือเค้าเดิมแล้วแต่เมื่อเข้าใกล้...อิ้งเยว่พลันขมวดคิ้วอย่างสงสัย มีบางสิ่งผิดปกติที่ไม่อาจมองข้ามได้ เขาจ้องมองสิ่งผิดปกตินั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา‘เหตุใดกลอนประตูจึงไม่เหมือนเดิมแล้วเล่า?’ สิ่งนั้นถูกงัดออก
last updateDernière mise à jour : 2026-02-26
Read More

10.เจ้าใส่ความข้าชัดๆ

ฉีอันฉีละมือจากแก้ม ก่อนยืดตัวตรง มีสีหน้าจริงจัง “ข้าพูด ข้าพูด หากท่านรับปากข้าเรื่องหนึ่ง”องค์ชายอิ้งเยว่ “ได้ ข้ารับปากเจ้า”เจ้าตัวเล็กรีบพูด “พี่ชาย ท่านห้ามแพร่งพรายเรื่องที่ข้าเป็นบุรุษออกไปเด็ดขาด อีกทั้ง ห้ามท่านจับข้าด้วย”คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย “เหตุใดข้าจับเจ้า?”หนุ่มน้อยรีบบอก “ท่านเป็นทหารเฝ้ายามไม่ใช่หรือไง! หน้าที่จับกุมผู้บุกรุกวังหลัง หากไม่ใช่ท่าน ไยจะเป็นผู้ใดได้อีก”องค์ชายอิ้งเยว่รีบก้มมองเครื่องแบบทหารที่ตนสวมใส่ตอนนี้ เขาก็ถึงบางอ้อทันที “อ๋า... ที่แท้ ข้าเป็นทหารยามนี่เอง แต่ตอนนี้ ข้าออกเวรยามแล้ว เจ้าไม่ต้องกลัวข้า ข้าไม่จับเจ้าหรอก”ฉีอันฉียิ้มออกมาได้อย่างสบายใจ “ดี! เช่นนี้ ข้าก็ไม่ต้องกังวลแล้ว” หากพบกันวันหน้า ก็ไม่แน่ว่าเขาจะรอดพ้นหรือไม่ ‘ช่างเถอะๆ ข้ากับท่าน พบกันแค่ครั้งเดียวก็พอ’ ดูเหมือนว่า อีกฝ่ายจะอ่านความคิดในหัวของเจ้าเด็กน้อยออก “เจ้าพูดซี้ เหตุจำเป็นของเจ้าคือเรื่องใด ไฉนเจ้าปลอมเป็นสตรีมาอยู่ในวังต้องห้ามเยี่ยงนี้ หากเจ้ายอมพูด บางทีวันหน้าหากได้พบเจ้า ข้าอาจไม่เอาผิดกับเจ้า”ฉีอันฉีเปลี่ยนท่าทางใหม่ เป็นนั่งงอตัว ผายไหล่แคบเล
last updateDernière mise à jour : 2026-02-27
Read More
Dernier
12
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status