All Chapters of ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย: Chapter 31 - Chapter 40

80 Chapters

21

บทที่ 21 ส่งสมุนไพรชั้นดีไปที่จวนท่านหญิงยามซวี[1] ณ ตำหนักตะวันออกของพระราชวังส่วนหน้าภายในห้องโถงโอ่อ่า เปลวเทียนที่ลุกไหวสะท้อนเงาของบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่เอนกายบนเก้าอี้ไม้ประดับลายงูใหญ่ องค์รัชทายาทหยางเฉิน กำลังพลิกพัดในมืออย่างเชื่องช้า แววตาเงียบขรึม รอฟังรายงานจากองครักษ์ของตนปี่ชวน คุกเข่าอยู่กลางห้อง สีหน้านิ่งเรียบขณะเปิดปากรายงาน"ทูลองค์รัชทายาท วันนี้ท่านหญิงซือหนิงออกจากจวนตั้งแต่ช่วงสาย ไปยังตลาดพ่ะย่ะค่ะ""นางไปทำสิ่งใด?""นางเข้าเพียงร้านสมุนไพรพ่ะย่ะค่ะ แวะหลายร้านอยู่พอสมควร"หยางเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย"ร้านสมุนไพร?""พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยรออยู่ด้านนอก แต่เห็นว่านางออกจากแต่ละร้านมาก็มีห่อสมุนไพรติดมือออกมานิดหน่อย"หยางเฉินพลิกพัดในมือช้า ๆ ใบหน้าของเขายังเรียบเฉย แต่ในแววตากลับมีประกายแสงแวบผ่านน่าประหลาดที่สตรีนางหนึ่งเข้าร้านสมุนไพร... แต่มิได้เข้าร้านซื้อเครื่องประดับ อาภรณ์ หรือของใช้ที่สวยงาม...น่าสนใจ"สมุนไพรนั้นหายากหรือ?""เป็นเพียงสมุนไพรตามทั่วไปพะยะค่ะ"หยางเฉินเคาะนิ้วลงบนพนักเก้าอี้เบา ๆ ริมฝีปากยกยิ้มบาง ๆ แต่แฝงความล้ำลึก"สมุนไพรพื้นฐานทั่วไปง
Read more

21.2

"ได้โปรดฟังข้อเสนอของข้าก่อน... ข้าต้องการให้ท่านเก็บพวกสมุนไพรจำพวกนี้มากเท่าที่มากได้"ซือหนิงยืนกระดาษสีน้ำตาลที่มีรูปวาดลักษณะของสมุนไพรหลายชนิดอยู่ นางใช้การวาดรูปแทนเขียนเพราะรู้ว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือทั้งนายพรานกับภรรยาของเขามองภาพวาดแล้วก็หันมามองหน้ากันอย่างงุนงง ก่อนจะเป็นนายพรานที่เอ่ยขึ้นอย่างอดสงสัยไม่ได้"ข้านั้นเก็บของพวกนี้ไปขายในเมืองอยู่แล้ว สมุนไพรพวกนี้เก็บไปก็ขายได้ในราคาที่ถูกนัก ข้าต้องเตือนท่านไว้ก่อนว่าหากท่านต้องการนำไปขายล่ะก็ เมื่อรวมค่าจ้างข้าเข้าไปแล้วท่านจะได้ไม่คุ้มเสียเอา..."ซือหนิงยิ้มบาง ๆ อย่างประทับใจนายพรานผู้นี้มีนิสัยที่น่าคบหาและน่าทำธุรกิจด้วยนัก เรื่องนี้เขาจะไม่เอ่ยเตือนนางก็ได้ เพราะนางจะได้กำไรหรือไม่อย่างไรเขาก็ได้เงินค่าจ้างจากนางไปอยู่ดีไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะคิดว่านางบ้าไปแล้ว หากนางไม่มีมิติคลังเก็บของที่มีตู้ควบคุมอุณหภูมิ ตู้ควบคุมความชื้นก็คงไม่คิดทำเช่นนี้เหมือนกัน"ไม่ต้องกังวลว่าจะขายไม่ได้ พวกท่านหามาได้เท่าใดข้ารับซื้อเองทั้งหมด"นายพรานมองนางด้วยสายตาประเมินอีกรอบ ครานี้เขาเริ่มแน่ใจแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้านี้ไม่
Read more

22

บทที่ 22 ได้เวลากลับกระดานแล้วรถม้าจอดเรียงกันริมสองข้างทาง ซือหนิงเลือกคันหนึ่งที่ดูสะอาดเรียบร้อย และมีสารถีสูงวัยท่าทางต้อนรับผู้หนึ่งอย่างไม่เรื่องมาก"ไปตรอกหยกขาว" ซือหนิงพูดจบก็กระโดดขึ้นรถม้าของเขาทันใด"ได้ขอรับ"ซือหนิงขึ้นรถม้าเสร็จก็เอนกายพิงข้างฝาทันที นางเหนื่อยล้าเต็มทน เปลือกตาหนักอึ้ง ความอ่อนเพลียจากการอดนอนตลอดคืนทำให้ร่างกายเรียกร้องการพักผ่อนเมื่อรถม้าเคลื่อนตัว ซือหนิงก็หลับตาลงโดยพลันแต่ถึงอย่างนั้นแม้ดวงตาจะปิด แต่สติสัมปชัญญะของนางยังตื่นตัวอยู่เสมอ สัมผัสของล้อที่หมุนไปตามพื้นถนน... เสียงฝีเท้าของม้า... และทิศทางลมที่พัดผ่านม่านรถม้า ทำให้คนที่คอยคำนวณทิศการเดินทางขมวดคิ้วมุ่นทันใดผิดไปจากเส้นทางปกติ ราวกับไม่ได้มุ่งไปทางตรอกหยกขาว...สารถีเปลี่ยนเส้นทางโดยไม่บอกนางเช่นนี้ คงไม่ใช่ว่านางเจอดีเข้าแล้วหรอกนะซือหนิงยังทำทีนอนหลับเช่นเดิมนางมิได้ตื่นตระหนกให้อีกฝ่ายรู้ นางยังคงหลับตาลงอย่างคนที่หลับใหลไปแล้วจากเสียงรอบข้างที่ค่อย ๆ เงียบลงและลมที่เริ่มพัดแรงขึ้น แสดงว่าพวกมันกำลังมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่ร้างผู้คนเวลาผ่านไปสักก็รับรู้ถึงการชะลอความเร็วของรถม
Read more

23.1

บทที่ 23 ใครควรกลัวใครกันแน่!เสียงกระแทกดัง "ตุ้บ!" สะท้อนก้องภายในห้องไม้เก่า ซือหนิงที่จงใจขยับตัวกระแทกผนังไม้เก่าจนเกิดเสียงดังเพื่อเรียกคนข้างนอกให้เข้ามาไม่ต้องรอนาน เสียงฝีเท้าหนักก็ดังขึ้นจากด้านนอก ประกอบกับเสียงสนทนาเบา ๆอย่างที่นางต้องการ“นางน่าจะฟื้นแล้ว”“หึ งั้นก็ถึงเวลาแล้ว...”ประตูไม้เก่าถูกผลักออกอย่างแรง ชายฉกรรจ์สี่คนก้าวเข้ามาภายในห้อง แววตาแข็งกร้าวราวกับนักล่าที่จ้องเหยื่ออ่อนแอ พวกมันมองดูซือหนิงที่ยังคงนั่งพิงผนังอยู่ ใบหน้าไร้ซึ่งความหวาดกลัว“ดูท่าจะเป็นพวกใจแข็งไม่น้อยเลยนะ ท่านหญิงซือหนิง”เสียงหนึ่งดังขึ้น ชายร่างสูงใหญ่ผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านแก้มก้าวเข้ามาใกล้ เขามองซือหนิงจากศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาเหยียดหยัน“หรือเจ้าคิดว่าพวกข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้?”ซือหนิงปรายตามองพวกมันทีละคน นางไม่แม้แต่จะขยับตัว สายตานิ่งเฉยราวกับพวกมันเป็นเพียงตัวละครในบทละครที่ถูกส่งมาเล่นตามคำสั่งเท่านั้น“หึ” นางกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย“พวกเจ้าถูกจ้างมาให้พูดประโยคพวกนี้ใช่หรือไม่?”คำพูดของนางทำให้สีหน้าของพวกโจรเปลี่ยนไป คล้ายกับว่าถูกมองออกจนหมดเปลือก“เจ้าอย่ามาปากดีนัก
Read more

23.2

“แยกกันออกไปตามหา!”เสียงของปี่ชวนดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด พวกเขาเตรียมกำลังพลเพื่อออกไปตามหาท่านหญิงซือหนิงด้านนอกแต่ยังไม่ทันได้ออกจากประตูใหญ่ของจวน องครักษ์ที่เฝ้าหน้าประตูก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแทรกก่อน“คุณชาย! พบเบาะแสของท่านหญิงแล้วขอรับ!”เขาส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้หลี่เจ๋อหานทันทีเจ๋อหานรีบคว้ามันมาอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาไล่กวาดผ่านเนื้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัด ๆ‘ท่านหญิงซือหนิงถูกจับไว้ที่บ้านร้างแห่งหนึ่งในตรอก…ห้ามนำคนมาเยอะไม่งั้นท่านหญิงของเจ้าตาย’เมื่ออ่านจบ มือของเขาก็กำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนมันยับยู่ ใบหน้าของเจ๋อหานเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด เขาไม่รอช้า คว้าดาบข้างกายขึ้นมาก่อนออกตัวมุ่งหน้าไปทันทีเจ๋อหานขบกรามแน่น มือของเขากำบังเหียนม้าจนขึ้นเส้นเลือดที่หลังมือปูดชัดเจนความรู้สึกกดดันราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับอกตอนนี้ทำเอาเจ๋อหานหวั่นเกรงบางอย่างขึ้นมาตั้งแต่ที่ติดตามซือหนิงมาตลอดหลายปี เจ๋อหานรู้ดีว่านางคือผู้หญิงที่มีจิตใจแข็งแกร่งเพียงใดความเป็นห่วงของเขาก็ไม่เคยลดลงเลย อีกทั้งไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ความเป็นห่วงนี้แปรเปลี่ยนจากความเป็นห่วงในฐานะพี่ชายกลายเป็นเยี่ย
Read more

24

ภายในห้องเก่า ซือหนิงแสร้งหอบหายใจ มือของนางกำเชือกไว้แน่นรอคอยให้พวกเขาเข้ามา ตอนนี้นางอยู่ในลักษณะน่าเวทนายิ่งนัก น้ำตาไหลเป็นทางเต็มสองข้างแก้มชวนให้คนเห็นจิตใจปวดร้าวเมื่อประตูถูกถีบเปิดออก เจ๋อหานก็พุ่งเข้ามาหานางก่อนใคร ภาพที่เขาเห็นตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบปวดนึบอย่างไม่อาจทานทนนางถูกมัดไว้กับเก้าอี้ดูน่าอึดอัด รอยช้ำบนใบหน้าและข้อมือของนางทำให้เขากัดฟันแน่นราวกับรู้สึกไปเอง"ซือหนิง! ท่านถูกทำร้าย!? "เจ๋อหานถามเสียงสั่น มือของเขารีบเอื้อมไปแกะเชือกที่มัดนางออก จนตอนนี้เหลือเพียงรอยช้ำสีแดงคล้ำที่แขนและข้อขาทั้งสองข้างของซือหนิง ร่างกายแสนบอบบางอ่อนยวบอย่างหมดแรงทันทีปี่ชวนเข้ามาสมทบ ดวงตาของเขาก็ฉายแววไม่พอใจไม่แพ้กัน...ซือหนิงเงยหน้าขึ้นมอง สายตาของนางเต็มไปด้วยแววเจ้าเล่ห์แวบหนึ่งก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว"พวกเขาทำร้ายข้า… ข่มขู่ข้า บอกให้ข้าอย่าได้คิดใหญ่ อย่ายุ่งกับองค์รัชทะ--- ฮึก ๆ"นางครางตอบเสียงแผ่วเบาราวคนกลัวสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ท่าทางอ่อนล้าราวกับคนที่เพิ่งเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญจนทนไม่ไหวเจ๋อหานที่ได้ฟังก็กัดฟันแน่น กำหมัดจนข้อขึ้นสีขาวเมื่อมอ
Read more

25.1

บทที่ 25 โทสะขององค์รัชทายาทนับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องกับซือหนิงวันนั้น นางก็เก็บตัวอยู่ในห้องไม่ออกมาให้ใครเห็นตลอดสองวันเต็มเลย ไม่มีใครรู้ว่าจิตใจของนางได้รับผลกระทบเพียงใดจากเหตุการณ์นั้น นอกจากไป๋ฮวาที่คอยนำอาหารเข้าไปให้แล้ว ก็ไม่มีใครได้เห็นเจ้าของจวนอีกพอเข้าวันที่สาม ซือหนิงถึงออกมาสูดอากาศยามเช้าให้คนในจวนเห็นหน้านางเสียที...ศาลาเล็กในสวนถูกปกคลุมด้วยสายหมอกจาง ๆ ของยามเช้า ลมเย็นพัดผ่าน ทำให้กลีบดอกเหมยปลิวล่องลอยไปตามอากาศ ซือหนิงนั่งอยู่บนม้านั่งหิน มือเรียวถือช้อนตักโจ๊กธัญพืชขึ้นมาเป่าเบา ๆ ก่อนจะจรดริมฝีปากลิ้มรสชาติฝั่งตรงข้ามของซือหนิง คือเจ๋อหานที่นั่งนิ่งเงียบ ดวงตาของเขาจับจ้องนางไม่วางตามีกระแสกดดันซ่อนอยู่ไป๋ฮวายืนอยู่ด้านข้างด้วยท่าทางเรียบร้อย แต่ก็แอบเหลือบมองไปที่นายของตนอย่างเป็นกังวลเช่นกันซือหนิงไม่ได้พูดอะไร นางเพียงใช้เวลาของตนไปกับอาหารมื้อนี้อย่างช้า ๆ จนกระทั่งกินอิ่มแล้ววางช้อนไว้ข้างชาม"ท่านจะไปพบองค์รัชทายาทวันนี้จริงหรือ?"เสียงของเจ๋อหานดังขึ้นในที่สุด เขารอให้นางกินเสร็จมาตั้งนาน ความกังวลในน้ำเสียงของเขามีมากเสียจนซือหนิงรู้สึกได้"เจ๋อ
Read more

25.2

"เช่นนั้น ก็ไม่มีสิ่งใดที่ข้าจะพูดได้อีก"แม้ถ้อยคำของเขาจะดูคล้ายยอมรับการตัดสินใจของนาง แต่แววตานั้นกลับคล้ายซ่อนประกายความไม่พอใจอยู่ลึก ๆไม่ว่าอย่างไรซือหนิงก็มิอาจเลี่ยงไม่ให้เขามีโทสะได้หรอก นางทำให้ได้เพียงให้เขาโกรธนางน้อยลงเท่านั้น ซือหนิงจึงวางแผนเอาเรื่องที่นางถูกขุนนางแคว้นฉีข่มขู่มาเป็นกระโถนแบ่งโทสะของเขาไปหน่อย"หากพระองค์มีเรื่องอื่นที่ต้องการให้หม่อมฉันรับใช้ ก็ขอให้ตรัสมาได้เสมอเพคะ" ซือหนิงกล่าวต่ออย่างนอบน้อม "แต่หากเป็นเรื่องนี้ เกินกำลังของหม่อมฉันเพคะ..."หยางเฉินจ้องมองซือหนิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเพียงเล็กน้อย นางอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดสิ่งใด แต่เมื่อนางรอดพ้นจากการต้องเป็นสนมของเขาแล้ว เรื่องนี้ก็ถือว่าจบลงด้วยดีซือหนิงจึงถือโอกาสกล่าวขอตัวทันใด "หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ"ก่อนจะออกจากศาลา นางหันกลับมาเอ่ยอีกเรื่องอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ "ส่วนเรื่องที่องค์รัชทายาทส่งองครักษ์ปี่ชวนมาดูแลหม่อมฉันนั้น... หม่อมฉันคิดว่าคงต้องส่งคืนเช่นกันเพคะ ขอบพระทัยในความหวังดีเสมอมา...""เจ้าคิดว่าจะส่งกลับคืนก็ส่งได้เลยงั้นหรือ?" หยางเฉินถามเสียงเรียบ สีหน้าเขาเจือความโกรธอย
Read more

26

บทที่ 26 โทสะของฉีหนานหวังซือหนิงเดินออกจากสวนอุทยานด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าในใจก็ยังครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ในศาลากลางสระบัว แม้นางจะพูดไปด้วยถ้อยคำที่แฝงด้วยเหตุผล ทว่าไม่อาจแน่ใจได้เต็มสิบส่วนว่าจะสำเร็จ...คนเช่นหยางเฉินแม้ให้ความสำคัญกับอำนาจมากที่สุดแต่ก็กลัวใจคนที่ยากแท้หยั่งถึงนั่นล่ะ นางหวังว่าเขาจะยกเลิกความคิดจะแต่งนางเป็นสนมเพราะเกรงในเหล่าขุนนางที่สนับสนุนเขาก็แล้วกันทว่ายังไม่ทันเดินพ้นเขตพระราชวังเท่าไร ขันทีผู้หนึ่งก็ปรากฏกายจากเงาไม้ตรงหน้าขัดขวางทางเดินของซือหนิงเสียแล้ว"ท่านหญิงซือหนิง ข้าน้อยเซินกงกง มีรับสั่งจากฉีหนานหวังขอรับ"ซือหนิงหยุดฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนขยับยิ้มบาง ไม่ได้แสดงความตกใจจนเกินไป"อ้อ เซินกงกงที่เอง ท่านมีธุระอันใดหรือ?"เซินกงกงค้อมกายให้เล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อมต่อมา"เจ้านายของข้าน้อยมีประสงค์จะขอเวลาเล็กน้อยจากท่านหญิง เพื่อสนทนาเรื่องสำคัญบางประการ จึงอยากจะเชิญให้แวะไปที่ตำหนักพักผ่อนสักครู่ขอรับ"ซือหนิงปรายตามองอีกฝ่าย สีหน้ายังคงสงบนิ่ง แต่ในใจพลันระแวดระวัง หากนางตามกงกงผู้นี้ไปพบอริของหยางเฉินในตอนนี้ มิใช่ว่าหากห
Read more

27.1

บทที่ 27 จุมพิตแรกของนาง!"เจ้าจำไม่ได้!?"เขาถามกลับ ช้า...ชัดเจน...แฝงรังสีเย็นเยียบจนซือหนิงเย็นวาบทั่วกาย"หม่อมฉันนึกไม่ออกเลยว่าเหตุใดถุงปักของหม่อมฉันไปอยู่ที่พระองค์ได้ พอดีช่วงที่อยู่วังหลวงหม่อมฉันป่วยหนักอยู่ช่วงหนึ่งจึงมีบางเรื่องที่อาจลืมไปบ้างเพคะ..."ซือหนิงตัดสินใจอ้างเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่ออย่างน้อย หากนางและเขาเคยพบกันจริงก็จะได้มีเหตุผลที่นางจำเรื่องพวกนั้นไม่ได้ ขณะกล่าวซือหนิงก็พยายามสบตาอีกฝ่ายตรง ๆ อย่างต้องการแสดงความจริงใจฉีหนานหวังหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แฝงความไม่พอใจและความเยาะหยันตนเอง ก่อนจะกล่าวเสียงเย็นต่อมา"คิดหรือว่าเพียงบอกว่าลืม นั่นก็จะจบจริง!"ในอกซือหนิงสั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เพราะกลัวหากเพราะนางเริ่มตระหนักแล้วว่า…อาจมีบางสิ่งที่ร่างเดิมได้ทำทิ้งไว้บางสิ่งที่...เลวร้ายเกินคาดเดาฉีหนานหวังหลุบตาลงชั่วขณะก่อนจะลืมขึ้นใหม่ด้วยประกายตาเด็ดขาด และเพียงกระพริบตา! ฉีหนานหวังก็หายไปจากตำแหน่งที่อยู่ตรงหน้า…เขาปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังของซือหนิงอย่างไร้สุ้มเสียง มือใหญ่ของเขายื่นมาจับคางนางพร้อมบังคับให้นางหันหน้ากลับไปเผชิญกับสายตาแ
Read more
PREV
1234568
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status